เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 ทางเลือก

บทที่ 54 ทางเลือก

บทที่ 54 ทางเลือก


บทที่ 54 ทางเลือก

ใจกลางเมืองมังกรฟ้า

บนจัตุรัสที่เดิมทีควรจะเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ตอนนี้กลับเหมือนถูกใครกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ สายตาของคนเกือบทั้งหมดจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนเพียงคนเดียวที่ยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้

ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงสูดลมหายใจก็ดังขึ้น

เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยมองไปที่อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"แกเอาจริงดิ?"

เกรงว่าเวลานี้คงไม่มีใครคาดคิดว่า อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่จะกระโดดออกมารับหน้าและตัดสินใจแบบนี้

แม้กระทั่งหลินอี้ที่เป็นคนกลางของเรื่องเองก็ตาม

เผชิญกับคำถามของเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

"คำพูดของข้าก็คือตัวแทนของอ้าวซื่อเซิ่งถัง ไม่มีอะไรต้องสงสัย"

หมิงเหมินหล่อลากดินดึงสติกลับมาจากความตกตะลึง สายตาที่มองไปยังอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่แฝงไปด้วยความรู้สึกละอายใจที่สู้ไม่ได้

"ข้าสู้แกไม่ได้จริงๆ ว่ะ"

จากนั้นหมิงเหมินหล่อลากดินก็พาคนของหมิงเหมินหันหลังเดินจากไปด้วยสีหน้าหดหู่

หลินอี้ตะโกนบอกหมิงเหมินหล่อลากดินกะทันหัน

"ขอบใจเว้ย!"

หมิงเหมินหล่อลากดินหันกลับมามองหลินอี้ ยิ้มขื่นๆ แล้วพาคนเดินจากไปทันที

เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์

ก่อนที่เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยจะไป เขาก็มองอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่แวบหนึ่ง

"ความวู่วามไม่ใช่เรื่องดีนะเว้ย รีบกลับตัวตอนนี้ยังทัน"

คนของราชวงศ์เซิ่งซื่อเดินตามเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยจากไป

ส่วนลั่วเสินหลิวเหนียนเดินมาข้างๆ หลินอี้แล้วพูดเสียงเบา

"เลือกจุดยืนของตัวเองให้ดี ถึงจะทำให้แกไปได้ไกลกว่านี้ ข้าจะรอข่าวจากแกนะ"

พูดจบยังไม่ทันรอให้หลินอี้ตอบ ก็พาคนของลั่วเสินเดินจากไป

ตอนนี้ที่นี่เหลือแค่คนสองกลุ่มจากวิหารเทพกับอ้าวซื่อเซิ่งถังที่กำลังจ้องหน้ากันอย่างดุเดือด

หลังจากทั้งสองฝ่ายคุมเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็ทิ้งท้ายกับอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ไว้ประโยคหนึ่ง

"แล้วแกจะเสียใจ"

พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

มองดูกลุ่มคนเหล่านั้นเดินจากไป หลินอี้ถึงได้เอ่ยปากถามอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่

"ข้าขอรู้เหตุผลหน่อยได้ไหม ว่าทำไมแกถึงตัดสินใจแบบนี้วะ?"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่:

"ตั้งแต่ตอนที่ข้าตัดสินใจซื้อ【ป้ายก่อตั้งกิลด์】มา ชะตากรรมของอ้าวซื่อเซิ่งถังของข้ามันก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้วล่ะ"

"ข่าวที่ข้าได้มาก็คือ ตอนที่มีสงครามป้องกันฐานที่มั่น ไอ้สามกิลด์นั่นจะลงมือพร้อมกัน พวกมันไม่มีทางยอมให้ข้าสร้างฐานที่มั่นตัดหน้าพวกมันได้หรอก"

พูดถึงตรงนี้ อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

"ยังไงซะก็ต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกันอยู่แล้ว สู้ถือโอกาสนี้ซื้อใจแกไว้ไม่ดีกว่าหรือไงวะ?"

มองดูผู้ชายตรงหน้าที่คนรุ่นหลังขนานนามว่า "พระสังกัจจายน์"

ความจริงมันจะง่ายดายเหมือนอย่างที่เขาพูดจริงๆ งั้นเหรอ?

ความจริงหลายๆ เรื่องทุกคนต่างก็รู้แก่ใจดี หลินอี้ก็ไม่ได้คิดจะแฉให้เปิดโปง แต่กลับพูดว่า

"ข้าเป็นคนไม่ค่อยชอบติดค้างน้ำใจใคร เพื่อเป็นการตอบแทน ฐานที่มั่นแห่งแรกต้องเป็นของอ้าวซื่อเซิ่งถังอย่างแน่นอน"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่มองเฟิงหัวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

เขาไม่รู้เลยว่าเฟิงหัวคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าพูดแบบนี้

ต้องรู้ไว้นะว่าถึงตอนนั้น สิ่งที่ต้องเผชิญไม่ได้มีแค่การโจมตีจากพวกมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ที่รับมือยากกว่าก็คือสามกิลด์ใหญ่นั่นต่างหาก

ด้วยรากฐานของสามกิลด์ใหญ่ ถ้าพวกมันรวมหัวกันเล่นตุกติก พูดตามตรง อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็แทบจะไม่เหลือความหวังกับฐานที่มั่นแห่งนี้แล้ว

แต่ตอนนี้พอได้ยินหลินอี้พูดแบบนั้น อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้กลับมามีไฟฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

"งั้นข้าก็จะขอรับคำอวยพรของแกไว้ก็แล้วกัน"

จนกระทั่งอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่พาคนเดินจากไป เซี่ยไห่ถังถึงได้พาผู้เล่นสาวๆ จากเมืองมายาน้ำแข็งหิมะกลุ่มใหญ่เดินมาถึงอย่างอ้อยอิ่ง

เซี่ยไห่ถัง หรือก็คือมู่หลิงเสวี่ย เดินเข้ามาข้างกายจางซินอิ่งด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

"เสี่ยวอิ่ง แกไม่เป็นไรใช่ไหม?"

จางซินอิ่งละสายตาของตัวเองออกจากร่างของเฟิงหัว แล้วตอบกลับมู่หลิงเสวี่ย

"ข้าไม่เป็นไร วางใจเถอะ"

เมื่อแน่ใจแล้วว่าจางซินอิ่งไม่เป็นอะไรจริงๆ มู่หลิงเสวี่ยถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"

ตอนนั้นเองมู่หลิงเสวี่ยถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นเฟิงหัวที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เรื่องของแก ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน เป็นไงบ้าง อยากให้ข้าช่วยอะไรไหม?"

หลินอี้ย่อมฟังออกอยู่แล้วว่ามู่หลิงเสวี่ยแค่พูดตามมารยาท จึงยิ้มออกมาบางๆ

"ไม่เป็นไร ขอบใจ"

แน่นอนว่ามู่หลิงเสวี่ยไม่ได้คิดจะช่วยจริงๆ หรอก เพราะศัตรูที่เฟิงหัวกำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ไม่ใช่กิลด์ไก่กาซะที่ไหน

อย่าว่าแต่ราชวงศ์เซิ่งซื่อกับลั่วเสินที่เป็นสองกิลด์ใหญ่ระดับตำนานที่สูสีคู่คี่กันเลย ต่อให้ต้องปะทะกับวิหารเทพ เมืองมายาน้ำแข็งหิมะก็ไม่มีโอกาสชนะแม้แต่ครึ่งเปอร์เซ็นต์

แม้ว่าวิธีการทำงานของวิหารเทพคนบ้าคลั่งจะถูกคนครหามานาน แต่ความแข็งแกร่งของวิหารเทพก็คือการยึดครองอันดับสามบนตารางกิลด์มาอย่างยาวนาน

ต่อให้แกจะหมั่นไส้มันแค่ไหน แกก็ต้องยอมรับว่าพวกมันมีฝีมือจริงๆ

และเมื่อเทียบกับกิลด์เก่าแก่ที่หยั่งรากลึกอย่างวิหารเทพแล้ว เมืองมายาน้ำแข็งหิมะที่มีแต่ผู้เล่นหญิงเป็นหลัก ไม่เพียงแต่จะเสียเปรียบมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น

บวกกับปัญหาเรื่องเงินทุนที่ตึงมือ มู่หลิงเสวี่ยจึงไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนากิลด์แบบนี้

มู่หลิงเสวี่ยคุยเป็นมารยาทกับหลินอี้อีกสองสามประโยค ก็เตรียมจะพาจางซินอิ่งเดินจากไป

"เดี๋ยวก่อน!"

จู่ๆ หลินอี้ก็เรียกทั้งสองคนเอาไว้

ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทั้งสองคน หลินอี้ก็พูดกับจางซินอิ่ง

"แอดเพื่อนไว้หน่อยสิ เดี๋ยวข้ามีเรื่องจะคุยด้วย"

มู่หลิงเสวี่ยดึงจางซินอิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังตัวเองทันที

"แกจะทำอะไรวะ?"

หลินอี้ไม่สนใจมู่หลิงเสวี่ย เอาแต่จ้องมองจางซินอิ่ง

ตอนนี้จางซินอิ่งกำลังลังเลกับคำขอเป็นเพื่อนที่อยู่ตรงหน้า

แต่สุดท้าย จางซินอิ่งก็กดตกลง

"เสวี่ยเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ"

มู่หลิงเสวี่ยมองหลินอี้ด้วยสายตาแปลกๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะถูกจางซินอิ่งลากตัวไป

มองตามกลุ่มสาวๆ ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเดินจากไป หลินอี้ยืนเหม่อมองแผ่นหลังอันงดงามนั้นค่อยๆ ห่างออกไปจนลับสายตา

จนกระทั่งอีกฝ่ายหายลับไปจากสายตา หลินอี้ถึงค่อยๆ ดึงสติกลับมา

ตอนนั้นเอง จู่ๆ หลินอี้ก็เอ่ยปากขึ้นมา

"ออกมาเถอะ"

รอบด้านเงียบกริบ ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ!

ผ่านไปสักพัก หลินอี้ก็รู้สึกขำนิดๆ แล้วพูดว่า

"ไม่ต้องหันมองไปทั่วหรอก ข้าหมายถึงแกนั่นแหละ"

ตรงหน้าหลินอี้ ร่างของโจรคนหนึ่งที่ทำหน้าเด๋อด๋าก็ปรากฏตัวขึ้น

เทียนซื่อมองผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกมตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

"แกรู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?"

"ก็ตั้งแต่ตอนที่แกมาถึงนั่นแหละ"

"เป็นไปไม่ได้!"

เทียนซื่อปฏิเสธเสียงแข็งทันที

"งั้นแกบอกมาสิว่าข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

หลินอี้แกล้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ

"ตอนที่พวกราชวงศ์เซิ่งซื่อมาถึงไง"

สีหน้าของเทียนซื่อเปลี่ยนไปทันที เขามองหลินอี้ด้วยความตกใจสุดขีด

"ตอนนั้นในสภาพแวดล้อมที่โคตรจะวุ่นวายขนาดนั้น แกยังมีกะจิตกะใจมาสังเกตเห็นข้าอีกเหรอเนี่ย... แกแม่งโคตรจะวิปริตเลยว่ะ!"

เทียนซื่อจ้องมองหลินอี้ด้วยสีหน้าราวกับกำลังมองดูตัวประหลาด

"บอกข้าทีว่าแกทำได้ยังไงวะ?"

หลินอี้หัวเราะหึๆ

"มันมีสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ยังไงล่ะ"

เทียนซื่อทำหน้ายอมจำนน

"โคตรเทพ!"

ในตอนนี้ บนตัวของหลินอี้มีตราสัญลักษณ์สีส้มติดอยู่ชิ้นหนึ่ง:

【ตราสัญลักษณ์โทเทมเผ่ามนุษย์หมาป่า】

ตราเกียรติยศ ผู้ถือครอง: เฟิงหัว ระดับ: ตำนาน

พลังโจมตีเวทมนตร์: 20-30 พลังโจมตีกายภาพ: 20-30 สติปัญญา +15 ร่างกาย +15 พละกำลัง +15 เลเวลที่ต้องการ: 0 คุณสมบัติเพิ่มเติม 1:

เนตรมนุษย์หมาป่า: ตรวจจับเป้าหมายที่ซ่อนตัวอยู่ในรัศมี 5x5 โดยอัตโนมัติ

คุณสมบัติเพิ่มเติม 2:

เงาว่องไว: ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 20%

ทักษะเพิ่มเติม (ติดตัว):

ตราสัญลักษณ์โทเทม: เมื่ออยู่ในสถานะปาร์ตี้ สมาชิกทุกคนจะได้รับพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 10%

ตอนนั้นเอง อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ที่เพิ่งจะเดินจากไปได้ไม่นานก็ส่งข้อความเสียงมาหา

"มีคนเจอบอสราชากิ้งก่าแถวๆ กิ้งก่ามารคลุ้มคลั่งว่ะ พวกวิหารเทพมันพาคนล่วงหน้าไปแล้ว แกสนใจจะไปแจมหน่อยไหม?"

หลินอี้ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไป บังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอวะ?

จากนั้นหลินอี้ก็ส่งคำขอคุยด้วยเสียงไปหาหมิงเหมินหล่อลากดิน

ผ่านไปพักใหญ่กว่าหมิงเหมินหล่อลากดินจะกดรับสาย ทว่าประโยคแรกที่หลุดออกมาก็คือ:

"ลูกพี่เฟิง ข้าขอโทษว่ะ!"

ความจริงแล้ว สำหรับตัวหมิงเหมินหล่อลากดินคนนี้ ในใจของหลินอี้ก็รู้สึกซับซ้อนอยู่เหมือนกัน

แรกเริ่มเดิมที ความเข้าใจที่หลินอี้มีต่อหมิงเหมินหล่อลากดิน ล้วนมาจากคำพูดที่ผู้คนถกเถียงกันในเว็บบอร์ดเมื่อชาติที่แล้ว

แต่พอได้มารู้จักและคลุกคลีกันจริงๆ หลินอี้ถึงได้ค้นพบว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้เย่อหยิ่งจองหองเหมือนพวกคุณชายไฮโซอย่างที่คิดเอาไว้เลย

อย่างน้อยสำหรับหลินอี้แล้ว สิ่งที่หมอนี่ทำให้มันก็เกินขอบเขตของคำว่าเพื่อนธรรมดาไปไกลลิบแล้ว

จุดนี้แหละที่ทำให้หลินอี้รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ส่วนเรื่องการตัดสินใจของเขาเมื่อกี้ พูดตามตรงหลินอี้ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด

เพราะสำหรับคนแบบเขา มีเรื่องให้ต้องคิดต้องกังวลเยอะแยะไปหมด

บางครั้งความเลือดร้อนพลุ่งพล่านก็ไม่ได้แปลว่ากล้าหาญหรือรักเพื่อนฝูงเสมอไป แต่อาจจะเป็นความโง่เขลาอวดเก่งก็ได้

หลินอี้ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพูดว่า:

"สนใจจะไปดูงิ้วโรงใหญ่ด้วยกันไหมวะ?"

หมิงเหมินหล่อลากดินชะงักไปนิดนึง ก่อนจะนึกถึงข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งได้รับมา

"พี่หมายถึงราชากิ้งก่าเหรอ?"

"ตอบถูกเผงเลยเว้ย!"

หลินอี้ยิ้มแล้วตอบกลับไป:

"ข้าเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่เอาไว้ให้ไอ้สามกิลด์นั่นด้วย หวังว่าถึงตอนนั้นพวกมันจะชอบนะเว้ย"

จบบทที่ บทที่ 54 ทางเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว