เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 924 วีลแชร์! ดาบราชันย์สุสาน

บทที่ 924 วีลแชร์! ดาบราชันย์สุสาน

บทที่ 924 วีลแชร์! ดาบราชันย์สุสาน


บทที่ 924 วีลแชร์! ดาบราชันย์สุสาน

ณ ชั้นใต้ดินที่เข้าถึงได้ด้วยโลงศพอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายเท่านั้น ไอพิษมรณะเบื้องหน้าผู้ตายคนแรกได้เปิดทางต้อนรับ

ไอพิษที่เพียงแค่สัมผัสก็ทำให้ถึงแก่ความตายได้มลายหายไปทางด้านหลัง

เผยให้เห็นแท่นบูชาสีดำทมิฬที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไลออน

เพียงแค่ได้เห็นรูปลักษณ์ของแท่นบูชานี้ ไลออนก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร เขาเคยเห็นสิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้มาก่อนในวงจรไร้จุดจบ

และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในวงจรไร้จุดจบ เขาก็จะได้พบกับมันเสมอ

นี่คือ... แท่นบูชาสำหรับทำพันธสัญญาพิเศษ 【ลูกน้องราชันย์สุสาน】 กับราชันย์สุสาน นีโต้!

ในวงจรไร้จุดจบ พันธสัญญานี้ถูกนำมาใช้ราวกับเป็นบทเรียนสำหรับมือใหม่ ไม่มีใครเลยที่จะไม่คุ้นเคยกับการคงอยู่ของมัน

ในวงจรไร้จุดจบ พันธสัญญาลูกน้องราชันย์สุสานถือเป็นสายที่พัฒนาได้อย่างสมดุลที่สุด มันทำให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาความสามารถได้อย่างรอบด้านในรอบนั้นๆ แม้จะไม่มีจุดเด่นที่เฉพาะเจาะจง แต่ความสมดุลในทุกๆ ด้านก็คือจุดเด่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัน

ไลออนเคยใช้คะแนนสะสมแลกพรคุ้มครองจากวงจรไร้จุดจบมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 【กระดูกแข็ง】 ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูก 【ต้านทานมรณะ】 ที่ช่วยเพิ่มพลังใจ หรือ 【กระดูกทะยาน】 ที่ช่วยเพิ่มพลังกระโดด ซึ่งพรคุ้มครองเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังต่อสู้ของเหล่านักผจญภัยอย่างไม่ควรมองข้าม

หากไม่ใช่เพราะขีดจำกัดทางร่างกายของแต่ละคนที่สามารถรองรับพลังจากพรคุ้มครองได้จำกัดล่ะก็ เขาคงอยากจะเหมาพรคุ้มครองทั้งหมดในร้านค้าวงจรไร้จุดจบมาให้หมดเลยทีเดียว

ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ผลรวมของการเสริมพลังจากพรคุ้มครองทั้งหมด คงจะไม่ด้อยไปกว่ามหาเกรทรูนหรือวิญญาณแห่งราชาเลยล่ะมั้ง

พูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็ไม่ได้เข้าไปลุยในวงจรไร้จุดจบมาพักใหญ่แล้วสิเนี่ย

ไลออนจ้องมองแท่นบูชาตรงหน้า พลางครุ่นคิดว่าตนควรจะก้าวเข้าไปสัมผัสมันเพื่อทำพันธสัญญาดีหรือไม่

พันธสัญญาปัจจุบันของเขาคือ 'นักรบแห่งสุริยะ' สาเหตุที่เขายังคงรักษาพันธสัญญาที่ไม่ได้ช่วยเสริมพลังความสามารถใดๆ ให้ตัวเองเลยมาจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเพราะพันธสัญญาของดรูล์คือ 【ผู้พิทักษ์องค์หญิง】 และพันธสัญญานักรบแห่งสุริยะของเขาก็สามารถสร้างคอมโบประสานกับผู้พิทักษ์องค์หญิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์เสริมพลังต่างๆ ได้

ถึงแม้ประสิทธิภาพของพันธสัญญาลูกน้องราชันย์สุสานจะยังไม่แน่ชัด แต่ในเมื่อสุสานยักษ์ทั้งแห่งนี้เป็นอาณาเขตของนีโต้ การกลายเป็นผู้ทำพันธสัญญากับอีกฝ่ายก็อาจจะมีประโยชน์ต่อการสำรวจด้วยก็ได้นี่นา?

เผลอๆ อาจจะได้ของดีอย่างดาบราชันย์สุสานที่ข้าชอบใช้เป็นประจำในวงจรไร้จุดจบมาด้วยก็ได้นะเนี่ย

ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าล้อเล่นน่ะ ของล้ำค่าแบบนั้นต่อให้เป็นในวงจรไร้จุดจบก็ยังเอาออกมาไม่ได้เลย จะมีใครที่ไหนใจดีแถมให้แค่เพราะทำพันธสัญญาเล่า

ด้วยความคิดเช่นนั้น ไลออนจึงยื่นมือออกไปสัมผัสแท่นบูชา

【ต้องการทำพันธสัญญา "ลูกน้องราชันย์สุสาน" หรือไม่】

ไลออนเงยหน้าขึ้นแอบมองนีโต้อย่างระแวดระวัง อีกฝ่ายยังคงนอนนิ่งไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับคนตายจริงๆ

นี่... ถ้าข้าทำพันธสัญญาเสร็จแล้ว เขาจะลุกขึ้นมาลูบหัวข้าแล้วบอกว่าทำได้ดีมากหรือเปล่านะ? ความคิดนี้มันชักจะเหลวไหลเกินไปแล้ว

"ตกลง"

ทันใดนั้น สายลมเย็นยะเยือกก็พัดวนรอบแท่นบูชา ปัดเป่าฝุ่นผงที่เกาะกรังจนหลุดลอกออกไป เผยให้เห็นสภาพที่ดูใหม่เอี่ยมอ่องในพริบตา

ไลออนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่ามีไอพิษมรณะสีดำทมิฬลอยโขมงขึ้นมาจากแท่นบูชา ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว ไอพิษเหล่านั้นก็หมุนวนอย่างรวดเร็วและกลืนกินร่างของเขาเข้าไปจนมิด

จบเห่แล้ว! ต้องตายแน่ๆ! ทำไมนีโต้ถึงได้พลิกลิ้นกันดื้อๆ แบบนี้ล่ะเนี่ย!

ท่ามกลางความตื่นตระหนก เขามองเห็นเพียงเงาดำทะมึนที่มีความกว้างพอๆ กับส่วนสูงของดรูล์ แต่มีความยาวมากกว่าดรูล์หลายเท่า พุ่งตรงดิ่งลงมาหาตนเอง

เขายกมือขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ ทว่าน้ำหนักของเงาดำนั้นกลับหนักอึ้งเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก ด้วยความตกใจและสับสน เขาจึงถูกกระแทกจนล้มลงไปกองกับพื้น ปล่อยให้เงาดำทาบทับลงบนร่างราวกับเป็นผ้าห่ม

เดี๋ยวนะ ทำไมสัมผัสของไอ้เจ้านี่มันถึงคุ้นๆ พิกล

แล้วก็... ทำไมข้าถึงยังไม่ตายล่ะ ทั้งๆ ที่โดนไอพิษมรณะเข้าไปเต็มๆ เลยนะ?

ตอนนั้นเองเขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ไอพิษอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นได้สลายหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เหลือเพียงตัวเขาที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น

ราชันย์สุสาน นีโต้ ยังคงนอนนิ่งเป็นศพอยู่เหมือนเดิม มีเพียงฝูงโครงกระดูกตัวน้อยที่เคยกราบไหว้เขาที่วิ่งกรูเข้ามาหาไลออน พวกมันปีนป่ายขึ้นมาบนตัวเขา ดึงตรงนู้นทีทึ้งตรงนี้ที บางตัวถึงกับเริ่มต่อตัวกันเป็นหอคอย ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้มองว่าเขาเป็นคนแปลกหน้าเลยสักนิด

ถ้าไม่ติดว่าพวกมันมีแต่โครงกระดูกล่ะก็ ท่าทางของพวกมันก็ดูเหมือนพวกเนอร์เกิลที่กำลังเริงร่าไม่มีผิด

ไลออนเบิกตากว้าง อะไรกันเนี่ย หลังจากทำพันธสัญญาเสร็จ ค่าความประทับใจของพวกโครงกระดูกตัวจิ๋วก็เต็มหลอดเลยงั้นเหรอ?

ถ้าเป็นแบบนี้ มอนสเตอร์โครงกระดูกตัวอื่นๆ ข้างนอกนั่นจะมองว่าข้าเป็นพวกเดียวกันด้วยไหมนะ?

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้นี้อย่างลึกซึ้ง ความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดไปยังสิ่งที่กดทับอยู่บนร่างเสียก่อน

เมื่อมองเห็นชัดเจนว่ามันคืออะไร ไลออนก็ถึงกับตาค้าง

ถ้าจะบอกว่ามันคือดาบ มันก็ดูใหญ่เกินไปหน่อย... ไม่สิ ใช้คำนี้ตรงนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่

แต่สิ่งที่ทับอยู่บนร่างของเขาก็คือดาบยักษ์ที่คนธรรมดายากจะกวัดแกว่งได้จริงๆ แถมยังเป็นอาวุธที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียด้วย 【ดาบราชันย์สุสาน】

【ดาบยักษ์ที่สร้างขึ้นจากกระดูกของผู้ตาย มีเพียงลูกน้องของ "ราชันย์สุสาน นีโต้" ผู้เป็นศพแรกเริ่มเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้】

【ไอพิษมรณะอันหนาแน่นที่แฝงอยู่บนตัวดาบ คือพิษร้ายแรงที่พรากชีวิตของทุกสรรพสิ่ง】

【วิชาต่อสู้: เพลงดาบไอพิษ】

【ชูดาบราชันย์สุสานขึ้นสูงแล้วฟาดฟันคลื่นดาบอันแหลมคมออกไปเบื้องหน้า คลื่นดาบที่ก่อตัวขึ้นจากไอพิษมรณะจะกัดกินชีวิตของสิ่งที่มันสัมผัสโดน】

เพลงดาบสุญญากาศที่เพิ่มเอฟเฟกต์ไอพิษมรณะเข้าไป เป็นรูปแบบวิชาต่อสู้ที่เข้าใจง่ายสุดๆ

ไลออนจำได้แม่นว่าวิชาต่อสู้ของดาบราชันย์สุสานคือระบำดาบราชันย์สุสานไม่ใช่เหรอ ช่างเถอะ อย่าไปใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิมพวกนี้เลยดีกว่า

การได้ครอบครองอาวุธสุดแกร่งอย่างดาบราชันย์สุสาน แค่นี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับเขาแล้ว!

สิ่งที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้คือดาบราชันย์สุสานของแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ สัมผัสของมันหนักอึ้งยิ่งกว่าดาบราชันย์สุสานที่เขาเคยใช้ในวงจรไร้จุดจบเสียอีก แต่ด้วยพละกำลังของเขา การยกมันด้วยมือเดียวนั้นก็พอดีเป๊ะ หากจับสองมือก็จะสามารถกวัดแกว่งฟาดฟันได้อย่างคล่องแคล่วและสะใจยิ่งขึ้น

ถ้าเปลี่ยนเป็นมารูล่ะก็ ต่อให้ใช้สองมือก็คงยกไม่ขึ้นแน่ๆ

สายตาที่ไลออนใช้มองราชันย์สุสาน นีโต้ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแทบจะมองอีกฝ่ายเป็นเหมือนขุมทรัพย์เคลื่อนที่ ราชันย์สุสาน นีโต้ นี่แหละคือคลังสมบัติของราชาตัวจริง!

เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกก็มอบของขวัญชิ้นใหญ่อย่างดาบราชันย์สุสานให้เลย ช่างใจป้ำอะไรเยี่ยงนี้ แบบนี้จะให้พูดอะไรได้อีกล่ะ ข้าไม่อยากจะปราบท่านแล้วสิเนี่ย ฮ่าฮ่า

เดี๋ยวก่อน การปราบราชันย์สุสาน นีโต้!

ไลออนสะดุ้งสุดตัวเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเป้าหมายในการมาเยือนที่นี่ เขายังไม่ได้ปราบราชันย์สุสานเลย แต่กลับกลายเป็นลูกน้องของอีกฝ่ายไปซะแล้ว จะมีอะไรที่ตลกร้ายไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย

"หรือว่า จะลงมือที่นี่เลย..."

ถ้าเขาลงมือโจมตีราชันย์สุสาน นีโต้ ที่นี่ อีกฝ่ายจะลุกขึ้นมาสู้กับเขาไหมนะ?

แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง ไอพิษมรณะที่ลอยวนอยู่รอบตัวราชันย์สุสาน นีโต้ ได้ก่อตัวเป็นม่านพลังบางๆ ปฏิเสธการรบกวนใดๆ จากภายนอก

ดูเหมือนว่าราชันย์สุสาน นีโต้ จะแค่อยากนอนหลับพักผ่อนอย่างสงบเท่านั้น

ไม่ต้องลองก็รู้แล้วว่า การโจมตีของเขาคงไม่สามารถทะลวงผ่านไปถึงร่างของราชันย์สุสาน นีโต้ ได้แน่ๆ และก็คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลุกให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาที่นี่

"ลูกพี่ ลูกพี่ ลูกพี่! ตอบด้วยสิลูกพี่!"

เสียงร้อนรนของมารูดังมาจากอุปกรณ์สื่อสารไม่ขาดสาย ไลออนหยิบมันขึ้นมาแล้วตอบกลับไปว่า "ตอนนี้ข้าปลอดภัยดี แต่ว่าเกิดเรื่องขึ้นเยอะแยะเลยล่ะ เดี๋ยวขึ้นไปแล้วข้าจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะ"

"ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะไม่ได้กลับขึ้นมาซะแล้ว"

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ในพื้นที่ใต้ดินแห่งนี้มีเพียงราชันย์สุสาน นีโต้ เท่านั้นที่เป็นบุคคลสำคัญระดับบิ๊กเบิ้ม นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีองค์ประกอบใดๆ ที่น่าสำรวจอีกเลย

ตอนที่สัมผัสแท่นบูชาเมื่อครู่นี้ เขาได้รู้แล้วว่าควรจะเลื่อนระดับพันธสัญญาของตนเองอย่างไร นั่นก็คือการนำไอเทมพันธสัญญา "เนตรผู้ตาย" มาถวายเพื่อเลื่อนระดับพันธสัญญานั่นเอง

ส่วนเรื่องที่ว่าจะหาเนตรผู้ตายมาได้อย่างไรนั้น ที่แท่นบูชาก็ไม่ได้บอกไว้เสียด้วย

เอาเป็นว่า ไอเทมพันธสัญญาทั้งหมดที่ผ่านมาล้วนหามาได้จากการบุกรุกทั้งสิ้น งั้นหลังจากนี้ไลออนก็มีข้ออ้างที่ชอบธรรมในการบุกรุกคนอื่นแล้วสิเนี่ย

"กลับกันก่อนดีกว่า"

เขาตั้งใจจะกลับไปเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ให้พรรคพวกฟัง จึงเอื้อมมือไปหยิบดาบราชันย์สุสานบนพื้น สองมือสัมผัสเข้าที่ด้ามจับ

หัวกะโหลกสีขาวซีดที่ประกอบกันเป็นตัวดาบ จู่ๆ ก็อ้าปากกว้าง กรีดร้องออกมาโดยไร้เสียง

ไลออนถูกคลื่นพลังจิตโจมตีเข้าอย่างจัง ภาพฉากที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาทันที

สิ่งที่เขาเห็น คือเรื่องราวชีวิตอันเป็นตำนานของราชันย์สุสาน นีโต้

ในยุคมังกรโบราณที่ทุกสิ่งยังคงเป็นความโกลาหลไร้ซึ่งความเป็นและความตาย ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอมตะ เมื่อเปลวเพลิงแรกเริ่มถูกจุดขึ้น นีโต้ผู้โชคดีได้กลายเป็นผู้ตายคนแรกก็ได้รับวิญญาณแห่งราชาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย

เขาเป็นผู้นำพาความเป็นและความตายมาสู่โลกใบนี้เป็นครั้งแรก

ภายใต้แสงสว่างจากเปลวเพลิงแรกเริ่ม นีโต้ในร่างโครงกระดูกได้ประคองวิญญาณแห่งราชาที่กำลังลุกโชนขึ้นมา ผ้าคลุมที่ทอขึ้นจากไอพิษมรณะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนร่างอันใหญ่โตของเขา

เขาเดินทางไปทั่วทุกสารทิศ สร้างบริวาร ก่อสร้างหอคอยสูงและสุสาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องความตายให้ขยายออกไปในวงกว้าง

ทุกย่างก้าวของนีโต้ ฉากรอบข้างก็เปลี่ยนผันไปเรื่อยๆ บางครั้งก็เป็นอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ บางครั้งก็เป็นป่าสีเทาหม่น หรือไม่ก็เป็นท้องฟ้าที่มีมังกรโบราณบินวนเวียนอยู่... และเบื้องหลังของเขาก็มีเหล่าสาวกแห่งความตายกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่หมอบกราบอยู่แทบเท้า

เขาปลดปล่อยไอพิษที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย ทำลายความเป็นอมตะของมังกรโบราณทั้งหมด ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ต้องพบกับจุดจบที่เรียกว่าความตาย เมื่อถูกหอกอัสนีของราชาใหญ่กวินโจมตีจนร่วงหล่นลงมา

ดังที่ภาพในนิมิตได้แสดงให้เห็น นีโต้อ้าแขนกว้าง ไอพิษสีดำอันเข้มข้นได้พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่ฝูงมังกรโบราณที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีกองทัพพันธมิตรของเหล่าราชา

ราชาใหญ่กวินใช้หอกแสงอาทิตย์ทะลวงเกล็ดของมังกรโบราณอมตะ สายฟ้าอันร้อนระอุทะลุผ่านร่างของพวกมัน มังกรโบราณร้องโหยหวนขณะร่วงหล่นสู่พื้นดิน และในครั้งนี้ สิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะเหล่านี้ก็ไม่เคยลุกขึ้นมาได้อีกเลย

หากปราศจากแนวคิดเรื่องความตาย โลกทั้งใบก็คงจะถูกปกครองโดยสิ่งมีชีวิตอมตะอย่างมังกรโบราณ และยุคแห่งไฟก็คงจะไม่มีวันมาถึง

และเมื่อสงครามมังกรโบราณสิ้นสุดลง

นีโต้ ผู้ซึ่งการดำรงอยู่ของเขาเปรียบเสมือนความตาย ก็ได้จมดิ่งลงสู่การหลับใหลอันยาวนาน โลกนี้ไม่มีเรื่องใดที่เขาจำเป็นต้องใส่ใจอีกต่อไป

นับแต่นั้นมา สุสานยักษ์ก็รักษาความสงบสุขมาอย่างยาวนาน

จนกระทั่งเหล่าวีรบุรุษที่ออกตามหาวิญญาณแห่งราชาได้เดินทางมาถึง ปลุกความสงบสุขและฝุ่นผงของที่นี่ให้ปลิวว่อนขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนที่ภาพลวงตาตรงหน้าจะสลายหายไป ไลออนได้เห็นร่างอันคุ้นเคยยืนอยู่เบื้องหน้าราชันย์สุสาน นีโต้

ร่างนั้นคือ "อันเดดไร้นาม" ที่เคยปรากฏตัวในภาพฉายเพียงไม่กี่ครั้ง

หน้าผากของไลออนราวกับถูกดีดอย่างแรง เขารู้สึกตัวหลุดออกจากภาพลวงตาตรงหน้าทันที ร่างของเขาทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นและถูกดาบราชันย์สุสานในมือกดทับไว้อีกครั้ง

คราวนี้เขาไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นมา แต่สายตากลับเริ่มเลื่อนลอย ปากก็พร่ำเพ้อท่องชื่อของนีโต้ไม่หยุด สภาพของเขาดูเหมือนสาวกผู้ภักดีของราชันย์สุสานไม่มีผิด

พวกโครงกระดูกตัวจิ๋วเดินวนเวียนรอบตัวเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น นานๆ ทีก็จะยื่นมือมาจิ้มคนที่ดูเหมือนคนสติหลุดคนนี้สักที

จนกระทั่งโครงกระดูกตัวจิ๋วอีกกลุ่มที่กำลังเล่นต่อตัวกันอยู่ข้างๆ ทรงตัวไม่อยู่ล้มครืนลงมาทับตัวเขา การกระตุ้นจากแรงภายนอกอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ไลออนสะดุ้งเฮือกและได้สติกลับคืนมา

"เมื่อกี้ข้าเป็นอะไรไปเนี่ย..."

เขารีบตบหน้าตัวเองแรงๆ ไม่กล้านึกย้อนกลับไปถึงภาพลวงตาที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่อีกเลย

ไม่ใช่เพราะเขาหวาดกลัวราชันย์สุสาน นีโต้ หรอกนะ แต่เป็นเพราะภาพที่ปรากฏในนิมิตนั้น ในสายตาของเขามันมีพลังในการโน้มน้าวใจอย่างรุนแรง

แค่ดูก็จบก็แทบจะอดใจไม่ไหวอยากจะหมอบกราบแทบเท้าของราชันย์สุสาน นีโต้ เพื่อขอเป็นสาวกผู้ภักดีของอีกฝ่ายเลยล่ะ!

แม้เขาจะยังสงสัยอยู่ว่านีโต้ต้องการคนรับใช้แบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า แต่สัญชาตญาณก็บอกเขาว่า พวกคนท้องถิ่นในสคาเมลอนที่ชอบเปลี่ยนเทพที่นับถือไปเรื่อยเปื่อยพวกนั้น ถ้าได้ดูภาพลวงตานี้จบ คงจะยกให้ราชันย์สุสาน นีโต้ กลายเป็นเทพองค์ใหม่ที่พวกเขาศรัทธาอย่างแน่นอน!

ผู้มอบแนวคิดเรื่องความตายให้กับโลกใบนี้ คำอธิบายนี้ฟังดูลึกลับและยิ่งใหญ่กว่าเทพแห่งความตาย ไดโดะ ผู้ปกครองยมโลกที่ผู้คนนับถือกันอยู่ในปัจจุบันซะอีก

ถ้าเรื่องของราชันย์สุสาน นีโต้ แพร่งพรายออกไป จะต้องมีคริสตจักรที่นับถือเทพแห่งความตายจำนวนไม่น้อยที่หันมาหมอบกราบและสถาปนานีโต้ขึ้นเป็นเทพแห่งความตายองค์ใหม่ เหมือนกับกรณีของคริสตจักรประกายดาว ที่ตอนนี้เทพแห่งไฟองค์เดิมแทบจะไม่มีใครเหลียวแลแล้ว!

เดี๋ยวก่อนนะ ในกองกำลังกบฏเหมือนจะมีคริสตจักรที่นับถือเทพแห่งความตายอยู่จริงๆ ด้วย แถมในเมืองไฮปาก็มีอยู่ไม่น้อยเลย

ไลออนที่ตั้งสติได้แล้ว ลูบคลำใบดาบที่ขรุขระของดาบราชันย์สุสานพลางตกอยู่ในห้วงความคิด

รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้ตัวเองกำลังกำกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไว้ในมือเลยแฮะ

ไลออนไม่มัวเสียเวลาอีกต่อไป เขาแบกดาบราชันย์สุสานแล้วกลับไปนอนในโลงศพตามเดิม

โลงศพปิดฝาลงอัตโนมัติด้วยพลังลึกลับบางอย่าง เพียงไม่นานเขาก็ถูกดึงกลับมายังห้องของนักพรตศพสามคน ได้พบกับบรรดาพรรคพวกที่กำลังรอให้เขากลับมาไขข้อข้องใจให้

"ข้างล่างนั่นคือราชันย์สุสาน นีโต้ ตอนนี้ข้ากลายเป็นลูกน้องของราชันย์สุสานไปแล้วล่ะ"

คำพูดที่ไลออนสรุปข้อมูลทั้งหมดแล้วถ่ายทอดให้ทุกคนฟัง ทำเอาทุกคนอึ้งกิมกี่ไปนานเป็นนาทีเลยทีเดียว

"เมื่อกี้ เจ้าว่าอะไรนะ?" มารูและคนอื่นๆ พร้อมใจกันทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

อะไรคือการที่ตรงนี้สามารถลงไปหาราชันย์สุสาน นีโต้ ได้โดยตรง แล้วอะไรคือการที่ตอนนี้เจ้ากลายเป็นลูกน้องของราชันย์สุสานไปแล้ว?

เมื่อเห็นสีหน้างุนงงและสับสนของทุกคน ไลออนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา นี่แหละคือสีหน้าที่เขาอยากเห็นล่ะ!

จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างล่างให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเข้าใจแจ่มแจ้ง และสุดท้ายก็กลายเป็นความตื่นเต้นจนแทบจะรอไม่ไหว

"โอกาสที่จะได้ดาบราชันย์สุสานมาฟรีๆ อยู่ตรงหน้านี้แล้ว!"

ไลออนยืนยิ้มแป้นมองทุกคนแย่งกันมุดเข้าไปในโลงศพเพื่อลงไปหานีโต้และรับดาบราชันย์สุสาน ในใจรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกในฐานะผู้ค้นพบคนแรก

ในขณะเดียวกัน เขาก็กำลังคิดว่าจะเอาข่าวเรื่องราชันย์สุสานไปบอกคนที่อยู่ข้างนอกยังไงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ควรจะบอกพวกนักเวทแห่งความตายที่นับถือเทพแห่งความตายด้วยดีไหม

วันรุ่งขึ้น ข่าวเรื่องของที่นี่ก็ไปถึงหูของสมาคมผู้เน่าเปื่อยเป็นที่เรียบร้อย

จบบทที่ บทที่ 924 วีลแชร์! ดาบราชันย์สุสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว