- หน้าแรก
- ท้องแล้วไง ใครก็หยุดแม่ไม่ได้ เมื่อยัยตัวแม่ทำค่ายทหารสั่นสะเทือนจนทุกคนตาค้าง
- บทที่ 16: ซ่งจินเยว่สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่
บทที่ 16: ซ่งจินเยว่สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่
บทที่ 16: ซ่งจินเยว่สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่
คุณป้าคนหนึ่งทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า "เธอยังเป็นเด็กสาวอยู่แท้ๆ ทำไมถึงพ่นแต่คำสกปรกแบบนี้ออกมาล่ะ?"
เฉินหลิงหลิงแผดเสียงกรีดร้องสุดเสียง "ต่อให้ปากฉันจะเหม็น แต่มันก็ยังดีกว่ายัยแก่ใกล้ลงโลงอย่างแกที่ชอบแส่เรื่องชาวบ้านก็แล้วกัน!"
คุณป้าจ้องมองเฉินหลิงหลิงแล้วสวนกลับว่า "ฉันน่ะแก่แล้วก็จริง แต่เธอมันร้ายกาจยิ่งกว่าฉันเสียอีก ทั้งบ้านพวกเธอมันใจดำอำมหิต เรื่องเมื่อวานน่ะเธอจงใจพูดออกมาใช่ไหม? จงใจทำให้ซ่งสยงกวนกับน้องสาวเขาถูกลากตัวไป"
เฉินหลิงหลิงเท้าสะเอวพลางเชิดหน้าตอบ "จงใจแล้วจะทำไมล่ะ? ซ่งจินเยว่ก็แค่ลูกคุณหนูทุนนิยม ถ้ามันไม่ใช่พวกทุนนิยม มันจะถูกลากตัวไปเหรอ? มันจะถูกจับเหรอ?"
เธอชี้นิ้วใส่คุณป้าแล้วพูดว่า "ยัยแก่หนังเหี่ยว แส่ช่วยซ่งจินเยว่พูดแบบนี้ แกเองก็เป็นพวกธาตุทุนนิยมเหมือนกันใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปแจ้งความจับแกด้วยอีกคน!"
จู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็พุ่งตัวออกมาแล้วพูดว่า "งั้นก็เชิญไปแจ้งความจับผมด้วยเลย ดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
เฉินหลิงหลิงสะดุ้งตกใจกับคนที่โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่พอนึกขึ้นได้ว่ารอบข้างมีคนอยู่เต็มไปหมด และผู้ชายคนนี้คงไม่กล้าลงมือทำอะไรเธอจริงๆ ความมั่นใจของเธอก็กลับคืนมาทันที เธอแผดเสียงตะโกนลั่น "ฉันจะไปแจ้งจับแก! แจ้งแน่! แล้วจะทำไม? แกจะกล้าตบฉันหรือไง?"
"มาสิ! มาเลย! ลองตบฉันดูสิ!"
พูดเสร็จเฉินหลิงหลิงก็ยื่นหน้าเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้น
เธอคิดว่าเขาคงไม่กล้าทำอะไร แต่ชายหนุ่มกลับเงื้อมือขึ้นแล้วฟาดลงบนใบหน้าของเธอฉาดใหญ่
"อ๊าย!" เฉินหลิงหลิงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอกุมแก้มข้างที่ถูกตบพลางมองชายหนุ่มด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ "แกกล้าตบฉันจริงๆ เหรอ?"
พูดจบ เฉินหลิงหลิงก็แยกเขี้ยวข้างเล็บกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มทันที
ชายหนุ่มตอบโต้กลับไปในพริบตา และคุณยายที่ถูกด่าเมื่อครู่ก็รีบก้าวเข้าไปช่วยลูกชายของเธออีกแรง
คนบ้านตระกูลเฉินที่เพิ่งจะขนของเสร็จ เมื่อหันมาเห็นเฉินหลิงหลิงกำลังชุลมุนตบตีอยู่กับคนในหอพัก
พวกเขาก็รีบพุ่งเข้าไปช่วยทันที
แต่ทันทีที่คนตระกูลเฉินเริ่มลงมือ คนในหอพักที่เหลือก็กรูเข้าไปล้อมกรอบแล้วกดตัวคนตระกูลเฉินลงกับพื้นเพื่อรุมสกรัม!
ตระกูลเฉินทนแรงปะทะไม่ไหว สุดท้ายต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกไป
เมื่อเห็นตระกูลเฉินวิ่งหนีไป คนในหอพักก็ไม่ได้ตามไปซ้ำเติม แค่สั่งสอนให้หลาบจำก็เพียงพอแล้ว พวกเขาไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้
สายตาของผู้คนในหอพักมองตามแผ่นหลังที่หนีไปพลางด่าสาปแช่ง "ไสหัวไปซะ!"
"พวกตระกูลเฉิน ต่อไปพวกแกทุกคนอย่าเสนอหน้ามาที่นี่อีกนะ! ไม่อย่างนั้นโผล่หัวมาเมื่อไหร่ ฉันจะตบเมื่อนั้น!"
เฉินพานเซิงที่หนีไปถึงหน้าประตูหยุดชะงัก เขาหันกลับมาถ่มน้ำลายใส่คนในหอพัก "ถุย!"
"สถานที่โสโครกแบบนี้ ต่อให้กราบกรานอ้อนวอนฉัน ฉันก็ไม่กลับมาหรอก!"
เมื่อเห็นดังนั้น ลูกชายของคุณยายก็กำหมัดแน่น "ไอ้ลูกสุนัขเอ๊ย"
พอเห็นท่าไม่ดี เฉินพานเซิงก็รีบใส่เกียร์สุนัขหนีไปทันที
เมื่อเห็นเฉินพานเซิงลับตาไปจากหอพัก ลูกชายคุณยายจึงยอมรามือ
ฝูงชนในหอพักต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ตระกูลเฉิน ว่าพวกเขามันช่างสารเลวที่ชอบซ้ำเติมคนล้ม
พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าซ่งสยงกวนตาถั่วไปคว้าเฉินจิ้งมาเป็นเมียได้ยังไง
พอคุยถึงเรื่องนี้ ใครบางคนก็นึกถึงสิ่งที่ซ่งจินเยว่พูดไว้เมื่อคืน
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิจารณ์กันอย่างออกรส ใครบางคนก็สังเกตเห็นชายหลายคนที่สวมชุดตำรวจเดินเข้ามาในหอพัก
กัปตันหานซึ่งเป็นคนนำกลุ่ม เดินเข้ามาในหอพัก เมื่อเห็นฝูงชนรวมตัวกันอยู่ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยทักทาย "สวัสดีครับสหายทุกท่าน ขอถามหน่อยครับว่าสหายซ่งจินเยว่พักอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ?"
สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในหอพักต่างหันขวับมามองกัปตันหานและคณะเป็นตาเดียว
เมื่อได้ยินว่ามาตามหาซ่งจินเยว่ แถมยังเป็นตำรวจ... คนในหอพักต่างพากันรู้สึกถึงลางร้ายอีกครั้ง
แต่ในเมื่อตำรวจมาถามหาคน... พวกเขาก็ต้องตอบไปตามความจริง ใครคนหนึ่งพยักหน้าตอบกลับ "ใช่ครับ"
เมื่อเห็นว่ามาไม่ผิดที่ กัปตันหานก็เผยรอยยิ้ม "ไม่ทราบว่าเธออยู่ชั้นไหนครับ? พวกเรามีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกับเธอ"
ใครคนหนึ่งตอบกลับ "ซ่งจินเยว่ไม่อยู่ที่นี่แล้วครับ เธอถูกลากตัวไปแล้ว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของกัปตันหานแข็งค้างไปทันที เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง "ถูกลากตัวไปเหรอ?"
นี่หมายความว่ามีคนไวกว่าเขาอย่างนั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้
เขาเพิ่งได้รับสายจากหัวหน้าจงและเลขาฯ เว่ย สั่งให้เขามาหาซ่งจินเยว่
ในเมื่อท่านทั้งสองเป็นคนสั่งมา เป็นไปไม่ได้ที่จะสั่งคนอื่นซ้ำซ้อน... นั่นหมายความว่าคนที่มาเอาตัวซ่งจินเยว่ไปไม่ใช่คนของพวกเขา
ไม่ใช่คนของพวกเรา? แล้วจะเป็นใครล่ะ? กัปตันหานเริ่มกังวลขึ้นมาทันที ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติยังรอซ่งจินเยว่อยู่เลยนะ
หลี่ฮู้กั๋ว... ไม่สิ! ไอ้คนขายชาติหลี่นั่นถูกจับไปแล้ว และตอนนี้ก็ไม่มีล่ามเลย พวกเขาจึงต้องการตัวซ่งจินเยว่ไปที่นั่นอย่างเร่งด่วน
กัปตันหานถามต่อ "ใครเป็นคนเอาตัวเธอไป แล้วเอาไปที่ไหน?"
คนในหอพักต่างพากันพูดขึ้นพร้อมกัน เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังอย่างละเอียด
สีหน้าของกัปตันหานเปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็พยักหน้าและกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณมากครับ"
คนในหอพักส่ายหน้า "ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ไม่เป็นไร"
ใครบางคนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย "ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ ท่านมาตามหาซ่งจินเยว่ทำไมเหรอครับ?"
กัปตันหานตอบตรงๆ "มีเรื่องสำคัญที่พวกเราต้องการให้สหายซ่งจินเยว่ช่วยน่ะครับ"
คนในหอพักต่างพากันหูผึ่งด้วยความสนใจ "ตำรวจมาขอให้ซ่งจินเยว่ช่วยเหรอครับ?"
"ท่านเจ้าหน้าที่ครับ สรุปว่าสหายซ่งจินเยว่ไม่ใช่ลูกคุณหนูทุนนิยมใช่ไหมครับ?"
กัปตันหานตอบเสียงดังฟังชัด "แน่นอนว่าไม่ใช่!"
เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "สหายซ่งจินเยว่ถึงขั้นสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่เลยล่ะ"
ก็นั่นน่ะสิ การจับกลุ่มสายลับได้เมื่อคืนนี้ ทั้งหมดเป็นผลมาจากซ่งจินเยว่ทั้งนั้น
ทุกคนดวงตาเป็นประกายทันที "เธอสร้างความดีความชอบเหรอ?"
ทุกคนต่างแย่งกันถาม "ความชอบเรื่องอะไรเหรอครับ?"
กัปตันหานตอบว่า "ไว้ผมเจอตัวซ่งจินเยว่แล้วจะบอกพวกคุณนะครับ"
มันไม่ใช่แค่เรื่องการตามหาซ่งจินเยว่เท่านั้น แต่เป็นเพราะเบื้องบนต้องการที่จะประกาศเกียรติคุณให้กับซ่งจินเยว่ด้วย
อีกประเด็นหนึ่งคือ ในเมื่อไอ้คนขายชาติหลี่ก่อเรื่องจนถูกจับไป ตอนนี้จึงไม่มีล่ามให้ชาร์ลส์ แล้วเรื่องเฟืองของโรงงานเหล็กจะทำยังไงล่ะ?
ชาร์ลส์เองก็มีความประทับใจที่ดีต่อซ่งจินเยว่อยู่แล้ว และเจตนารมณ์ของเลขาฯ เว่ยก็คือต้องการสนับสนุนซ่งจินเยว่และรักษาผู้ที่มีความสามารถคนนี้ไว้
ในเมื่อจะสนับสนุนเธอ ก็ต้องแสดงความจริงใจให้เห็นกันหน่อย
ฝูงชนตอบรับ "ตกลงครับ!"
กัปตันหานนำลูกน้องรีบผละออกไป เพื่อเร่งไป "ช่วยชีวิต" ซ่งจินเยว่
คนในหอพักมองตามแผ่นหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จากไปพลางหัวเราะร่า "เห็นไหมล่ะ!"
"ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นพยานให้จินเยว่เองเลยนะ จินเยว่ไม่มีทางเป็นพวกทุนนิยมแน่นอน"
"โธ่ คุณป้าเฉิน ความคิดพวกฉันก็เหมือนป้านั่นแหละจ้ะ"
"นั่นสิ นั่นสิ ไม่งั้นเมื่อคืนพวกเราจะรุมสั่งสอนไอ้เฉินเว่ย์หมิงสารเลวนั่นเหรอ"
"ไอ้ตระกูลเฉินนั่นพอเห็นเขาเพลี่ยงพล้ำก็รีบซ้ำเติมแล้วหนีไปหย่าขาดกับซ่งสยงกวนทันที คอยดูเถอะ ไม่เกินสามวันหรอก ตระกูลเฉินจะต้องซมซานกลับมาคร่ำครวญกราบกรานอ้อนวอนซ่งสยงกวนแน่ๆ"
"สามวันเหรอ?" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มแล้วพูดว่า "พรุ่งนี้พวกมันก็มาแล้วล่ะ"
ทุกคนต่างพากันอึ้งและไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเขานัก
ชายร่างท้วมอีกคนส่ายหน้า "พรุ่งนี้คงไม่ทันหรอกมั้ง ไม่น่าจะไวขนาดนั้น"
ชายวัยกลางคนยิ้มให้ชายร่างท้วม "เหล่าเฉิน มาพนันกันไหมล่ะ ฉันพนันว่าอย่างช้าที่สุดก็พรุ่งนี้ หรืออย่างเร็วที่สุดก็คืนนี้เลย ส่วนนายพนันว่าหลังสามวันไปแล้ว เราไม่ต้องพนันกันมากหรอก แค่หนึ่งหยวนขำๆ พอ"
เหล่าเฉินตอบรับทันที "ได้เลย หนึ่งหยวน"
ทั้งคู่ตกลงพนันกัน ใครบางคนที่อยู่ใกล้ๆ แซวว่า "พนันตั้งหนึ่งหยวนเลยนะเนี่ย"
"พวกนายนี่นะ"
เหล่าเฉินหัวเราะหึๆ "ฮิๆ แค่ขำๆ น่ะ แค่ขำๆ"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน ร่างอีกร่างหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในหอพักด้วยความรีบร้อนอย่างยิ่ง
เขาตั้งท่าจะวิ่งตรงขึ้นไปข้างบนทันที แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างที่คุ้นตา
เขามองไปยังร่างที่คุ้นตาคนนั้น "วิศวกรโจว?"
ชายวัยกลางคนที่กำลังพนันอยู่ได้ยินเสียงจึงหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็ตาโตแล้วยิ้มออกมา "หัวหน้าเหอ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ?"
หัวหน้าเหอชี้ขึ้นไปข้างบน "ซ่งสยงกวนอยู่ข้างบนใช่ไหม?"
วิศวกรโจวส่ายหน้า "เขาไม่อยู่ครับ"
หัวหน้าเหอถามซ้ำ "ไม่อยู่? เขาไปที่โรงงานแล้วเหรอ?"
วิศวกรโจวอธิบาย "สหายซ่งกำลังเจอปัญหาใหญ่ครับ"
หัวหน้าเหออึ้งไป "ปัญหา?"
วิศวกรโจวพยักหน้า "ครับ เขาถูกคนแจ้งความจับตัวไป"
จู่ๆ หัวหน้าเหอก็เริ่มกระวนกระวาย "แจ้งความ? ใครแจ้งจับเขา? แจ้งเรื่องอะไร? ทำไมต้องแจ้งจับ? แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?"
วิศวกรโจวตอบ "น้องเมียของเขาเป็นคนแจ้งความครับ"
"???" หัวหน้าเหอมึนตึ้บ "น้องสาวของเฉินจิ้งน่ะเหรอ?"
วิศวกรโจว: "ใช่ครับ"
วิศวกรโจวรีบเล่ารายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว รวมถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น และข่าวที่ว่าเฉินจิ้งหย่ากับซ่งสยงกวนไปแล้วด้วย
สีหน้าของหัวหน้าเหอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
วิศวกรโจวพูดจบจึงเปลี่ยนประเด็นถามบ้าง "ท่านหัวหน้าครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?"
"เครื่องจักรที่โรงงานมีปัญหาน่ะ..." หัวหน้าเหอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเสริมว่า "ช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันไปหาคนช่วยก่อน วิศวกรโจว นายเองก็รีบไปที่โรงงานไปดูสถานการณ์หน่อยนะ"
"ได้ครับ"
... ภายในห้องคุมตัว
ซ่งจินเยว่และพี่ชายคนโตซ่งสยงกวนนั่งจ้องตากันเงียบๆ
จนกระทั่งมีเสียงดังมาจากข้างนอก "ท่านหัวหน้า ท่านหัวหน้า คนอยู่ข้างในนี้ครับ ในห้องนี้เลย"
เมื่อได้ยินเสียงจากข้างนอก สองพี่น้องก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ พวกเขาแค่ล้มตัวลงนอนบนพื้น... แกล้งหลับ