- หน้าแรก
- สุดยอดเชฟระดับพระเจ้า เขย่าวงการสตรีมเมอร์
- บทที่ 11 เทพเจ้าองค์ใหม่ เย่เฟย
บทที่ 11 เทพเจ้าองค์ใหม่ เย่เฟย
บทที่ 11 เทพเจ้าองค์ใหม่ เย่เฟย
เย่เฟยไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงที่ไม่ได้สตรีม หากเขาต้องการจะหาอะไรลงท้องกลับต้องควักกระเป๋าซื้อจากระบบเสียอย่างนั้น นี่มันเป็นเรื่องที่เกินจะยอมรับได้จริงๆ แต่เขาก็จนปัญญาจะต่อกร
“แกแม่งแน่จริง... เอามันฝรั่งมาหัวนึง” เย่เฟยเอ่ยอย่างเซ็งๆ
ระบบเหมยป๋อตอบกลับ: “มันฝรั่งหนึ่งหัว ราคา 300 หยวน ปัจจุบันในบัตรธนาคารของโฮสต์มียอดเงินคงเหลือเพียง 250 หยวน ไม่สามารถดำเนินการซื้อขายได้”
“...” เย่เฟยหน้าดำคร่ำเครียด ไอ้ระบบนี่มันเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว แม้แต่ยอดเงินในบัตรเขามันยังรู้หมดเปลือก ว่าแต่... เงินในบัตรเขาเหลือแค่ 250 หยวนจริงๆ เหรอเนี่ย? ตัวเลขช่างน่าอภิรมย์เสียเหลือเกิน (เลข 250 ในสแลงจีนหมายถึงคนโง่หรือคนปัญญาอ่อน)
ท้ายที่สุดเมื่อไม่มีทางเลือก เย่เฟยจึงต้องวิ่งลงจากตึกไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาสองซองเพื่อกินประทังหิว
หลังจากจัดการกับพยาธิในท้องเสร็จ เย่เฟยก็นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดโปรแกรม PP (พีพี - โปรแกรมแชตยอดนิยมในโลกคู่ขนานนี้ คล้ายกับ QQ) ของเขาขึ้นมา
ในขณะที่เย่เฟยกำลังทำเรื่องส่วนตัวอยู่นั้น ภายในช่องสตรีมอาหารระดับเทพเจ้าบนแพลตฟอร์มชิวชิวกลับลุกเป็นไฟ บรรดาผู้ชมต่างพากันประณามและประท้วงการชิ่งหนีไปดื้อๆ ของเย่เฟย ต่างตราหน้าว่าเขาเป็นสตรีมเมอร์ที่ไร้ความรับผิดชอบ ไม่มีสามัญสำนึก และเป็นสตรีมเมอร์ที่ยังก้าวไม่พ้นรสนิยมต่ำตม
ทว่าท่ามกลางพายุอารมณ์เหล่านั้น จู่ๆ กลับมีคนทยอยกดเข้ามาในห้องสตรีมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สร้างความแปลกใจให้กับกลุ่มผู้ชมดั้งเดิมไม่น้อย เพราะหากเป็นการเข้ามาในช่วงกำลังสตรีมย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่นี่สตรีมจบไปแล้วแต่กลับมีคนแห่เข้ามา นั่นแหละคือเรื่องประหลาด
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือคนที่เข้ามาไม่ใช่แค่คนเดียว แต่กลับมากันเป็นกลุ่มใหญ่ราวยี่สิบถึงสามสิบคน
คนกลุ่มนี้เมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่ได้พิมพ์อะไร เพียงแค่แขวนบัญชีทิ้งไว้เฉยๆ จนกลุ่มของกินแหลกทั่วหล้าอดสงสัยไม่ได้
“พี่ชาย พวกนายมาสายไปแล้วล่ะ สตรีมเมอร์จบรายการของวันนี้ไปแล้ว พวกนายอดดูแล้วล่ะ”
“ใช่ พวกนายไม่มีบุญนะเนี่ย รายการสุดยอดขนาดนั้นดันมาพลาดซะได้”
“ฉันเห็นใจพวกนายจริงๆ”
“เห็นใจ +1”
“เห็นใจ +2”
ทางด้านหลังบ้านของชิวชิวสตรีมมิ่ง บรรดาเจ้าหน้าที่สถิติต่างพากันอึ้งจนตาเหลือก
ไอ้พวกบ้าเอ๊ย กล้ามาเห็นใจพวกเราเนี่ยนะ รู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร? ว่าแต่... รายการที่พวกมันบอกว่าสุดยอดน่ะ มันยอดเยี่ยมขนาดไหนกันเชียว?
“ทุกคนครับ รายการเมื่อกี้มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? พอดีพวกเรามาไม่ทัน พอจะช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?” ผู้ชมที่ใช้ชื่อว่า เสี่ยวผิงผิง เอ่ยถามขึ้น
เถาเถี้ยเดาะลิ้นพิมพ์ตอบ: “อย่าใช้คำว่าดีเลย มันสุดยอดจนหาที่เปรียบไม่ได้ต่างหาก”
หลิวผิงจำเถาเถี้ยได้ เพราะเขาเป็นคนดูแลสถิติในหมวดอาหาร สตรีมเมอร์คนไหนเก่ง แฟนคลับคนไหนเปย์หนัก เขาล้วนมีข้อมูลอยู่ในหัว เขารู้ว่าเถาเถี้ยคือมหาเศรษฐีตัวจริง แถมยังเป็นเศรษฐีที่คลั่งไคล้อาหารมาก เขาไม่นึกเลยว่าคนระดับนี้จะมาสิงอยู่ที่นี่ด้วย
การที่มหาเศรษฐีอย่างเถาเถี้ยยังต้องเอ่ยปากชมรายการนี้ ดูท่ามันคงจะไม่ธรรมดาจริงๆ
“พี่เถาเถี้ย พอจะบอกรายละเอียดหน่อยได้ไหมครับ?”
เถาเถี้ยตอบ: “รายการนั้นมันเกินกว่าที่ภาษาจะบรรยายได้ ต้องเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจความรู้สึกถึงความอลังการและมนตร์เสน่ห์ของมัน นายจะให้ฉันเล่า ฉันก็เล่าไม่ถูกหรอก เพราะฉันหาคำศัพท์ที่เหมาะสมมาเปรียบเปรยไม่ได้จริงๆ”
คำพูดนี้ยิ่งทำให้พวกเจ้าหน้าที่สถิติชิวชิวคันยุบยิบในใจจนแทบคลั่ง รายการแบบไหนกันที่ทำให้เถาเถี้ยชมขนาดนี้ แถมยังบอกว่าบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย?
เสี่ยวผิงผิง: “มันดีขนาดที่พี่ว่าจริงๆ เหรอ?”
กินแหลกทั่วหล้าแทรกขึ้นมาทันที: “ของดีมีแค่ในสวรรค์ บนโลกมนุษย์น่ะหาดูยาก ไปมโนกันเอาเองเถอะไป”
พูดจบ กินแหลกทั่วหล้าก็ออฟไลน์หนีไปทันที
หลิวผิงและกลุ่มเพื่อนเจ้าหน้าที่สถิติแทบจะด่าถึงบุพการี นี่มันแกล้งกันชัดๆ มาทิ้งเชื้อความอยากรู้เอาไว้แล้วก็ชิ่งหนีไปเฉยๆ แบบนี้มันแย่ยิ่งกว่าไม่เล่าอะไรเลยเสียอีก
ไม่นานหลังจากนั้นเถาเถี้ยก็ออฟไลน์ไปตามๆ กัน ผู้ชมส่วนใหญ่เริ่มสลายตัว จนห้องสตรีมเหลือคนเพียงสามสิบกว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือพวกเจ้าหน้าที่สถิติของชิวชิวนั่นเอง
สุดท้ายเมื่อถามอะไรไม่ได้ความ คนกลุ่มนี้จึงต้องจำใจถอนตัวออกมา
ณ แผนกสถิติหมวดอาหารหลังบ้านของชิวชิวสตรีมมิ่ง หลิวผิงออกจากห้องสตรีมมาด้วยความหงุดหงิดจนต้องขยี้หัวตัวเอง
“รู้งี้ไม่น่าเข้าไปถามเลย นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้วยังทำให้ค้างคาใจจนอยากจะอ้วกอีก เรื่องนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัด ว่าแต่เย่เฟยคนนี้ทำรายการอะไรถึงได้ดูวิเศษวิโสขนาดนั้นนะ”
ตึ๊ดๆ~~
เสียงข้อความจากกลุ่มรวมบริษัทดังขึ้น หลิวผิงเปิดดูพบว่าเป็นข้อความจากเพื่อนร่วมงานแผนกอื่น
“หลิวผิงอยู่ไหม? หลิวผิงอยู่ไหม? หลิวผิงอยู่ไหม? (เรื่องสำคัญต้องพูดสามครั้ง) ตามหาหลิวผิง หรือเจ้าหน้าที่สถิติหมวดอาหารคนไหนก็ได้ ออกมาด่วนเลย!”
นี่คือ เถี่ยเหมิง เจ้าหน้าที่สถิติจากหมวดกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากเขามีศีรษะที่ค่อนข้างใหญ่ ทุกคนในบริษัทจึงมักเรียกเขาว่า เถี่ยโถว (หัวเหล็ก)
หลิวผิงส่งไอคอนหน้ายิ้มตอบกลับ: “เถี่ยโถว มีธุระอะไร?”
เถี่ยโถวถามทันที: “สตรีมเมอร์หน้าใหม่ของฝั่งนายที่ชื่อเย่เฟย ตอนเขาไลฟ์สดมีแฟนคลับกี่คนน่ะ? ยอดโดเนทถึงได้น่าสยองขนาดนั้น”
หลิวผิงส่งไอคอนยิ้มขื่น: “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน พอฉันเข้าไปถึง เขาก็ออฟไลน์หนีไปแล้ว”
เถี่ยโถวส่งไอคอนกรอกตารัวๆ ตามด้วยไอคอนดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะพิมพ์ว่า: “พวกนายโดนความสุขกระแทกจนสมองเบลอไปแล้วเหรอ? จะดูว่าห้องเขามีคนกี่คนต้องถลึงตาเข้าไปดูในห้องด้วยรึไง? พวกนายเป็นเจ้าหน้าที่สถิตินะโว้ย ข้อมูลหลังบ้านน่ะมองปราดเดียวก็เห็นหมดแล้ว ยอมใจพวกนายจริงๆ”
หลิวผิงตบหน้าผากตัวเองดังปึ้ง: “เชี่ย! วิธีง่ายๆ แค่นี้ทำไมฉันนึกไม่ออกวะ เถี่ยโถวนายฉลาดจริงๆ”
“เชี่ย นี่มันสามัญสำนึกชัดๆ นายกำลังหลอกด่าฉันเหรอ? รีบไปดูเลยว่าหมอนั่นมีแฟนคลับกี่คน ฉันเดาว่าอย่างน้อยต้องห้าพันคนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นไม่มีทางทำยอดโดเนทได้ขนาดนั้นหรอก”
เจ้าหน้าที่สถิติจากหมวดฟิตเนสสมทบ: “ฉันว่าห้าพันยังน้อยไป ถ้ามีแค่ห้าพัน การจะทำยอดโดเนทมหาศาลขนาดนั้นในเวลาสั้นๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
คนอื่นๆ เริ่มคาดเดากันไปต่างๆ นานา
“ฉันเดาว่าอย่างน้อยต้องหกพันคน”
“หกพันห้า”
“ฉันว่าแปดพัน”
“หนึ่งหมื่น! จังหวะไวขนาดนี้ ถ้าคนดูไม่ถึงหมื่นน่ะอย่าหวังเลย”
ในขณะนั้น บรรดาพนักงานหมวดอาหารเห็นว่ายอดโดเนทของเย่เฟยหยุดนิ่งอยู่ที่สามหมื่นสองพันหยวน และไอคอนโปรไฟล์เปลี่ยนเป็นสีเทาซึ่งหมายความว่าสตรีมเมอร์ออฟไลน์แล้ว พวกเขาจึงเริ่มถอยห่างจากหน้าจอยักษ์ ทว่าแต่ละคนยังคงอยู่ในอาการตื่นเต้นไม่หาย
ชายหนุ่มที่สนิทกับหลิวผิงหันมาเห็นเขากำลังง่วนอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์จึงถามว่า: “หลิวผิง นายทำอะไรอยู่น่ะ?”
หลิวผิงตอบโดยไม่หันกลับมามอง: “ฉันกำลังดูสถิติหลังบ้านว่าห้องสตรีมของเย่เฟยเมื่อกี้มีผู้ชมทั้งหมดกี่คน”
เพียงประโยคเดียว ทุกคนในแผนกต่างก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบ เพราะพวกเขาก็สงสัยในประเด็นนี้อยู่ไม่น้อย
หลิวผิงเปิดหน้าข้อมูลสถิติจำนวนผู้ชมของสตรีมเมอร์ออกมา และทันทีที่เห็นตัวเลขบนหน้าจอ ทุกคนในกลุ่มก็แทบจะลมจับ หลิวผิงถึงกับเซจนเก้าอี้โยกเกือบจะร่วงลงไปกองกับพื้น
“เชี่ย... ไม่จริงน่า?”
“โอ๊ยยย... ดวงตาไทเทเนียมของข้าแทบจะบอด นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง?”
“ล้อเล่นกันแรงไปหรือเปล่าเนี่ย?”
“นั่นสิ คนแค่นี้จะทำยอดโดเนทได้ขนาดนี้ได้ยังไง? นั่นมันสามหมื่นสองพันหยวนเชียวนะ! ปกติพวกเทพเจ้าที่มีคนดูเป็นหมื่นยังทำยอดไม่ได้ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ”
“หัวใจดวงน้อยๆ ของข้า... มันสะใจเกินไปแล้ว หมอนี่ทำได้ยังไงกัน?”
“มีคนดูแค่หกสิบกว่าคน แต่กลับโดเนทให้เยอะขนาดนี้ ถ้าเขามีคนดูเป็นหมื่นล่ะก็นะ... เหล่าฟู่ นายช่วยพยุงฉันหน่อย ฉันขอใช้เวลาคิดแป๊บ”
“คิดก็คิดไปสิ จะให้ฉันพยุงทำไมวะ?”
“ฉันกลัวว่าถ้าคิดไปคิดมาแล้วฉันจะหน้ามืดเป็นลมล้มน่ะสิ”
“สรุปเขารังสรรค์รายการอะไรออกมากันแน่? ทำไมถึงมีคนทุ่มเปย์ให้เขาขนาดนี้?”
“ถ้าอยากรู้ความจริง ก็รีบเปิดดูย้อนหลังสิ! ฝ่ายเทคนิคน่าจะอัปโหลดวิดีโอบันทึกภาพขึ้นมาแล้ว รีบเปิดดูเร็วเข้า!”