- หน้าแรก
- สุดยอดหมอเทวดาพลังเห็ดสุดจะปากแจ๋ว
- บทที่ 21 เปิดร้านวันแรกก็ไม่เป็นมงคลเสียแล้ว
บทที่ 21 เปิดร้านวันแรกก็ไม่เป็นมงคลเสียแล้ว
บทที่ 21 เปิดร้านวันแรกก็ไม่เป็นมงคลเสียแล้ว
บนใบหน้าของตู้รั่วฉิงเต็มไปด้วยคราบน้ำสีขาว เธอเบิกตาโพลงราวกับเพิ่งเจอเรื่องน่ากลัวมา
"ขอโทษที ขอโทษที" เซี่ยฝานรีบดึงกระดาษทิชชูไปเช็ดให้เธออย่างลุกลน
ตู้รั่วฉิงเหมือนอยากจะหลบแต่ก็ลังเล จนกระทั่งมือของเซี่ยฝานสัมผัสโดนแก้ม เธอถึงเพิ่งรู้สึกตัวและรีบเบี่ยงหน้าหลบด้วยความเขินอาย
"พี่เซี่ย ฉันจัดการเองค่ะ พี่รีบออกไปดูเถอะ บางทีอาจจะเป็นอดีตภรรยาของพี่รถชนจริงๆ ก็ได้"
"เดี๋ยวฉันออกไปดูหน่อย" เซี่ยฝานเปิดประตูออกไปดู
บนถนนฝั่งตรงข้ามร้านหุยชุนถัง รถแอสตันมาร์ตินคันหนึ่งพุ่งชนต้นไม้ริมทางด้วยสาเหตุอันใดไม่ทราบได้ และด้านหลังยังมีรถเบนซ์จีคลาสชนท้ายซ้ำอีก
หน้ารถแอสตันมาร์ตินพังยับเยิน บริเวณห้องเครื่องมีไฟลุกท่วมและกำลังลามไปถึงห้องโดยสาร
มีคนพยายามดึงประตูรถเพื่อช่วยคนที่อยู่ข้างใน แต่ประตูรถเสียรูปทรงจนเปิดไม่ออก
เซี่ยฝานคว้าถังดับเพลิงในร้านยารีบวิ่งออกไปทันที
ตู้รั่วฉิงที่เพิ่งเช็ดคราบนมเสร็จก็วิ่งตามออกไปเช่นกัน
พอเซี่ยฝานวิ่งไปถึงข้างห้องโดยสารของรถแอสตันมาร์ติน เปลวไฟก็ลามไปติดตัวคนขับแล้ว
คนขับเป็นผู้หญิง ใบหน้าซุกอยู่ในถุงลมนิรภัยจนมองไม่เห็นหน้า ถุงลมนิรภัยนั้นช่วยชีวิตเธอไว้ แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นตัวช่วยให้ไฟลุกไหม้ เปลวไฟแทบจะลามเลียไปทั่วใบหน้าของเธอ
เซี่ยฝานยกถังดับเพลิงทุบกระจกรถจนแตก ดึงสลักนิรภัยออก จ่อหัวฉีดเข้าไปในห้องโดยสารแล้วกดบีบ
ฟู่ ฟู่!
ผงเคมีแห้งดับเพลิงพ่นใส่เปลวไฟ
ไม่รู้ว่าตู้รั่วฉิงไปหาคัตเตอร์มาจากไหน พอไฟดับปุ๊บเธอก็พุ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต ใช้มีดตัดเข็มขัดนิรภัยที่ถูกไฟไหม้จนละลาย
คนขับรถเบนซ์จีคลาสคันหลังตั้งสติได้ก็รีบถอยรถออกไป
เข็มขัดนิรภัยขาดออก
เซี่ยฝานโยนถังดับเพลิงทิ้งแล้วอุ้มคนขับหญิงออกมาจากห้องโดยสาร
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นมีคราบถุงลมนิรภัยที่ไหม้เกรียมติดอยู่ เสื้อผ้าบนร่างก็ถูกไฟไหม้ไปไม่น้อย สภาพดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
เซี่ยฝานวางผู้หญิงคนนั้นลงบนพื้นแล้วหันไปพูดกับตู้รั่วฉิง "เธอรีบไปที่ร้านยา เอาครีมสกัดเห็ดของฉันมาเร็ว"
ตู้รั่วฉิงรับคำแล้วสับเท้าวิ่งทันที แต่วิ่งไปได้สองก้าวก็หันกลับมาถาม "ครีมสกัดเห็ดอยู่ที่ไหนคะ"
"ในห้องพักของเธอ ในโหลสีขาวตรงมุมห้องนั่นแหละ" เซี่ยฝานเร่ง "ไปเร็วเข้า"
ตู้รั่วฉิงรีบวิ่งกลับไป
เซี่ยฝานไม่สนใจว่ารอบข้างจะมีคนมองอยู่มากแค่ไหน เขากดมือขวาลงบนตำแหน่งหัวใจของคนขับหญิง รวบรวมพลังเห็ดส่งเข้าไปในร่างกายของเธอเพื่อช่วยให้เธอพ้นขีดอันตรายในช่วงเวลานี้
จังหวะนั้นเอง คนขับรถเบนซ์จีคลาสก็วิ่งเข้ามาตวาด "นายทำอะไร ปล่อยเธอนะ"
ชายคนนี้อายุราวสามสิบปี ใส่สูทผูกไท หน้าตอบผิวขาว สวมแว่นตากรอบทอง ท่าทางดูภูมิฐาน แต่น้ำเสียงกลับดุดัน
เซี่ยฝานไม่ตอบโต้ เขาเดินหน้าส่งพลังเห็ดเข้าสู่ร่างกายของคนขับหญิงต่อไป
ตอนที่เขาเริ่มลงมือ หัวใจของผู้หญิงคนนี้เต้นอ่อนมากและไม่สม่ำเสมอ ตอนนี้อาการดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังไม่สู้ดีนักและยังไม่พ้นขีดอันตราย
แต่แล้วชายสวมแว่นก็คว้าไหล่ของเซี่ยฝานแล้วกระชากไปด้านหลังอย่างแรง
ชีวิตคนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไอ้หมอนี่มันโง่บัดซบจริงๆ
เซี่ยฝานตวัดมือผลักกลับไป ชายสวมแว่นเซถอยหลังไปสามก้าวแล้วล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
"นายทำบ้าอะไร" ชายสวมแว่นโกรธจัด
เซี่ยฝานพูดเสียงเย็นชา "ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายทำบ้าอะไร ฉันกำลังช่วยคน นายมาก่อกวนทำไม ถ้าเกิดอะไรขึ้นนายรับผิดชอบไหวไหม"
ชายสวมแว่นตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว "แกรู้ไหมว่าเธอเป็นใคร แกมีสิทธิ์อะไรไปลวนลามเธอ"
เซี่ยฝานพิจารณาดูผู้หญิงที่บาดเจ็บ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยคราบถุงลมนิรภัยที่ไหม้เกรียม เลือดเนื้อเละเทะไปหมด จะไปดูออกได้ยังไงว่าเป็นใคร
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนในกลุ่มไทยมุงพูดขึ้นมาว่า "นั่นซ่งฮุย ผู้จัดการส่วนตัวของดาราดังเหลียงอี้เฟยนี่"
"ให้ตายเถอะ งั้นคนที่บาดเจ็บก็คือเหลียงอี้เฟยไม่ใช่เหรอ"
"ฉันเห็นนะ เมื่อกี้รถของเหลียงอี้เฟยหักหลบตาแก่คนหนึ่งเลยชนเข้าให้ ไอ้แก่เวรนั่นวิ่งหนีไปแล้ว"
ฝูงชนที่มุงดูอยู่พากันฮือฮาทันที ต่างคนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา บางคนก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป
เซี่ยฝานก็นึกถึงชื่อของเหลียงอี้เฟยขึ้นมาได้ เขาเคยดูซีรีส์เรื่องตำนานกระบี่เทพเซียนที่เธอเล่น เธอเป็นดาราเบอร์ต้นๆ จริงๆ
แต่ตอนนั้นเอง ซ่งฮุยกลับเดินเข้ามาอุ้มร่างเหลียงอี้เฟยที่ยังไม่ได้สติแล้วเดินออกไปเฉยเลย
เซี่ยฝานตกใจมากรีบตวาด "หยุดนะ ทำแบบนี้เธอจะบาดเจ็บหนักกว่าเดิม"
"แกอยู่ห่างๆ ฉันเลยนะ ไม่งั้นถ้าอี้เฟยเป็นอะไรไปฉันจะเอาเรื่องแก" ซ่งฮุยอุ้มร่างเดินจ้ำอ้าวไปที่รถเบนซ์จีคลาสด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
เซี่ยฝานได้แต่ถอดใจ
คดีความเมื่อปีก่อนทำให้เขาหมดเนื้อหมดตัว นั่นขนาดยังเป็นแค่คนธรรมดา แต่ตรงหน้านี้คือดาราดังระดับประเทศ ขืนต้องมารับผิดชอบจริงๆ ต่อให้ขายตัวเขาก็คงไม่มีปัญญาจ่าย
ช่างเถอะ ยุคนี้แค่พยุงคนแก่ล้มยังมีความเสี่ยงสูงเลย อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า
ซ่งฮุยอุ้มเหลียงอี้เฟยขึ้นเบาะหลังรถเบนซ์จีคลาสแล้วขับออกไป
กลุ่มไทยมุงก็สลายตัวเช่นกัน
ตู้รั่วฉิงอุ้มโหลกระเบื้องสีขาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "คนล่ะคะ"
เซี่ยฝานผายมือ "ส่งโรงพยาบาลไปแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ"
ตู้รั่วฉิงทำหน้าเหวอ
ร้านหุยชุนถังเปิดทำการ เซี่ยฝานนั่งประจำโต๊ะตรวจด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ตู้รั่วฉิงยืนอยู่หลังตู้ยา ทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าได้รูปราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง ดึงดูดสายตาเป็นที่สุด
หมอเทวดาบวกกับเภสัชกรสาวทรงโต ธุรกิจนี้จะไม่รุ่งได้ยังไง
ครู่ต่อมา คุณป้าคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
ตู้รั่วฉิงทักทายอย่างกระตือรือร้น "คุณป้าคะ อยากรับอะไรดีคะ"
คุณป้าเอ่ยถาม "พวกเธอมีแชมพูสระผมไหม"
ตู้รั่วฉิงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเซี่ยฝาน
เซี่ยฝานอธิบายอย่างจนใจ "คุณป้าครับ พวกเราเป็นร้านขายยานะครับ"
คุณป้าสวนกลับ "ร้านขายยาแฟรนไชส์ที่อื่นเขาก็มีแชมพูสระผมทั้งนั้นแหละ มีน้ำมันพืชด้วย รูดบัตรซื้อได้เลย พวกเธอไม่มีแม้แต่แชมพูสระผม มิน่าล่ะลูกค้าถึงได้เงียบเหงาขนาดนี้ ชิ"
เซี่ยฝานถึงกับหมดคำพูด
ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ร้านหุยชุนถังเพิ่งจะขายได้บิลเดียว มีเด็กมัธยมคนหนึ่งมาซื้อพลาสเตอร์ยาไปหนึ่งกล่อง
"พี่เซี่ย ธุรกิจแย่ขนาดนี้ เอาเป็นว่าพี่หักเงินเดือนฉันลงหน่อยดีไหมคะ" ตู้รั่วฉิงร้อนใจยิ่งกว่าเถ้าแก่เสียอีก ถึงขั้นเสนอขอลดเงินเดือนตัวเอง
เซี่ยฝานหัวเราะ "เธอนี่ซื่อจริงๆ คนอื่นเขามีแต่จะอยากได้เงินเยอะๆ เธออุตส่าห์อยากลดเงินเดือนตัวเอง"
"ฉันกลัวพี่ขาดทุนแล้วจะไม่จ้างฉันต่อนี่คะ" ตู้รั่วฉิงพูดเสียงอ่อย
"ไม่ต้องห่วงหรอก ร้านหุยชุนถังของพวกเราน่ะสามปีไม่เปิดร้าน เปิดร้านทีเดียวอยู่ได้สามปี" ตอนนี้เซี่ยฝานมีเสบียงตุนไว้ในกระเป๋าจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนใจ
อีกอย่าง เขายังแขวนป้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษของโรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่งอยู่ ถ้าทางโรงพยาบาลมีเคสยากๆ ผู้อำนวยการจางก็ต้องเชิญเขาไปรักษาอยู่แล้ว คนไข้แบบหูปินน่ะ รักษาหายคนเดียวก็อยู่ไปได้ตั้งสามปีแล้วไม่ใช่หรือไง
ตู้รั่วฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็พูดออกมาจนได้ "พี่เซี่ย สามปีไม่เปิดร้าน เปิดร้านทีเดียวอยู่ได้สามปี นั่นมันธุรกิจขายโลงศพนะคะ"
เซี่ยฝานสบเข้ากับแววตาใสซื่อของเธอแล้วก็ถึงกับไปไม่เป็น
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อจางจงเหวิน
เซี่ยฝานสไลด์หน้าจอกดรับสาย "ฮัลโหล ลุงจาง มีเรื่องอะไรหรือครับ"
เสียงของจางจงเหวินดังมา "เสี่ยวเซี่ย รีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย มีคนไข้รายหนึ่งต้องการให้นายลงมือรักษา"