- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 20 การปะทะกันระหว่าง《ลั่วเสิน》และ《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》
บทที่ 20 การปะทะกันระหว่าง《ลั่วเสิน》และ《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》
บทที่ 20 การปะทะกันระหว่าง《ลั่วเสิน》และ《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》
บทที่ 20 การปะทะกันระหว่าง《ลั่วเสิน》และ《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》
"《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》? ถุย ยุคไหนแล้วเนี่ย ยังใช้ชื่อเชยสะบัดแบบนี้อยู่อีก"
"เชยเหรอ? หึหึ~"
ข้างกายเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย โจรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงจ้องเขม็งไปที่นักรบเผ่ามนุษย์สิงโตในปาร์ตี้ของอีกฝ่าย พร้อมกับพูดจาถากถางว่า:
"ต่อให้เชยยังไง อันดับของพวกเราก็ยังนำหน้าพวกกิลด์《ลั่วเสิน》ของพวกแกอยู่ดี หัดเจียมกะลาหัวซะบ้าง ไม่ใช่เที่ยวเห่าไปทั่ว"
ทางฝั่ง《ลั่วเสิน》 ชายหนุ่มท่าทางผอมแห้งคนหนึ่งก็ก้าวออกมายืนประจันหน้า
ลั่วเสินชื่อเตาจ้องเซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงด้วยสายตาดุดัน
"ไอ้หนู แกพูดว่าอะไรนะ? แน่จริงก็ออกไปดวลกันตัวต่อตัวเลยไหม จะได้รู้กันไปเลยว่าใครเหนือกว่าใคร"
เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน:
"ดวลก็ดวลสิ กลัวแกหรือไง!"
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยรีบเข้าไปห้ามเซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงที่กำลังจะพุ่งเข้าไปบวก
"ทำอะไรน่ะ อย่าสร้างเรื่องสิ"
ตอนนั้นเอง นักบวชที่ใช้ ID ว่า ลั่วเสินเยาเนี่ย ก็เดินออกมาร่วมวงด้วย:
"อยากจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ《ลั่วเสิน》 ไม่ได้ใช้แค่ปากหรอกนะ หุบปากกันให้หมด"
ดูเหมือนว่าคนของฝั่ง《ลั่วเสิน》 นอกจากลั่วเสินหลิวเหนียนแล้ว ทุกคนจะเกรงใจนักบวชที่ชื่อเยาเนี่ยคนนี้มาก พอเขาเอ่ยปากปุ๊บ ทุกคนก็หุบปากเงียบและถอยกลับไปยืนเข้าแถวอย่างว่าง่าย
"เยาเนี่ยพูดถูก"
"ความแข็งแกร่งของ《ลั่วเสิน》ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากน้ำลาย"
ลั่วเสินหลิวเหนียนยิ้มและหันไปมองเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย
"พอดีเลย การเดิมพันของเราในเกม 'ยุทธภพเป็นหนึ่ง' ยังไม่จบสินะ ครั้งนี้เรามาใช้สถิติคิลดันเจี้ยนบอสตัวแรกนี้เป็นข้อตกลงกันไหมล่ะ ใครแพ้ก็..."
ลั่วเสินหลิวเหนียนหยุดคิดไปครู่หนึ่ง
"จ่ายสักหนึ่งพันเหรียญทองก็แล้วกัน เกมเพิ่งจะเปิด ทุกคนคงยังไม่ค่อยมีตังค์กันเท่าไหร่ นายว่าไง?"
เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยมองลั่วเสินหลิวเหนียนด้วยสายตาจริงจัง
"นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าจะได้สถิติคิลบอสตัวแรกนี้ไปครองก่อนน่ะ?"
"นายก็น่าจะรู้ดีนี่นา ว่าในช่วงต้นเกมแบบนี้ เงินเหรียญทองมีความสำคัญกับกิลด์มากแค่ไหน"
ลั่วเสินหลิวเหนียนไม่ได้ตอบคำถามของเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย แต่กลับถามกลับไปด้วยน้ำเสียงขบขัน:
"นายลังเลเหรอ?"
"ก็แค่พันเหรียญทองเอง 《ลั่วเสิน》ของเราจ่ายไหวอยู่แล้ว"
"แต่ถ้า《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》ของนายไม่มีปัญญาจ่าย ก็ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน"
ลั่วเสินหลิวเหนียนมองเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปทางนอกเมืองมังกรฟ้า
"ไปกันเถอะ"
เมื่อเห็นกลุ่มของลั่วเสินหลิวเหนียนเดินจากไป เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงก็มีสีหน้าร้อนรน
"หัวหน้ากิลด์!"
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยส่ายหน้าให้เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิง เป็นสัญญาณบอกให้เงียบ
จนกระทั่งกลุ่มของลั่วเสินหลิวเหนียนเดินไปถึงริมคูเมืองของเมืองมังกรฟ้า เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยถึงได้เอ่ยปากขึ้น:
"เดี๋ยวก่อน!"
เหมือนกับว่ารอคำนี้อยู่แล้ว พอเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยเอ่ยปากปุ๊บ ลั่วเสินหลิวเหนียนก็หยุดเดินทันที
"คิดตกแล้วเหรอ?"
เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย:
"การเดิมพันครั้งนี้ 《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》รับคำท้า!"
เมื่อเห็นว่าเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยตกลงรับคำท้า รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลั่วเสินหลิวเหนียน
"แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็น《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》ที่ฉันรู้จัก"
มองดูพวกลั่วเสินหลิวเหนียนเดินจากไปจนลับสายตา เซิ่งซื่อม่อเซี่ยถึงได้เอ่ยขึ้นมาว่า:
"ต้องเป็นมอนสเตอร์เลเวล 10 ขึ้นไปเท่านั้นนะ ถึงจะดรอปเหรียญทองแดงกับเหรียญเงิน"
"นายก็น่าจะรู้ดีนะ ว่าพันเหรียญทองสำหรับช่วงเริ่มต้นของกิลด์เรา มันส่งผลกระทบมากแค่ไหน"
เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยว
"《ราชวงศ์เซิ่งซื่อ》จะไม่มีวันแพ้"
"ไปกันเถอะ ไปที่ดันเจี้ยน"
………………
"หัวหน้ากิลด์ ทำไมต้องไปท้าพนันกับพวกมันด้วยล่ะ?"
ข้างกายลั่วเสินหลิวเหนียน จู่ๆ ลั่วเสินเยาเนี่ยก็ถามขึ้นมา
ขณะที่เดินอยู่บนถนนสายหลักมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยน ลั่วเสินหลิวเหนียนปรายตามองกลุ่มคนที่เดินตามหลังมาห่างๆ แล้วถามกลับไปว่า:
"พวกนายมีความคิดเห็นยังไงกับผู้ชายที่ชื่อจุ้ยกุ่ยคนนี้บ้าง?"
ลั่วเสินชื่อเตา:
"ถึงแม้พวกเราจะอยู่คนละฝั่งกัน แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าหมอนี่เป็นคนตรงไปตรงมา และเป็นลูกผู้ชายตัวจริง"
ลั่วเสินควงเซียว:
"ถ้าจะพูดถึงเรื่องนิสัยใจคอล่ะก็ ต้องยอมรับว่าหมอนี่ไม่มีที่ติเลย"
ลั่วเสินเตี๋ยเมิ่ง:
"ฉันมีเพื่อนผู้หญิงตั้งหลายคนที่คลั่งไคล้เขา แสดงว่าหมอนี่ต้องมีเสน่ห์ดึงดูดใจน่าดูเลยล่ะ"
ฟังความคิดเห็นที่ทุกคนมีต่อเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย มุมปากของลั่วเสินหลิวเหนียนก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"งั้นพวกนายคิดว่า ถ้าการเดิมพันครั้งนี้พวกมันแพ้ จุ้ยกุ่ยจะทำยังไง?"
ลั่วเสินเยาเนี่ย:
"ก็คงจะให้พวกสายฟาร์มไปปั่นเงิน แล้วก็กว้านซื้อเหรียญทองที่มีหมุนเวียนอยู่ในตลาดไปพร้อมๆ กันแหละมั้ง"
ทุกคนหันไปมองลั่วเสินหลิวเหนียนอย่างไม่เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเขา
จนกระทั่งลั่วเสินหลิวเหนียนเฉลยคำตอบออกมา:
"เมื่อกี้ฉันได้บอกไหมว่าคนที่แพ้จะต้องจ่ายเงินเมื่อไหร่?"
ลั่วเสินเยาเนี่ยถึงกับร้องอ๋อทันที
"เข้าใจแล้ว"
คนอื่นๆ อาจจะเข้าใจช้ากว่าลั่วเสินเยาเนี่ยไปบ้าง แต่สุดท้ายก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ในที่สุด
ลั่วเสินควงเซียวแอบเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง:
"นี่มัน... โคตรจะบันเทิงเลยนะเนี่ย"
"แต่ถึงจะอย่างนั้น พวกนายก็ประมาทไม่ได้หรอกนะ"
ลั่วเสินหลิวเหนียนทำสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือ
"พวกนายชอบถูกตราหน้าว่าเป็นที่สองตลอดไปไหมล่ะ?"
ทุกคนตอบกลับเป็นเสียงเดียวกันว่า: "ไม่ชอบ"
ลั่วเสินเยาเนี่ย:
"ได้ยินมาว่าคนของวิหารเทพกับอ้าวซื่อเซิ่งถังก็มาถึงเมืองหลักแล้วเหมือนกัน ฉันว่าเราน่าจะรีบคว้าสถิติคิลบอสตัวแรกนี้มาให้ได้เร็วๆ ดีกว่า กันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อจะมีตัวแปรอื่นโผล่มาอีก"
ลั่วเสินหลิวเหนียน:
"อืม เยาเนี่ยพูดถูก แต่เราก็บุ่มบ่ามไม่ได้เหมือนกัน"
"เยาเนี่ย นายวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาให้ทุกคนฟังหน่อยสิ"
"ได้ครับ"
ลั่วเสินเยาเนี่ย:
"ตามข้อมูลที่ทางทีมงานประกาศออกมา พื้นหลังของ 'แดนลับแลกลางป่าลึก' มีเรื่องราวแบบนี้ครับ"
"ทางเข้าของแดนลับแลแห่งนี้ถูกค้นพบโดยนักผจญภัยคนหนึ่ง จากนั้นเมืองมังกรฟ้าก็ได้ส่งนายทหารที่ชื่อ อ็อกโด นำกองกำลังเล็กๆ ไปสำรวจดู"
"แต่ผ่านไปสามวัน อ็อกโดก็ยังไม่กลับมา เจ้าเมืองมังกรฟ้าจึงได้ส่งคนที่ชื่อ คาโดราฟ ไปสืบเรื่องนี้ แล้วเขาก็หายตัวไปเหมือนกัน"
"หลังจากนั้น พอมีตัวอย่างให้เห็น ก็เลยไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจอีก และมันก็กลายมาเป็นดันเจี้ยนแบบทีมแห่งแรกของเรานี่แหละครับ"
"ภารกิจก็คือสืบหาความจริงของแดนลับแลแห่งนี้!"
เล่ามาถึงตรงนี้ ลั่วเสินเยาเนี่ยก็หยุดเว้นจังหวะ เพื่อให้ทุกคนได้ย่อยข้อมูลเหล่านี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลั่วเสินเยาเนี่ยก็เล่าต่อ:
"ตามความเห็นของผม บอสใหญ่ของแดนลับแลนี้น่าจะเป็น อ็อกโด ไม่ก็ คาโดราฟ คนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นทั้งสองคนเลยก็ได้"
"ผมได้ลองอ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้ว อ็อกโด มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยสอดแนม ดังนั้นเขาน่าจะเป็นนักรบ"
"ถ้าเจอกับเขา เราก็ใช้แผนการต่อสู้แบบดั้งเดิมก็น่าจะรับมือได้ ตัวปัญหาจริงๆ น่าจะเป็นคนที่ชื่อ คาโดราฟ มากกว่า ผมเดาว่าเขาน่าจะเป็นนักเวท ไม่รู้เหมือนกันว่าดาเมจเขาจะโหดแค่ไหน ด้วยอุปกรณ์ที่เรามีตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะเอาอยู่หรือเปล่า"
"ถ้าเกิดต้านทานไม่ไหว ทุกคนก็รีบหนีไปตีมอนหาอุปกรณ์ในดันเจี้ยนส่วนตัวก่อนเลย อย่าไปเสียเวลาอยู่ตรงนั้น"
ลั่วเสินควงเซียว:
"แล้วทำไมเราไม่ไปเอาสถิติคิลบอสตัวแรกของดันเจี้ยนส่วนตัวก่อนล่ะ?"
คราวนี้คนที่ตอบคำถามนี้กลับเป็นลั่วเสินหลิวเหนียน:
"เพราะสถิติคิลบอสตัวแรกของดันเจี้ยนแบบทีม มีของรางวัลเป็น 'ป้ายก่อตั้งกิลด์' ยังไงล่ะ!"
"ซี๊ดดด~"
พอได้ยินคำว่า 'ป้ายก่อตั้งกิลด์' ทุกคนก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าทำไมสถิติคิลดันเจี้ยนบอสตัวแรกนี้ ถึงได้เป็นที่จับตามองและแข่งขันกันอย่างดุเดือดขนาดนี้
"เพราะงั้น ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องเป็นกิลด์แรกในเกมที่สร้างฐานที่มั่นของกิลด์ให้ได้..."
………………
ในขณะเดียวกัน หลินอี้ก็ได้รับข้อความจากหมิงเหมินหล่อลากดินเช่นกัน
"พี่เฟิง ผมอัปเลเวลสิบแล้วครับ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ในกิลด์ผมจะมีคนอัปเลเวลสิบได้แค่สองคน ส่วนคนอื่นๆ ติดธุระกันหมด คงอัปเลเวลสิบไม่ทันวันนี้แน่ๆ"
เฟิงหัว:
"สองคนก็สองคน ไม่มีปัญหา โควตาที่เหลือสองที่ฉันขอจัดการเองก็แล้วกัน"
"อ้อ นายไม่ต้องไปเปลี่ยนอาชีพหรอกนะ อาชีพซ่อนเร้นของนายมันไม่ได้มาง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก รีบมาหาฉันก่อนเลย"
หมิงเหมินหล่อลากดินก็ไม่ได้สงสัยอะไร
"อ้อ ได้ครับ งั้นผมไปหาพี่ก่อนนะ พอดีว่าเธออาจจะอัปเลเวลสิบช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย"
เฟิงหัว:
"อืม ฉันก็จะไปตามคนมาเพิ่มเหมือนกัน"
และในตอนนั้นเอง ณ หมู่บ้านผู้เล่นเริ่มต้นอันห่างไกล จู่ๆ ฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถังก็ได้รับคำขอเพิ่มเป็นเพื่อน
…………………………