- หน้าแรก
- เทพยุทธ์เจ้าจักรวาล!
- บทที่ 75 คำสั่งแบน! กระแสสังคม
บทที่ 75 คำสั่งแบน! กระแสสังคม
บทที่ 75 คำสั่งแบน! กระแสสังคม
บทที่ 75 คำสั่งแบน! กระแสสังคม
เมืองอู่หลิง อาคารสาขาย่อยบริษัทซิงเหอกรุ๊ป
ณ ห้องรับรองชั้นสี่
นักรบวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคนหนึ่ง กำลังต้อนรับฟางผิงอัน รวมถึงครอบครัวของฟางหลงและฟางซือเยว่ที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงอย่างเร่งรีบ
"หัวหน้าแผนกจง สถานการณ์มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ" ฟางผิงอันกัดฟันพูด "ผมจนตรอกแล้วจริงๆ หวังว่าทางบริษัทจะช่วยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเราด้วยนะครับ"
หลังจากได้รับข่าวจากเจียงเวย ฟางผิงอันก็คิดได้ทันทีว่า ที่พึ่งเดียวของครอบครัวเขาในตอนนี้ ก็คือบริษัทซิงเหอกรุ๊ปนี่แหละ... ด้วยอำนาจและอิทธิพลของบริษัทซิงเหอกรุ๊ป ถ้าพวกเขายอมช่วยล่ะก็ รับรองว่าเรื่องนี้จบสวยแน่นอน
แต่ประเด็นคือ บริษัทซิงเหอกรุ๊ปจะยอมช่วยเพื่ออะไรล่ะ?
นี่แหละคือเหตุผลที่ฟางผิงอันต้องลากฟางหลงกับฟางซือเยว่มาด้วย
"ผมเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว และก็เข้าใจความกังวลของคุณด้วย แต่เรื่องนี้ผมต้องรายงานให้ท่านผู้จัดการทราบก่อน..." หัวหน้าแผนกจงเองก็ปวดหัวไม่น้อย แค่ฟังต้นสายปลายเหตุก็รู้แล้วว่างานเข้าแน่ๆ
เรื่องนี้มันไปเกี่ยวพันกับนักรบระดับปฐพีชั้นแนวหน้า แถมยังเคยเป็นถึงผู้จัดการสาขาเมืองของบริษัทจี๋ซิงกรุ๊ปอีกต่างหาก
เขาจะไปมีอำนาจตัดสินใจเรื่องใหญ่แบบนี้ได้ยังไง?
แต่หัวหน้าแผนกจงก็รู้ดีว่า ถ้าปฏิเสธไปตรงๆ ฟางหลงกับฟางซือเยว่คงเสียความรู้สึกแย่... สองพี่น้องคู่นี้ ถึงตอนนี้จะยังเด็ก แต่ก็ปลุกเนตรดาราระดับสูงได้แล้ว อนาคตอาจจะก้าวขึ้นเป็นนักรบระดับปฐพีก็ได้ จะทำเป็นมองข้ามไปก็ไม่ได้อีก
ระหว่างที่หัวหน้าแผนกจงกำลังคิดหนักอยู่นั้น
"ไม่ต้องรายงานแล้วล่ะ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ร่างสูงใหญ่กำยำราวกับหมีพาดิบปรากฏขึ้นที่ประตูห้องรับรอง ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยน
"ท่านผู้จัดการ" หัวหน้าแผนกจงตาเป็นประกาย รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับ
"ผู้จัดการสิง" ฟางผิงอันก็รีบลุกขึ้นเช่นกัน
"ผู้จัดการสิง" ฟางหลงและฟางซือเยว่ก็ลุกขึ้นยืนด้วย ตอนที่พวกเขามาเซ็นสัญญากับบริษัทซิงเหอกรุ๊ป เคยเจอสิงเหย่มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็เลยรู้ว่าเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของสาขาเมืองนี้
"เสี่ยวหลง ซือเยว่... เรื่องพี่ชายพวกเธอ ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว ทางบริษัทจะพยายามจัดการให้อย่างดีที่สุดนะ" สิงเหย่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หน้าที่ของพวกเธอคือการตั้งใจฝึกฝนวิชา กลับไปเรียนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันขอคุยกับคุณพ่อพวกเธอตามลำพังหน่อย"
ฟางผิงอันพยักหน้าให้ลูกๆ เป็นเชิงอนุญาต
ฟางหลงและฟางซือเยว่จึงเดินออกไปอย่างว่าง่าย
หัวหน้าแผนกจงยืนรอรับคำสั่งอยู่เงียบๆ ส่วนสิงเหย่ก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา แล้วหันไปมองฟางผิงอัน "คุณฟาง คุณไม่ควรดึงเสี่ยวหลงกับซือเยว่เข้ามาเกี่ยวเลยนะ"
"ผมกลัวว่าความปลอดภัยของพวกเขาจะถูกคุกคามน่ะครับ" ฟางผิงอันถอนหายใจ
"อืม"
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ" สิงเหย่รับปาก "เสี่ยวหลงกับซือเยว่เป็นดาวรุ่งที่เซ็นสัญญากับบริษัทเรา ความปลอดภัยของพวกเขารับประกันได้เต็มร้อย ทันทีที่ฉันรู้เรื่อง ฉันก็ติดต่อไปทางบริษัทจี๋ซิงกรุ๊ปในนามของบริษัทเราแล้ว... รับรองได้เลยว่า ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องพวกเขาแน่นอน"
"ต่อให้เป็นนักรบระดับปฐพี ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรหรอก"
"รวมถึงความปลอดภัยของคุณกับคุณปู่ด้วย บริษัทซิงเหอกรุ๊ปจะคอยคุ้มครองให้เอง" สิงเหย่พูดเสียงหนักแน่น
"ครับ" ฟางผิงอันพยักหน้ารับ แต่ลึกๆ แล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลย
"ส่วนเรื่องฟางอวี่น่ะเหรอ" สิงเหย่ถอนหายใจเบาๆ "เอาจริงๆ นะ ฉันเพิ่งจะได้อ่านประวัติของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง ผลงานตอนฝึกปฏิบัติจริงที่ดาวปฐมกาลโดดเด่นมาก ไม่ได้ด้อยไปกว่าเสี่ยวหลงกับซือเยว่เลย เผลอๆ จะเก่งกว่าด้วยซ้ำ... ตอนแรกก็กะว่า ถ้าผ่านการประเมินอีกสักรอบ ก็จะชวนมาอยู่กับบริษัทซิงเหอกรุ๊ปของเราอยู่แล้ว"
"แล้วตอนนี้ล่ะครับ?" ฟางผิงอันรีบถาม
"ตอนนี้เขาไปพัวพันกับคดีความ เราเลยยังเซ็นสัญญาด้วยไม่ได้ชั่วคราว" สิงเหย่ส่ายหน้า "สาขาของเราจะคอยติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และจะคอยประสานงานกับมหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่างและแผนกสืบสวนคดีวิชาการต่อสู้ตลอดเวลา... สิ่งเดียวที่ฉันรับประกันกับคุณได้ก็คือ ฟางอวี่จะไม่ถูกตัดสินในข้อหา 'จงใจฆ่า' เด็ดขาด"
"ไม่สามารถทำให้พ้นผิดไปเลยได้เหรอครับ?" ฟางผิงอันอดถามไม่ได้
"อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลแล้วล่ะ" สิงเหย่ถอนหายใจ "เรื่องมันเกิดที่ดาวปฐมกาล หลายๆ อย่างเราก็ทำได้แค่ช่วยกดดันเท่านั้น"
ฟางผิงอันเงียบไป
ทำธุรกิจมาตั้งหลายปี เขาไม่ได้โง่นะ
เขาดูออกว่าคำพูดของผู้จัดการสิงเหย่ตรงหน้า เป็นแค่คำพูดแบ่งรับแบ่งสู้... โอกาสสูงมากที่บริษัทซิงเหอกรุ๊ปจะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ให้มากความ
"เข้าใจแล้วครับ รบกวนผู้จัดการสิงด้วยนะครับ" ฟางผิงอันตอบเสียงแผ่ว
ทั้งสองคนคุยกันต่ออีกสองสามประโยค
หลังจากส่งฟางผิงอันกลับไปแล้ว
"เฮ้อ!" สิงเหย่แอบถอนหายใจ
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สิงเหย่เหลือบมองชื่อคนโทรเข้า 'หวังซวินเต้า' แล้วกดรับสายทันที
"ตาเฒ่าสิง เรื่องของฟางอวี่ นายคงรู้เรื่องแล้วสินะ" หวังซวินเต้าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม?"
"ยาก"
"นายอาจจะยังไม่รู้นะ" สิงเหย่พูดกับหวังซวินเต้าตรงๆ แบบไม่มีปิดบัง "เมื่อกี้เขาโทรมาหาผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งแปดแห่งในเมืองอู่หลิงเราหมดแล้ว ขอร้องไม่ให้ใครเซ็นสัญญากับฟางอวี่... ใครขืนดื้อแพ่งเซ็นสัญญา ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขา นายก็รู้ดีว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งแปดของเราไม่ได้แข่งกันเองซะทีเดียว แต่เน้นร่วมมือกันบนดาวปฐมกาลเพื่อประโยชน์ของอารยธรรมซะมากกว่า ความสัมพันธ์พวกเราแน่นแฟ้นจะตาย"
"พรสวรรค์ของฟางอวี่ก็ถือว่าใช้ได้ มีแววจะก้าวขึ้นเป็นนักรบระดับปฐพีได้ แต่ก็แค่นักรบระดับปฐพีธรรมดาๆ อย่างฉันนี่แหละ แต่คนอย่างเซี่ยไคซานเนี่ย ไม่ได้มีดีแค่เส้นสาย แต่ฝีมือก็ใช่ย่อย ฉันสู้เขาไม่ได้หรอก เผลอๆ โดนสอยร่วงในกระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ" สิงเหย่ถอนหายใจ
"กระบวนท่าเดียวเนี่ยนะ?" หวังซวินเต้าตกใจ
"อืม นักรบระดับปฐพีส่วนใหญ่ อย่าว่าแต่เลเวล 49 เลย แค่เลเวล 45 ยังไปไม่ค่อยถึงกันเลย" สิงเหย่พูดเสียงต่ำ "ฉันเดาว่า ในเขตเมืองอู่หลิงคงไม่มีผู้จัดการสาขาหรือผู้บริหารบริษัทหน้าไหน กล้าเอาตัวไปแลกกับการเป็นศัตรูกับคนอย่างเขา เพียงเพื่อเซ็นสัญญากับฟางอวี่คนเดียวหรอก"
"คำสั่งแบนงั้นเหรอ?" หวังซวินเต้าช็อก
เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
"ไม่ใช่แค่นั้นนะ"
"หมอนั่นน่าจะสืบประวัติครอบครัวของฟางอวี่มาหมดแล้ว ถึงได้โทรมาหาฉัน" สิงเหย่ถอนหายใจ "เขาพูดอ้อมๆ ว่า ถ้าสาขาเมืองอู่หลิงของเราไม่เข้าไปแส่ เขาก็จะไม่ทำให้ฉันลำบากใจ... พูดง่ายๆ ก็คือขู่กลายๆ ว่า ถ้าเรายุ่ง เขาอาจจะไม่ได้เล่นงานแค่ฟางอวี่ แต่อาจจะลามไปถึงครอบครัวฟางอวี่ด้วย"
"ตาเฒ่าหวัง ฉันรู้ว่านายอยากช่วยฟางอวี่นะ" สิงเหย่เตือน "แต่ตอนนี้เซี่ยไคซานมันเหมือนหมาบ้า ฉันเตือนนายเลยว่าอย่าไปแหย่มันดีกว่า"
หวังซวินเต้าเงียบไปเลย
คำพูดที่เตรียมมาซะดิบดี ตอนนี้พูดไม่ออกสักคำ
ก็จริงอย่างที่สิงเหย่พูด นักรบระดับปฐพีระดับท็อปฟอร์ม กับนักรบระดับปฐพีธรรมดา มันคนละชั้นกันเลย พอคนระดับนั้นเกิดบ้าดีเดือดขึ้นมา รังสีอำมหิตมันน่ากลัวมาก อย่าว่าแต่ในเมืองอู่หลิงเลย ทั่วทั้งมณฑลหูกว่าง ก็คงหาคนที่กล้าไปงัดด้วยได้ยาก
"ส่วนเรื่องฟางอวี่น่ะเหรอ"
"ฉันลองสืบๆ ดูแล้ว เหมือนจะมีคนคอยออกหน้าคุ้มครองเขาอยู่นะ น่าจะไม่ถึงตายหรอก แต่เรื่องจะให้พ้นผิดไปเลย คงเป็นไปไม่ได้" สิงเหย่สรุป "แต่ก็น่าจะยังใช้ชีวิตและฝึกวิชาได้ตามปกติแหละ"
"แค่นี้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว"
...
ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทเซิ่งชวนกรุ๊ป
"เซี่ยไคซานงั้นเหรอ?" หวังซวินเต้าแอบถอนหายใจ
เขาไม่คาดคิดเลยว่า ในเวลาอันสั้น เซี่ยไคซานจะแสดงอำนาจออกมาได้น่ากลัวขนาดนี้ จนทำเอาสิงเหย่ที่อยู่ไกลถึงเมืองอู่หลิงยังต้องหวั่นเกรง
แน่นอน หวังซวินเต้าก็เข้าใจดี
เหตุผลสำคัญก็คือ ฟางอวี่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร สิงเหย่ก็เลยไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยง
ถ้าฟางอวี่เซ็นสัญญากับบริษัทซิงเหอกรุ๊ปไปก่อนหน้านี้... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ หรือการซื้อใจคน บริษัทซิงเหอกรุ๊ปก็คงไม่ยอมถอยง่ายๆ แน่
"เอาไงดี?" หวังซวินเต้าขมวดคิ้วมุ่น
เขาเองก็รู้จักนักรบระดับปฐพีอยู่หลายคน แต่ก็เป็นแค่คนรู้จัก จะให้เขาไปขอร้องคนพวกนั้นให้ยอมงัดกับเซี่ยไคซานเหรอ? คงไม่มีใครยอมหรอก
ที่สำคัญ!
นักรบระดับปฐพีธรรมดาทั่วไป อำนาจและสถานะก็ยังห่างชั้นกับเซี่ยไคซานเยอะ
อีกอย่าง ถึงหวังซวินเต้าจะเห็นแววฟางอวี่ แต่ก็แค่เห็นแววเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นจะยอมเอาตัวไปเสี่ยงบาดหมางกับเซี่ยไคซานเพื่อ 'ฟางอวี่' สักหน่อย
เพราะถ้าทำแบบนั้น มันจะส่งผลเสียอย่างหนักต่อบริษัทเซิ่งชวนกรุ๊ป และอาจจะลามไปถึงตระกูลหวังด้วย
ทุกคนต่างก็มีจุดอ่อนและความกังวลของตัวเอง... และดูเหมือนหวังซวินเต้าจะมีมากกว่าใครเพื่อน
เขาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ผู้จัดการฟาง" หวังซวินเต้าเรียกผู้จัดการฟาง แผนกประชาสัมพันธ์ มือขวาของเขาเข้ามา
"ท่านประธานครับ"
"มีงานให้คุณไปทำชิ้นหนึ่ง ต้องทำแบบลับที่สุด ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด" หวังซวินเต้ารีบบอกไอเดียของเขาให้ฟัง ทำเอาผู้จัดการฟางตกใจหน้าตาตื่น
"ท่านประธานครับ ขืนทำแบบนี้ เราจะเป็นศัตรูกับเซี่ยไคซานแบบเต็มตัวเลยนะครับ" ผู้จัดการฟางอดไม่ได้ที่จะท้วง
"ก็เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงบอกให้คุณไปแอบทำแบบเงียบๆ อย่าให้ใครจับได้" หวังซวินเต้าขมวดคิ้ว "จะหมดสักสิบล้าน?ยี่สิบล้าน? ฉันไม่สน ฉันต้องการให้กระแสสังคมมันตีกลับมาให้ได้"
"จำไว้ ความลับสำคัญที่สุด"
...
ภายในวันเดียวกันนั้นเอง บนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มข่าวต่างๆ ในมณฑลหูกว่าง หรือแม้แต่บางสื่อในประเทศเซี่ย ต่างก็มีบทความผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
"เด็กอาชีวะ 'ฟางอวี่'! พิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามเอาชนะพรสวรรค์บนเส้นทางวิชาการต่อสู้"
"มุมมืดของมหาวิทยาลัยสายยุทธ์: ชีวิตสุดกร่างของ 'เซี่ยเทา' ทายาทนักรบระดับสูง"
"จุดจบของทายาทนักรบระดับสูง"
"การตอบโต้คนพาล ควรนับว่าเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย"
"ทางตันของเซี่ยไคซาน จากความ 'สปอยล์' ลูกหลาน"
"พ่อแม่รังแกฉัน! บทเรียนจาก 'เซี่ยเทา' สะท้อนสังคมมหาวิทยาลัยสายยุทธ์"
...ข่าวสารแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ครองพื้นที่สื่อออนไลน์แทบจะทุกแพลตฟอร์มในพริบตา
"การต่อสู้บนดาวปฐมกาล? การต่อสู้ของเหล่านักรบ!"
"ไอ้เซี่ยเทานี่มันไม่ใช่คนดีเลยจริงๆ บ้านรวย แบ็กดี เลยทำตัวกร่างไปทั่ว"
"ฟางอวี่นี่ก็กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายยุทธ์จากวิทยาลัยอาชีวะได้ มันยากขนาดไหน โคตรซวยเลยจริงๆ!" ข่าวมากมายโผล่ขึ้นมาไม่หยุด ดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตได้เป็นอย่างดี และเริ่มเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในบางโซเชียลมีเดีย
แต่ทว่า!
กระแสสังคมยังไม่ทันจะจุดติด ข่าวเพิ่งจะถูกปล่อยออกมาไม่ถึงชั่วโมง ก็มีพลังมืดบางอย่างเข้ามาแทรกแซง สั่งแบนและลบข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวกับเซี่ยเทาและฟางอวี่จนเกลี้ยง
ณ บริษัทเซิ่งชวนกรุ๊ป
"ท่านประธานครับ โดนแบนหมดแล้วครับ ตอนนี้ปล่อยข่าวอะไรไม่ได้เลย" ผู้จัดการฟางรายงานด้วยความจนใจ "แค่นี้มันสร้างกระแสไม่ได้หรอกครับ"
"ไม่เป็นไร"
"การโดนแบนหนักขนาดนี้ แสดงว่าเบื้องบนเริ่มจับตาดูแล้ว เป้าหมายเราบรรลุแล้วล่ะ" หวังซวินเต้าส่ายหน้า "พอแล้ว... ฉันช่วยได้แค่นี้แหละ ที่เหลือก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของฟางอวี่แล้วกัน"
ที่เขาทำไปทั้งหมดนี่ ก็ถือว่าเสี่ยงมากแล้ว
...
พระจันทร์ใหม่
เมืองก่วงหาน คฤหาสน์จี๋ซิงหมายเลขเก้า
"เหล่าเหอ นายเป็นถึงรองอธิบดีแผนกสืบสวนคดีของมณฑลเลยนะ นายจะบอกว่านายทำไม่ได้เนี่ยนะ? เมื่อบ่ายยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะอยู่เลย" เซี่ยไคซานโวยวายใส่เพื่อนในจอภาพสามมิติด้วยสีหน้าถมึงทึง
"พี่เซี่ย"
"ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะ" เสียงทุ้มๆ จากจอภาพตอบกลับ "แต่คดีนี้ ถังเจี้ยนซินเป็นคนดูแล เธอเป็นหัวหน้าอาจารย์ดูแลนักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่าง นายก็รู้ใช่ไหมว่าแบ็กเธอคือใคร เธอเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของ 'กู่เฟิง' นักรบระดับลาดตระเวนสวรรค์เชียวนะ"
"แต่ท่านกู่เฟิงก็เสียไปนานแล้วนี่" เซี่ยไคซานแย้งเสียงต่ำ
"แต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องของเธอยังอยู่กันครบเลยนะ" เสียงในจอภาพถอนหายใจ "คดีนี้ ทั้งสองฝ่ายก็เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่างเหมือนกัน เพราะงั้น ความเห็นของทางมหาวิทยาลัยก็เลยมีน้ำหนักต่อผลการพิจารณาคดีมาก ถังเจี้ยนซินในฐานะตัวแทนของมหาวิทยาลัย ก็ยืนกรานว่าจะให้ปล่อยตัวโดยไม่มีความผิด... แล้วตอนนี้ดันมีกระแสสังคมตีกลับมาอีก ถึงจะโดนบล็อกไปทันที แต่ก็มีคนเห็นไปเยอะแล้ว"
"ถ้าตัดสินรุนแรงเกินไป มันจะเป็นที่ครหาเอานะ"
"ดูจากหลักฐานที่เรามีตอนนี้ โอกาสที่ฟางอวี่จะถูกตัดสินคดี 'จงใจฆ่า' แล้วรอดจากการถูกศาลสูงตีตก มีแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้นแหละ"
"มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาผิดข้อหา 'จงใจฆ่า' ได้" เสียงในจอภาพยืนยันหนักแน่น "ฉันว่านะ ยอมๆ ไปเถอะ ให้คดีมันจบที่ 'ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ' ดีกว่า"
"เดี๋ยวฉันจะไปขอให้ทางมหาวิทยาลัยเพิ่มโทษให้หนักขึ้นอีกหน่อย"
"เอาจริงๆ นะ ขอแค่เขายังเป็นนักรบอยู่ วันนึงเขาก็ต้องไปที่ดาวปฐมกาลอยู่ดี... นายจะแค้นแทนเสี่ยวเทา ก็ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้นี่?" เสียงในจอภาพเบาลง "ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ"
จอภาพดับวูบลง
"เวรเอ๊ย!" สายตาของเซี่ยไคซานเย็นชา ชกกำแพงดังปัง จนสัญญาณเตือนในห้องดังระงม "กระแสสังคมเหรอ? อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนทำ!"
ตั้งแต่รู้ว่าถังเจี้ยนซินมีท่าทียังไง เขาก็ไม่ได้หวังให้มหาวิทยาลัยสายยุทธ์หูกว่างมาเข้าข้างเขาอยู่แล้ว
เขาไม่อยากงัดกับทางมหาวิทยาลัยตรงๆ ก็เลยเลือกที่จะใช้เส้นสายในแผนกสืบสวนคดีวิชาการต่อสู้กับแผนกพิจารณาคดีแทน... แต่ใครจะไปคิด ว่าจู่ๆ ก็มีกระแสสังคมโผล่มาแทรก
...
วันที่ 10 กันยายน เวลา 9 โมงเช้า
ภายในห้องขัง
ฟู่!
ฟางอวี่กำลังรำมวยอย่างตั้งใจ ท่วงท่าลื่นไหลราวกับสายน้ำ ดูมีเสน่ห์ดึงดูด เขาถูกขังมาวันกว่าๆ แล้ว แต่จิตใจกลับยิ่งสงบนิ่งมากขึ้น
"แกร๊ก~" ประตูเปิดออก
กลุ่มคนเดินเข้ามาในห้อง
"รองศาสตราจารย์ถัง อาจารย์เจียง หัวหน้าแผนกจาง" ฟางอวี่หยุดรำมวยแล้วยืนขึ้น กวาดสายตามองผู้มาเยือน เขาจำหน้าได้หลายคนเลย
แต่ดูจากตำแหน่งที่ยืนแล้ว คนพวกนี้ไม่ใช่ตัวเอกของงาน
"ฟางอวี่"
"นี่คือ 'หัวหน้าแผนกต่ง' จากแผนกพิจารณาคดี" เจียงเวยแนะนำชายร่างท้วมในชุดเครื่องแบบที่ยืนอยู่ตรงกลาง "เขามาอ่านคำตัดสินเบื้องต้นของนาย"