- หน้าแรก
- จุดชนวนเอ็นบีเอ ทะลุมิติคว้าชัยด้วยระบบอัปเกรดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 420 - ทีมชาติจีนปะทะทีมชาติสหรัฐอเมริกา
บทที่ 420 - ทีมชาติจีนปะทะทีมชาติสหรัฐอเมริกา
บทที่ 420 - ทีมชาติจีนปะทะทีมชาติสหรัฐอเมริกา
บทที่ 420 - ทีมชาติจีนปะทะทีมชาติสหรัฐอเมริกา
ทางฝั่งทีมชาติสหรัฐอเมริกา คนที่มารับหน้าที่ประกบหวังเฟิงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พอล จอร์จ คู่ปรับเก่าของเรานั่นเอง ในบรรดาทีมชาติสหรัฐฯ ชุดนี้ นอกเหนือจากกรีนแล้ว ฝีมือการเล่นเกมรับวงนอกของจอร์จถือว่าเด็ดขาดที่สุดแล้ว
ก่อนที่กรีนจะถูกส่งลงสนาม หน้าที่ในการจัดการกับหวังเฟิงก็ต้องตกเป็นของจอร์จเพียงคนเดียว
ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีมเดินลงสู่สนาม โจวฉีจะเป็นคนกระโดดแย่งบอลเปิดเกมกับ 'คิ้วดก' แอนโทนี เดวิส
ถึงแม้ฝีมือของทั้งคู่จะห่างชั้นกันลิบลับ แต่ถ้าพูดถึงพรสวรรค์ทางด้านร่างกาย โจวฉีก็พอจะเอาไปขิงได้อยู่บ้าง
ความสูง 217 เซนติเมตรของโจวฉี ช่วยให้เขาได้เปรียบเดวิสที่สูง 208 เซนติเมตร ในจังหวะกระโดดแย่งบอล เขาจึงปัดลูกมาให้ทีมชาติจีนได้สำเร็จ
กัวอ้ายหลุนรับลูกแล้วรีบเลี้ยงบอลพาขึ้นแดนหน้าทันที เขายังไม่ทันจะไปยืนประจำตำแหน่งที่วงนอก ก็ชิงจังหวะส่งบอลให้หวังเฟิงไปก่อนแล้ว
หวังเฟิงไปยืนประจำการอยู่ที่มุมเฉียง 45 องศาฝั่งขวา เขากวาดสายตามองไปรอบสนามเพียงแวบเดียว ก็อ่านสถานการณ์ออกทะลุปรุโปร่ง
"ดูเหมือนว่าแผนของอเมริกา คือการปิดตายผู้เล่นคนอื่นๆ ของเรา แล้วใช้แทคติกประกบตัวต่อตัวกับฉัน เพื่อสกัดการทำแต้มสินะ?"
เห็นได้ชัดเลยว่า ทีมชาติอเมริกาทำการบ้านมาดีมาก พวกเขาคงดูเทปการแข่งขันนัดก่อนๆ ของทีมชาติจีนมาอย่างละเอียด
ในฐานะทีมชาติบาสเกตบอลอันดับหนึ่งของโลก อเมริกาไม่ได้มีดีแค่ตัวผู้เล่นที่เก่งกาจเท่านั้น แต่พวกเขายังมีทีมงานโค้ชระดับมืออาชีพที่สุดในโลกด้วย ถ้าจำเป็น พวกเขาสามารถส่งนักวิเคราะห์วิดีโอถึง 5 คน มานั่งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของผู้เล่นตัวจริงทั้ง 5 คนของคู่แข่งได้พร้อมกันเลยทีเดียว
ในโอลิมปิกครั้งนี้ พัฒนาการแบบก้าวกระโดดของทีมชาติจีน ย่อมไม่พ้นสายตาอันเฉียบแหลมของทีมงานโค้ชอเมริกาแน่นอน
พวกเขาอาจจะงงว่า ทำไมทีมที่เคยมีดีแค่ในเอเชีย แต่พอไประดับโลกก็กลายเป็นแค่ไม้ประดับ จู่ๆ ถึงได้เก่งขึ้นมาพร้อมกันทั้งทีมแบบนี้
แต่จากเกมที่ผ่านๆ มา พวกเขาก็สรุปได้ข้อหนึ่ง
นั่นคือ ห้ามใช้แผนรุมประกบหวังเฟิงเด็ดขาด เพราะนั่นจะเป็นการเปิดช่องว่างให้ผู้เล่นจีนคนอื่น
หวังเฟิงมีวิธีเจาะทะลวงการรุมประกบ แล้วจ่ายบอลให้เพื่อนที่ว่างอยู่เสมอ แถมเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของเพื่อนร่วมทีมพวกนั้นก็สูงจนน่าตกใจ!
คนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งหัวหน้าโค้ชของอเมริกา ก็คือ เกร็กก์ โพโพวิช ยอดโค้ชระดับตำนานของ NBA ด้วยความเก๋าเกมระดับนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าต้องรับมือกับคู่แข่งแบบนี้ยังไง
ถ้าหวังเฟิงสามารถทำแต้มจากการโดนจอร์จหรือกรีนประกบติดได้ ก็ปล่อยให้เขาทำไป แต่ถ้าเขาคิดจะใช้ความสามารถของตัวเองดึงตัวประกบ เพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมบุกทำแต้มล่ะก็ ฝันไปเถอะ!
……
"คิดมาดีนี่..."
หวังเฟิงชำเลืองมองโพโพวิชที่นั่งนิ่งอยู่ข้างสนาม แล้วก็เหยียดยิ้มมุมปาก
"ถ้าอยากได้แบบนั้น ฉันก็จะจัดให้ตามคำขอ"
จอร์จที่เพ่งสมาธิจับจ้องหวังเฟิงอยู่ตลอดเวลา จู่ๆ รูม่านตาก็หดวูบ
"มาแล้ว!"
ในสายตาของเขา หวังเฟิงหยุดจังหวะการเลี้ยงบอลไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเร็วจะพุ่งกระฉูดขึ้นในพริบตา พุ่งทะยานทะลวงออกไปทางฝั่งขวาอย่างรวดเร็ว!
เพื่อป้องกันไม่ให้หวังเฟิงส่องสามแต้มดื้อๆ จอร์จจึงยืนประกบแบบประชิดตัว ต่อให้เขาจะรีบขยับเท้าสไลด์ไปขวางหวังเฟิงในเสี้ยววินาทีแรก แต่มันก็ช้าไปแล้ว
เหรียญตรา 'ปรมาจารย์ก้าวแรก' ทำงานทันที ความเร็วของหวังเฟิงพุ่งปรี๊ดดั่งสายฟ้าฟาด แค่ก้าวเดียวก็สลัดจอร์จหลุด แล้วพุ่งตรงดิ่งเข้าหาห่วงของอเมริกาทันที
แอนโทนี เดวิส ที่คุมเชิงอยู่ใต้แป้น เห็นแบบนั้นก็รีบทิ้งโจวฉีที่ประกบอยู่ แล้วพุ่งเข้ามาซ้อนทันที
ถึงแม้อเมริกาจะตั้งใจใช้แทคติกประกบหวังเฟิงแบบตัวต่อตัว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้จอร์จรับมืออยู่คนเดียวจริงๆ พอเห็นจังหวะที่หวังเฟิงทะลวงเข้าหาห่วงแบบนี้ การเข้ามาซ้อนตามสัญชาตญาณของผู้เล่นวงในก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเดวิสที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว หวังเฟิงไม่ได้เลือกที่จะฝืนกระโดดขึ้นไปปะทะตรงๆ แต่เขาเบรกตัวโก่งกะทันหัน แล้วก็กระโดดชู้ตทันที
จุดที่หวังเฟิงปล่อยบอล อยู่ห่างจากเส้นโยนโทษเข้ามาแค่ก้าวเดียว ตอนที่หวังเฟิงปล่อยลูกบาสออกจากมือ เดวิสก็เพิ่งจะกระโดดเข้ามาใกล้ แต่ก็ช้าไปแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น หวังเฟิงกะระยะได้เป๊ะสุดๆ!
"สวบ!"
ลูกบาสพุ่งทะลุห่วงอย่างสวยงาม
2:0
ค่าการชู้ตระยะกลางของหวังเฟิงในตอนนี้ เต็มแม็กซ์ที่ 99 ความแม่นยำก็ไม่ต่างอะไรกับสามแต้มเลย ยิ่งไปกว่านั้น ค่าการเลี้ยงบอลแล้วชู้ตของเขาก็แตะระดับ 99 ไปแล้วเหมือนกัน เมื่อสองสกิลนี้มารวมกัน ต่อให้คู่แข่งจะประกบติดแค่ไหน ความแม่นยำของเขาก็ยังคงน่ากลัวอยู่ดี!
สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายบุก
โพโพวิชที่อยู่ข้างสนามถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"จัดแผนมาแบบนี้เลยเหรอ..."
ทางฝั่งทีมชาติจีน ไม่ได้ใช้การป้องกันแบบโซนอย่างที่นิยมกันในลีกระดับนานาชาติ แต่กลับใช้วิธีประกบแบบตัวต่อตัวแทน จะมียกเว้นก็แค่หวังเฟิงคนเดียว ในฐานะสมอลฟอร์เวิร์ด เขาไม่ได้ไปประกบผู้เล่นวงนอก แต่กลับยืนปักหลักอยู่ใต้แป้นเพียงคนเดียว ขนาดอาเหลียนกับโจวฉียังต้องถอยไปป้องกันวงนอกเลย
ใครๆ ก็ดูออกว่า ทีมชาติจีนตั้งใจให้หวังเฟิงเป็นปราการด่านสุดท้าย เพื่อทำหน้าที่เซ็นเตอร์สายใช้แรงงาน
ความสูง 201 เซนติเมตร อาจจะดูไม่สูงมากนักสำหรับการยืนใต้แป้น แต่เมื่อแฟนบาสชาวจีนเห็นหวังเฟิงยืนหยัดตระหง่านอย่างห้าวหาญอยู่ใต้แป้น หัวใจของพวกเขาก็ถูกเติมเต็ม
ภาพนั้นทำให้พวกเขาหวนนึกถึงผู้ชายร่างยักษ์หมายเลข 13 ที่เป็นความทรงจำวัยเยาว์ของใครหลายๆ คน
"หวังเฟิงยืนตระหง่านอยู่ใต้แป้นเพียงลำพัง ดั่งนักรบขี่ม้าถือดาบขวางทางศัตรู!"
ในสตูดิโอของ CCTV นักพากย์อวี๋อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม "บารมีของชายผู้เป็นเบอร์หนึ่งของบาสเกตบอลเอเชีย เบอร์หนึ่งของ NBA และอาจจะเป็นเบอร์หนึ่งของโลก!"
กลับมาที่สนาม หลังจากหยุดชะงักไปไม่กี่วินาที ผู้เล่นสหรัฐอเมริกาก็สบตากันอย่างรู้ใจ
พวกเขาอ่านแผนการป้องกันของทีมชาติจีนออกหมดแล้ว
ผู้เล่นอีก 4 คนที่มีทักษะการป้องกันด้อยกว่า จะรับหน้าที่ประกบผู้เล่นวงนอก เพื่อไม่ให้มีโอกาสส่องสามแต้มโล่งๆ แต่ถ้าโดนทะลวงผ่านไปได้ ก็ปล่อยให้หวังเฟิงจัดการต่อ!
ไม่มีใครสงสัยในความสามารถของหวังเฟิงเลยว่าเขาจะทำหน้าที่นี้ได้หรือเปล่า
แต่ถึงยังไง คนเราก็มีขีดจำกัด ต่อให้หวังเฟิงจะเก่งทะลุฟ้าแค่ไหน เขาก็มีจุดอ่อนที่แก้ไม่หายนั่นก็คือเรื่องส่วนสูง!
ด้วยความสูงแค่ 201 เซนติเมตร ต่อให้ฝีมือจะเทพแค่ไหน ทักษะการป้องกันใต้แป้นก็ยังคงมีช่องโหว่อยู่ดี
ลิลลาร์ดไม่รอช้า รีบโยนบอลไปให้ 'คิ้วดก' แอนโทนี เดวิส ที่ไปยืนประจำตำแหน่งอยู่ใต้แป้นแล้วทันที
เดวิสรับบอลแล้วหันหลังพิงหวังเฟิง พร้อมกับแอบสบถในใจ
คิดว่าตัวเองเก่งทำได้ทุกอย่างหรือไง?
เดวิสออกแรงเบียดหวังเฟิงไปสองที แต่หวังเฟิงมีค่าพละกำลังถึง 88 ซึ่งพอฟัดพอเหวี่ยงกับเดวิสเลย การเบียดเลยไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่
แต่เดวิสก็กะไว้แล้ว เขาอาศัยจังหวะนั้นหมุนตัว พลิกเข้าไปใต้แป้นในก้าวเดียว สองมือคว้าลูกบาสเตรียมจะยัดเยียดดังก์แบบถอนรากถอนโคน!
แต่ในจังหวะนั้นเอง หวังเฟิงก็พุ่งทะยานมาจากด้านข้าง กระโดดขึ้นสุดตัว ร่างของเขาปะทะกับเดวิสอย่างจัง เดวิสรู้สึกเหมือนโดนแรงกระแทกมหาศาลชนเข้าอย่างจัง จนเสียหลักล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพร้อมกับลูกบาส!
"ปี๊ด——!"
เสียงนกหวีดดังขึ้นทันที หวังเฟิงทำฟาวล์ป้องกัน
แต่หวังเฟิงที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านอะไร เขาจ้องมองเดวิสจากมุมสูงด้วยสายตาเย็นชา
"คิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ? หึ ถ้ามีปัญญาก็เข้ามาอีกสิ ฉันพร้อมเสมอ!"
หวังเฟิงรู้ดีว่า ในแมตช์นี้เขาต้องทุ่มสุดตัว ถึงจะมีโอกาสชนะขึ้นมานิดนึง แทนที่จะมัวแต่กังวลหรือกลัวนู่นกลัวนี่ สู้ลุยแหลกไปเลยดีกว่า!
การทำฟาวล์ครั้งนี้ ก็เหมือนเป็นการส่งสารท้าดวลให้ผู้เล่นอเมริกาได้รับรู้ ว่าเขาเอาจริงแค่ไหน
หวังเฟิงทำฟาวล์แรงมาก เดวิสล้มจนหน้ามืด พอพยุงตัวลุกขึ้นมายิงลูกโทษ ก็ดันยิงพลาดทั้ง 2 ลูกซะงั้น
อาเหลียนคว้าทะยานเก็บรีบาวด์มาได้ แล้วส่งบอลให้หวังเฟิงทันที หวังเฟิงพาบอลพุ่งไปแดนหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่มีการชะงักเลยแม้แต่น้อย เขาเลี้ยงเปลี่ยนทิศทางแล้วทะลวงเข้าในทันที
ครั้งนี้จอร์จพยายามจะตามให้ทัน เขาประกบติดหวังเฟิงไปจนถึงใต้แป้น แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่เป็นรอง ทำให้เขาขวางหวังเฟิงไม่อยู่
หวังเฟิงเบียดจอร์จแบบไม่สนโลก กระโดดขึ้นดังก์แขนเดียวทำแต้มไปได้ แถมยังเรียกฟาวล์จากจอร์จได้อีก และยิงลูกโทษแถมลงไปอีก 1 ลูก 5:0
สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายบุก บอลถูกส่งไปให้เดวิสที่ได้เปรียบเรื่องส่วนสูงอยู่ใต้แป้นอีกครั้ง
เดวิสใช้แทคติกหันหลังพิงหวังเฟิงเหมือนเดิม แล้วหมุนตัวกระโดดเฟดอะเวย์ชู้ต แต่โดนหวังเฟิงขึ้นมารบกวน ทำให้ลูกกระดอนออกไป
โจวฉีเก็บรีบาวด์มาได้ แล้วรีบขว้างบอลยาวไปแดนหน้าทันที และในเวลาเดียวกัน หวังเฟิงที่เพิ่งป้องกันเดวิสเสร็จ ก็พุ่งทะยานตัวราวกับม้าแข่งพุ่งตรงไปที่แดนหน้าแล้ว!
จอร์จกับลิลลาร์ดพยายามจะรุมสกัดหวังเฟิง แต่ก็โดนหวังเฟิงใช้ความแข็งแกร่งเบียดจนกระเด็น ก่อนจะกระโดดหยุดแล้วส่องสามแต้มจากระยะไกลกว่าเส้นสามแต้มปกติเข้าไปอีก ลูกชู้ตเข้าเป้าอย่างสวยงาม
8:0!
โพโพวิชรีบขอเวลานอกทันที
แฟนบาสชาวจีนแทบจะคลั่งกันอยู่แล้ว
การเริ่มต้นที่เพอร์เฟกต์สุดๆ!
พวกเขาไม่กล้าคิดฝันเลยว่า หวังเฟิงจะโหดระห่ำขนาดนี้ เปิดเกมมาก็ครองเกมทั้งรุกและรับ เล่นงานดรีมทีมอเมริกาไปคนเดียว 8:0
ขนาด พอล จอร์จ ที่เคยติดทีมป้องกันยอดเยี่ยมหลายครั้ง ยังไม่สามารถป้องกันหวังเฟิงได้เลย ส่วนเดวิสที่พยายามใช้ส่วนสูงเอาชนะหวังเฟิงใต้แป้นถึงสองครั้ง ก็ยังพลาดเป้าไปหมด
"พี่เฟิงสุดยอดดด!"
"โคตรเก่งเลยว่ะ!"
"ในจักรวาลนี้ ยังมีใครหยุดนักบาสที่ชื่อหวังเฟิงได้อีกมั้ยเนี่ย?"
"ลุยเลย! เอาชนะให้ได้ แล้วคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้!"
……
"ฟู่——!"
หวังเฟิงที่นั่งพักอยู่ข้างสนามพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
แค่ 5 เพลย์สั้นๆ แต่กลับสูบพละกำลังของเขาไปมหาศาล
ทุกครั้งที่เขาบุก เขาต้องใช้ความเร็วสูงสุดในการทะลวง แถมยังต้องปะทะร่างกายอีก เพื่อหวังจะเล่นงานคู่แข่งตอนที่ยังตั้งตัวไม่ทัน
การฉวยโอกาสตอนที่อเมริกายังไม่ทันระวัง โกยแต้มตุนไว้ก่อน แลกกับการเสียแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย มันก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
แต่สถานการณ์แบบนี้ มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตลอดหรอก
หลังจากหมดเวลานอก ทีมชาติอเมริกาก็กลับมาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ดูแรนต์, ลิลลาร์ด, เออร์วิง และคนอื่นๆ ที่อยู่วงนอก เริ่มใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการทำแต้มกันแล้ว
ถึงแม้เหรียญตรา 'ศูนย์กลางเกมรับ' ระดับสีม่วงของหวังเฟิง จะช่วยเพิ่มค่าสถานะเกมรับให้ผู้เล่นทีมชาติจีนได้ แต่ความห่างชั้นของฝีมือระหว่างสองทีม มันก็ยังมากเกินไปอยู่ดี
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ การที่หวังเฟิงไปยืนเฝ้าอยู่ใต้แป้น ทำให้อเมริกาไม่กล้าเลี้ยงทะลวงเข้ามาทำแต้มใต้แป้นมากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นการชู้ตระยะกลางและไกลแทน ซึ่งนี่ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำแต้มของอเมริกาลดลงไปบ้าง เพราะแทคติกเกมรับของจีนเน้นป้องกันวงนอกเป็นหลักอยู่แล้ว
ควอเตอร์แรกที่กินเวลา 10 นาทีจบลงอย่างรวดเร็ว สกอร์อยู่ที่ 24:23 ทีมชาติจีนยังคงมีแต้มนำอยู่ 1 แต้ม ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับช่วงต้นเกมที่นำห่าง 8:0 แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมชาติจีนพอใจแล้ว
การไม่ถูกทิ้งห่างในควอเตอร์แรก ก็เท่ากับว่าพวกเขายังมีลุ้นที่จะสู้ต่อไป
ในช่วงท้ายควอเตอร์แรก อเมริกาก็ส่ง เดรย์มอนด์ กรีน ลงสนามมาประกบหวังเฟิงแบบล็อกเป้า
การป้องกันของกรีน ต่างจากการป้องกันของจอร์จ ความกดดันที่แผ่ออกมามันรุนแรงกว่า หรือจะบอกว่า สไตล์การป้องกันแบบดุดันและถึงลูกถึงคนของเขา มันได้ผลกับทุกคนนั่นแหละ
กรีนที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการฟาวล์เลย เขาจึงป้องกันหวังเฟิงแบบถึงเนื้อถึงตัวสุดๆ
หวังเฟิงคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ดีตั้งแต่ตอนเล่นใน NBA แล้ว มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเขามากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสูบพละกำลังของเขาไปเยอะกว่าเดิม
โชคดีนะที่หวังเฟิงมีเหรียญตราสายอึดถึง 3 เหรียญคอยช่วยบัฟอยู่ ไม่ว่าจะตอนบุกหรือตอนรับ การปะทะกันอย่างหนักหน่วง ก็ไม่ได้ทำให้เขาเหนื่อยล้ามากนัก ไม่งั้นถ้าต้องแบกทั้งเกมรุกและเกมรับแบบนี้ แค่ควอเตอร์เดียว หวังเฟิงคงต้องขอยอมแพ้ แล้วออกมานั่งพักข้างสนามแล้ว
เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ที่สอง อเมริกาก็เริ่มปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น ส่งผู้เล่นลงมาหมุนเวียนมากขึ้น แล้วก็ผลัดกันงัดทีเด็ดออกมาทำแต้มกันสนุกมือ
ส่วนทางฝั่งทีมชาติจีน ก็ยังคงต้องพึ่งหวังเฟิงเป็นตัวบุกหลักเหมือนเดิม
ความห่างชั้นของขุมกำลังระหว่างสองทีมมันสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน ความสามารถที่เหนือมนุษย์ของหวังเฟิง ก็ทำให้ทุกคนต้องทึ่งเช่นกัน
เมื่อไหร่ที่อเมริกาทำแต้มได้ และผู้เล่นจีนคนอื่นหาจังหวะบุกดีๆ ไม่ได้ หวังเฟิงก็จะก้าวออกมาใช้ความสามารถส่วนตัวทำแต้มสู้กลับเสมอ
ถึงแม้ทีมชาติจีนจะตกเป็นรองอย่างหนักในควอเตอร์ที่สอง แต่พวกเขาก็ยังกัดฟันสู้และรักษาช่องว่างคะแนนไว้ได้
"เสียงนกหวีดจบครึ่งแรกดังขึ้นแล้วครับ!"
นักพากย์อวี๋พูดพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ต้องเผชิญกับการบุกกระหน่ำของทีมชาติอเมริกา แต่ทีมชาติจีนของเราก็ยังต้านทานเอาไว้ได้ จบครึ่งแรก สกอร์อยู่ที่ 51:48 ทีมชาติจีนตามหลังอยู่แค่ 3 แต้มเท่านั้นครับ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะครับ! เรายังมีโอกาส!"
หวังเฟิงเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวพลางเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนัก
เขาลงเล่นเต็มเวลา 20 นาทีในครึ่งแรก แต่พละกำลังที่ใช้ไปกลับมหาศาลมาก
และไม่เพียงเท่านั้น เพื่อสกัดกั้นเกมรุกของอเมริกาให้ได้มากที่สุด หวังเฟิงยังต้องคอยช่วยซ้อนประกบให้เพื่อนร่วมทีมในเกมรับอีก ตอนนี้เขาเลยสะสมฟาวล์ไปแล้วถึง 3 ครั้ง
ตามกติกาของ FIBA ผู้เล่นที่ทำฟาวล์ครบ 5 ครั้ง จะถูกไล่ออกจากสนาม ตอนนี้หวังเฟิงเหลือโควตาฟาวล์อีกแค่ 2 ครั้ง แต่เวลาการแข่งขันยังเหลืออีกตั้งครึ่งเกม
หวังเฟิงรู้ดีว่า ในครึ่งแรก อเมริกาก็ยังคงอยู่ในช่วงลองเชิงเหมือนกัน ทั้งดูแรนต์, เดวิส และคนอื่นๆ ยังไม่ได้ปล่อยของเต็มที่เลย
พอถึงครึ่งหลัง เมื่อพวกเขางัดฝีมือที่แท้จริงออกมาใช้ ถึงตอนนั้นแหละคือนรกของจริง
"ภารกิจนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ แฮะ ถ้าไม่หาทางทำอะไรสักอย่าง ควอเตอร์ที่สามคงเละแน่ๆ"
(จบแล้ว)