เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 แผนการของหลินอี้

บทที่ 7 แผนการของหลินอี้

บทที่ 7 แผนการของหลินอี้


บทที่ 7 แผนการของหลินอี้

ฟางเจิ้งหรงและไอ้หัวทองหันไปมองผู้มาเยือนพร้อมกัน

ไอ้หัวทองเห็นว่าตัวเองกำลังจะทำสำเร็จอยู่แล้ว แต่กลับถูกผู้ชายที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้ทำลายแผนการ ก็อดไม่ได้ที่จะโกรธจัด ลุกขึ้นยืนถลึงตาใส่หลินอี้

"ไอ้หนู หาเรื่องเหรอวะ?"

ฟางเจิ้งหรงเองก็มีสีหน้างุนงง ตัวเขาไม่รู้จักคนคนนี้ แล้วทำไมเขาถึงต้องมาห้ามด้วยล่ะ?

หลินอี้มองไปที่ไอ้หัวทอง แล้วแค่นเสียงเย็นชา

"ใช่ แล้วไงล่ะ?"

ถึงหลินอี้จะไม่รู้จักคนคนนี้ แต่เขากลับรู้สึกรังเกียจสถานะสมาชิกกิลด์วิหารเทพของมันอย่างมาก

เพราะกิลด์นี้ตั้งแต่หัวหน้ายันลูกน้องล้วนแต่ทำเรื่องเลวทราม รังแกคนที่อ่อนแอกว่าแต่ประจบสอพลอคนที่แข็งแกร่งกว่าทั้งนั้น

ในช่วงสามปีของชีวิตในเกมก่อนที่หลินอี้จะเกิดใหม่ เขาโดนคนของกิลด์นี้ฆ่ามาไม่น้อยเลยทีเดียว

มาเจอคนของวิหารเทพตอนนี้ ถ้าตัวเองฝีมือไม่ถึงก็แล้วไปเถอะ ด้วยสถานะคนธรรมดาต๊อกต๋อยอย่างหลินอี้ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อกรของกิลด์นี้แน่ๆ ไม่ว่าจะในเกมหรือในชีวิตจริง

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ด้วยความมั่นใจในฝีมือของตัวเอง ลูกกระจ๊อกตรงหน้านี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลินอี้เลยสักนิด

ที่สำคัญกว่านั้นคือ หลินอี้ไม่อยากเห็นผู้ชายหน้าตากรำโลกตรงหน้านี้ต้องเดินซ้ำรอยเดิมอีก

เพราะคนที่ไล่ล่าฆ่า มั่นคงแต่เด็ก ในตอนนั้น ก็คือพวกคนของวิหารเทพนี่แหละ

ต่อการยั่วยุของหลินอี้ ไอ้หัวทองก็ลงมืออย่างเด็ดขาดด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว

"แม่งเอ๊ย เสือกไม่เข้าเรื่อง"

ไอ้หัวทองง้างหมัดชกเข้าใส่หลินอี้สุดแรง ฟางเจิ้งหรงเองก็คาดไม่ถึงว่าไอ้หัวทองจะลงมืออย่างกะทันหัน ตอนนี้อยากจะเข้าไปห้ามก็ไม่ทันแล้ว ทำได้แค่ตะโกนออกไปว่า

"ระวัง"

เมื่อเห็นไอ้หัวทองลงมือ หลินอี้ก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด ยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ยอดอกของมันโดยตรง

ไอ้หัวทองที่คิดว่าหมัดเดียวจะล้มชายตรงหน้าได้ คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความเร็วขนาดนี้

เมื่อเห็นลูกถีบนั้นพุ่งเข้ามาหา ไอ้หัวทองก็ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็รู้สึกจุกจนหายใจไม่ออก

ไอ้หัวทองส่งเสียงร้องอู้อี้ ถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะทรงตัวยืนอยู่กับที่ได้

ตอนนั้นเองหลินอี้ก็พูดขึ้นมา:

"ฉวยโอกาสตอนที่อารมณ์ฉันยังดีอยู่ แกก็อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยจะดีกว่า ไสหัวไปซะ"

ถึงจะมีสเตตัสของนักเวทเลเวล 5 แต่พอเอามาใช้ในโลกความเป็นจริง จัดการกับลูกกระจ๊อกอย่างไอ้หัวทองนี่ หลินอี้ไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยจริงๆ

ด้วยนิสัยที่หยิ่งผยองและชอบข่มเหงรังแกคนอื่นของพวกวิหารเทพ ถ้าตัวเองอยากจะสร้างชื่อในเกมล่ะก็ การต้องปะทะกับพวกมันก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว

ดูเหมือนไอ้หัวทองจะดูออกว่าหลินอี้ไม่ธรรมดา แม้ในใจจะเริ่มหวาดหวั่น แต่ภายนอกกลับทำท่าทางดุดันแข็งกร้าว

"ไอ้หนู มึงแน่มาก ฝากไว้ก่อนเถอะ"

แต่ก่อนจะไป ไอ้หัวทองก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้ หันไปพูดกับฟางเจิ้งหรงว่า:

"พี่ฟาง พี่ลองดูไปก่อนแล้วกัน ถ้าเซ็นเสร็จแล้วก็บอกผมนะ เดี๋ยวผมติดต่อกลับไปใหม่"

รอจนไอ้หัวทองเดินคอตกจากไป หลินอี้ก็มานั่งลงตรงหน้าฟางเจิ้งหรงที่มีสีหน้างุนงง

"พี่อยากจะถามใช่ไหม ว่าทำไมผมถึงไม่ให้พี่เซ็น?"

ฟางเจิ้งหรงยักไหล่ ความหมายคือ: ในเมื่อนายก็รู้แล้ว งั้นก็บอกมาตรงๆ เลยสิว่าทำไม

หลินอี้หัวเราะหึๆ แล้วพูดว่า:

"เพราะผมมีจุดประสงค์เดียวกับมันน่ะสิ"

ฟางเจิ้งหรงทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"อะไรนะ?"

ในความคิดของฟางเจิ้งหรง ตัวเองก็แค่ทหารผ่านศึกที่เพิ่งปลดประจำการ เรื่องเล่นเกมอะไรเนี่ย เขาไม่กระดิกหูเลยสักนิด

การที่ไอ้หัวทองมาตามให้เขาไปเล่นเกมยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มตรงหน้านี้ก็มาหาเขาด้วยจุดประสงค์เดียวกันเนี่ยสิ มันทำให้ฟางเจิ้งหรงรู้สึกแปลกใจจริงๆ เกมนี้มันขาดแคลนคนขนาดนั้นเลยเหรอ?

ดูเหมือนจะจับความสงสัยของอีกฝ่ายได้ หลินอี้จึงเข้าประเด็นทันที:

"ผมอยากจะสร้างทีมของตัวเองในเกม เพิ่งได้ยินมาว่าพี่เป็นหน่วยรบพิเศษที่เพิ่งปลดประจำการมา ก็เลยอยากจะชวนพี่มาร่วมทีมด้วยกัน"

"ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ช่วงแรกจะให้เดือนละ 5,000 ถ้าทีมมีรายได้ดี โบนัสก็คิดแยกต่างหาก เป็นไง?"

"5,000?"

ฟางเจิ้งหรงถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินตัวเลขนี้

"เกมนี้มันหาเงินได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่านายตั้งใจจะมาหลอกฉันตั้งแต่แรกแล้ว?"

หาเงินได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?

หลินอี้รู้สึกขำอยู่ในใจ แต่ก็เข้าใจความสงสัยของฟางเจิ้งหรงในตอนนี้เป็นอย่างดี

สำหรับหลายๆ คน เงินเดือน 5,000 อาจจะไม่เยอะ แต่สำหรับคนที่ไม่มีทักษะความสามารถพิเศษอะไรเลย นี่ก็ถือเป็นขีดสุดของค่าแรงที่พวกเขาจะหาได้จากการทำงานรับจ้างแล้ว

แค่เล่นเกมก็ได้เงินเดือนตั้ง 5,000 แถมยังมีโบนัสอีก สำหรับฟางเจิ้งหรงแล้ว มันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

สำหรับเรื่องที่ว่าเกมมันหาเงินได้หรือเปล่านั้น หลินอี้ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เหมือนกับที่เขาคงไม่เข้าใจเด็ดขาดว่าทำไมถึงมีคนยอมจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อซื้ออุปกรณ์แค่ชิ้นเดียวนั่นแหละ

บางเรื่องมันต้องรอให้เขาได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองก่อน เขาถึงจะเข้าใจกฎเกณฑ์ของวงการนี้

เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎ ท่ามกลางสายตากึ่งเชื่อกึ่งสงสัยของอีกฝ่าย หลินอี้โอนเงินเข้าบัญชีของเขาไป 10,000 หยวนถ้วน

"นี่เป็นเงินเดือนล่วงหน้า 5,000 ส่วนอีก 5,000 ให้พี่เอาไปซื้อหมวกเกมนะ"

ระหว่างที่พูด หลินอี้ก็แอดรายชื่อติดต่อของอีกฝ่าย พร้อมกับส่งชื่อในเกมของตัวเองไปให้

"พอเข้าเกมแล้วอัปเป็นเลเวลสิบเมื่อไหร่ ก็ติดต่อผมในเกมได้เลยนะ"

เมื่อพูดจบ หลินอี้ก็ลุกขึ้นเดินจากไป ท่ามกลางสายตาไม่อยากจะเชื่อของอีกฝ่าย

หลังจากหายตกตะลึง ฟางเจิ้งหรงก็หันไปตะโกนถามหลินอี้ที่เดินห่างออกไปไกลแล้วว่า:

"นายไม่กลัวฉันเชิดเงินหนีไปหรือไง?"

หลินอี้ไม่ได้หยุดเดิน และไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ราวกับไม่ได้สนใจคำตอบของคำถามนี้เลยสักนิด

เงิน 10,000 หยวน สำหรับหลินอี้ก่อนเกิดใหม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย

แต่สำหรับตอนนี้หลังจากเกิดใหม่แล้ว ตัวแทงก์ระดับท็อปในอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาเงินมาวัดมูลค่าได้หรอกนะ

ถึงแม้หลินอี้จะเดาไม่ออกว่าภายใต้การแทรกแซงของเขา หมอนี่จะยังสามารถเดินไปบนเส้นทางสายนั้นได้อีกหรือเปล่า

แต่ชีวิตมันก็คือการเดิมพันครั้งใหญ่ไม่ใช่หรือไง?

มีเพียงหลินอี้ที่ผ่านประสบการณ์ในเกมมาแล้วถึง 3 ปีเท่านั้น ที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่า 《เทพเกียรติยศ》 เป็นเกมที่เน้นการทำงานเป็นทีมเป็นหลักอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นทีมประจำหรือทีมเฉพาะกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลงดันเจี้ยนหรือกิจกรรมใหญ่ๆ ตั้งแต่ปาร์ตี้ 5 คนในช่วงแรก ไปจนถึง 10 คน และ 50 คนในเวลาต่อมา ล้วนแต่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมทั้งสิ้น

ดังนั้น เพื่อให้ตัวเองสามารถก้าวไปได้ไกลในเกมนี้ หลินอี้จึงจำเป็นต้องวางแผนสร้างทีมของตัวเองไว้ล่วงหน้า

ชื่อถงคือเป้าหมายแรกที่หลินอี้อยากจะดึงมาร่วมทีม ส่วน มั่นคงแต่เด็ก ก็คือเป้าหมายที่สองที่หลินอี้อยากจะได้ตัวมา เพราะในการลงดันเจี้ยน ตัวชนรับดาเมจที่เก่งกาจถือเป็นสิ่งขาดไม่ได้และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทีม

…………

ฟางเจิ้งหรงกลับถึงบ้านพร้อมกับเงิน 10,000 หยวนและความรู้สึกกระวนกระวายใจ

คนที่มาเปิดประตูให้กลับเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย คงไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ชายท่าทางซื่อๆ อย่างฟางเจิ้งหรง จะมีภรรยาสาวสวยขนาดนี้อยู่ที่บ้าน

เฉินผิงมองสามีของตัวเองด้วยใบหน้างุนงง

"ทำไมวันนี้กลับมาแต่เช้าล่ะคะ"

ฟางเจิ้งหรงไม่ได้พูดอะไร นั่งลงบนโซฟาแล้วจุดบุหรี่สูบอัดเข้าปอดรวดเดียวหลายคำ

"คุณไม่ได้ออกไปหางานทำหรอกเหรอ?"

เฉินผิงเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ไล่ควันบุหรี่ออกไป พร้อมกับบ่นอย่างหัวเสีย:

"ฟางเจิ้งหรง ฉันยังท้องลูกของคุณอยู่นะคะ คุณอยากจะรมควันสองแม่ลูกให้ตายหรือไง?"

ฟางเจิ้งหรงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าภรรยาของตัวเองกำลังตั้งท้องอยู่ รีบดับบุหรี่แล้วขอโทษทันที:

"ขอโทษนะผิง พอดีพี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย ก็เลยลืมไปสนิทเลย"

เฉินผิงหยิบหน้ากากอนามัยออกจากลิ้นชักมาสวม แล้วเดินมานั่งข้างๆ ฟางเจิ้งหรง ถามว่า:

"เกิดอะไรขึ้นคะ? ปกติไม่เคยเห็นคุณมีท่าทางเหม่อลอยแบบนี้เลย"

ฟางเจิ้งหรงจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ฟัง เฉินผิงฟังจบก็ตกใจมาก

"ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ให้เงินคุณมาแล้ว 10,000 หยวน? เป็นไปได้ยังไง"

เฉินผิงยังคงคิดไม่ตก

"สัญญาก็ยังไม่ได้เซ็น เขาไม่กลัวคุณเชิดเงินหนีไปหรือไงคะ?"

ฟางเจิ้งหรงเองก็รู้สึกประหลาดใจและไม่เข้าใจในเรื่องนี้เช่นกัน

"เธอว่าเล่นเกมมันได้เงินเยอะขนาดนั้นจริงๆ เหรอ? ไม่ต้องพูดถึงเงิน 10,000 หยวนนี่นะ สมมติว่ามันเป็นเรื่องจริง เงินเดือนเดือนละ 5,000 มันก็เยอะกว่างาน รปภ. ที่ได้แค่ 3,000 ตั้งเยอะเลยนะ"

เฉินผิงมองดูผู้ชายที่ตัวเองเลือก ซึ่งครอบครัวของเธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

"แล้วคุณคิดจะเอายังไงล่ะคะ?"

ฟางเจิ้งหรงตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิดเลยว่า:

"พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปสั่งจองหมวกเกมสักใบ ยังไงซะในเมื่อรับเงินเขามาแล้ว ก็ต้องไปลองดูสักตั้ง"

ตอนนั้นเองเฉินผิงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า

"จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องไปซื้อก็ได้นะคะ ยังไงก็ไม่ได้เซ็นสัญญา คุณก็รู้ว่าเงิน 10,000 หยวนนี่มันสำคัญกับครอบครัวเรามาก..."

ยังไม่ทันที่เฉินผิงจะพูดจบ ฟางเจิ้งหรงก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิดว่า:

"ต่อให้ต้องแบมือขอทาน พี่ก็จะไม่เอาเงินที่ได้มาอย่างผิดมโนธรรมแบบนี้เด็ดขาด คำพูดแบบนี้วันหลังเธอห้ามพูดอีกนะ"

"ยังไงพี่ก็จะลองเล่นดู ถ้ามันไม่เหมาะกับพี่จริงๆ พี่ค่อยไปทำงานบริษัท รปภ. นั่นพลางๆ ก่อน"

พูดจบฟางเจิ้งหรงก็ลุกเดินไปที่ห้องทำงาน

เฉินผิงนั่งอยู่บนโซฟา ไม่ได้รู้สึกโกรธที่ฟางเจิ้งหรงโมโหใส่ ในทางกลับกัน สายตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความชื่นชมขณะมองแผ่นหลังของเขา ในใจแอบภูมิใจคิดว่า:

นี่แหละผู้ชายของฉัน

ถึงแม้ชีวิตของทั้งคู่ในตอนนี้จะไม่ราบรื่นนัก แต่เฉินผิงก็ยังคงมีความมั่นใจในผู้ชายที่ตัวเองเลือกอย่างเต็มเปี่ยม

บางคนอาจจะบอกว่าความไว้ใจแบบหน้ามืดตามัวนี่มันคือความโง่เขลา

แต่เฉินผิงกลับรู้สึกว่า ขอแค่ในใจยังมีความหวัง สักวันมันก็ต้องเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

อย่างน้อยเขาก็กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเธอและเพื่อครอบครัวนี้ แค่นี้มันก็พอแล้ว

ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงแก้วแตกดังมาจากห้องทำงาน เฉินผิงตกใจหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปดู

"พี่หรง เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"

ฟางเจิ้งหรงเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองดูกระทู้ที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับ "เฟิงหัว" จนล้นเว็บบอร์ดอย่างเป็นทางการของ 《เทพเกียรติยศ》 เขารีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดดู

บนข้อความสั้นๆ มีเพียงสองคำเท่านั้น: เฟิงหัว

จบบทที่ บทที่ 7 แผนการของหลินอี้

คัดลอกลิงก์แล้ว