- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 84 เว่ยเจิง: กระหม่อมมีเรื่องจะทูลฟ้อง!
บทที่ 84 เว่ยเจิง: กระหม่อมมีเรื่องจะทูลฟ้อง!
บทที่ 84 เว่ยเจิง: กระหม่อมมีเรื่องจะทูลฟ้อง!
เขาผิดไปแล้ว... เขาผิดไปแล้วจริง ๆ~
พอนึกถึงคำพูดที่ฉางซุนฮองเฮาและเว่ยเจิงทูลเขาก่อนสิ้นใจ... ที่บอกให้เขารักษาตำแหน่งรัชทายาทของเฉิงเฉียนไว้ให้ได้
เขาทำไม่ได้... เขาทำไม่ได้เลยสักนิด!
ยามนี้หลี่เอ้อปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้เว่ยเจิงฟื้นคืนชีพกลับมา เพื่อทูลถามเขาว่าตนเองควรจะทำอย่างไรดี?
หลี่เฉิงเฉียนมองดูหลี่เอ้อที่น้ำตานองหน้า แววตาของเขาช่างดูสงบนิ่งดั่งความตาย
ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทอดถอนใจ!
ช่างน่าขันนัก ทั้งหวังซื่อชง โต้วเจี้ยนเต๋อ ท่านลุงใหญ่และท่านอาสี่ที่ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่อาจทำร้ายท่านได้แม้เพียงกระผีกริ้น!
แต่ตัวข้ากลับสามารถปักดาบเล่มเขื่องเข้ากลางใจเสด็จพ่อผู้เป็นถึงเทียนเข่อฮั่น ผู้มีสง่าราศีประดุจมังกรและหงส์ได้อย่างง่ายดาย
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โทษฐานก่อกบฏไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทเพียงใด ผู้กระทำต้องตายสถานเดียว แต่ข้ากลับถูกท่านเพียงแค่ปลดเป็นสามัญชน
พูดตามตรง เขารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก มิใช่เพราะกลัวตาย!
เมื่อเห็นหลี่เอ้อน้ำตานองหน้า วินาทีนี้หลี่เฉิงเฉียนถึงได้เข้าใจว่าในใจของเสด็จพ่อนั้น มิได้มีเพียงความโกรธเกรี้ยวและชิงเกลียดเท่านั้น
ทว่ายังมีความเจ็บปวดและสำนึกเสียใจต่อเขาอยู่บ้าง
"อย่าทรงกรรแสงเลยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ยามที่ท่านประทานความโปรดปรานให้ชิงเชวี่ยอย่างไร้ขีดจำกัด ทุกอย่างมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว"
"หรือว่า... นี่คือลิขิตของราชวงศ์?" หลี่เอ้อสะอึกสะอื้นถามตนเอง
หลี่เฉิงเฉียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเยาะตนเอง เอ่ยเสียงเรียบว่า "เสด็จพ่อ... วันเหตุการณ์ประตูเสวียนอู่ ท่านปู่ไม่ได้บอกท่านแล้วรึพ่ะย่ะค่ะ?"
หลี่เอ้อได้ยินประโยคนี้ก็มิได้บันดาลโทสะ... พลันหวนนึกถึงคำพูดของหลี่เยวียนผู้เป็นบิดาในวันนั้น!
"ลูกชายสี่คน ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าคนเดียวแล้ว นี่คือราคาของการได้มาซึ่งใต้หล้าสินะ"
ยามนี้เขา... ในที่สุด... ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของบิดาในตอนนั้นแล้ว!
บนม่านแสงยามนี้ มาพร้อมกับประโยคสุดท้ายของหลี่เฉิงเฉียนที่ทำลายทิฐิอันจองหองของเทียนเข่อฮั่นลงอย่างราบคาบ!
「ยอมเป็นบุตรชายคนโตของแม่ทัพเทียนเช่อ ดีกว่าเป็นองค์รัชทายาทของเทียนเข่อฮั่น」
"นี่คือความคิดของเจ้ารึ เฉิงเฉียน!"
หลี่เฉิงเฉียนมองดูบิดาที่ราวกับแก่ชราลงในพริบตา เอ่ยทีละคำอย่างชัดเจนว่า "พ่ะย่ะค่ะ... ยอมเป็นบุตรชายคนโตของแม่ทัพเทียนเช่อ ดีกว่าเป็นองค์รัชทายาทของเทียนเข่อฮั่น!"
"เสด็จพ่อ... ท่านพ่อ... ลูกเหนื่อยเหลือเกิน! หวังว่าเสด็จพ่อจะไม่ตำหนิทหารเก่าหน่วยเทียนเช่อเหล่านั้น!"
พูดจบเขาก็กอดป้ายวิญญาณของฉางซุนฮองเฮา เดินโซเซออกจากท้องพระโรงไป
หลี่เอ้อได้แต่มองดูลูกชายที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ... จนกระทั่งเหม่อลอยไปในที่สุด!
"เจิ้นในฐานะพ่อ ช่างล้มเหลวเสียจริง!"
ไม่มีใครรู้ว่ามหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่
...
อีกมิติเวลาหนึ่ง เว่ยเจิง... ยามนี้นำตัวหลี่เฉิงเฉียนรัชทายาทวัยสิบหกปี มายังห้องทรงพระอักษรของหลี่เอ้อ
ภายในห้องมีเพียงหลี่เอ้อที่ดูเหม่อลอยและฉางซุนฮองเฮาที่ปวดร้าวใจอย่างที่สุด!
เว่ยเจิงยามนี้ดวงตาแดงก่ำ ตะโกนก้องที่หน้าประตูด้วยน้ำเสียงฉะฉานว่า "ชื่อจงเว่ยเจิง นำเสด็จรัชทายาทแห่งต้าถังมาเข้าเฝ้า... เพื่อทูลทัดทาน!"
ประตูห้องเปิดออก... หลี่เอ้อปรายตามองหลี่เฉิงเฉียนด้วยความรู้สึกผิด จากนั้นก็มองเว่ยเจิงอย่างหมดอาลัยตายอยาก "เจ้า... เจ้ามาแล้วรึ!"
หลี่เฉิงเฉียนมองดูฉางซุนฮองเฮาที่ร้องไห้จนตาแดงก่ำ เขาพุ่งเข้าไปหาทันที คุกเข่าลงเบื้องหน้าฉางซุนฮองเฮาพลางสะอึกสะอื้นว่า
"เสด็จแม่... อย่าทรงเศร้าโศกไปเลยพ่ะย่ะค่ะ จะเสียพระวรกายเอา..."
ฉางซุนฮองเฮายื่นมืออันสั่นเทาออกไปลูบศีรษะของหลี่เฉิงเฉียน ร้องไห้จนพูดไม่เป็นภาษ "ลูกแม่! แม่ไม่คิดเลยว่า... อนาคตจะเป็นเช่นนี้!"
หลี่เอ้อเองก็ตั้งสติกลับมาจากอาการเหม่อลอย "เฉิงเฉียน... เจิ้น..."
"เสด็จพ่อ! อย่าตรัสสิ่งใดเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เฉิงเฉียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ "ลูกรับรู้เรื่องราวในอนาคตแล้ว วันนี้จึงอยากจะทูลสนทนากับเสด็จพ่อและเสด็จแม่อย่างเปิดอกพ่ะย่ะค่ะ"
"เสด็จพ่อ ลูกเข้าใจในความโปรดปรานที่มีต่อชิงเชวี่ย แต่ความโปรดปรานนั้นไม่ควรกลายเป็นใบมีดที่ทำร้ายลูกและทำลายขื่อแปบ้านเมือง"
"ลูกถือว่าตลอดหลายปีที่ดำรงตำแหน่งรัชทายาท ลูกได้เคร่งครัดต่อตนเองมาโดยตลอด และถือว่าได้แบกรับภาระหน้าที่ต่อใต้หล้าไว้แล้ว"
หลี่เอ้อมองดูลูกชายตรงหน้า ราวกับเห็นภาพตนเองในอดีตที่เคยฮึกเหิม ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
"เฉิงเฉียน เจิ้นไม่รู้ว่าเหตุใดในอนาคตเจิ้นถึงทำเช่นนั้น แต่ในวันนี้เจิ้นขอสัญญาต่อเจ้าและทุกคนว่า อนาคตจะไม่มีทางซ้ำรอยเดิมเหมือนบนม่านแสง! เจิ้นจะไม่ทำเช่นนั้นอีก"
ฉางซุนฮองเฮาลูบศีรษะหลี่เฉิงเฉียน "ลูกแม่มีปณิธานเช่นนี้ แม่ก็เบาใจแล้ว"
หลี่เอ้อลุกขึ้นยืน เดินมาตรงหน้าหลี่เฉิงเฉียนแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจิ้นจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ และเจ้าเองก็อย่าได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง"
หลี่เฉิงเฉียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ลูกจะทุ่มเทสุดความสามารถ เพื่อรักษาความรุ่งเรืองของต้าถังพ่ะย่ะค่ะ!"
ในตอนนั้น เว่ยเจิงมองดูภาพการแสดงความรักความผูกพันของครอบครัวหลี่เอ้อ ทว่าเขายังคงมีเรื่องที่ต้องพูด
สำหรับหลี่เอ้อนั้น เว่ยเจิงเรียกได้ว่ารู้จักดียิ่งกว่าใคร
อย่ามองว่าตอนนี้ทำเป็นสำนึกผิด... ไม่แน่ว่าวันหน้า พอเว่ยหวังมาอ้อนเข้าหน่อย หลี่เอ้อร้องไห้อีกนิด ก็คงทำให้รัชทายาทของเขาต้องน้อยใจอีกตามเคย
"ฝ่าบาท กระหม่อมชื่อจงเว่ยเจิง มีเรื่องจะทูลฟ้องพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เอ้อมองดูท่าทางขึงขังของเว่ยเจิงก็รู้ว่า... วันนี้คงไม่พ้นต้องโดนเทศนาชุดใหญ่เป็นแน่
"เว่ยชิง... เจ้ามีเรื่องอันใดจะพูดรึ?"
เว่ยเจิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกล้าจ้องประสานกับหลี่เอ้อ
น้ำเสียงของเขาทรงพลังและฉะฉาน "เรื่องที่กระหม่อมจะทูลฟ้อง คือพฤติกรรมของอวี๋จื้อหนิง, ข่งอิ่งต๋า, จางเสวียนซู่ และพรรคพวกพ่ะย่ะค่ะ"
"คนกลุ่มนี้มิได้คำนึงถึงเกียรติยศและชื่อเสียงของรัชทายาทเลยแม้แต่น้อย กลับบังอาจ... ทัดทานด้วยเจตนาร้าย บีบคั้นจนรัชทายาทเข้าสู่ทางตัน ไม่คู่ควรที่จะเป็นครูบาอาจารย์พ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เอ้อลอบถอนหายใจยาวในใจ ยังดีที่เจ้าหัวแข็งคนนี้ไม่ได้ฟ้องตัวเขาเอง
"ท่านเสนา... นั่นล้วนเป็นเรื่องในอนาคต... ทำเช่นนี้จะดูเกินไปหน่อยหรือไม่?"
เว่ยเจิงถลึงตาใส่ เริ่มใช้กลยุทธ์ยอดนักด่าทันที!
"ฝ่าบาท... ใช้ประวัติศาสตร์เป็นคันฉ่อง ย่อมล่วงรู้ถึงความรุ่งเรืองและล่มสลาย เรื่องในอนาคตปรากฏอยู่ตรงหน้าท่านและกระหม่อมแล้ว หรือฝ่าบาทต้องการให้โศกนาฏกรรมบนม่านแสงอุบัติซ้ำรอยอีกพ่ะย่ะค่ะ?"
หลี่เอ้อรู้ดีว่าหากวันนี้ไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน คงยากจะผ่านไปได้
"ก็ได้... เจิ้นรับปากเจ้า จะปลดข่งอิ่งต๋าและอวี๋จื้อหนิงออกจากวังบูรพา! ไม่ให้ทำหน้าที่สั่งสอนรัชทายาทอีกต่อไป!"
"ส่วนจางเสวียนซู่ยามนี้มิได้มีตำแหน่งในวังบูรพา! เจิ้นไม่อาจลงโทษเขาด้วยเรื่องในอนาคตได้! เท่านี้พอใจหรือยังท่านเสนา! เชิญกลับไปพักผ่อนเถิดเว่ยชิง!"
เว่ยเจิงประสานมือกล่าว "ฝ่าบาท กระหม่อมยังฟ้องไม่จบพ่ะย่ะค่ะ!"
"กระหม่อมขอฟ้องกลุ่มขุนนางใจกล้าชุดที่สอง ได้แก่ หวังเกว๋, อวี๋ซื่อหนาน, หลี่ต้าเลี่ยง, เฉินเหวินเปิ่น, หลิวจี้, หม่าโจว, ฉู่ซุ่ยเหลียง, ตู้เจิ้งหลุน, เกาจี้ฝู่ และคนอื่น ๆ... ที่ทัดทานด้วยถ้อยคำรุนแรง... บิดเบือนความจริง กระหม่อมอยากถามพวกเขานักว่าอยู่ที่บ้านอบรมสั่งสอนลูกหลานแบบนี้ด้วยหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
"กระหม่อมขอฟ้องประการที่สาม ฟ้องเหล่าขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊... รัชทายาทคือผู้สืบทอดบัลลังก์ของแผ่นดิน ทว่าสุดท้ายกลับไม่มีใครหน้าไหนก้าวออกมาเตือนฝ่าบาทเลยสักคน!"
"กระหม่อมขอฟ้องประการที่สี่... ฟ้องฉางซุนอู๋จี้ เขาสูงส่งเป็นถึงลุงของรัชทายาท และยังเป็นขุนนางแห่งต้าถัง... ทว่ากลับไม่คำนึงถึงความรู้สึกของรัชทายาทเลยแม้แต่น้อย!"
"ตอนที่กระหม่อมมา พวกเขายังนั่งดื่มเหล้ากินเนื้อกันอย่างสำราญใจอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เอ้อถูกชุดคอมโบต่อเนื่องของเว่ยเจิงฟ้องจนแทบจะมึนตึ้บไปเลยทีเดียว!
...