- หน้าแรก
- จุดกำเนิดแห่งปาฏิหาริย์
- ตอนที่ 18 วัวป่าพเนจร
ตอนที่ 18 วัวป่าพเนจร
ตอนที่ 18 วัวป่าพเนจร
ตอนที่ 18 วัวป่าพเนจร
เขาซื้อไม้ 2,000 หน่วยทันทีโดยไม่ลังเล เงิน 2,000 เหรียญสำหรับไม้ 2,000 หน่วยนั้นนับว่าคุ้มค่ามหาศาล
"โปรดเลือกตำแหน่งสำหรับวางไม้"
หลัวอวี่เลือกวางไม้พิงกำแพงไว้ เปิดหน้าต่างสิ่งก่อสร้างขึ้นมา และเริ่มลงมือสร้างหอสังเกตการณ์
ครู่ต่อมา หอสังเกตการณ์สูง 15 เมตรก็ถูกสร้างขึ้นตรงมุมที่กำแพงสองด้านบรรจบกัน
เมื่อปีนขึ้นไปด้านบน ความรู้สึกราวกับได้ทอดสายตามองสรรพสิ่งจากมุมสูงก็พลันบังเกิดขึ้น
หลัวอวี่รู้สึกได้เลยว่า หากยิงธนูหรือซัดหอกจากจุดนี้ มันจะช่วยเพิ่มระยะทำการและพลังทำลายล้างได้อย่างแน่นอน
ทว่าหอสังเกตการณ์เพียงแห่งเดียว ย่อมไม่อาจครอบคลุมการป้องกันฐานที่มั่นได้ทั้งหมด
แผนของหลัวอวี่คือการวางหอสังเกตการณ์ไว้ที่มุมทั้งสี่ของกำแพงรอบนอก เพื่อให้มั่นใจว่าจะครอบคลุม 360 องศาโดยไม่มีจุดบอด
ถึงเวลานั้น เขาก็จะสามารถติดตั้งหน้าไม้อัตโนมัติหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เพิ่มเติมได้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับฐานที่มั่น
ตอนนี้เขายังมีเงินเหลืออีก 5,300 เหรียญเงิน ซึ่งมากพอที่จะสร้างหอสังเกตการณ์อีกสามแห่งให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ก่อนหน้านั้น หลัวอวี่ตั้งใจว่าจะสร้างธนูและลูกธนูขึ้นมาก่อน
สำหรับการโจมตีระยะไกลเขามีหอกซัดแล้ว ส่วนระยะประชิดก็มีมีดเทียนกง ดังนั้นในระยะกลาง ธนูและลูกธนูจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
"ธนูเสริมเหล็ก: แร่เหล็ก 300 ก้อน, เงิน 100 เหรียญ, เส้นเอ็นสัตว์ 1 เส้น"
แร่เหล็กและเหรียญเงินนั้นยังมีเพียงพอ ทว่าเขากลับไม่มีเส้นเอ็นสัตว์เลย
เมื่อเปิดตลาดประมูล เขาก็หาไม่พบจริงๆ
ทุกคนต่างก็ต้องการธนูและลูกธนู แถมเส้นเอ็นสัตว์ก็ยังถือเป็นอาหารได้อีก บางทีของที่มีคนหามาได้อาจจะถูกนำไปทำอาหารกินกันหมดแล้ว
"ฉันจะหาเอ็นวัวได้จากที่ไหนกันล่ะ?"
หลัวอวี่ลูบคางพลางปรายตามองอาไตที่กำลังหยอกล้อกับไก่ปฐพีอยู่เบื้องล่าง สลับกับมองไปทางด้วงทองคำที่กำลังลากรถเข็นแร่อยู่ไกลๆ แล้วส่ายหน้า
สองตัวนี้เห็นได้ชัดว่าใช้การไม่ได้ แถมเขาก็ทำใจเชือดพวกมันไม่ลงด้วย
ในขณะที่เขากำลังมืดแปดด้าน จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา: "ฝูงวัวป่าพเนจรได้เข้ามาในพื้นที่นี้แล้ว พวกมันจะอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นเวลา 1-2 วัน"
ดวงตาของหลัวอวี่เบิกกว้าง
เขาเพิ่งจะคิดอยากได้เอ็นวัวอยู่หมาบๆ แล้วนี่ก็มีวัวป่าพเนจรเดินมาหาถึงที่เลยงั้นรึ?!
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อยืนมองจากบนหอสังเกตการณ์ หลัวอวี่ก็พบวัวป่าสีขาวสามตัวกำลังเดินทอดน่องออกมาจากแนวเขาสีม่วงและย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของเขา
"วัวป่าพเนจร: สัญชาตญาณสัตว์ป่า 90%, สิ่งมีชีวิตเป็นกลาง"
ฟางอวี่เหมิง: "มีวัวด้วย! แย่แล้ว มันกำลังตรงไปที่สวนผลไม้ของฉัน!"
หนิวต้า: "ข้าหล่อกว่าเจ้าวัวตัวภู้นั่นตั้งเยอะ! ปัดโธ่วโว้ย อย่ามากินหญ้าของข้านะเว้ย!"
อลิซ: "ทุกคนคะ อย่าเข้าไปใกล้วัวป่าพวกนี้นะคะ ถ้าไปทำให้พวกมันโกรธเข้า มันจะพุ่งจู่โจมใส่ทันทีเลยค่ะ!"
นาเค่อเอ๋อร์: "แย่แล้ว วัวตัวผู้ทางนี้กำลังพุ่งไปที่แปลงผัก อาหารของฉัน! ฆ่ามันซะเลยดีไหม! ค่าความคล่องตัวของฉันก็สูงพอตัวนะ!"
เอเลน่า: "ข้าขอแนะนำให้เจ้าคิดให้ดีเสียก่อน แม้ว่าความคล่องตัวของเจ้าจะสูงพอ แต่บ้านไม้เล็กๆ ของเจ้าจะทนรับแรงกระแทกจากการพุ่งชนด้วยเขาของมันได้หรือ?"
นาเค่อเอ๋อร์: "เฮ้อ... ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น เมื่อพวกมันเข้าสู่สถานะศัตรู ถ้ามันโจมตีคนไม่ได้ มันก็จะหันไปทำลายสิ่งก่อสร้างแทน"
"ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องล่ามันให้ได้!"
ฟางอวี่เหมิง: "ฉันควรลองทำให้มันเชื่องดูไหม?"
หลัวอวี่: "ไม่ได้ สัญชาตญาณสัตว์ป่า 90% หมายความว่าอัตราความสำเร็จนั้นต่ำมาก ถ้าการทำให้เชื่องล้มเหลว มันจะโจมตีเธอทันที!"
ฟางอวี่เหมิง: "ตกลง ฉันจะฟังนาย!"
กลุ่มแชตเต็มไปด้วยความแตกตื่น
เมื่อเห็นถึงความบึกบึนกำยำของวัวป่าเหล่านี้ ทุกคนต่างก็ดูเหมือนจะหมดหนทางรับมือ ได้แต่ทนมองพวกมันเคี้ยวผักในแปลงและกินหญ้าไปต่อหน้าต่อตา
เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี้ แท้จริงแล้วกลับเป็นภัยคุกคามต่อพืชผลในอาณาเขตอย่างยิ่ง!
หลัวอวี่มองดูวัวป่าทั้งสามตัวที่กำลังเดินต้วมเตี้ยมไปทางป่าไผ่พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
พวกมันพยายามจะมากินหน่อไม้ของเขาหรือ?
เรื่องแบบนี้ใครจะไปยอมได้กันล่ะ?
หลัวอวี่: "ฉันมีกำแพงกั้นอยู่ เดี๋ยวฉันจะขอเป็นหน่วยกล้าตายทดสอบความแข็งแกร่งของวัวป่าให้พวกนายดูก่อนเอง!"
ฟางอวี่เหมิง, นาเค่อเอ๋อร์: "ระวังตัวด้วยนะ!"
หลัวอวี่ไม่รีบร้อนที่จะลงมือ แต่เฝ้าสังเกตอย่างระมัดระวัง
จากการสังเกต เขาพบว่าวัวป่าสามตัวนี้ประกอบด้วยแม่วัวสองตัวและวัวตัวผู้หนึ่งตัว
วัวตัวผู้นั้นแข็งแกร่งกำยำเป็นอย่างมาก ประเมินด้วยสายตาแล้วน้ำหนักของมันน่าจะสูงถึง 1,500 จินได้เลยทีเดียว
แม้จะถูกเรียกว่าวัวป่า แต่พละกำลังของมันอาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับแรดเลยก็ว่าได้
หลัวอวี่ไม่อยากปะทะกับพวกมันแบบซึ่งๆ หน้า นั่นไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลยสักนิด
ทว่า แม้เจ้าวัวตัวผู้จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ทักษะคริติคอลประจำวันของหลัวอวี่ก็ยังไม่ได้ถูกใช้งาน ซึ่งนั่นทำให้เขามีไพ่ตายในการสังหารมันได้ในพริบตา
เขาหันสายตาไปมองที่หอกซัด
ระยะทางนั้นค่อนข้างไกล
แม้พละกำลังของเขาจะมากพอที่จะขว้างหอกไปถึง แต่มันก็คงไม่แม่นยำนัก ยิ่งมีป่าไผ่คอยบดบังทัศนวิสัยอยู่ด้วย โอกาสที่จะปาโดนเป้าหมายก็ยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
ครู่ต่อมา หลัวอวี่ก็แง้มประตูหินออกเล็กน้อยแล้วหันไปสั่งอาไตที่ยืนอยู่ข้างๆ "ไปยั่วโมโหเจ้าวัวป่าสามตัวนั่นซะ แล้วรีบวิ่งหนีกลับมานะ!"
"โฮ่ว..."
แทนที่จะแสดงท่าทีหวาดกลัว อาไตกลับแยกเขี้ยวคำรามอย่างกระหายเลือด สีหน้าของมันดูดุร้ายเกรี้ยวกราด เผยให้เห็นสัญชาตญาณดิบของหมาป่าอย่างเต็มเปี่ยม
วินาทีต่อมา อาไตก็พุ่งทะยานเข้าไปในป่าไผ่!
"มอ!"
วัวป่าทั้งสามตัวตกใจและรีบถอยกรูด แต่อาไตก็พุ่งเข้าไปประชิดตัวทันที หมายจะขย้ำเข้าที่ขาหลังของแม่วัวตัวหนึ่ง!
"มอ!!"
วัวตัวผู้โกรธจัดและพุ่งเข้าใส่อาไตด้วยเขาแหลมคม
หากอาไตไม่หลบหลีกได้คล่องแคล่วว่องไวพอ มันคงถูกเขาแทงทะลุร่างไปแล้ว
"วัวป่าทั้งสามตัวถูกยั่วโมโหและเข้าสู่สถานะศัตรูแล้ว"
วัวตัวผู้ที่โจมตีพลาด ยิ่งเดือดดาลและพุ่งเข้าใส่อาไตที่กำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
แม่วัวอีกสองตัวก็เข้าสู่สถานะพร้อมจู่โจมเช่นกัน
บนทุ่งหญ้า วัวป่าขนาดมหึมาสามตัวกำลังวิ่งไล่กวดหมาป่าสีเขียวอย่างเอาเป็นเอาตาย
ฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
หลัวอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย จดจ้องจนกระทั่งระยะห่างร่นเข้ามาเหลือสองร้อยเมตร
เขาตะโกนลั่น: "ตายซะ!"
เขาซัดหอกออกไปสุดแรงเกิด
แม้การโจมตีครั้งนี้จะไม่ได้ใช้ทักษะคริติคอล แต่ความเร็วของหอกซัดก็ยังคงรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ มันพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับแหวกอากาศจนเกิดเสียงลมดังบาดหู
ท้ายที่สุดแล้ว พละกำลังของเขาในตอนนี้ก็ทะลุสามสิบไปแล้ว!
แต่สิ่งที่หลัวอวี่คาดไม่ถึงก็คือ หอกซัดที่พุ่งทะยานออกไปนั้นกลับเฉียดถากหนังศีรษะของเจ้าวัวตัวผู้แล้วลอยข้ามไป พลาดเป้าหมายไปอย่างฉิวเฉียด!
ทักษะการยิงเลเวล 3 นั้นนับว่าไม่สูงนักจริงๆ และด้วยระยะห่างที่ไกลกว่า 100 เมตร โอกาสที่จะปาโดนก็มีเพียงแค่ 20% เท่านั้น...
"หา?"
มุมปากของหลัวอวี่กระตุก
ตอนนี้มันสายเกินกว่าจะง้างปาหอกซัดอันต่อไปเสียแล้ว
เขายืนอยู่ตรงช่องประตูที่แง้มไว้แล้วตะโกนลั่น "เร็วเข้า อาไต รีบเข้ามา!"
อาไตสับฝีเท้าด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ พุ่งพรวดผ่านช่องประตูเข้ามาในชั่วพริบตา
วินาทีต่อมา หลัวอวี่ก็กระแทกปิดประตูหินอย่างแรงและรีบเอาท่อนไม้มาขัดดาลลงกลอนประตูไว้อย่างแน่นหนาทันที!
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็รีบปีนขึ้นไปบนกำแพง ก่อนจะเห็นวัวป่าทั้งสามตัวที่กำลังเดือดดาลพุ่งทะยานตรงเข้ามา ท่าทางของพวกมันดูราวกับต้องการจะพุ่งชนทำลายประตูหินให้แหลกเป็นจุณ!
"ปัง!"
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว หลัวอวี่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งกำแพง ตามมาด้วยเสียงกระแทกอีกสองระลอก เมื่อวัวป่าทั้งสามตัวพุ่งทะยานเข้าชนประตูหินอย่างบ้าคลั่งติดต่อกัน
ด้วยแรงปะทะอันมหาศาล รอยร้าวปรากฏขึ้นบนบานประตูหิน ท่อนไม้ที่ใช้ขัดดาลประตูไว้ถึงกับหักสะบั้นลง ทว่าวัวป่าทั้งสามตัวเองก็ล้มตึงลงกองกับพื้นเช่นกัน
พวกมันชนจนสลบเหมือดไปเลย!
หลัวอวี่รู้สึกตกตะลึงไปในตอนแรก จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไม่ว่าหัวของแกจะแข็งแค่ไหน มันจะแข็งกว่าประตูหินลายจุดสีดำได้หรือ?
"พวกมันตายหรือยัง?"
ในขณะที่หลัวอวี่กำลังสงสัยอยู่นั้น เจ้าวัวตัวผู้ที่อยู่ตรงกลางก็สะบัดหัวไปมาแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
มันเอาหัวไปดุนๆ แม่วัวอีกสองตัว ก่อนจะพบว่าทั้งคู่ยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง
ดวงตาสีแดงฉานดุจเลือดของมันจ้องเขม็งขึ้นไปหาหลัวอวี่ที่อยู่เบื้องบน ร่างกายอันบึกบึนกำยำของมันเดินวนเวียนไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่หน้าประตูหิน
"โดนเข้าไปขนาดนั้นยังลุกขึ้นมาได้อีกงั้นเหรอ?"
"อึดทนทานจริงๆ!"
หลัวอวี่รู้สึกตกตะลึงไปเล็กน้อย แต่เขาก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะต้องจัดการวัวป่าสามตัวนี้ให้จงได้