- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 140 - การตัดสินใจและเสียงเคาะโต๊ะ
บทที่ 140 - การตัดสินใจและเสียงเคาะโต๊ะ
บทที่ 140 - การตัดสินใจและเสียงเคาะโต๊ะ
บทที่ 140 - การตัดสินใจและเสียงเคาะโต๊ะ
ในห้องทำงานชั้นบนของไนท์คลับอิมพีเรียล ไนท์ เฮลเลอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวโปรดของเขา
ทว่าวันนี้ เก้าอี้ตัวนี้ที่เคยโอบอุ้มเขาไว้ และทำให้เขารู้สึกปลอดภัยราวกับได้กลับไปอยู่ในท้องแม่อีกครั้ง กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรื่นรมย์เท่าไหร่นัก
แม้แต่แว่นตาสีชาที่เขาโปรดปราน ก็ถูกถอดมาวางไว้บนโต๊ะ
ในห้องยังคงอบอวลไปด้วยควันบุหรี่ บรรดาหัวหน้าหน่วยต่างจ้องมองมาที่เขา เขานวดสันจมูกด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก
พนักงานบัญชีกำลังคำนวณตัวเลขบางอย่างอยู่ข้างๆ ผ่านไปประมาณสองนาที พนักงานบัญชีก็ยื่นแผ่นกระดาษที่จดตัวเลขสรุปสุดท้ายให้เขา
เขาชำเลืองมองดูครั้งหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ตัวเลขนี้คำนวณมายังไง?" เขาหันไปมองพนักงานบัญชีด้วยสายตาที่ดุดัน หากพนักงานบัญชีบอกเหตุผลที่มาที่ไปไม่ได้ เขาไม่รังเกียจที่จะให้พนักงานบัญชีได้หลั่งเลือดก่อนเริ่มสงคราม
พนักงานบัญชียื่นกระดาษแผ่นใหญ่ส่งให้ เขามองพนักงานบัญชีด้วยสายตาอาฆาตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่แผ่นกระดาษ
หากต้องการเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบ อย่างน้อยต้องเตรียมปืนพกมากกว่าสองร้อยกระบอก พร้อมกับแม็กกาซีนและกระสุนที่เข้าชุดกัน
ส่วนนี้ต้องใช้เงินประมาณหนึ่งหมื่นเหรียญ
สหพันธรัฐไม่ใช่บางพื้นที่ที่ล้าหลัง พวกมาเฟียที่นี่เวลายิงปะทะกันก็ไม่ได้เหมือนเด็กเล่นขายของที่ยังใช้อาวุธมีคมเข้าสู้กัน
ในเมืองอื่น บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นใช้รถหุ้มเกราะมายิงปะทะกันแล้ว จนถึงตอนนี้ที่เมืองจินกั่งยังไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองนั้นขึ้น ก็คงต้องบอกว่าอิทธิพลของห้าตระกูลใหญ่นั้นมีมากเหลือเกิน!
กลุ่มอาชญากรทั่วไปไม่กล้าก่อเหตุทำลายความสงบสุขและความรุ่งโรจน์ของเมืองจินกั่งอย่างรุนแรงโดยง่าย เพราะห้าตระกูลใหญ่จะไม่อนุญาตเด็ดขาด
ต่อมาคือปืนกลมือ ส่วนนี้ต้องการยี่สิบกระบอก พร้อมกับแม็กกาซีน ราคาประมาณหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยเหรียญ
แค่นี้ก็ปาไปสองหมื่นกว่าเหรียญแล้ว
ในรายการนี้ยังมีเสื้อกันกระสุนอีกด้วย จุดจบของวิลล์และเลียมที่มีหัวกระสุนเต็มท้องทำให้เฮลเลอร์เกิดความกลัว เขาไม่อยากให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับพวกนั้น ที่มี "เมล็ดพืช" (หัวกระสุน) อยู่เต็มท้อง
เสื้อกันกระสุนในสหพันธรัฐนอกจากราคาจะสูงแล้ว ยังหาซื้อได้ยากมาก ดังนั้นราคาต่อตัวจึงแพงลิบ พวกเขาตั้งราคาไว้ตัวละสองร้อยเหรียญ หัวหน้าหน่วยระดับสูงทุกคนและเฮลเลอร์ต่างก็ต้องมีไว้คนละตัว
ราคารวมพุ่งไปถึงสองหมื่นห้าพันเหรียญแล้ว
จากนั้นยังมีค่าธรรมเนียมการเคลื่อนพล แก๊งคามิลล่าไม่ใช่ตระกูลอาชญากรที่มีความสามัคคีและมีรูปแบบครอบครัวเหมือนชาวซูมูรี ที่ทุกคนรักกันเหมือนพี่น้อง
ที่นี่คือกลุ่มอาชญากรระดับล่างที่รวมตัวกันเพื่อผลประโยชน์ และทำเรื่องเลวระยำที่สุด
การจะไปพูดเรื่องอุดมการณ์ หรือศักดิ์ศรีของแก๊งเพื่อให้พวกเขาสู้ตายนั้น มันไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย
เงินตราต่างหากคือพลังงานนิวเคลียร์ที่จะกระตุ้นให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปได้!
ส่วนนี้ต้องใช้เงินประมาณเจ็ดหมื่นเหรียญ มีเงินส่วนเกินที่แบ่งไว้ให้บรรดาหัวหน้าหน่วยระดับสูง เผื่อว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อทำเรื่องนอกแผนงานชั่วคราว
ยอดรวมตอนนี้อยู่ที่เก้าหมื่นห้าพันเหรียญแล้ว
จากนั้นคือเงินสำหรับจัดการกับพวกผู้ยิ่งใหญ่ สงครามระหว่างแก๊งเต็มรูปแบบย่อมต้องมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ต่อให้ระยะเวลาจะไม่นาน แต่มันจะส่งผลกระทบด้านลบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย
หากไม่ใช้เงินจัดการผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นไว้ก่อน ต่อให้พวกเขาชนะ สุดท้ายก็จะถูกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกวาดล้างจนพังพินาศ
ในส่วนนี้เขาไม่ได้ระบุชื่ออย่างละเอียด แต่มีบัญชีรายชื่ออยู่ และระบุค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่ต้องจ่าย
คำนวณออกมาแล้ว ต้องใช้เงินประมาณหกหมื่น รวมเป็นหนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันเหรียญ
จากนั้นพิจารณาถึงเรื่องที่ต้องมีคนตายอย่างแน่นอน ต่อให้สุดท้ายเขาอาจจะไม่จ่ายจริงๆ แต่ก็ต้องเตรียมไว้ เตรียมเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตไว้สักสามหมื่นเหรียญ...
แล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าความสูญเสียที่ประเมินไว้อย่างต่ำ เมื่อมองดูตัวเลขสองแสนสองหมื่นเหรียญนี้ เฮลเลอร์รู้สึกเสียวฟันขึ้นมาทันที
หลังจากเรื่องจบลง ห้าตระกูลใหญ่ต้องมาหาเรื่องเขาแน่นอน เขาต้องเตรียมเงินก้อนหนึ่งหรือยอมสละผลประโยชน์บางส่วนออกไป การเปิดศึกขนาดใหญ่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเลยจริงๆ
แต่ตอนนี้... เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ เดินไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่าง วันนี้ไนท์คลับอิมพีเรียล ไนท์ ปิดให้บริการชั่วคราว
บนถนนหน้าไนท์คลับเต็มไปด้วยรถยนต์ และมีคนมารวมตัวกันอย่างน้อยสองร้อยกว่าคน ทุกคนต่างรอคำสั่งของเฮลเลอร์ รอการแจ้งพิกัดเป้าหมาย
มาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะหยุดก็หยุดได้
หากพูดถึงครั้งแรก ที่วิลล์ถูกจัดการ เขาอาจจะบอกได้ว่านั่นเป็นความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างวิลล์กับตระกูลแลนซ์ เพราะน้องชายของเขาเคนต์ถูกฆ่าตาย ทั้งคู่จึงมีความแค้นและเปิดศึกใส่กัน ไม่เกี่ยวกับแก๊ง ซึ่งนั่นพอจะฟังขึ้นอยู่
แต่ตอนนี้เลียมก็ตายไปอีกคน ไม่ว่าเขาจะตายเพราะอะไร ตายยังไง หากเขาที่เป็นบิ๊กบอสยังไม่มีท่าทีใดๆ บรรดาหัวหน้าหน่วยระดับสูงเหล่านั้น สมาชิกแก๊งเหล่านั้น จะมองเขาอย่างไร?
จะเริ่มมีความคิดที่ไม่อยากจะให้มีเกิดขึ้นมาหรือเปล่า?
แก๊งคามิลล่าที่ใช้การกดดันและความหวาดกลัวเป็นเครื่องมือในการปกครอง ในบางแง่มุมนั้นมันช่างเปราะบางเหลือเกิน
"ไอ้ตระกูลแลนซ์เวรนี่ ทำไมถึงไม่... อ่อนแอลงกว่านี้หน่อยนะ?"
"จะขัดขืนไปเพื่ออะไรกัน?"
เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง สูบบุหรี่อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกลับมาที่โต๊ะทำงาน
หัวหน้าหน่วยระดับสูงคนหนึ่งลุกขึ้นยืน "เฮลเลอร์ จะเอายังไงก็ว่ามา อย่าเอาแต่ดึงเช็งพวกเรา ทุกคนกำลังรอนายอยู่"
"จะเปิดศึกกับพวกมัน หรือจะเลิกราไป นายต้องมีแผนการและผลลัพธ์ที่ชัดเจน..."
หัวหน้าหน่วยระดับสูงอีกคนจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมา "เลิกไม่ได้!"
"ถ้าครั้งนี้เราไม่เปิดศึกกับพวกมัน พวกชาวจักรวรรดิในย่านจักรวรรดิจะมองเรายังไง?"
"พวกมันจะเริ่มขัดขืน จะเริ่มต่อต้าน และอาจจะถึงขั้นแว้งกัดเราคืน"
"เราต้องไม่เปิดโอกาสให้พวกมันเด็ดขาด เราต้องใช้เลือดของไอ้ตระกูลแลนซ์อะไรนั่นแหละ มาบอกให้คนรู้ว่า ย่านจักรวรรดิแห่งนี้ยังเป็นถิ่นที่ใครเป็นคนคุม"
"ไม่อย่างนั้นจะมีคนลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของเรามากขึ้นเรื่อยๆ!"
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ไม่อาจถอยหลังกลับได้ คุณปกครองพื้นที่นี้ด้วยความหวาดกลัว เมื่อไหร่ที่ผู้คนพบว่าตัวคุณเองก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน พวกเขาก็จะหายกลัวขึ้นมาทันที!
ในที่สุดเฮลเลอร์ก็ตัดสินใจเด็ดขาด เขาเหลือบมองคนสนิทของตน "ไปเอาเงินสดสองแสนมา"
"เงินสดเหรอครับ?"
เฮลเลอร์ถลึงตาใส่ "หรือจะให้ฉันเซ็นเช็คให้แกหรือไง?"
คนสนิทแสยะยิ้มแล้วเดินจากไป
หลายปีมานี้เฮลเลอร์หาเงินได้มหาศาล เงินส่วนใหญ่เขาฟอกผ่านโพยก๊วนจนสะอาด แล้วใช้ชื่ออื่นซื้ออสังหาริมทรัพย์และพันธบัตรไว้ ซึ่งนับว่าเป็นทางถอยของเขา
หากวันหนึ่ง เขาทำอาชีพนี้ต่อไปไม่ไหว หรือทำไม่ไหวแล้ว เขาก็จะถอนตัวออกมา
ตัวตนที่เขาเตรียมไว้ จะช่วยให้เขาใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างสุขสบาย โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาอื่นๆ
แต่ไม่ใช่เงินทั้งหมดที่ถูกฟอกจนสะอาด ค่าธรรมเนียมของพวกโพยก๊วนเหล่านั้นแพงจนใจหาย ดังนั้นจึงยังมีเงินสดจำนวนมากที่ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟ
และนี่คือสาเหตุที่ทำไมหัวหน้ากลุ่มอาชญากรหลายคนเวลาถูกจับกุม ถึงได้มีการตรวจค้นเจอเงินสดจำนวนมหาศาลในที่พักของพวกเขา!
ธนบัตรบางปึกถึงขั้นขึ้นราจนเน่าเสียไปเลยก็มี แต่พวกเขาก็ไม่สน เพราะนอกจากเก็บไว้ที่บ้านแล้ว พวกเขาก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนอีก
เขากลับมาที่หลังโต๊ะทำงาน นั่งลง สวมแว่นตาสีชาอีกครั้ง หัวหน้าหน่วยระดับสูงสองคนที่เถียงกันเมื่อครู่ก็ปิดปากเงียบลง
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู สมาชิกแก๊งคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู มองดูเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในแก๊งด้วยสีหน้าหวาดเกรง "มีรถตำรวจมาหลายคันเลยครับ หัวหน้าของพวกมันต้องการพบคุณครับบอส"
เฮลเลอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน "ตามฉันไปดูสิว่าพวกมันต้องการอะไร"
บรรดาหัวหน้าหน่วยระดับสูงต่างพากันลุกขึ้นยืน เดินตามหลังเขาลงมาที่ชั้นล่าง
ในตอนนี้บรรยากาศชั้นล่างค่อนข้างตึงเครียด สมาชิกระดับล่างกำลังประจันหน้ากับตำรวจจำนวนหนึ่ง เมื่อเฮลเลอร์เดินมาถึงแถวหน้าสุด เขาก็พบว่าผู้ช่วยผู้กำกับสถานีตำรวจย่านจักรวรรดิมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง
"พวกคุณคิดจะทำอะไร เฮลเลอร์?"
"โทรศัพท์แจ้งความดังระงมจนพนักงานรับสายของสถานีจะรับไม่ไหวแล้ว ทุกคนต่างแจ้งเรื่องที่มีสมาชิกแก๊งจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ คุณคิดจะทำลายกฎเกณฑ์ของเราหรือไง?"
เฮลเลอร์เผชิญหน้ากับผู้ช่วยผู้กำกับท่านนี้โดยไม่มีท่าทีอ่อนข้อให้เลย ท่ามกลางสายตาคนจำนวนมากที่จ้องมองอยู่ เขาต้องแสดงความแข็งกร้าวออกมาให้เห็น
สมาชิกแก๊งมาเฟียต่างเทิดทูนคนที่แข็งแกร่งกว่า ไม่ใช่คนที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ในฐานะหัวหน้าแก๊งคามิลล่า เขาต้องแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้มากพอ
เขาเดินเข้าไปหาผู้ช่วยผู้กำกับ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ถึงห้าสิบเซนติเมตร "คุณถามผมว่าผมจะทำอะไรเหรอ?"
"วันนี้คนในครอบครัวของผมหายไปอีกคน เลียมถูกฆ่าตายที่หน้าคลับของเขาเอง แต่พวกคุณมัวทำอะไรอยู่?"
"พวกคุณกลับปล่อยให้ฆาตกรลอยนวล แล้วบุกมาถึงถิ่นของผมเพื่อถามผมว่าผมจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอ?"
"ผมจะทำอะไรน่ะเหรอ?"
"ผมจะล้างแค้นให้คนในครอบครัวของผมเองยังไงล่ะ!"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนการจุดชนวนอารมณ์บางอย่างในที่แห่งนั้น สมาชิกแก๊งต่างพากันกวัดแกว่งแขน และโห่ร้องตะโกนคำว่า "ล้างแค้น"!
ผู้ช่วยผู้กำกับไม่สามารถใช้คำสั้นๆ อย่าง "ไม่เห็นหัวกฎหมาย" มาบรรยายได้ เขาเพียงแค่มองเฮลเลอร์ด้วยสายตาจริงจัง "ผมจะจับตาดูคุณอยู่ที่นี่ หากพวกคุณกล้าก่อเรื่องวุ่นวาย ผมจะจับพวกคุณเข้าคุกให้หมด"
เฮลเลอร์จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ส่ายหน้าแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเตรียมจะเดินจากไป ผู้ช่วยผู้กำกับก้าวตามไปสองก้าวตั้งใจจะรั้งตัวไว้ แต่กลับถูกสมาชิกแก๊งเข้ามาขวางทาง...
เมื่อกลับมาที่ห้องทำงาน เงินสดสองแสนเหรียญถูกวางกองไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เป็นตัวเขาเอง เมื่อเห็นเงินสดจำนวนมากกองพะเนินอยู่เช่นนี้ ก็ยังอดไม่ได้ที่หัวใจจะเต้นแรง
"เอาละ ตอนนี้ฉันจะแบ่งเงิน..."
มีคนถามขึ้นว่า "แล้วตำรวจข้างนอกนั่นจะเอายังไงครับ?"
เฮลเลอร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้า "หาเรื่องอะไรก็ได้มาเบี่ยงเบนความสนใจพวกมันซะ สถานีตำรวจย่านจักรวรรดิมีตำรวจแค่ไม่กี่คนหรอก พวกมันไม่มีทางขนคนมาเฝ้าเราได้หมดทุกคนแน่นอน..."
เขาหยิบเงินหลายปึกมาซ้อนกัน แล้วหันไปมองคนหนึ่ง "นี่ส่วนของแก..."
อีกทางด้านหนึ่ง แลนซ์เองก็ถูกตำรวจสอบปากคำเช่นกัน เช่น "วันนี้คุณอยู่ที่ไหน", "คุณได้พบใครบ้างไหม", "ใครสามารถยืนยันเรื่องเหล่านี้ให้คุณได้บ้าง" เป็นต้น
เนื่องจากแลนซ์เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ตำรวจจึงไม่สามารถสอบปากคำได้ข้อมูลที่มีมูลค่าใดๆ เลย
ในตอนแรกพวกเขาจะขอตรวจค้นบริษัทของแลนซ์ แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มีหมายค้น สุดท้ายจึงทำได้เพียงสอบปากคำอยู่ที่หน้าประตู และนั่นยังเป็นกรณีที่แลนซ์ยอมให้ความร่วมมือเองด้วย
มิเช่นนั้นเขาจะเลือกไม่ตอบคำถามใดๆ เลยก็ได้ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง
วันนี้มีพยานที่สามารถยืนยันได้ว่าเขาอยู่ที่นี่ตลอด ไม่ได้ไปไหน การสอบปากคำของตำรวจในแง่ของข้อเท็จจริงแล้ว ก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการเตือนและการข่มขวัญเท่านั้น
ในสภาวะที่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด — ต่อให้พวกเขาหาหลักฐานมากล่าวหาไฮรัมได้ ไฮรัมจะ "ซัดทอด" มาถึงตัวแลนซ์ว่าเป็นคนบงการหรือไม่ ก็เป็นคนละเรื่องกัน
ดังนั้น ตั้งแต่แรกเริ่มเหล่าตำรวจจึงรู้ดีว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลลัพธ์ใดๆ ออกมา และไม่มีความหมายในทางปฏิบัติใดๆ ในรูปคดีเลย
สิ่งที่พวกเขาทำ เป็นเพียงการเตือนและการข่มขวัญจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น
ในช่วงค่ำ เริ่มมีพวกชุดน้ำเงินทยอยเดินทางมาที่นี่ พวกเขาได้ยินข่าวคราวบางอย่าง เมื่อมองเห็นฝูงชนที่เริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าตำรวจก็เริ่มจะปวดหัวและเรียกขอกำลังเสริม
สถานการณ์ของทั้งสองฝั่งถูกรายงานสรุปไปยังสถานีตำรวจเมืองในทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้กำกับชาร์ลีต้องทำงานล่วงเวลา
ตั้งแต่เขาอายุมากขึ้น เขาก็ไม่ค่อยได้อดนอนทำงานเท่าไหร่นัก สาเหตุหลักคือร่างกายรับไม่ไหว
อดนอนครั้งเดียว ต้องใช้เวลาหลายวันหรืออาจจะเป็นสัปดาห์กว่าที่ร่างกายจะปรับสภาพกลับมาได้ เขาไม่หนุ่มแล้ว และยังหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายปี
ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันร้ายแรงเกินไป จนเขาจำเป็นต้องมานั่งทำงานล่วงเวลาอยู่ที่นี่
"...จับตาดูพวกเขาต่อไป อย่าให้พวกเขามีการเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม มีปัญหาอะไรให้รายงานผมได้ตลอดเวลา"
เขาวางสายโทรศัพท์ นวดขมับเบาๆ เขาเพิ่งจะกินยาลดความดันไป แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่ค่อยดีนัก
ขมับของเขายังคงเต้นตุบๆ และรู้สึกปวดหัวอยู่ลึกๆ
เมื่อช่วงบ่ายฮันเตอร์ได้เล่าสถานการณ์บางอย่างที่เขาพบให้ฟัง การตายของเลียมมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นฝีมือของแลนซ์ ส่วนสาเหตุนั้นเขาไม่แน่ใจ อาจจะเป็นเพราะความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้น
ในตอนที่เฮลเลอร์ยังไม่ได้รวมพลคน ผู้กำกับชาร์ลียังรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ในความควบคุม
ทว่าเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท คนของแก๊งคามิลล่าก็เริ่มรวมตัวกัน เขาจึงตระหนักได้ว่าทิศทางของเรื่องนี้กำลังดำเนินไปในทางที่เขาไม่อยากให้เกิดที่สุด
ทั่วทั้งประเทศกำลังให้ความสนใจเรื่องการห้ามจำหน่ายสุรา เมืองจินกั่งในฐานะที่เป็นเมืองท่าสำคัญและเป็นมาตรวัดทางเศรษฐกิจ ประกอบกับสถานการณ์ทางสังคมที่ซับซ้อน ทำให้มีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่นี่
หากในช่วงเวลานี้เกิดการยิงปะทะกันขนาดใหญ่ของแก๊งมาเฟีย นายกเทศมนตรีอาจจะไม่เป็นอะไร แต่ตัวเขาที่เป็นผู้กำกับตำรวจเนี่ยสิ ตำแหน่งคงหลุดแน่นอน
ดังนั้น ต้องควบคุมให้อยู่!
เสียงเคาะประตูที่ดัง "ปัง ปัง ปัง" ช่วยดึงความสนใจของเขาไปได้บ้าง ขมับดูจะไม่เต้นตุบๆ แรงเท่าเดิมแล้ว "เข้ามา"
ผู้ช่วยผู้กำกับเดินเข้ามา ปิดประตูตามหลัง แล้วนั่งลงตรงข้ามเขา
เขาชำเลืองมองขวดโหลใส่ยาบนโต๊ะ แล้วพูดออกมาอย่างไม่แปลกใจว่า "ความดันขึ้นอีกแล้วเหรอ?"
ชาร์ลีพยักหน้า หยิบบุหรี่ออกมาสองมวน ส่งต่อให้มวนหนึ่ง "ช่วยไม่ได้ที่มันจะขึ้น คนพวกนี้ทำเอาหาความสงบสุขไม่ได้เลยจริงๆ"
ผู้ช่วยผู้กำกับจุดบุหรี่สูบแล้วพ่นควันออกมา "ลำบากจริงๆ นั่นแหละครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากสายข่าวมาว่า พวกเฮลเลอร์ตั้งใจจะไปหาเรื่องตระกูลแลนซ์จริงๆ"
ผู้กำกับชาร์ลีไม่พูดอะไร เขาก็ใช่ว่าจะไม่มีสายข่าว เขารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ถึงได้ปวดหัวอยู่นี่ไง
"ปล่อยให้ยืดเยื้อไปก็ไม่ใช่ทางออกนะครับ" ผู้ช่วยผู้กำกับเสริมขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง
ประโยคนี้มันช่างมหัศจรรย์นัก มันให้ความรู้สึกที่พิเศษอย่างบอกไม่ถูก ผู้กำกับชาร์ลีเงยหน้าขึ้นมองเขา แวบหนึ่งที่เตรียมจะเคาะขี้บุหรี่ ก็พบว่าเขี่ยบุหรี่เต็มเสียแล้ว
เขาเทก้นบุหรี่และขี้บุหรี่ลงในถังขยะ เดินกลับมานั่งลง "หมายความว่ายังไง?"
ผู้ช่วยผู้กำกับยักคิ้ว "โทรศัพท์แจ้งความในย่านจักรวรรดิพุ่งสูงปรี๊ด บางคนแจ้งว่าถูกพังประตูบ้าน บางคนแจ้งว่ามีการวางเพลิง..."
"พวกมันกำลังดึงกำลังตำรวจไป ผมจะดึงคนจากสถานีตำรวจเขตพริซีเลียไปสมทบบ้าง" ผู้กำกับชาร์ลีพูดพลางยกหูโทรศัพท์ขึ้น
สถานีตำรวจเขตพริซีเลียอยู่ทางตะวันออกของย่านจักรวรรดิ และทางตะวันตกของย่านเบย์แอเรีย มีจุดเชื่อมต่อกันระหว่างสามเขต
การดึงกำลังตำรวจจากที่นี่ไปจะทำได้รวดเร็ว
ส่วนทำไมถึงไม่ดึงมาจากใจกลางเมือง นั่นเป็นเพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในใจกลางเมือง
หากเกิดคดีอะไรขึ้นที่ใจกลางเมืองเพราะการโยกย้ายกำลังตำรวจ ผู้กำกับชาร์ลีก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ
ในขณะที่เขากำลังจะหมุนหมายเลขของสถานีตำรวจเขตพริซีเลียจนครบ ผู้ช่วยผู้กำกับก็พูดขึ้นว่า "คุณจะขวางพวกมันไว้ได้ตลอดไปเหรอ?"
ผู้กำกับชาร์ลีที่กำลังหมุนแป้นโทรศัพท์อยู่พลันหยุดชะงักลง แล้วพูดประโยคเดิมเหมือนเมื่อครู่อีกครั้ง "หมายความว่ายังไง?"
ผู้ช่วยผู้กำกับไม่ได้ตอบในทันที แต่สูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ "สมาชิกแกนหลักทางฝั่งแลนซ์ผมได้ยินมาว่ามีแค่สามสิบกว่าคน แต่ทางฝั่งคามิลล่ามีตั้งสามร้อยคน"
"ต่อให้คุณจะระดมกำลังตำรวจไปสองร้อย สามร้อยคน ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในการเข้าระงับเหตุ แค่เหตุคนมีอาวุธบุกรุกบ้านหลังเดียว ก็จะทำให้ตำรวจอย่างน้อยหกนายและรถตำรวจสามคันถูกตรึงไว้กับที่แล้ว"
"และถ้ามีการแจ้งความเท็จเพิ่มเข้าไปอีก ต่อให้คุณขนคนไปมากกว่านี้มันก็ไม่มีความหมาย และความจริงคุณก็ขนคนไปเยอะขนาดนั้นไม่ได้หรอก!"
จำนวนตำรวจที่เข้าเวรในตอนกลางคืนของสถานีตำรวจเมืองนั้นมีไม่มากนัก ตอนนี้สถานีตำรวจย่านจักรวรรดิที่มีคนทำงานอยู่ มีประมาณไม่ถึงหกสิบคน
ต่อให้ระดมมาจากเขตอื่น เต็มที่ก็ได้ร้อยกว่าคน ซึ่งแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้เลย
ผู้กำกับชาร์ลีวางหูโทรศัพท์ลง "เอาละ สรุปแล้วมันหมายความว่ายังไง?"
ผู้ช่วยผู้กำกับนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆ ว่า "เราปิดล้อมถนน ปล่อยให้พวกมันยิงปะทะกันในขอบเขตที่ควบคุมได้สักรอบ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้"
"ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว จะไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์มากนัก และจะไม่มีประชาชนทั่วไปได้รับบาดเจ็บ"
"พอการยิงปะทะจบลง เราก็เข้าไปจับคนมาสักหน่อย แบบนี้ก็จะได้มีคำอธิบายให้ประชาชนและสื่อมวลชน และเรื่องนี้ก็จะผ่านพ้นไป"
"หากใครกล้าลงมือหลังจากเรื่องนี้จบลงอีก คนคนนั้นคือศัตรูของตำรวจทุกคนในเมืองจินกั่ง"
"แต่โอกาสสูงที่มันจะไม่มีหลังจากนั้นอีกแล้วละครับ!"
ผู้กำกับชาร์ลีไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองอย่างที่คิด "คนของคามิลล่าให้เงินคุณมาเท่าไหร่?"
ไม่ต้องสงสัยเลย สามร้อยรุมสามสิบ คนที่คิดแผนแบบนี้ออกมาได้ ต้องได้รับเงินมืดมาแน่นอน ถึงได้ใจดำขนาดนี้
ผู้ช่วยผู้กำกับทำมือเป็นเลข "หนึ่ง" แล้วตามด้วยเลข "ห้า" หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญ ก็นับว่าเพียงพอที่จะกล่อมให้เขาทำอะไรบางอย่างได้แล้ว
ผู้กำกับชาร์ลีรู้ดีว่าผู้ช่วยผู้กำกับทั้งสองคนในสถานีมักจะรับเงินอยู่บ้าง ตราบใดที่พวกเขาไม่ทำผิดพลาดในประเด็นที่เป็นหลักการสำคัญ เขาก็มักจะหลับตาข้างลืมตาข้างเสมอ
แม้แต่ตัวเขาเองยังรับเงิน แล้วจะไปสั่งไม่ให้ลูกน้องรับเงินได้อย่างไร?
แต่สังคมก็เป็นเช่นนี้ สหพันธรัฐนั้นเน่าเฟะไปถึงกระดูกตั้งแต่ระดับบนลงมาถึงระดับล่างตั้งนานแล้ว
เหล่านักการเมืองระดับสูงเพื่อให้รับเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและสมเหตุสมผล รับอย่างยืดอกหน้าตาเฉย พวกเขาถึงขั้นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการรับเงินของนักการเมืองขึ้นมา และทำการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านจริยธรรมและกฎหมายทั้งหมดให้กับการรับเงินของพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่ประธานาธิบดีลงมาถึงสมาชิกสภาเมือง พวกเขาต่างก็ทำเรื่องเดียวกันทั้งนั้น
แม้ผู้กำกับตำรวจจะไม่ใช่นักการเมือง แต่เขา... ทำไมจะรับไม่ได้ล่ะ?
"ชาร์ลี อย่างที่ผมพูดนั่นแหละ คุณไม่มีทางขวางพวกมันไม่ให้ยิงกันได้ตลอดไปหรอก"
"คุณขวางได้วันหนึ่ง สามวัน สัปดาห์หนึ่ง หรือจะเป็นเดือน หรือเป็นปี?"
"สู้ให้ความขัดแย้งมันจบสิ้นลงอย่างเด็ดขาดก่อนที่จะลุกลามไปมากกว่านี้ นี่แหละคือวิธีจัดการที่เหมาะสมที่สุด คุณว่าไหมครับ?"
"และพวกมันรับรองว่า หลังจากเรื่องนี้จบลง..." นิ้วของผู้ช่วยผู้กำกับเคาะลงบนโต๊ะสามครั้ง
เสียงเคาะโต๊ะ "ตึก ตึก ตึก" ทำให้ความดันโลหิตสูงของผู้กำกับชาร์ลีลดลงมาทันที...
(จบแล้ว)