- หน้าแรก
- ฝึกงานปีหนึ่ง แต่ไหงได้ไปขังอสุรกายที่หน่วยเจ็ดสี่เก้าซะงั้น
- บทที่ 70 - ลู่ติ่งแค่ดูอวดดี แต่จริงๆ เขาเป็นคนเก็บตัว
บทที่ 70 - ลู่ติ่งแค่ดูอวดดี แต่จริงๆ เขาเป็นคนเก็บตัว
บทที่ 70 - ลู่ติ่งแค่ดูอวดดี แต่จริงๆ เขาเป็นคนเก็บตัว
บทที่ 70 - ลู่ติ่งแค่ดูอวดดี แต่จริงๆ เขาเป็นคนเก็บตัว
☆☆☆☆☆
เฉาอิงชี้ไปที่สภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเอง "เพื่อฝาปิดอันนี้เนี่ยหลานชายของท่านต้องยอมเสียสละไปไม่น้อยเลยนะครับ ลูกน้องล้มตายไปตั้งเท่าไหร่ผมต้องสู้ตายถวายหัวกว่าจะชิงมันกลับมาได้ มันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะท่าน"
เดิมทีน่ะ
เขาตั้งใจว่าจะยกให้คุณปู่ทั้งหมดนั่นแหละ
แต่มันมีจุดสำคัญอยู่ตรงนี้!
เขาต้องเสียเงินมหาศาลเพื่อซื้อทรายวิญญาณร่วงจากลู่ติ่งแถมยังต้องระดมกำลังพลและสติปัญญาอย่างหนักเพื่อขึ้นไปบนเขาติ่งเฟิงไปแย่งชิงโสมวิเศษรถม้าศึกชิ้นนี้มาจากหลี่ขาเป๋และพวกพรรคเทียนหลี่
จุดประสงค์ก็เพื่อเอามาประจบคุณปู่เพื่อดึงตัวท่านมาเป็นพวกและขอท้าชิงตำแหน่งนายน้อยผู้สืบทอดกับเฉาหยวนอีกครั้งแบบตัวต่อตัว
แต่ใครจะไปนึกว่าแค่เขาไม่อยู่ไม่กี่วันทุกอย่างมันจะพลิกผันไปหมดจนไม่ต้องชิงอะไรแล้ว
ไม่เพียงแต่ไม่ต้องชิงตำแหน่งเท่านั้นแม้แต่เฉาหยวนก็ตายไปแล้วแถมพ่อของมันก็โดนรวบไปด้วย
นี่มันคือการกำจัดเสี้ยนหนามออกไปทีเดียวถึงสองคนเลยนะ
งั้นเรื่องโสมวิเศษนี่มันก็ต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วล่ะ เมื่อครู่นี้เขายังคิดอยู่เลยว่าพอจัดการเรื่องทางฝั่งคุณปู่เสร็จแล้วจะทำยังไงเพื่อดึงตัวลู่ติ่งมาเป็นพวกของเขาดี
ตอนนี้ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแล้ว
เอาส่วนที่เหลือมากกว่าครึ่งส่งไปให้ลู่ติ่งเพื่อทำความรู้จักกันไว้ดีกว่า
ของชิ้นเดียวจัดการเรื่องได้สองเรื่องนี่มันกำไรเห็นๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
ส่วนเรื่องของคุณปู่น่ะเหรอ...
ท่านก็อายุปูนนี้แล้วกินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ใครจะไปรู้ล่ะว่าแผนการในแต่ละวันมันจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ขนาดนี้
แต่ก็นะ
"ลู่ติ่งนี่มันโหดขิงๆ เลยว่ะ!" เฉาอิงพึมพำในใจ
ถึงกับฆ่าพ่อเขาอย่างเฉาอวี้ถังได้ลงคอ ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นพ่อลูกกันจริงๆ แต่สำหรับการตายของเฉาอวี้ถังแล้วเฉาอิงนอกจากจะไม่รู้สึกเศร้าโศกเลยสักนิดเขายังอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ และอยากจะจุดประทัดฉลองเสียด้วยซ้ำ
ตายๆ ไปได้ก็ดีมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายไปแล้วนั่นแหละตอนนี้ตายไปจริงๆ ก็ดีจะได้จบเรื่องจบราวไปเสียที
"ให้แค่ฝาปิดจริงๆ เหรอ?"
ผู้อาวุโสตระกูลเฉาถามซ้ำด้วยความไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
เฉาอิงพยักหน้าหงึกๆ ยืนยัน "จริงๆ ครับท่าน จริงๆ เลย" ในขณะเดียวกันมือในอกเสื้อของเขาก็กำลังส่งพลังปราณออกมาเพื่อห่อหุ้มรอยขาดของโสมวิเศษเอาไว้ไม่ให้กลิ่นหอมและพลังวิญญาณเล็ดลอดออกมา
เดี๋ยวคุณปู่จะจับได้เอา
ของชิ้นนี้เขาตั้งใจจะเอาไปมอบให้ลู่ติ่ง วันหน้าตรอกตระกูลเฉาเขาจะเป็นคนดูแลและลู่ติ่งก็เป็นผู้ตรวจการเขตเป่าฝานยังไงก็ต้องมีเรื่องให้ต้องร่วมมือกันอีกเยอะ
เฉาอิงน่ะไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ แบบที่เฉาหยวนทำแน่นอน
เขาน่ะฉลาดกว่าเยอะ
ผู้อาวุโสตระกูลเฉาพยักหน้าอย่างพอใจ "งั้นเจ้าก็เตรียมตัวไว้เถอะ เลือกฤกษ์งามยามดีแล้วขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลเฉาเสีย ต่อไปก็ตั้งใจทำงานให้นักพาตระกูลเฉาไปสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้งล่ะ"
"ผมเหรอ?"
"ผู้นำตระกูล?"
"ท่านหมายถึงผมเหรอครับ?"
เฉาอิงชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ในพริบตาเดียวเขาก็ถูกความประหลาดใจที่คาดไม่ถึงนี้พุ่งชนจนตั้งตัวแทบไม่ติด
เดิมทีเป้าหมายของเขาคือนายน้อยผู้สืบทอดแต่ตอนนี้กลับได้รับคำบอกเล่าว่าไม่ต้องผ่านขั้นตอนอะไรทั้งนั้นไม่ต้องใช้อุบายอะไรเลยแต่กลับได้นั่งเก้าอี้ผู้นำตระกูลโดยตรง
"ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครล่ะ ข้าอายุปูนนี้แล้วคงมานั่งแบกรับภาระคนทั้งตระกูลไม่ไหวหรอกแต่ข้าต้องเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่งนะวันหน้าอย่าไปมีเรื่องกับลู่ติ่งเด็ดขาด เจ้าหนูนั่นมันมีของแปลกๆ อยู่ในตัว พ่อของเจ้าโดนไปแค่ห้าวินาทีเท่านั้นแหละแค่ห้าวินาทีจริงๆ แวบเดียวหายไปแล้วแวบเดียวกลับมาเหลือแค่ครึ่งท่อนตั้งอยู่บนพื้นเฉยเลย"
เฉาอิงถึงกับมุมปากกระตุก
แต่พอนึกถึงลู่ติ่งขึ้นมาในใจเขาก็แอบหัวเราะอยู่ลึกๆ
เฉาหยวนน่ะมันโง่ที่ไปเป็นศัตรูกับลู่ติ่ง ส่วนเขากับลู่ติ่งแม้ความสัมพันธ์จะไม่ได้ดีเลิศอะไรนักแต่ก็ไม่ได้บาดหมางกันแน่นอนแถมยังพอคุยกันรู้เรื่องอยู่บ้างด้วย
เมื่อมองดูฝาครอบโสมวิเศษในมือของคุณปู่เฉาอิงก็พลันรู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที
ถ้ารู้แบบนี้ไม่น่าแบ่งให้คุณปู่เลย
ท่านอายุก็ตั้งขนาดนี้แล้วจะกินเข้าไปรู้รสอะไรนักหนา
สู้นำไปให้ลู่ติ่งทั้งหมดเพื่อสร้างความประทับใจให้ลึกซึ้งกว่านี้ดีกว่า
เฮ้อ!!!!
เสียดายชะมัด
ก็นะใครจะไปนึกเล่าว่าเพียงแค่ไม่กี่วันสถานการณ์จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนเหมือนได้เริ่มต้นใหม่แบบนี้
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ที่หน้าสำนักงานหน่วย 749
ลู่ติ่งได้พบกับเยี่ยนเฟยฝานตามนัดและคนที่มาพร้อมกับเขาก็คือไป๋เฮอเมี่ยนที่เพิ่งจะได้พบกันเป็นครั้งแรก
ทั้งคู่ต่างก็จ้องมองสำรวจฝ่ายตรงข้าม
ไป๋เฮอเมี่ยนมองลู่ติ่งพลางนึกถึงข้อมูลประวัติของลู่ติ่งที่เขาเพิ่งจะเปิดดูผ่านแอปหน่วย 749 บนรถเมื่อครู่นี้
แววตาของเขาดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ไป๋เฮอเมี่ยนเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนาก่อนโดยถามขึ้นมาอย่างไร้ที่มาที่ไปว่า "ลู่ติ่ง นายคิดว่าพวกอสุรกายสมควรตายทั้งหมดไหม?"
เขาคิดว่าลู่ติ่งคงจะต้องใช้เวลาคิดครู่หนึ่งแต่ใครจะไปรู้ว่าลู่ติ่งตอบออกมาทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด
"แน่นอนสิ ถ้าพวกอสุรกายไม่ตายแล้วจะให้ผมตายแทนรึไง?"
ถ้าไม่ฆ่าอสุรกายแล้วจะเอาชุดรางวัลมาจากไหนกันล่ะ?
ถ้าไม่มีรางวัลแล้วจะสร้างความสำเร็จและควบคุมโชคชะตาของตัวเองได้ยังไง?
ส่วนเรื่องที่ว่าในหมู่พวกอสุรกายจะมีตัวที่ดีอยู่บ้างไหมนั้น ขอโทษทีเถอะเรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่ลู่ติ่งต้องเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
ไป๋เฮอเมี่ยนได้ฟังคำตอบนั้นก็นึกถึงวีรกรรมต่างๆ ของลู่ติ่งซึ่งมันก็ดูเข้ากันได้ดีกับบุคลิกนี้จริงๆ
"งั้นนายเคยรู้สึกสับสนบ้างไหม?"
ลู่ติ่งไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำถามนี้นัก
สับสนเหรอ?
"เวลาหาอสุรกายฆ่าไม่ได้น่ะผมก็รู้สึกสับสนอยู่นะ"
นี่คือเรื่องจริงตลอดสิบเก้าปีที่ผ่านมาเขาแทบจะสับสนจนตายอยู่แล้ว
แต่ก็นะความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริงๆ
ไป๋เฮอเมี่ยนพยายามขยับยิ้มออกมาซึ่งมันดูเหมือนเป็นการฝืนยิ้มที่ดูปลอมมากแต่ความรู้สึกชื่นชมในใจเขานั้นออกมาจากความรู้สึกจริงๆ
เขายื่นมือออกมา "ฉันชื่อไป๋เฮอเมี่ยน ไป๋ที่แปลว่าสีขาว เฮอที่แปลว่านกกระเรียน และมี่ยนที่แปลว่าการนอนหลับ"
"มวลผกาอุ่นวัวครามหมอบนิ่ง พฤกษาขจีสนสูงระหงกระเรียนขาวนิทรา ชื่อของนายไม่เลวเลยนะ ผมชื่อลู่ติ่ง"
คำพูดของลู่ติ่งทำให้ไป๋เฮอเมี่ยนถึงกับทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
นี่มันดูไม่ค่อยเหมือนกับบุคลิกของลู่ติ่งที่บันทึกไว้ในข้อมูลเลยสักนิด
ทำไมถึงพูดออกมาเป็นบทกวีที่สละสลวยได้ขนาดนี้กันนะ นั่นทำให้ไป๋เฮอเมี่ยนรู้สึกเขินขึ้นมานิดหน่อยเพราะเขานึกบทกวีที่จะมาชมชื่อของลู่ติ่งกลับไปไม่ไม่ออกเลยจริงๆ
"นาย... มีความรู้มากเลยนะ แต่งสดเลยเหรอ?"
สำหรับการแอบอ้างบทกวีของคนโบราณจากชาติก่อนลู่ติ่งไม่ได้มีความสนใจจะเอาหน้าอะไรนัก
"เซียนกวีหลี่ไป๋เป็นคนเขียนน่ะ ผมแค่หยิบมาใช้ชั่วคราวเท่านั้นเอง"
ไป๋เฮอเมี่ยนพยักหน้าพลางจดจำบทกวีประโยคนี้เอาไว้ในใจ
"ผมต้องไปส่งภารกิจก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่วันหลัง"
เมื่อมองตามแผ่นหลังของลู่ติ่งที่หิ้วเจี่ยหยวนฟางเดินจากไป ไป๋เฮอเมี่ยนก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งแผ่นหลังนั้นหายลับตาไปเขาก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์คำค้นหาทันที
'มวลผกาอุ่นวัวครามหมอบนิ่ง พฤกษาขจีสนสูงระหงกระเรียนขาวนิทรา' แล้วกดค้นหา
ไม่มีข้อมูล?
เขารู้สึกสงสัยจึงลองค้นหาชื่อเซียนกวีหลี่ไป๋ดูอีกครั้งแต่ผลลัพธ์ก็ยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม
เมื่อมองดูหน้าการค้นหาที่ดูไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลยไป๋เฮอเมี่ยนก็พลันรู้สึกว่าข้อมูลของหน่วยงานดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างนะเนี่ย
จากข้อมูลที่บันทึกไว้ลู่ติ่งควรจะเป็นคนที่เกลียดชังความชั่วเข้ากระดูกดำและในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีนิสัยอวดดีและบ้าอำนาจจนถึงขีดสุด
แต่จากการพบกันครั้งแรกเมื่อครู่นี้ไป๋เฮอเมี่ยนกลับรู้สึกว่าลู่ติ่งเป็นคนที่มีความรู้และมีมารยาทดีมากถึงขั้นพูดออกมาเป็นบทกวีได้เลยทีเดียว
แถมตอนนี้ในซอฟต์แวร์ค้นหายังหาบทกวีนี้ไม่เจอและไม่มีชื่อเซียนกวีหลี่ไป๋คนนี้อยู่เลยด้วย
นั่นทำให้ไป๋เฮอเมี่ยนยิ่งรู้สึกว่าลู่ติ่งน่ะ... เป็นคนเก็บตัวจริงๆ
"สรุปคือความอวดดีบ้าอำนาจนั่นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกแต่ภายในเขาเป็นคนถ่อมตัวและมีความรู้ลึกซึ้งในขณะเดียวกันก็แข็งแกร่งมากด้วยสินะ?"
ความถ่อมตัวและมีความรู้ลึกซึ้งคือสิ่งที่ไป๋เฮอเมี่ยนใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาตลอด และมุมมองที่มีต่ออสุรกายของลู่ติ่งก็ยังมีบางส่วนที่ตรงกับความคิดของไป๋เฮอเมี่ยนแบบไม่มีผิดเพี้ยน
ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที
เพื่อนนี่นา!
มีความคิดที่เหมือนกัน มีส่วนที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ และไม่ขัดแข้งขัดขากันเอง นี่แหละคือคุณสมบัติที่เพื่อนสนิทควรจะมีไม่ใช่เหรอ!?
...
[เน้นย้ำ] รสนิยมทางเพศของตัวเอกเป็นปกติดี
[จบแล้ว]