- หน้าแรก
- จุดกำเนิดแห่งปาฏิหาริย์
- ตอนที่ 10 สัตว์ประหลาดในทะเลสาบและนกฟลามิงโก้
ตอนที่ 10 สัตว์ประหลาดในทะเลสาบและนกฟลามิงโก้
ตอนที่ 10 สัตว์ประหลาดในทะเลสาบและนกฟลามิงโก้
ตอนที่ 10 สัตว์ประหลาดในทะเลสาบและนกฟลามิงโก้
ในวันนี้ หลัวอวี่ยังคงใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำเหมือง ต้องขอบคุณทักษะขุดเหมืองเลเวล 3 และทักษะความคลุ้มคลั่งที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำเหมืองของเขาสูงลิ่ว เพียงวันเดียวเขาก็สามารถขุดแร่ได้เทียบเท่ากับปริมาณที่เคยขุดได้ในสองวันก่อนหน้านี้รวมกัน
สิ่งที่ทำให้เขาเบิกบานใจยิ่งกว่าคือการขุดพบแร่เหล็กถึงสี่ก้อน ซึ่งทำให้ตอนนี้เขามีเหล็กสะสมรวมแล้วถึง 600 หน่วย!
เมื่อพลบค่ำ ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาบางๆ หลังมื้อค่ำ หลัวอวี่ทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสรรพ ก่อนจะออกไปเดินทอดน่องกลางทุ่งหญ้า
เขาไม่ได้แค่มาเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารหลังมื้อเย็นเท่านั้น แต่เขายังมาเก็บเมล็ดเบอร์รีจากพุ่มไม้อีกด้วย
ทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่ได้มีแค่หญ้าปกคลุมเพียงอย่างเดียว ทว่ายังมีพืชผลชนิดอื่นๆ ขึ้นปะปนอยู่ด้วย อลิซเคยบอกว่าเมล็ดกะหล่ำปลีและบรอกโคลีของเธอก็เก็บมาจากทุ่งหญ้าเช่นกัน
ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่หลัวอวี่ที่กำลังเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ แต่ฟางอวี่เมิ่งและคนอื่นๆ ก็คงกำลังทำแบบเดียวกันอยู่
"ได้แล้ว!"
หลัวอวี่พบพุ่มเบอร์รีที่เต็มไปด้วยผลสีเขียวดิบ แม้ว่าผลของมันจะยังไม่สุกดี ทว่าเมล็ดข้างในนั้นแข็งและเติบโตเต็มที่แล้ว
หลังจากเก็บเมล็ดเสร็จ เขาก็เดินหน้าค้นหาต่อไป
แสงอาทิตย์ยามอัสดงทอดเงาของหลัวอวี่ให้ทอดยาวออกไป ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย แผ่นหลังของเขาดูอ้างว้าง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่
หลังจากเก็บเมล็ดเบอร์รีได้เพิ่มอีกสามเมล็ดและกะหล่ำปลีดิบหัวเล็กๆ อีกหนึ่งหัวจากทุ่งหญ้า หลัวอวี่ก็เตรียมตัวยุติการค้นหาของวันนี้และมุ่งหน้ากลับบ้าน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น 【ฝูงนกเพลิงอพยพกำลังบินผ่านเหนืออาณาเขตของคุณ】
เขาเงยหน้าขึ้นและมองเห็นฝูงนกสีแดงเพลิงกำลังบินอยู่แต่ไกล เมื่อเข้าสู่ระยะของฐานเอาชีวิตรอด พวกมันก็บินลดระดับความสูงลงมา
ที่นี่มีทะเลสาบอยู่ และหลัวอวี่ก็รู้ดีว่าพวกมันกำลังจะลงมาจับปลา เขาเปิดดูช่องแชตระดับภูมิภาค และมันก็กำลังคึกคักอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
ฟางอวี่เมิ่ง: "นกเพลิงพวกนี้สวยจังเลย"
น่าเค่อเอ๋อร์: "เหมียว อยากจับมากินสักตัวจัง"
มิโนทอร์: "เนื้อนกไม่อร่อยหรอก สู้ใบกะหล่ำปลีก็ไม่ได้"
หลัวอวี่: "เฒ่ามิโนทอร์ นี่นายเป็นมังสวิรัติเรอะ?"
อลิซ: "ทุกคน เวลาจับนกก็อย่าเข้าไปใกล้ทะเลสาบมากเกินไปนะ ระวังสัตว์ประหลาดในนั้นด้วย"
ทันทีที่หลัวอวี่เห็นข้อความของอลิซ เงาสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นตรงใจกลางทะเลสาบอย่างฉับพลัน จากนั้น ปลาดำยักษ์ขนาดเท่าบ้านก็กระโจนพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ มันพุ่งทะยานสูงถึงห้าหกเมตรและกลืนกินนกเพลิงสองตัวที่กำลังหาปลาเข้าไปในคำเดียว!
หลัวอวี่รีบใช้ระบบจับภาพฉากนั้นไว้และอัปโหลดลงในช่องแชตภูมิภาคทันที
ฟางอวี่เมิ่ง อลิซ และคนอื่นๆ: "พระเจ้าช่วย! สัตว์ประหลาดนี่นา! หลัวอวี่ นายยังไม่ตายใช่ไหม!"
น่าเค่อเอ๋อร์: "ฉันชอบปลาดำยักษ์!"
ก่อนหน้านี้ หลัวอวี่เคยขบคิดหาวิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดในทะเลสาบมาหลายวิธี แต่เมื่อได้เห็นเจ้าสัตว์ประหลาดปลาดำยักษ์ตัวนี้แล้ว ก็เหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
ต้องหาวิธีโจมตีระยะไกลเพื่อปลิดชีพมัน!
ถ้าขืนลงไปสู้ประชิดตัวกับมัน ก็โง่เต็มทนแล้ว!
"ตูม!"
ปลาดำยักษ์หล่นตูมกลับลงไปในทะเลสาบจนน้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว ฝูงนกเพลิงที่กำลังพักผ่อนต่างตื่นตระหนกตกใจและพากันบินหนีตายจ้าละหวั่น ในขณะที่หลัวอวี่คิดว่าเนื้อนกของเขาคงหลุดมือไปแล้ว อาไต้ก็โผล่มาช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน
เขาเห็นอาไต้กระโจนพรวดออกมาจากพงหญ้า พุ่งตะครุบนกเพลิงที่กำลังบินหนีลนลานอย่างจัง!
"อาไต้ อย่า..."
ยังไม่ทันที่หลัวอวี่จะพูดจบ คอของนกเพลิงก็ถูกหักเสียแล้ว
"ฉันกะจะจับมันมาฝึกซะหน่อย..."
เมื่อเห็นอาไโต้วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาพลางกระดิกหางและคาบนกมาอวด หลัวอวี่ก็ยิ้มบางๆ ลูบหัวมันแล้วพูดว่า "ไปถอนขนออกให้หมดสิ เดี๋ยวฉันจะย่างให้กิน"
"โฮ่งๆ!"
อาไต้กระดิกหางด้วยความตื่นเต้น ระหว่างที่หนึ่งคนกับหนึ่งสุนัขกำลังเดินกลับ หลัวอวี่ผู้มีสายตาเฉียบแหลมก็สังเกตเห็นไข่นกสองฟองวางอยู่ไม่ไกลนัก!
เขารีบวิ่งเข้าไปดู ไข่ทั้งสองฟองนั้นมีขนาดใหญ่กว่าไข่ห่าน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็นไข่ของนกเพลิงอย่างแน่นอน
"ปลาสัตว์ประหลาดที่กระโดดขึ้นมานั่น ทำให้อาการตกใจจนแม่นกคลอดไข่ก่อนกำหนดหรือเปล่านะ?"
"นกดีจริงๆ!"
หลัวอวี่ยิ้มกริ่ม นกเพลิงของที่นี่ไม่ใช่นกฟลามิงโก้งุ่มง่ามเหมือนบนโลก พวกมันมีขนาดพอๆ กับนกยูงและจัดเป็นนกล่าเหยื่อชนิดหนึ่ง หากเลี้ยงดูพวกมันจนโต พวกมันก็จะสามารถช่วยต่อสู้ได้ แถมความสามารถในการสอดแนมก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
ที่สำคัญคือ เขาสามารถลองเสี่ยงดวงกับการติดคริติคอลได้ เกิดคริติคอลทำงานแล้วฟักออกมาเป็นลูกนกฟีนิกซ์ขึ้นมาล่ะ?
เขาแอบคิดอย่างมีความสุขพลางอุ้มไข่นกทั้งสองฟองกลับไปที่บ้าน
ครู่ต่อมา ฝนก็หยุดตก หลัวอวี่แทะน่องนกย่างไปพลาง พูดคุยหยอกล้อกับทุกคนไปพลาง
น่าเค่อเอ๋อร์: "เหมียว ฉันกับน้องสาวช่วยกันจับนกเพลิงมาได้ตัวนึงล่ะ! คืนนี้มีของกินแล้ว!"
หลัวอวี่: "ช่วยกันเหรอ? ที่นั่นมีสาวแมวสองคนงั้นสิ?"
น่าเค่อเอ๋อร์: "มะ...เหมียว! สองคนเหรอ? หลัวอวี่ นายเห็นพวกเราเป็นอะไรกันเนี่ย?"
หลัวอวี่: "ก็ต้องเป็นสาวแมวที่น่ารักน่ะสิ"
น่าเค่อเอ๋อร์: "ง่า...เหมียว... มันก็จริงนะ แต่รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ..."
ฟางอวี่เมิ่ง: "ฉันโชคดีล่ะ จับมาฝึกให้เชื่องได้ตัวนึง"
หลังจากข้อความนี้ ก็มีภาพของนกเพลิงที่ดูสง่างามสุดๆ ส่งตามมา
อลิซ: "โอ๊ะ? อวี่เมิ่งมีพรสวรรค์ด้านการฝึกสัตว์ด้วยเหรอ?"
ฟางอวี่เมิ่ง: "ใช่ค่ะ ฉันค่อนข้างสนิทกับสัตว์เล็กๆ น่ะ เลยได้รับระดับทักษะฝึกสัตว์เริ่มต้นมาที่เลเวล 3"
ทุกคน: "ว้าว! เธอสามารถลองปลดล็อกเทคโนโลยีนักฝึกสัตว์ได้เลยนะ! วันหลังเธอจะได้รับจ้างฝึกสัตว์ให้คนอื่นเพื่อหาเงินได้ด้วย!"
อาชีพสายผลิตและการดำรงชีวิตอย่างนักฝึกสัตว์และนักสมุนไพรนั้นมีความคล้ายคลึงกับทหารรับจ้าง คนอื่นสามารถจ่ายเงินจ้างคุณ และคุณก็สามารถออกจากฐานเพื่อไปช่วยพวกเขาได้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็เหมือนกับทหารรับจ้างนั่นเอง
ฟางอวี่เมิ่ง: "หลัวอวี่ แล้วนายได้อะไรบ้างไหม?"
หลัวอวี่: "ฉันเจอไข่นกสองฟองน่ะ"
ทุกคน: "ถ้าฟักไม่เป็นก็เอามากินคืนนี้ซะเลยสิ!"
หลัวอวี่ไม่รู้วิธีฟักไข่หรอก แต่โดยทั่วไปแล้วการฟักไข่ก็คล้ายๆ กัน ขอแค่รักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว
เขามองไปที่อาไต้ซึ่งกำลังแทะกรงเล็บนกอยู่อย่างเมามัน แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "อาไต้ งานนี้ฉันคงต้องพึ่งแกแล้วล่ะ!"
อาไต้: "โฮ่ง?"
คืนนั้น อาไต้นอนกกไข่นกใบเขื่องทั้งสองฟองอย่างระมัดระวัง และส่งเสียงครางหงิงๆ จนหลับไป
ตลอดสามวันต่อมา หลัวอวี่ยังคงขุดแร่ในถ้ำในช่วงกลางวัน พื้นที่สำหรับตัดหินมีก้อนหินกองพะเนินเทินทึก รอเพียงให้หลัวอวี่มาจัดการตัดพวกมัน
ในช่วงเย็น เขาจะออกไปเดินเตร่ในทุ่งหญ้าเพื่อหาเมล็ดพันธุ์หรือผลไม้ที่เพิ่งงอกใหม่ ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนเนื้อสัตว์ แต่พวกผักที่ไว้สำหรับเสริมวิตามินกลับยังคงหายากยิ่งนัก
นี่ไม่ใช่ปัญหาของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะทั้งในช่องแชตระดับภูมิภาคและช่องแชตโลกต่างก็กำลังถกเถียงกันเรื่องการขาดแคลนผัก กะหล่ำปลีธรรมดาๆ เพียงหัวเดียวถูกปั่นราคาขึ้นไปถึง 100 เหรียญเงินในโรงประมูลแล้ว
แน่นอนว่าบางเผ่าพันธุ์อาจมีความต้องการผักน้อยกว่า อย่างเช่น เผ่าสาวแมวที่กินเนื้อเป็นอาหารหลัก น่าเค่อเอ๋อร์จึงไม่ได้บ่นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
ส่วนกลุ่มสามสาวของฟางอวี่เมิ่งก็ไม่ได้บ่นอะไรเช่นกัน บางครั้งคนเราก็ต้องยอมรับว่ายอดคนดวงดีระดับ 'จักรพรรดิยุโรป' นั้นมีอยู่จริง เพราะในพื้นที่ฐานเอาชีวิตรอดของพวกเธอนั้นมีสวนแอปเปิลอยู่ด้วย ซึ่งพวกเธอก็เพิ่งจะค้นพบมันเมื่อไม่นานมานี้เอง
แอปเปิล ซึ่งเป็นราชาแห่งผลไม้นั้น มีวิตามินเพียงพอสำหรับการบำรุงร่างกาย และฟางอวี่เมิ่งกับคนอื่นๆ ก็สามารถฉวยโอกาสนี้นำไปขายในราคาสูงลิ่วเพื่อทำกำไรก้อนโตได้
หลัวอวี่ถอนหายใจ พลางสงสัยว่าทำไมพื้นที่ของเขาถึงเป็นป่าไผ่แทนที่จะเป็นป่าผลไม้ บางทีนี่อาจจะเป็นรสชาติของชีวิตล่ะมั้ง
แน่นอนว่า การที่เขาเคยกินผลจูหลงและโสมเข้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้ร่างกายของเขาอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงยังไม่มีปัญหาอะไรในระยะสั้น แต่เขาก็ต้องวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
พืชผลอย่างมะเขือเทศและเบอร์รีก็ยังอีกนานกว่าจะสุก หลัวอวี่ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังคิดหาวิธีแก้ปัญหาดีๆ ไม่ออก
การใช้การติดคริติคอลเพื่อเร่งให้พืชผลธรรมดาๆ สุกเร็วขึ้นนั้น ดูจะเป็นการสิ้นเปลืองมากเกินไปหน่อย