- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 775 : ดินแดนแห่งขุมทรัพย์
ตอนที่ 775 : ดินแดนแห่งขุมทรัพย์
ตอนที่ 775 : ดินแดนแห่งขุมทรัพย์
ตอนที่ 775 : ดินแดนแห่งขุมทรัพย์
ภายในห้างสรรพสินค้าที่เงียบสงัด ตอนนี้มันกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ชวนให้สะอิดสะเอียน
มันเป็นกลิ่นประหลาดที่เกิดจากการหมักหมมของเชื้อราผสมกับเนื้อเน่า
ทั้งห้าคนที่เดินอยู่ในความมืดก็ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้มากนัก เพราะพวกเขาต่างก็ต้องคอยระแวดระวังอันตรายรอบด้านอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเสี่ยวอวิ๋นที่กำลังรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อคอยฟังทุกเสียงที่เกิดขึ้นรอบตัว
ในสภาพแวดล้อมที่เงียบเชียบขนาดนี้ แม้แต่เสียงพูดคุยที่อยู่ห่างออกไป 100 เมตรเธอก็ยังสามารถได้ยินได้อย่างชัดเจน
และซอมบี้ในสภาวะ “ตื่นตัว” ก็มักจะส่งเสียง “ฟืดฟาด—ฟืดฟาด—” ออกมาเบา ๆ
ดังนั้นทันทีที่พบว่าเสียงเหล่านี้กำลังขยับเข้ามาใกล้กลุ่มของพวกเขา หรือกำลังจะออกห่างไป เสี่ยวอวิ๋นก็จะส่งสัญญาณเตือนทันที
กลุ่มของเธอนั้นก็มักจะใช้วิธีนี้ในการเลี่ยงอันตรายมาโดยตลอด
ไม่นานนัก
พวกเขาก็เดินมาถึงบันไดเลื่อนแห่งหนึ่ง เสี่ยวเฟยทำสัญญาณมือให้ระวังและชี้ไปข้างล่าง จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้ซุนเฮ่าไห่หนึ่งครั้งก่อนจะเริ่มเดินลงไป
“เอี๊ยด—”
เสียงโลหะขยับดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เสี่ยวเฟยและซุนเฮ่าไห่ก็รีบหยุดเท้าทันทีพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงพวกเขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว!
บันไดเลื่อนที่ขาดการซ่อมบำรุงมานานกว่าหนึ่งปีก็ดูเหมือนจะเกิดสนิมและเสื่อมสภาพไปมากแล้ว ดังนั้นหลังจากที่ทั้งสองคนเหยียบลงไปมันจึงเกิดเสียงผิดปกติดังขึ้นมาเบาๆ!
มันจะทำให้พวกซอมบี้ตื่นขึ้นมาไหม!?
ทุกคนต่างรอคอยด้วยใจที่เต้นระทึกอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งเห็นเสี่ยวอวิ๋นที่ตั้งใจฟังอย่างละเอียดทำสัญญาณมือบอกว่า “ไม่มีอะไร” หัวใจของทุกคนถึงได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
โชคดีจริงๆ
ซอมบี้ที่กำลัง “หลับใหล” เหล่านั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อเสียงนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกมันไม่ได้ยิน หรือเป็นเพราะพวกมันเคยชินกับเสียงนี้ไปแล้ว
แต่สถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ นี้ก็ทำให้ฝีเท้าของทั้ง 5 คนต้องระมัดระวังมากขึ้นไปอีก
เสี่ยวเฟยและซุนเฮ่าไห่ที่เป็นคนนำทีมรีบปรับการก้าวเท้าใหม่ พวกเขาพยายามคลำหาจุดรับน้ำหนักที่ไม่เกิดเสียงแล้วจึงค่อยๆ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ช้าลงกว่าเดิมมาก ส่วนคนข้างหลังก็ค่อย ๆ เดินตามลงไปอย่างระมัดระวังเช่นกัน
พวกเขาใช้เวลาไปเกือบ 2 นาทีเต็ม กว่าจะเดินลงมาถึงชั้นใต้ดินได้สำเร็จ
แสงไฟจากไฟฉายสองสามดวงก็แหวกความมืดมิดของที่นี่ จนเผยให้เห็นภาพรวมของโซนร้านอาหารในอดีต!
ดวงตาของทุกคนอดไม่ได้ที่จะเบิกกว้าง!
ที่นี่มีร้านค้าหลงเหลืออยู่เยอะมากจริงๆ!!
แม้ว่าตามทางเดินและโต๊ะอาหารจะพอมีร่องรอยของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในคืนแห่งการกลายพันธุ์อยู่บ้าง แต่จานชามและขวดเครื่องปรุงที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์และบนโต๊ะต่างก็ยังคงวางอยู่ที่เดิม!
ของดีทั้งนั้นเลย!
ต่อให้จะหมดอายุไปบ้าง แต่พวกซีอิ๊ว เกลือแกงและเครื่องปรุงต่างๆ ก็ล้วนเป็นของดีที่ผู้รอดชีวิตในตอนนี้หาแทบไม่ได้แล้ว!
แต่ตอนนี้พวกมันกลับถูกวางอยู่บนโต๊ะอย่างกระจัดกระจายแบบนี้ นี่จึงเป็นการบอกให้ทั้ง 5 คนที่อยู่ตรงนี้ได้รู้อย่างชัดเจนว่า โซนร้านอาหารแห่งนี้ยังไม่เคยมีผู้รอดชีวิตคนอื่นเข้ามาเยือนเลย!
ดังนั้นมันจะต้องมีของล้ำค่าอื่นๆ แอบซ่อนอยู่อีกแน่!
“ทุกคนเตรียมลงมือ!! ตอนที่หาของพยายามอย่าให้เกิดเสียง! พอได้ของครบแล้วก็รีบถอนตัวทันที!”
เสี่ยวเฟยขยับปากบอกสมาชิกอีก 4 คนที่เหลือ
คนข้างหลังก็ย่อมรู้ดีว่าในตอนนี้พวกเขาห้ามส่งเสียงเด็ดขาด พวกเขาต่างก็พากันทำสัญญาณมือว่าเข้าใจแล้ว
ไม่นานนัก นอกจากเสี่ยวอวิ๋นที่ต้องยืนอยู่กับที่เพื่อคอยฟังสถานการณ์รอบตัวอย่างละเอียดแล้ว อีกสี่คนที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันออกไปค้นหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่!
เสี่ยวเฟยเป็นคนแรกที่พุ่งไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อยู่ข้างๆ เขาคอยหลบเลี่ยงเศษซากบนพื้นและคราบสกปรกสีน้ำตาลดำที่แห้งกรังอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกระโดดข้ามเข้าไปในส่วนของห้องครัวหลังร้าน
แสงไฟสาดส่องเข้าไปฉีกกระชากความมืดมิดข้างใน เสี่ยวเฟยสังเกตข้างในอย่างละเอียดด้วยความระมัดระวัง เมื่อยืนยันได้ว่าไม่มีซอมบี้จำศีลอยู่ข้างในเขาจึงรีบมุดเข้าไปทันที
และวินาทีต่อมา!
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเขาก็คือลังกระดาษจำนวนมากที่ถูกวางทับถมกันอยู่บนพื้น ซึ่งบนนั้นระบุว่าข้างในเป็นเส้นหมี่อบแห้งและบะหมี่อบแห้ง!!
รวยแล้ว!!
เขาพยายามสะกดความดีใจสุดขีดไว้ในใจ ก่อนจะมองลึกเข้าไปในพื้นที่ครัวอีกครั้งและก็ได้พบกับขวดโหลต่าง ๆ รวมถึงอาหารจำพวกข้าวและแป้งที่ถูกบรรจุในถุงพลาสติกอีกมากมาย!!
เป็นเสบียงอาหารทั้งนั้นเลย!
อาหารที่หาได้ยากยิ่งโดยเฉพาะหลังจากวันสิ้นโลกผ่านมาได้หนึ่งปี ตอนนี้พวกมันกลับมาปรากฏอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าจะต้องมีคนพยายามเข้ามาหามันแล้วอย่างแน่นอน เพียงแต่พวกเขาคงถูกซอมบี้ข้างนอกจับกินไปหมดแล้ว
ส่วนเสี่ยวเฟยและเสี่ยวอวิ๋นที่เป็นคนในพื้นที่ ย่อมคุ้นเคยกับแผนผังของที่นี่ดี พวกเขาจึงรู้ว่าชั้นใต้ดินนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเสบียงที่ยังไม่ถูกผู้รอดชีวิตคนอื่นกวาดไปจนหมดหลบซ่อนอยู่ และครั้งนี้พวกเขาก็หามันเจอจนได้!
เขาปลดกระเป๋าเป้ใบใหญ่ออกมาจากหลัง และเริ่มบรรจุเสบียงที่มีขนาดเล็กเข้าไปอย่างเบามือ ส่วนบรรดาเส้นหมี่และบะหมี่เหล่านั้นเขาคงต้องค่อยๆ ทยอยขนออกไปภายหลัง
ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่จริงๆ!
ลำพังแค่เสบียงในร้านนี้เพียงร้านเดียว ก็เพียงพอที่จะให้พวกเขาผ่านพ้นภัยหนาวในครั้งนี้ไปได้อย่างสุขสบายแล้ว!
นับประสาอะไรกับร้านอื่นๆ ที่อยู่ข้างนอกนั่น แถมปริมาณเสบียงที่พวกเขาเอาออกไปรอบนี้ไม่แน่ว่ามันอาจจะมากพอให้พวกเขาอิ่มไปถึงปีหน้าเลยก็ได้!?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ใบหน้าวัยหนุ่มของเสี่ยวเฟยก็อดไม่ได้ที่จะผลิบานด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี
แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาดีใจ เขาต้องรีบขนของออกไปให้ได้ก่อน
......
ในฝั่งอื่นๆ
พี่ฉินและซุนเฮ่าไห่ต่างก็หาเป้าหมายของตัวเองเจอและเข้าไปค้นหาของข้างในแล้วเช่นกัน
ไม่นานนักพวกเขาก็เผยรอยยิ้มที่ตื่นเต้นออกมา
ผลลัพธ์ไม่เลวเลยจริงๆ!
โซนร้านอาหารใต้ดินที่ยังไม่เคยมีผู้รอดชีวิตคนอื่นเข้ามาเยือนแห่งนี้ ช่างเป็นขุมทรัพย์ขนาดมหึมาจริงๆ!
ภายในร้านอาหารเหล่านั้นแม้พวกผักและเนื้อสัตว์จะเน่าเสียไปหมดแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือข้าวและแป้งบรรจุลัง รวมถึงน้ำมันพืช เกลือแกงและซองเครื่องปรุงอาหารสำเร็จรูปอยู่อีกมากมาย
ของพวกนี้ในอดีตอาจจะไร้ค่าเพราะหมดอายุไปแล้ว แต่สำหรับคนในวันสิ้นโลกมันคือสุดยอดของล้ำค่า!
ในตอนนี้ใครจะไปสนล่ะว่าอาหารจะหมดอายุหรือไม่!?
ขอแค่กินได้ ต่อให้กินแล้วจะรู้สึกไม่สบายตัวบ้าง แต่ก็มีผู้รอดชีวิตนับไม่ถ้วนที่พร้อมจะแย่งชิงมันมา
มันคือเสบียงรักษาชีวิตเชียวนะ!
โดยเฉพาะทางฝั่งของพี่ฉิน ภายในร้านที่เขาเข้าไปซึ่งมีป้ายเขียนว่า ร้านข้าวขาหมู xxx เขาถึงกับพบกระสอบข้าวสารขนาด 20 กิโลกรัมถึง 3 กระสอบ!!!
รวยมหาศาลแล้ว!!
ดวงตาของเขาปรากฏแววตาแห่งความตื่นเต้นอย่างสุดขีด ความกังวลก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ในใจตอนนี้ก็เหลือเพียงความยินดีและความคาดหวังต่ออนาคต
เมื่อมีเสบียงเหล่านี้ ปัญหาเรื่องอาหารของพวกเขาในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว!
มาที่นี่ไม่ผิดหวังจริงๆ!
เพียงแต่ในฐานะผู้โชกโชนในวันสิ้นโลก แน่นอนว่าเขาจะไม่ทำอะไรให้เกิดความผิดพลาดจนนำไปสู่สถานการณ์ฉุกเฉิน เขาค่อยๆ ค้นหาเสบียงในร้านนี้จนครบและจัดแจงให้เป็นระเบียบ ก่อนจะเตรียมขนพวกมันไปยังจุดรวมพลเพื่อลำเลียงกลับขึ้นไปข้างบนในอีกสักครู่
การสำรวจยังไม่สำเร็จ จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ทางด้านซุนเฮ่าไห่ก็ไม่ต่างกันนัก ร้านที่เขาเข้าไปคือร้านเค้ก ภายในนั้นเขาพบแป้งสาลีที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีรวมถึงน้ำตาลทรายและเสบียงสำคัญอื่นๆ
การมาที่นี่ช่างถูกต้องจริงๆ เมื่อมีของเหล่านี้เขาและลูกสาวก็น่าจะรอดพ้นจากฤดูหนาวปีนี้ไปได้แล้ว!
ส่วนคนสุดท้ายที่แยกออกไปก็คือเหยาเหล่ย
เธอไม่ได้ไปตามหาอาหารก่อน
เพราะเป้าหมายที่สำคัญกว่านั้นคือการช่วยชีวิตหัวหน้าทีมของเธอที่ยังอยู่ในสภาวะอันตราย
ดังนั้นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเธอจึงเป็นร้านขายยาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ไหนสักแห่งในชั้นใต้ดินแห่งนี้
เธอถือไฟฉายและเดินไปตามทางเดินด้วยความระมัดระวัง ตามผังของห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ในประเทศจีน โดยปกติแล้วตำแหน่งของลานจอดรถใต้ดินจะอยู่บริเวณริมขอบ
ซึ่งก็คือตรงที่เธอกำลังไปนั่นเอง
หลังจากเดินไปได้ไม่ถึงครึ่งนาที ฝีเท้าของเหยาเหล่ยก็หยุดลง เธอมายืนอยู่หน้าประตูหน้าต่างกระจกที่มีตัวอักษรเขียนว่า ร้านขายยา xxx!
เจอแล้ว!
ที่นี่แหละ!
ความหวังที่จะช่วยชีวิตหัวหน้าทีม!!