เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ความเป็นสุภาพบุรุษคืออะไร

บทที่ 31 ความเป็นสุภาพบุรุษคืออะไร

บทที่ 31 ความเป็นสุภาพบุรุษคืออะไร


บทที่ 31 ความเป็นสุภาพบุรุษคืออะไร

หลังจากเจอบอส เซิ่งซื่อม่อเซี่ยทางฝั่งเซิ่งซื่อก็สั่งการทันที:

"เดี๋ยวข้าจะเป็นคนเปิดมอนสเตอร์เอง ให้จุ้ยกุ่ยเป็นแทงก์หลัก"

"เซวี่ยถูคอยดูจังหวะแย่งความเกลียดชังเพื่อช่วยจุ้ยกุ่ยรับดาเมจ จุ้ยกุ่ยห้ามตายเด็ดขาด"

"กูเป่ยเฉิง แกโจมตีอิสระ ระวังอย่าโจมตีเพลินจนดึงความเกลียดชังมาล่ะ"

"เชาหน่าย หน้าที่หลักของแกคือดูแลเลือดของจุ้ยกุ่ย"

"ส่วนอย่างอื่น เดี๋ยวค่อยปรับตามสถานการณ์ มีคำถามอะไรไหม?"

ทุกคนขานรับ:

"ไม่มี!"

เซิ่งซื่อม่อเซี่ยพูดต่อ:

"จากที่ข้าสังเกตดู บอสมันจะพ่นหมอกพิษออกมาเป็นจังหวะ"

"เดี๋ยวข้าจะคอยเตือนจังหวะที่มันจะพ่นหมอกพิษ"

"พอข้าตะโกนว่า 'กระจาย' พวกแกสามคนก็หยุดโจมตีทันที แล้วถอยออกไปห่างๆ สักสามเมตร ข้าจะดึงความเกลียดชังไว้เอง"

"พอมันหยุดพ่นพิษ พวกแกค่อยเข้าไปโจมตีต่อ"

"พยายามอย่าให้โดนหมอกพิษ ไม่งั้นข้ากลัวว่าเชาหน่ายจะฮีลไม่ทัน แล้วสถานการณ์จะคุมไม่อยู่"

"เอาล่ะ ทุกคนเตรียมตัว!"

………………

ในจุดเดียวกันของดันเจี้ยนอีกแห่ง

ลั่วเสินเยาเนี่ยพูดว่า:

"ดูเหมือนบอสตัวนี้จะทำดาเมจไม่ได้สูงมาก แต่พวกแกต้องระวังหมอกพิษบนตัวมันให้ดี"

"ตอนที่มันพ่นหมอกพิษ พวกสายโจมตีประชิดต้องถอยออกมาก่อน ปล่อยให้เตี๋ยเมิ่งที่เป็นนักเวทรับช่วงดึงความเกลียดชังแทน"

"ส่วนเตี๋ยเมิ่ง แกต้องระวังการเดินให้ดี อย่าให้มันแตะตัวได้"

พูดถึงตรงนี้ ลั่วเสินเยาเนี่ยก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ:

"ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน ยังไงก็ต้องลองบวกดูสักตั้งถึงจะรู้สถานการณ์จริงๆ"

"เดี๋ยวให้เตี๋ยเมิ่งเปิดมอนสเตอร์ ลากมันออกมาตีข้างนอกสระน้ำ จะได้ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน"

ลั่วเสินหลิวเหนียนไม่ขัดข้อง

"งั้นก็เตรียมตัวลองเชิงดูเลย"

ทุกคนขานรับ:

"รับทราบ!"

ลั่วเสินเยาเนี่ยสั่งการ:

"เตี๋ยเมิ่ง เตรียมเปิดมอนสเตอร์!"

……………………

อ้าวซื่อเฟิงเย่มองบอสเต่าเขียวที่หมอบอยู่ริมสระน้ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ไอ้ตัวนี้น่าจะตึงมือเอาเรื่องว่ะ"

อ้าวซื่อเฟิงเย่หันไปมองอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่:

"จะลุยไหม?"

"ลุยสิ ทำไมจะไม่ลุย?"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่มีสีหน้าแน่วแน่:

"ยังไงซะ ต่อให้ต้องตายก็ต้องตายตาหลับไม่ใช่เหรอ?"

"ยังไม่ทันได้สู้ก็หนีหางจุกตูด มันจะไปดูได้ยังไง"

อ้าวซื่อเทียนสิงเจ่อ:

"งั้นพี่เฟิงเย่ เดี๋ยวเราจะบวกยังไงดี?"

อ้าวซื่อเฟิงเย่ขมวดคิ้ว เหมือนกำลังสังเกตอะไรบางอย่าง

จู่ๆ อ้าวซื่อเฟิงเย่ก็ร่ายโล่ใส่อ้าวซื่อเวยป้า

"ไอ้เบิ้ม ตอนนี้แกลองเดินเข้าไปในหมอกพิษนั่นดูหน่อยซิ"

ทุกคนตกใจ

อ้าวซื่อเวยป้ารีบทำหน้าเบี้ยวทันที

"พี่เฟิง ผมกับพี่ก็ไม่ได้มีแค้นเคืองอะไรกันนี่นา ทำไมต้องส่งผมไปตายด้วยอ่ะ!"

อ้าวซื่อเฟิงเย่เตะก้นอ้าวซื่อเวยป้าไปทีนึง

"หุบปากไปเลย ให้ไปก็ไปสิวะ มีข้าอยู่ทั้งคนจะกลัวอะไร"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่หันไปมองอ้าวซื่อเฟิงเย่

"แกอยากจะลองดูดาเมจของหมอกพิษนั่นเหรอ?"

"อืม"

อ้าวซื่อเฟิงเย่ไม่ได้ปฏิเสธ

"ถ้าดาเมจของหมอกพิษนี่พอทนไหว เราก็พอจะลองบวกดูได้"

"แต่ถ้าดาเมจแรงเกินไปก็คงต้องยอมถอย เพราะนี่เพิ่งจะเป็นแค่ลูกเล่นแรกของบอส ใครจะรู้ว่ามันยังมีไม้ตายก้นหีบอะไรซ่อนไว้อีก"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง

"เสี่ยวเวย แกลองเข้าไปดูหน่อย เข้าไปปุ๊บก็รีบออกมาเลยนะ เข้าใจไหม?"

ในเมื่ออ้าวซื่อเจวี๋ยเย่พูดแบบนี้ อ้าวซื่อเวยป้าก็จำใจต้องเดินเข้าไปหาหมอกพิษริมสระน้ำ

ทันทีที่อ้าวซื่อเวยป้าสัมผัสกับหมอกพิษ ดาเมจก็เด้งขึ้นมาเป็นชุด

"-10"

"-10"

"-10"

อ้าวซื่อเวยป้าตกใจจนรีบหันหลังวิ่งออกจากหมอกพิษทันที อ้าวซื่อเฟิงเย่รีบร่ายคาถาฟื้นฟูใส่อ้าวซื่อเวยป้าจนเลือดกลับมาเต็มหลอด

สักพัก อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็ถามขึ้น:

"เป็นไงบ้าง?"

อ้าวซื่อเฟิงเย่ก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง

แต่ไม่นาน อ้าวซื่อเฟิงเย่ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดว่า:

"ไหวอยู่!"

อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ไม่พูดพร่ำทำเพลง:

"งั้นก็วางแผนมาเลย จะลุยยังไง"

อ้าวซื่อเฟิงเย่เริ่มวางแผนกลยุทธ์ทันที

………………

ในขณะที่สามกิลด์ใหญ่กำลังเตรียมตัวลุยบอสอย่างขะมักเขม้น ณ วิหารคืนชีพที่อยู่ใกล้กับดันเจี้ยนที่สุด

วิหารเทพคนบ้าคลั่งโกรธจนเตะวิหารเทพเพชฌฆาตไปหนึ่งที ก่อนจะตะคอกใส่ด้วยความเดือดดาล:

"เมื่อกี้ข้าสั่งให้แกหยุดโจมตี แล้วแกทำบ้าอะไรอยู่ห๊า?"

"นี่แกเพิ่งเคยเล่นเกมครั้งแรกเหรอวะ? ไอ้เวรเอ๊ย!"

"เป็นแค่นักล่าริอาจจะแย่งดึงความเกลียดชัง แถมเสือกวิ่งมาทางข้าอีก กู..."

พอนึกถึงว่านี่เป็นการตายยกตี้รอบที่สองแล้ว วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็โกรธจนชี้หน้าด่าวิหารเทพเพชฌฆาต:

"ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเลย อย่าให้ข้าเห็นหน้าแกอีก!"

ตอนนี้วิหารเทพเพชฌฆาตถูกด่าจนกลัวหัวหดพูดไม่ออกแล้ว

พอวิหารเทพคนบ้าคลั่งไล่ตระเพิด วิหารเทพเพชฌฆาตก็รีบเผ่นแน่บไปทันทีแบบไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ

จังหวะนั้นเอง วิหารเทพจิ้งจอกแดง, วิหารเทพดาบคู่ และวิหารเทพอิ๋งอิ๋งก็ทยอยเดินออกมาจากจุดเกิด

วิหารเทพคนบ้าคลั่งที่ยังไม่หายโกรธ ต่อยเสากลมๆ ไปหมัดนึงเต็มแรง

"ปัง!"

"-1"

"โอ๊ย เชี่ยเอ๊ย~"

สมจริงไปไหนเนี่ย?

ความเจ็บปวดที่ส่งมาจากหมัดยิ่งทำให้วิหารเทพคนบ้าคลั่งโกรธหนักกว่าเดิม

"ไอ้เวรเอ๊ย บัดซบที่สุด!"

"ฝีมือแค่นี้ยังมีหน้ามาตั้งฉายาว่านักล่าอันดับหนึ่งแห่งรวบรวมยุทธภพเป็นหนึ่ง พ่อมึงตายเถอะ"

วิหารเทพอิ๋งอิ๋งมองหัวหน้ากิลด์ของตัวเอง

"แล้วพวกเราจะลุยต่อไหม?"

"ลุยต่อส้น..."

วิหารเทพคนบ้าคลั่งอยากจะด่ากราด แต่ก็รู้ตัวว่าโกรธไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ข่มอารมณ์ไว้

"ลองติดต่อไปดูซิว่ามีใครเลเวลสิบแล้วบ้าง ขออาชีพที่รับดาเมจได้จะดีมาก"

"เราจะรอที่นี่แหละ คนครบแล้วค่อยไป"

วิหารเทพอิ๋งอิ๋งไม่พูดอะไรมาก รีบดำเนินการติดต่อทันที

………………

ในดันเจี้ยนของหลินอี้ หมิงเหมินหล่อลากดินมองเต่าเขียวตัวนั้นด้วยความตกตะลึง

"เชดโด้ ลูกพี่เฟิง ไอ้ตัวนั้นคือบอสของดันเจี้ยนนี้เหรอ?"

เมื่อเห็นเต่าเขียวยักษ์ตรงหน้า หมิงเหมินหล่อลากดินก็ทำหน้าเหมือนคางจะหลุด

แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้น!

นี่มันบอสเชียวนะ!

ไม่รู้ว่าบอสตัวนี้จะดรอปอุปกรณ์อะไรมาให้บ้าง

ชิ้นส่วนเซ็ตก็มีแล้วสองชิ้น

อุปกรณ์ระดับหายากสองชิ้น วัสดุอีกนิดหน่อย แล้วก็หมด...

บอสตัวนี้มันจะกระจอกเกินไปแล้วมั้ง

หลินอี้มองเงาของอุปกรณ์ที่ดรอปมาจากตัวเต่าเขียวด้วยความเซ็ง

จู่ๆ หมิงเหมินหล่อลากดินก็ถามขึ้น:

"ลูกพี่เฟิง เดี๋ยวพวกเราจะบวกมันยังไงดี?"

หลินอี้ไม่ได้สนใจหมิงเหมินหล่อลากดินที่กำลังตื่นเต้น แต่หันไปดูข้อมูลปาร์ตี้แทน

ในหน้านี้หลินอี้สามารถมองเห็นหลอดเลือดของทุกคนได้อย่างชัดเจน

"ลูกพี่เฟิง ลูกพี่เฟิง~~"

หลินอี้ตอบกลับด้วยความรำคาญ:

"อะไรเล่า"

หมิงเหมินหล่อลากดินยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก:

"บอสตัวนี้พวกเราจะลุยมันยังไงดี นายรีบสั่งการมาเลยสิ!"

พูดพลางชูไม้เท้าขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้เต็มที่

ตอนนี้แม้แต่ฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถังยังหันมามองหลินอี้ เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลินอี้จะวางแผนยังไง

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างคือ หลินอี้ทำท่าเตรียมวิ่งออกสตาร์ท...

"คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะไปตีไอ้ตัวที่ทั้งถึกทั้งขี้งกแบบนี้"

พูดจบเขาก็ใส่เกียร์หมาวิ่งฝ่าหมอกพิษข้ามสระน้ำไปจนลับสายตา

หมิงเหมินหล่อลากดินกับฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถังยืนแข็งทื่อเป็นหินไปเลย

นี่มันอะไรกันเนี่ย?

บอสดันเจี้ยนไม่ต้องตีเหรอ?

เขาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย?

ฉันคือใคร?

แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่

จังหวะนั้นเอง เสียงตะโกนของหลินอี้ก็ดังแหวกหมอกพิษสีเขียวออกมา:

"รีบวิ่งข้ามมาสิ หรืออยากจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นเต่าเขียวตรงนั้นล่ะ?"

ตอนนี้หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ก็ทำหน้าอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน:

"คนคนนี้รู้จักคำว่าความเป็นสุภาพบุรุษบ้างไหมเนี่ย"

จบบทที่ บทที่ 31 ความเป็นสุภาพบุรุษคืออะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว