- หน้าแรก
- สุดยอดหมอเทวดาพลังเห็ดสุดจะปากแจ๋ว
- บทที่ 1 - ภรรยากับเห็ดปริศนา
บทที่ 1 - ภรรยากับเห็ดปริศนา
บทที่ 1 - ภรรยากับเห็ดปริศนา
ปัง!
ปัง!
ตรายางสองอันประทับลงบนทะเบียนหย่าสองเล่ม
"เซี่ยฝาน ตั้งแต่วันนี้ไปเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ต่อไปไม่ต้องโทรหาฉัน แล้วก็ไม่ต้องส่งวีแชตมาด้วย ฉันลบคุณทิ้งไปแล้ว ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดคิดว่าเรายังติดต่อกันอยู่!"
เซี่ยฝานรู้สึกขมขื่นในใจ แต่ใบหน้ายังคงแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง "ได้สิ ไม่ติดต่อ"
ครอบครัวของเขาเป็นแพทย์แผนจีนมาสามชั่วอายุคน อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบจนเปิดร้านขายยาจีนหุยชุนถังขึ้นมาได้ เดิมทีก็เผชิญความยากลำบากจากการถูกร้านขายยาแฟรนไชส์บีบตลาดอยู่แล้ว ซ้ำร้ายเมื่อเดือนก่อนยังเกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ขึ้นอีก เขาต้องจ่ายค่าชดเชยจนหมดตัว บ้านก็ไม่มี ใบอนุญาตเปิดร้านขายยาก็ถูกเพิกถอน
และวันนี้ วันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ เขาถึงขั้นไม่มีภรรยาอีกต่อไป
เซี่ยฝานลากกระเป๋าเดินทางเดินออกมาจากที่ว่าการอำเภอ ท้องถนนในเมืองจิ่นเฉิงประดับประดาไปด้วยโคมไฟและริ้วผ้าหลากสีเพื่อต้อนรับปีใหม่ ทว่าในเมืองใหญ่นี้กลับไม่มีที่ให้เขาพักพิงอีกแล้ว
ซูมู่เฉิงเดินไปที่รถมายบัคซึ่งจอดอยู่ริมถนน
นั่นคือรถของหัวหน้าบริษัทเธอ บางทีอาจจะถูกใจในความสามารถในการทำงานอันโดดเด่นของเธอ หรืออาจจะถูกใจในความสาวและสวยของเธอ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงต้องมารับด้วยตัวเองแบบนี้ล่ะ
แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
จนกระทั่งขึ้นรถไป ซูมู่เฉิงก็ไม่ได้หันกลับมามองเขาเลยแม้แต่แวบเดียว
รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันที่เซี่ยฝานเรียกไว้ก็มาถึงพอดี
คันหนึ่งมุ่งหน้าไปทางตะวันออก อีกคันมุ่งหน้าไปทางตะวันตก
ระยะทางแปดสิบกิโลเมตร
หมู่บ้านเซียนกู
บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านมีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันอยู่ ส่วนใหญ่เป็นชายหญิงสูงอายุ และมีคุณป้าคุณน้าวัยกลางคนอยู่สองสามคน ล้วนแต่เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยทั้งสิ้น
"โอ๊ะ นั่นเซี่ยฝานไม่ใช่เหรอ ตัวสูงปรี๊ดเลย ดูเป็นหนุ่มเรียบร้อยเชียว ฉันไม่ได้เจอเขามาตั้งหลายปีแล้วนะเนี่ย"
"เขาไปซื้อบ้านอยู่ในเมืองแล้ว เมืองจิ่นเฉิงเลยนะ นั่นมันเมืองใหญ่เชียวล่ะ ราคาบ้านแพงหูฉี่เลย"
"ทุกสาขาอาชีพ อาชีพที่ทำเงินได้มากที่สุดก็คือหมอนี่แหละ เมื่อวานฉันไปหาหมอที่สถานีอนามัยในตำบลเพราะเป็นหวัด หมดเงินไปตั้งร้อยกว่าหยวน"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ฉันได้ยินมาว่าเขารักษาคนจนตาย ต้องจ่ายค่าชดเชยจนหมดเนื้อหมดตัว เมียก็ขอหย่าไปแล้วด้วย"
"หา ... จริงเหรอ โชคร้ายอะไรขนาดนั้น!"
ชาวบ้านเหล่านั้นพากันซุบซิบนินทา
สถานการณ์นี้ทำเอาเซี่ยฝานถึงกับมึนงง
เรื่องที่เขาหย่ากับซูมู่เฉิงมันแพร่มาถึงบ้านเกิดในหุบเขาได้ยังไงกัน
หน่วยข่าวกรองระดับหมู่บ้านนี่สมคำร่ำลือจริงๆ
เซี่ยฝานเปลี่ยนไปเดินบนคันนาเพื่ออ้อมปากทางเข้าหมู่บ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเก่า
เขาเข็ดขยาดกับบรรดาคุณลุงคุณป้าในหน่วยข่าวกรองระดับหมู่บ้านพวกนี้แล้ว ขนาดหมาเดินผ่านตรงนั้นยังเสียชื่อเสียงได้เลย
เขาเดินไปตามคันนาคดเคี้ยวจนสุดทาง ก็มาถึงบ้านเก่า
บ้านอิฐมอญห้าหลัง ด้านหน้ามีกำแพงหินสูงระดับเอวล้อมเป็นลานบ้านเล็กๆ
หินที่ใช้ก่อกำแพงเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ตามซอกกำแพงมีวัชพืชงอกออกมา ท่ามกลางสายลมหนาวในฤดูหนาว วัชพืชเหล่านั้นเอนไหวไปทางภูเขาเซียนกูที่อยู่ทางซ้ายมือ
ตอนเด็กๆ พ่อเคยเล่าเรื่องภูเขาเซียนกูให้เขาฟัง
พ่อบอกว่าเมื่อนานมาแล้วมีเทพเซียนองค์หนึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาลูกนี้ ตอนกลางวันจะแปลงกายเป็นมนุษย์ลงมารักษาโรคให้ชาวบ้าน พอตกกลางคืนกลับเข้าป่าก็จะกลายร่างเป็นเห็ดซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อภูเขาเซียนกู
ตอนนั้นเซี่ยฝานเชื่อจริงๆ ว่าบนภูเขามีเทพเซียน เขาชอบวิ่งขึ้นไปบนภูเขาเซียนกูบ่อยๆ เพื่อตามหาเซียน
แน่นอนว่าหาเซียนไม่เจอหรอก แต่เขาก็มักจะเก็บเห็ดกลับมาได้เสมอ
บางครั้งเขาก็หกล้มบาดเจ็บ พ่อก็จะคอยทำแผลให้ ส่วนแม่ก็มักจะบ่นฉอดๆ แล้วเอาเห็ดที่เขาเก็บมาไปทำกับข้าว
พ่อกับแม่จากไปเร็ว บ้านเก่าหลังนี้จึงทรุดโทรมลงมาก
สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง ผู้คนไม่เหมือนเดิม
แม่กุญแจที่ประตูรั้วขึ้นสนิมหมดแล้ว เซี่ยฝานเปิดกระเป๋าเดินทางหยิบกล่องยาใบเล็กออกมา จากนั้นก็หยิบแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อออกมาฉีดพ่นเข้าไปในรูกุญแจเล็กน้อยถึงจะไขออกได้
พอเดินเข้าไปในบ้าน
พื้นที่ครึ่งหนึ่งของลานหน้าบ้านเทปูนไว้ ส่วนที่เหลือเป็นแปลงผักที่ไม่มีใครดูแล ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกชัฏมานานแล้ว
"อ๊าก!" จู่ๆ ก็มีเสียงนกร้องดังขึ้น
นกแก้วตัวหนึ่งทิ้งตัวดิ่งลงมาจากกลางอากาศ ตามติดมาด้วยเหยี่ยวตัวหนึ่งที่โฉบลงมา
นกแก้วตัวนั้นตกลงมาตรงหน้าเซี่ยฝานพอดิบพอดี มันเป็นนกแก้วตันปาที่มีขนสีเทาปนเขียวและเหลือง จงอยปากสีทอง
เขาเติบโตที่นี่ เคยเห็นนกแก้วสายพันธุ์พื้นเมืองของเสฉวนชนิดนี้มาไม่น้อย แต่ล้วนเป็นพวกปากสีแดง ส่วนพวกปากสีทองนี่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
นกแก้วตันปาได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างหนึ่ง มันดิ้นทุรนทุรายร้องครวญครางอยู่บนพื้น
เซี่ยฝานรีบยื่นมือออกไปกางป้องมันไว้
กรงเล็บแหลมคมของเหยี่ยวตัวนั้นกรีดผ่านหลังมือของเซี่ยฝาน ทิ้งรอยแผลเป็นทางยาวไว้อย่างชัดเจน หลังจากบินโฉบผ่านไปมันก็ไปเกาะอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง ไม่ยอมจากไปไหน
เซี่ยฝานหยิบก้อนหินขึ้นมาปาใส่ "ไสหัวไป!"
เหยี่ยวตัวนั้นตกใจกลัวจึงบินหนีไป
เซี่ยฝานพานกแก้วตันปาเข้าไปในบ้าน นำกล่องยาใบเล็กมาทำแผลที่ขาข้างที่บาดเจ็บให้มัน
นกแก้วตันปามองดูเซี่ยฝาน แววตาของมันราวกับแฝงความซาบซึ้งใจ
เซี่ยฝานใช้สำลีการแพทย์เช็ดแผลบนหลังมือของตัวเอง พลางพูดคุยกับมัน "แกนี่ก็ดวงแข็งเหมือนกันนะ ถ้าไม่ตกลงมาตรงหน้าฉันพอดี ขยับไปไกลอีกนิดแกคงโดนไอ้เหยี่ยวตัวนั้นโฉบไปกินแล้ว"
นกแก้วตันปาเอียงคอ
"แกชื่ออะไรล่ะ" เซี่ยฝานถามด้วยความเบื่อหน่าย
"พ่อ!" นกแก้วร้องตอบ
เซี่ยฝานถูกมันทำให้หัวเราะออกมา "แกนี่ฉลาดจริงๆ ในเมื่อแกเรียกฉันว่าพ่อ งั้นฉันจะตั้งชื่อให้แกก็แล้วกัน อื้ม ... เรียกแกว่า เยาเอ๋อร์ ดีไหม"
"เยาเอ๋อร์! เยาเอ๋อร์!" นกแก้วเยาเอ๋อร์ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กอยู่บนโต๊ะ
เซี่ยฝานมองดูท้องฟ้าสีเหลืองหม่นนอกประตู "คืนนี้เรากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันนะ เดี๋ยวฉันไปต้มน้ำก่อน แกเล่นอยู่ตรงนี้ไปพลางๆ ละกัน"
การกลับบ้านเกิดครั้งนี้ เขาเตรียมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาหนึ่งลัง
ช่วงปีใหม่คนอื่นเขาได้กินดีอยู่ดี ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ส่วนเขาต้องฉลองปีใหม่อย่างโดดเดี่ยวด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คิดแล้วก็อดเศร้าใจไม่ได้
น้ำที่ใช้คือน้ำพุภูเขาจากหลังบ้านที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี กาต้มน้ำอลูมิเนียม หม้อเหล็ก ถ้วยชามและตะเกียบของเก่าก็ยังอยู่ครบ เพียงแต่ต้องใช้เวลาล้างทำความสะอาดสักหน่อย
ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา เซี่ยฝานก็หิ้วกาน้ำร้อนกลับเข้ามาในห้อง
นกแก้วตัวนั้นหายไปแล้ว
เซี่ยฝานยิ้มขื่น "ยุคนี้สมัยนี้ ขนาดยกนกยังพึ่งพาไม่ได้เลย"
เขาจัดการต้มบะหมี่
เซี่ยฝานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตามความเคยชิน มีสัญญาณอยู่บ้าง แต่จะเปิดดูโต่วอินหรืออะไรก็ค่อนข้างกระตุก จึงยอมแพ้ไปเอง
บะหมี่สุกแล้ว
เซี่ยฝานหิวจนไส้กิ่ว เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกินไปคำหนึ่ง
ในตอนนั้นเอง นกแก้วตัวนั้นก็บินกลับเข้ามาทางประตู
เซี่ยฝานกำลังประหลาดใจ ก็เห็นว่าในปากของมันคาบเห็ดมาดอกหนึ่ง แล้วปล่อยทิ้งลงไปในถ้วยบะหมี่พอดี
ที่แท้มันไม่ได้บินหนีไป แต่บินเข้าป่าไปเก็บเห็ดมาให้เขานี่เอง
"พ่อ กิน" นกแก้วเยาเอ๋อร์พูด
เซี่ยฝานถึงกับซาบซึ้งใจเพราะนกแก้วตัวหนึ่ง ขอบตาของเขาชื้นรื้น "แกนี่เป็นลูกรักของพ่อจริงๆ พ่อจะกินนะ"
เขาไม่สนว่าเห็ดดอกนี้จะสะอาดหรือไม่ ใช้ตะเกียบคีบเข้าปากทันที รสชาติของเห็ดที่คุ้นเคย ทั้งหอมและหวานละมุน
ทันใดนั้น กระแสความร้อนขุมหนึ่งก็พลุ่งพล่านขึ้นมาจากกระเพาะอาหาร แผ่ซ่านไปตามกระแสเลือดทั่วร่าง ร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว!
จากนั้น ความร้อนก็พุ่งขึ้นสมอง โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้างที่ปวดแสบปวดร้อน มองเห็นสิ่งต่างๆ พร่ามัวไปหมด!
"ให้ตายสิ ... เยาเอ๋อร์ แกเก็บเห็ดอะไรมาให้พ่อกินเนี่ย" เซี่ยฝานรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ชักจะไม่ชอบมาพากล ความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวพุ่งสูงขึ้น
"เซียนกู! เซียนกู!" ลึกลงไปในดวงตาทั้งสองข้างของนกแก้วเยาเอ๋อร์ ปรากฏอักขระสีทองลึกลับผุดขึ้นมา
"เซียนกูบ้าบออะไรล่ะ ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ... " เซี่ยฝานกุมศีรษะไว้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน
พูดไปก็แปลกประหลาดนัก ในวินาทีที่ศีรษะของเขาเหมือนจะระเบิดออกนั้นเอง บนลูกตาทั้งสองข้างของเขาก็มีเส้นเลือดฝอยรูปร่างคล้ายเส้นใยเห็ดปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน ลึกลงไปในรูม่านตาก็มีอักขระสีทองที่ตาเปล่ามองไม่เห็นผุดขึ้นมาเช่นกัน
หลังจากนั้น ความเจ็บปวดทรมานทั้งหมดก็หายเป็นปลิดทิ้ง สายตาของเซี่ยฝานก็กลับมาเป็นปกติ
ไม่สิ!
ไม่ปกติ!
ในสายตาของเขา ขนนกของนกแก้วเยาเอ๋อร์ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเนื้อหน้าอกสีชมพู!
เขาสงสัยว่าตัวเองกินเห็ดเมาจนประสาทหลอน จึงสะบัดศีรษะไปมา แต่เขากลับมองเห็นอวัยวะภายในของนกแก้วเยาเอ๋อร์ได้อย่างชัดเจน!
"นี่ฉัน ... " เซี่ยฝานตกใจแทบแย่ ทำอะไรไม่ถูก
ตู้ม!
จู่ๆ ในหัวของเขาก็มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้น "วาสนาเกิดและดับล้วนมาจากเหตุและผล เหตุคือนกแก้วนำมา ผลคือภัยพิบัติ เป็นบุญย่อมไม่ใช่กรรม เป็นกรรมย่อมหลีกหนีไม่พ้น ข้าคือนักพรตเห็ด จะขอถ่ายทอด 'คัมภีร์เห็ดเร้นลับ' ให้แก่เจ้า ... "
[จบแล้ว]