- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 87 ความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกเริ่มปรากฏ!
บทที่ 87 ความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกเริ่มปรากฏ!
บทที่ 87 ความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกเริ่มปรากฏ!
ฮั่นอู่ตี้มองดูเงาร่างบนม่านแสง... รูม่านตาพลันหดเกร็ง แม้เขาจะไม่ชอบท่าทีขี้ขลาดอ่อนแอของหลิวจวี้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิต หลิวเช่อจ้องม่านแสงเขม็ง "ให้เจิ้นดูหน่อยเถิดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!"
ยามนี้ในภาพบนม่านแสง ฮั่นอู่ตี้กำลังบ่นพึมพำกับเว่ยจื่อฟูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ "เจิ้นให้กำเนิดลูกชายที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ได้อย่างไร? ไม่เอาถ่านเหมือนพ่อยังไม่พอ แม้แต่ความกล้าหาญชาญชัยในการศึกของตระกูลเว่ยพวกเจ้าก็ไม่สืบทอดมาเลย วันๆ เอาแต่เอาอ่านตำราเฮงซวยพวกนั้น!”
“มีประโยชน์รึ? อ่านตำราเมธีแล้วจะทำให้พวกซงหนูตายไปเองได้รึไง?” หลิวเช่อยิ่งพูดยิ่งโกรธ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังที่เหล็กไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้า
ฮั่นอู่ตี้หันไปเหน็บแนมหลิวจวี้ในวัยเยาว์ว่า "ในเมื่อรัชทายาทของพวกเรา... ไม่ชอบทำศึก เช่นนั้นก็ให้เจิ้นรบแทนเจ้าให้หมดเลยแล้วกัน ส่วนเจ้าก็จงเป็นรัชทายาทอยู่ในวังบูรพาต่อไป อ่านตำราเมธีของเจ้าไปเถอะ!"
...
ใต้ม่านแสง หลิวเช่อมองดูเหตุการณ์ในอดีตบนม่านแสง เขายอมรับว่าตอนนั้นเคยพูดประโยคนี้จริง ทว่า... ต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่เห็นต้องบีบกันจนตายเลยนี่นา?
ถัดมาภาพพลันสลับเปลี่ยน หลิวจวี้ในวัยเยาว์เติบใหญ่ขึ้น ความขัดแย้งของพ่อลูกคู่นี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ! ณ พระราชวังเว่ยยาง! "ซงหนูเพิ่งพ่ายศึก กำลังขวัญยังไม่ฟื้นคืน" หลิวจวี้สูดหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ เลื่อนม้วนไม้ไผ่ผ่านบันไดแท่นประทับ "ลูกขอวิงวอนเสด็จพ่อโปรดชะลอการยกทัพขึ้นเหนือ เพื่อมุ่งเน้นการพักฟื้นประชาราษฎร์เป็นสำคัญพ่ะย่ะค่ะ"
มือของหลิวเช่อที่กุมหยกยู่อี่พลันกระชับแน่น แววตาภายใต้มงกุฎสายมุกจ้องมองลงมาอย่างเย็นชา "พักฟื้นประชาราษฎร์รึ?" หลิวเช่อแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่พอใจ "เหตุการณ์ปิดล้อมที่ไป๋เติงขององค์ปฐมกษัตริย์ ความอัปยศจากการส่งพระธิดาไปอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์ในยุคเหวินเจิ่ง ในเมื่อเจ้าอ่าน 'กงหยางชุนชิว' ก็พึงรู้ว่าพวกเดรัจฉานป่าเถื่อนนั้นมิอาจทำให้เชื่องได้!"
หลิวจวี้มองดูหลิวเช่อที่ดึงดันจะออกศึก จึงคุกเข่าลงกับพื้นพร่ำร้องว่า "เสด็จพ่อ ยามนี้ต้าฮั่นทำศึกต่อเนื่องหลายปี ทั้งเกณฑ์แรงงานราษฎรและผลาญทรัพย์สิน ท่านเคยเห็นหรือไม่ว่าเหล่าผู้อพยพนอกเมืองฉางอันมีชีวิตความเป็นอยู่เช่นไร?”
“เจิ้นไม่สนใจความสูญเสียของทหารแม้แต่เพียงนายเดียว หากไม่มีทหารม้าเหล็กแห่งต้าฮั่นของเจิ้น จะมีความสงบสุขใต้หล้าได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาเป็นราษฎรแห่งต้าฮั่น นี่คือสิ่งที่พวกเขาพึงกระทำ!”
หลิวจวี้ได้ยินคำตอบของฮั่นอู่ตี้ ภายในใจก็เศร้าโศกยิ่งนัก! นอกเมืองฉางอัน ผู้อพยพเหล่านั้นน่าเวทนาเพียงใด เขารู้ดี เด็กน้อยที่ผอมโซจนเห็นกระดูกแทะเปลือกไม้ประทังชีวิต เหล่ามารดาใช้หยาดน้ำนมหยดสุดท้ายเลี้ยงลูก แต่ตนเองกลับล้มลงสิ้นใจข้างทางหลวง เลือดสดๆ ผสมปนเปกับน้ำนมจนกลายเป็นน้ำแข็งที่มิอาจละลาย! ทารกน้อยหนาวตายอยู่ในตะกร้า... นี่... นี่คือความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแท้ๆ!
"เสด็จพ่อ! ทำศึกต่อเนื่องหลายปี ประชากรทั่วหล้าหายไปกึ่งหนึ่งแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" หลิวจวี้เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ "ราษฎรในหลงซีต้องแลกบุตรกันกิน ภาษีในเหอหนานจวิ้นถูกเรียกเก็บล่วงหน้าไปถึงปีไท่ชูที่สิบ หากยังยกทัพอีก...”
“พอที!” หลิวเช่อลุกพรวดขึ้นทันที หยกยู่อี่ถูกขว้างใส่เสาลายมังกรจนแตกกระจายประดุจดาวตก "เจ้าเติบโตมาในน้ำมือสตรี จะไปเข้าใจปณิธานของเจิ้นได้อย่างไร!"
"ลูกมิใช่ไม่รู้ถึงปณิธานอันยิ่งใหญ่ของเสด็จพ่อ" น้ำเสียงของหลิวจวี้สั่นเครือ "เพียงแต่เสบียงคลังที่สะสมมาแต่ยุคเหวินเจิ่งอันสงบสุข ล้วนถูกผลาญไปสิ้นในศึกม่อเป่ยแล้ว ยามนี้ทั้งนโยบายผูกขาดเกลือเหล็ก ทั้งการรีดภาษีจากพ่อค้า ราษฎร...”
“หุบปาก!” มงกุฎสายมุกของหลิวเช่อสั่นไหวอย่างรุนแรง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง "เจ้ากำลังจะบอกว่าเจิ้นบ้าสงครามสินะ แต่หากไม่มีการยกทัพขึ้นเหนือของเจิ้น จะมีต้าฮั่นที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ได้อย่างไร!"
ในเวลาเดียวกัน ภาพพลันหยุดลงที่ใบหน้าอันเต็มไปด้วยริ้วรอยของหลิวเช่อ! ใต้ม่านแสง ราชวงศ์ฮั่น "ยกทัพขึ้นเหนือถล่มซงหนูจนพ่ายยับ?" หลิวเช่อได้รับข้อมูลบางอย่างจากวิดีโอช่วงนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ... "เป็นไปไม่ได้... เป็นไปได้ยังไง!"
เขาเชื่อมาตลอดว่าการยกทัพขึ้นเหนือคือการสร้างผลประโยชน์หมื่นปีให้ต้าฮั่น แต่สิ่งที่ม่านแสงแสดงออกมาเริ่มทำให้เขาหันกลับมาสงสัยในตัวเอง คำพูดของหลิวจวี้ ฉากอันน่าเวทนาเหล่านั้น ยามนี้ทิ่มแทงใจเขาดั่งเข็ม "หรือว่าต้าฮั่นของเจิ้นในอนาคตจะตกต่ำถึงเพียงนี้จริงๆ?" หลิวเช่อพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงมีความสั่นพร่าอยู่จางๆ มองดูดวงตาแดงก่ำและเสียงร้องไห้อันโศกเศร้าของหลิวจวี้บนม่านแสง ภายในใจของเขาสับสนปนเปไปหมด
เว่ยชิง: "ฝ่าบาท... นั่นเป็นเพียงอนาคตเดิม ยามนี้พวกกระหม่อมยังคงอยู่ครบทุกคนพ่ะย่ะค่ะ!" ฮั่วชวี่ปิ้ง: "ถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ชวี่ปิ้งยินดีจะกวาดล้างซงหนูเพื่อฝ่าบาทเอง!" ฮั่นอู่ตี้ถึงได้สติกลับมา ใช่แล้ว! ตอนนี้พวกเขาใช้ 'กษัตริย์ขุนนางร่วมใจ' กับเขาอยู่ ความสามารถของทั้งสองคนนี้หลิวเช่อรู้ดียิ่งกว่าใคร! "ดี... ดีมาก สมเป็นคนที่เจิ้นมองเห็นแวว พวกเรากษัตริย์ขุนนางร่วมใจกัน กำจัดซงหนูให้สิ้นซาก เพื่อเปิดศักราชใหม่ให้ชนรุ่นหลัง!"
หลิวจวี้มองดูชายหนุ่มวัยเบียวทั้งสามคน... ทั่วทั้งร่างรู้สึกอึดอัดจนพูดไม่ออก (หลิวจวี้: "พ่อ... ตอนนี้... ม่านแสงกำลังฉายตอนที่ข้าถูกบีบจนตายนะ... ท่านมาฮึกเหิมอะไรตอนนี้มันดีแล้วรึ?") ("เคยนึกถึงความรู้สึกข้าบ้างไหม?")
...
เสียงบรรยายบนม่านแสงดังขึ้น! [หลิวจวี้เป็นบุตรชายคนโตของฮั่นอู่ตี้หลิวเช่อกับเว่ยจื่อฟู ถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทตั้งแต่อายุ 7 ขวบ]
[ทว่าเมื่อหลิวจวี้เติบใหญ่ ความขัดแย้งพ่อลูกก็เริ่มปรากฏชัด ฮั่นอู่ตี้เชิดชูหลักการปกครองแบบนิติธรรมแฝงขงจื๊อ เน้นปกครองด้วยกำปั้นเหล็กและทำศึกไปทั่วทิศ]
[ส่วนหลิวจวี้ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ เน้นนโยบายพักฟื้นราษฎร ลดการเกณฑ์แรงงานและภาษี]
[ยามที่หลิวจวี้ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการ เขาได้ล้างมลทินให้คดีอยุติธรรมมากมาย ลดหย่อนภาษี จนได้ใจราษฎรไปเต็มๆ แต่กลับไปขัดผลประโยชน์ของกลุ่มขุนนางใจยักษ์ข้างกายฮั่นอู่ตี้ พวกเขากลัวว่าหากหลิวจวี้ขึ้นครองราชย์จะมาคิดบัญชีกับพวกตน จึงคอยยุแยงความสัมพันธ์พ่อลูกอย่างลับๆ]
[ประกอบกับช่วงบั้นปลาย ฮั่นอู่ตี้ขี้โรคและมีนิสัยระแวงจัด เป็นโรคหวาดระแวงขั้นรุนแรง มองใครก็เห็นเป็นกบฏไปหมด!]
[ขันทีซูเหวินเคยใส่ร้ายหลิวจวี้ว่า "ลวนลามนางกำนัล" ฮั่นอู่ตี้จึงสั่งเพิ่มนางกำนัลในวังรัชทายาทเป็น 200 คน เพื่อส่งสัญญาณบอกเหล่าขุนนางว่า "ตำแหน่งรัชทายาทใช่ว่าจะสั่นคลอนไม่ได้"]
[เมื่อได้รับสัญญาณจากหลิวเช่อ เหล่าขุนนางและขุมกำลังต่างๆ จึงเริ่มวางแผนกำจัดรัชทายาทหลิวจวี้]
[แผนการทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจาก 'พระสนมโกวอี้'!]
หลิวเช่อยามนี้ถึงกับงงเต๊ก... พระสนมโกวอี้? ในวังหลังของเขาไม่มีคนชื่อนี้สักหน่อย? แล้วใครตั้งชื่อได้เสี่ยวขนาดนี้
...
ยามนี้ภาพบนม่านแสงสลับเปลี่ยนไป! ในภาพ ขันทีซูเหวินซอยเท้าก้าวสั้นๆ เข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มารายงานต่อหลิวเช่อว่า "ฝ่าบาท บ่าวขอแสดงความยินดีกับพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ยินดีเรื่องอันใด?” ยามนั้นหลิวเช่อกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักกานเฉวียน เมื่อได้ยินดังนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ "พระสนมโกวอี้ ประสูติพระโอรสองค์น้อยพ่ะย่ะค่ะ พระโอรสทั้งขาวทั้งอ้วนท้วน ผิวพรรณเปี่ยมไปด้วยราศีสูงส่งยิ่งนัก!" ซูเหวินประจบสอพลอสุดฤทธิ์
หลิวเช่อ: "จริงรึ?”
“จริงพ่ะย่ะค่ะ!” เมื่อได้รับคำยืนยัน... หลิวเช่อก็ดีใจสุดขีด แม้แต่เรี่ยวแรงก็ดูเหมือนจะกลับมาไม่น้อย ยามนั้นหลิวเช่ออายุ 63 ปีแล้ว! ได้ลูกชายตอนแก่ ทั้งที่โรครุมเร้า จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนเองยังฟิตปั๋ง สามารถเป็นฮ่องเต้ต่อไปได้อีกสัก 50 ปี
"หากเจิ้นสุขภาพย่ำแย่จริง จะมีลูกชายน่ารักน่าชังออกมาได้อย่างไร?”
“ไปตามหมอหลวงมาทำลูกให้เจิ้นดูสักคนซิ” หลิวเช่อลำพองใจยิ่งนัก...
ผู้คนใต้ม่านแสงได้ยินประโยคนี้ ต่างก็มุมปากกระตุกไปตามๆ กัน! หากหมอหลวงช่วยทำลูกชายให้หลิวเช่อได้จริงๆ เรื่องนี้คงเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกแน่ๆ พวกเขาไม่เคยเห็นใครที่อยากจะโดน "สวมเขา" ได้ขนาดนี้มาก่อนเลย!
หลิวเช่อที่เห็นภาพนี้ ใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู "พูดอะไร... พูดอะไรออกมาน่ะ?" ตัวเขาในอนาคตเลอะเลือนถึงขนาดนี้เลยรึ? แล้วไอ้ซูเหวินนี่มันเป็นใครกัน?
ยุคชุนชิวจ้านกั๋ว ขงจื๊อเห็นดังนั้นก็อดนึกถึงบิดาของตนไม่ได้ บิดาของท่านมีท่านตอนอายุ 80 ปี... แต่บิดาของท่านรูปร่างกำยำ แม้จะอายุ 80 แต่ยังคงแข็งแรงทรงพลัง ต่อให้เป็นกล้ามเนื้อของท่านในยามนี้... เมื่อเทียบกับบิดาแล้วก็ยังถือว่าด้อยกว่าขั้นหนึ่ง! แต่คนบนม่านแสงนี่ดูขี้โรคออดๆ แอดๆ เหตุใดถึงมีลูกตอนอายุขนาดนี้ได้?
ราชวงศ์ฉิน อิ๋งเจิ้งมองม่านแสงอย่างสนใจใคร่รู้ ในใจพลันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เจ้าเด็กฝูซูนอกจากจะเถียงคำไม่ตกฟากแล้วก็ยังเถียงไม่เลิก! ไอดีหลักถือว่าปั้นพลาดไปแล้ว... แม้จะมีลูกชายคนอื่น แต่ความสามารถก็ไม่ถึงขั้น! "หรือเจิ้นควรจะเริ่มปั้นไอดีรองใหม่ดูบ้างดีไหมนะ?" ในเมื่อหลิวเช่ออายุหกสิบกว่ายังทำได้ แล้วอิ๋งเจิ้งอย่างเขาจะขาดอะไรไป เป็นผู้ชายเหมือนกัน... จะมาบอกว่า "ทำไม่ได้" ไม่ได้เด็ดขาด!
...