- หน้าแรก
- ยอดหมอแผนจีน ผมมองเห็นคำวินิจฉัยโรค
- บทที่ 4 ชีพจรเต้นเร็วแต่ไร้ราก นี่มันคืออาการกลับมารู้สึกตัวก่อนตาย!
บทที่ 4 ชีพจรเต้นเร็วแต่ไร้ราก นี่มันคืออาการกลับมารู้สึกตัวก่อนตาย!
บทที่ 4 ชีพจรเต้นเร็วแต่ไร้ราก นี่มันคืออาการกลับมารู้สึกตัวก่อนตาย!
จางชิงซานบีบใบสั่งยาในมือไว้แน่น ความรู้สึกในใจสับสนปนเปไปหมด
เมื่อเห็นผู้อำนวยการยังลังเล หวังป๋อก็รีบก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วขยับแว่นตา
เขาเปลี่ยนมาทำหน้าตาจริงจังและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แฝงไปด้วยความเสียดายเล็กน้อย
"ผู้อำนวยการครับ หลินอี้พื้นฐานยังไม่ค่อยแน่น แต่ความกล้าหาญแบบลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือที่กล้าตั้งคำถามเนี่ย น่าชื่นชมจริงๆ แผนกเราไม่เห็นเด็กฝึกงานที่กระตือรือร้นแบบนี้มานานแล้วนะครับ"
ยกยอแล้วค่อยเชือด นี่แหละลูกไม้ของคนเก่าคนแก่ในที่ทำงาน
"แต่งานคลินิกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การรักษาโรคต้องพึ่งพาวิทยาศาสตร์นะ!"
"ไม่ใช่พึ่งการท่องตำราเก่าๆ สองสามประโยคแล้วจะไปช่วยชีวิตคนได้"
"เม็ดเลือดขาวพุ่งไปถึง 12.5 สัดส่วนนิวโทรฟิลก็ทะลุปรอท ในคู่มือก็เขียนไว้ชัดเจนว่านี่คือการติดเชื้อรุนแรง!"
"ถ้าเราไปเชื่อสัญชาตญาณของเด็กฝึกงานแล้วสั่งหยุดยาปฏิชีวนะ นั่นมันฆาตกรรมคนไข้ชัดๆ ไม่เห็นค่าชีวิตคนเลยนะ!"
"พูดได้ดี!"
เสียงห้าวหาญดังก้องมาจากนอกประตู
ทุกคนหันไปมอง ก็เห็นหลัวเฉียง ศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลเดินเข้ามา
ด้านหลังเขามีแพทย์ชายร่างใหญ่บึกบึนเดินตามมาอีกสองคน
เสื้อกาวน์สีขาวชุดนี้ พอมาอยู่บนตัวเขากลับแผ่รังสีอำมหิตราวกับชุดเกราะออกศึก
ในสายตาของแผนกศัลยกรรม การตรวจวอร์ดของแผนกอายุรกรรมมักจะดูอืดอาดยืดยาดเสมอ
"เกิดอะไรขึ้นเหล่าจาง แผนกอายุรกรรมของนายตรวจวอร์ดกันยังไงเนี่ย ทำไมเสียงดังยังกับตลาดสดเลย"
นี่แหละความมั่นใจของแผนกศัลยกรรม
ไปที่ไหนก็พกเอาความยโสโอหังที่ว่า "ฉันก็รักษาได้ ไม่ไหวก็ผ่าซะ" ไปด้วยทุกที่
หวังป๋อราวกับเห็นพระผู้ช่วยให้รอด รีบเข้าไปต้อนรับทันที
"ผู้อำนวยการหลัว คุณมาได้จังหวะพอดีเลยครับ"
"นี่มีผู้ป่วยอาการวิกฤตอยู่คนนึง พวกเรากำลังดำเนินการตามขั้นตอนในคู่มือ แต่ดันมีคนยืนกรานจะเอาทฤษฎีแพทย์แผนจีนโบราณมาก้าวก่ายการรักษาให้ได้น่ะสิครับ"
หลัวเฉียงปรายตามองลุงจ้าวบนเตียง สายตาหยุดอยู่ที่เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพสองวินาที
"โห น้ำในช่องท้องเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
"เหล่าจาง ถ้าท้องบวมเป่งไปกว่านี้อีก กะบังลมได้ทะลุแน่"
"แพทย์แผนจีนอย่างพวกนายนี่ชักช้าจริงๆ ยาต้มไม่กี่ชามมันจะไปแก้ปัญหาอะไรได้"
"ถ้าไม่ไหวก็ส่งคนไข้มาให้ฉันเถอะ เจาะท่อระบายน้ำออก หรือไม่ก็ทำทิปส์ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว"
คนในแผนกแพทย์แผนจีนหน้าชาไปตามๆ กัน
ในโรงพยาบาลศูนย์แบบนี้ การที่แผนกแพทย์แผนจีนถูกแผนกศัลยกรรมมาชี้หน้าสั่งสอนการทำงานถือเป็นเรื่องปกติ
ไม่มีใครกล้าเถียง เพราะข้อมูลมันไม่สนับสนุนแพทย์แผนจีนจริงๆ
บรรดาแพทย์รองผู้อำนวยการพวกนั้นก้มหน้าต่ำลงไปอีก แทบจะอยากมุดแผ่นดินหนี
จางชิงซานไม่สนใจหลัวเฉียง เพียงแค่พับใบสั่งยาในมือลง
ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น ไม่ได้มองหวังป๋อที่กำลังได้ใจ และไม่ได้สนใจผู้อำนวยการหลัวที่มายืนดูงิ้ว
เขาจ้องหลินอี้เขม็ง
"นายบอกว่านี่คือภาวะหยางลอย ถ้างั้นนายบอกฉันสิ ว่าจะรักษายังไง"
นี่คือการให้โอกาส
และเป็นปราการด่านสุดท้ายเช่นกัน
ในสายตาของหลินอี้ กลุ่มก้อนไอมรณะสีเทาหม่นเหนือศีรษะของลุงจ้าวกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
ตัวอักษรบรรทัดใหม่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยสีแดงฉานบาดตา
[คำเตือน: พลังปราณกระเพาะอาหารเสื่อมถอย เวลานับถอยหลังสู่ความตายเดินเร็วขึ้น]
[เตือนภัยภาวะแทรกซ้อน: ความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน: 95%]
รอช้าไม่ได้แล้ว
ร่างกายของชายชราคนนี้อ่อนแอมาก หากเข้ารับการผ่าตัด มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะตายคาเตียงผ่าตัด
หลินอี้ไม่ได้ตอบคำถามของจางชิงซานโดยตรง แต่หันกลับไปเผชิญหน้ากับหลัวเฉียงแทน
"ในเมื่อผู้อำนวยการหลัวมาแล้ว ผมก็ขอรบกวนถามอะไรสักข้อนะครับ"
หลัวเฉียงชะงัก
เด็กฝึกงานคนนี้บ้าไปแล้วเหรอ
กล้ามาหาเรื่องเขาเนี่ยนะ
"ตามแนวทางล่าสุดของสมาคมอเมริกันเพื่อการศึกษาโรคตับ ผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสูญเสียการชดเชย ที่มีระยะเวลาโปรทรอมบินนานกว่า 3 วินาที และเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50 หากทำการผ่าตัดในเวลานี้ อัตราการเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกมากระหว่างผ่าตัดอยู่ที่เท่าไหร่ครับ"
หลินอี้ไม่รอให้เขาตั้งตัว จังหวะการพูดเร็วปานสายฟ้าฟาด ทุกถ้อยคำเฉียบคมราวกับใบมีด
"ตอนนี้ค่า PT ของลุงจ้าวอยู่ที่ 18 วินาที เกล็ดเลือดมีแค่ 32"
"ถ้าผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ของคุณ ขึ้นเตียงผ่าตัดก็เลือดออกกระฉูด ลงจากเตียงก็ตรงเข้าห้องดับจิตเลย"
"ขอถามหน่อยเถอะครับผู้อำนวยการหลัว คุณอยากจะช่วยคน หรืออยากจะเพิ่มสถิติการผ่าตัดล้มเหลวกันแน่"
ทั้งห้องเงียบกริบ
เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังของหวังป๋อในทันที
เมื่อกี้เขามัวแต่สนใจเม็ดเลือดขาว จนมองข้ามจุดทศนิยมที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงในการตกเลือดที่อยู่ตรงมุมเอกสารไปเสียสนิท
มือของหลัวเฉียงที่ล้วงกระเป๋าอยู่ถึงกับแข็งทื่อ
เมื่อกี้เขาแค่ปรายตามองผ่านๆ ไม่ได้สังเกตจุดทศนิยมเล็กๆ พวกนั้นเลยจริงๆ
ข้อมูลพวกนี้... ผ่าตัดไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
ขืนผ่าก็ตาย ตายคาเตียงลงมาไม่ได้ นั่นก็คือความผิดพลาดทางการแพทย์
"ถ้าไม่ผ่าตัด ดื่มน้ำต้มเปลือกไม้รากหญ้าของพวกนายแล้วมันจะรอดงั้นเหรอ"
หลัวเฉียงแค่นเสียงเย็น แต่ระดับเสียงกลับลดลงไปสามระดับโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่นึกเลยว่าเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ของแผนกแพทย์แผนจีน จะท่องข้อห้ามในการผ่าตัดของแพทย์แผนปัจจุบันได้แม่นกว่าแพทย์ประจำบ้านใต้บังคับบัญชาของเขาเสียอีก
หลินอี้ไม่สนใจเขาอีกต่อไป แค่ตบหน้าฉาดนี้ก็พอแล้ว
เขาหันขวับกลับมา จ้องมองจางชิงซานด้วยสายตาแน่วแน่
"ผู้อำนวยการครับ คุณถามว่าจะรักษายังไง"
"ถ้าตอนนี้ให้ยาปฏิชีวนะ หรือแม้แต่ผ่าตัด นั่นเท่ากับเร่งให้ตายเร็วขึ้น มีทางรอดเพียงทางเดียวเท่านั้นครับ"
"ตำรับยาพั่วเก๋อจิ้วซินทัง ใช้ยาฝู่จื่อปริมาณมาก เพื่อฟื้นฟูหยางช่วยชีวิต!"
"ต้องใช้ฝู่จื่อปริมาณเท่าไหร่"
จางชิงซานถามย้ำ เสียงเริ่มสั่น
"เริ่มต้นที่หกสิบกรัม ต้มก่อนสองชั่วโมง ต้องต้มจนความชาหายไปให้หมด!"
"หกสิบกรัมเรอะ?!"
หวังป๋อกรีดร้องออกมา เสียงเปลี่ยนไปเลย
"ตำรายากำหนดไว้ว่าปริมาณยาสูงสุดของฝู่จื่อคือสิบห้ากรัมเท่านั้น!"
[หมายเหตุ ฝู่จื่อ สมุนไพรจีนที่ได้จากรากแขนงแห้งของโหราเดือยไก่ ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ร้อนและบำรุงพลังหยางของไต ม้าม และหัวใจอย่างรุนแรง ใช้แก้อาการหนาวเย็นเรื้อรัง มือเท้าเย็น ปวดข้อ และอาการอ่อนเพลียมาก เนื่องจากมีพิษสูงจึงต้องผ่านกระบวนการฆ่าฤทธิ์ก่อนใช้]
"นี่แกกะจะวางยาพิษคนไข้ให้ตายเลยใช่ไหม!"
"ผู้อำนวยการจางครับ ทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ! นี่มันฆาตกรรมชัดๆ!"
"นั่นมันกฎตายตัว!"
หลินอี้เพิ่มระดับเสียง กลบเสียงกรีดร้องของหวังป๋อจนมิด
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องหน้าจางชิงซานเขม็ง
"ชีพจรของคนไข้ในตอนนี้ คุณคลำดูแล้วใช่ไหมครับ"
"เต้นเร็วกว่าเจ็ดครั้งต่อรอบการหายใจ เร็วรัวจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้ ดูเหมือนชีพจรของคนที่มีความร้อนสูงลิ่ว ใช่ไหมล่ะครับ"
"แต่คุณลองคลำที่รากชีพจรดูให้ดีสิครับ!"
หลินอี้ยกมือขวาขึ้น กำมือกลางอากาศ ราวกับกำลังคว้าจับเส้นสายแห่งชีวิตที่มองไม่เห็น
"ในคัมภีร์ผินหูม่ายเสวีย ตำราว่าด้วยการจับชีพจร มีคำอธิบายที่แทบไม่มีใครรู้จักอยู่ประโยคหนึ่ง: ชีพจรเต้นเร็ว เมื่อแตะเบาๆ จะรู้สึกใหญ่และลอยตัว แต่พอกดลงไปกลับว่างเปล่า นั่นเรียกว่าไร้ราก"
"ยิ่งชีพจรเต้นเร็วเท่าไหร่ ความรู้สึกว่างเปล่าตรงกลางก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น"
"เหมือนคนที่วิ่งจนใกล้จะขาดใจ นั่นคือสัญญาณเตือนก่อนร่างกายจะทรุด ไม่ใช่อาการของคนแข็งแรง!"
มือของจางชิงซานสั่นระริก
ใบสั่งยาร่วงหลุดจากนิ้วมือ ปลิวตกลงบนพื้น
ชีพจรเต้นเร็วแต่ไร้ราก
กดลงไปกลับว่างเปล่า
ความรู้สึกว่างเปล่า โหวงเหวง จับต้องไม่ได้ที่ปลายนิ้วเมื่อครู่นี้ ถูกคำพูดสี่คำของหลินอี้อธิบายออกมาได้อย่างหมดจด
นั่นคือหยางลอยออกไปภายนอก กำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อหนีออกจากร่างที่เย็นเฉียบนี้
นั่นไม่ใช่ความร้อน
นั่นคือการกลับมารู้สึกตัวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ไฟแห่งชีวิตจะดับสูญ
จางชิงซานก้มลงเก็บใบสั่งยาแผ่นนั้นขึ้นมา
จากนั้น ท่ามกลางสายตาของทุกคน เขาก็ฉีกมันออกเป็นสองท่อน
"แควก...”
เสียงฉีกกระดาษดังสะท้อนกึกก้องในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบกริบ ฟังดูบาดหูเป็นพิเศษ
หวังป๋ออึ้งกิมกี่ไปเลย
ใบสั่งยาตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เขาแสนจะภาคภูมิใจ ตอนนี้กลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าไปแล้ว
หลัวเฉียงก็เลิกล้วงกระเป๋า มองตาแก่หัวรั้นที่ปกติมักจะทำตัวเชื่องช้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
จางชิงซานล้วงสมุดสั่งยาอีกเล่มออกมาจากกระเป๋า เปิดปลอกปากกาหมึกซึม
ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ กดน้ำหนักจนทะลุไปถึงด้านหลัง ลากเส้นหมึกสีดำออกมาทีละเส้น
ฝู่จื่อ
"หลินอี้"
จางชิงซานก้มหน้าก้มตาเขียน ปลายปากกาตวัดไปมาบนกระดาษจนเกิดเสียงดังซิกๆ
"เมื่อกี้เธอบอกว่าหกสิบกรัมงั้นรึ"
"ใช่ครับ หกสิบกรัม แล้วก็ต้องเพิ่มขิงแห้งอีกหกสิบกรัม ชะเอมเทศผัดน้ำผึ้งอีกหกสิบกรัม แล้วก็ต้องใส่ชะมดเชียงเพื่อเปิดทวารกระตุ้นประสาทด้วยครับ"
"ห้องจ่ายยาของโรงพยาบาลไม่มีชะมดเชียงนะคะ"
ซูเฉี่ยนเฉี่ยนเตือนเสียงเบาอยู่ข้างๆ เสียงของเธอสั่นเทาเล็กน้อย
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นพยานในการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ที่บ้าบิ่นที่สุด
"ฉันมี"
จางชิงซานหยุดเขียน ล้วงขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กประณีตออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แล้วตบลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
นั่นคือของส่วนตัวที่เขาเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
หวังป๋อมองดูฉากนี้แล้วรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังจะถล่มลงมา
ผู้อำนวยการบ้าไปแล้ว
บ้าตามเด็กฝึกงานไปแล้ว
ถ้ายานี้กินแล้วคนตาย ทั้งแผนกต้องซวยไปด้วยแน่ๆ!
"ผู้อำนวยการครับ! แบบนี้ผิดกฎนะครับ! ปริมาณยาเกินขนาดไปตั้งสี่เท่าเลยนะครับ!"
หวังป๋อพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าใบสั่งยาแผ่นนั้นไว้
จางชิงซานฉีกใบสั่งยาที่เขียนเสร็จแล้วออกมายัดใส่มือซูเฉี่ยนเฉี่ยน
"ไปต้มยา ถ้ามีปัญหาอะไร ฉันรับผิดชอบเอง"
ในวินาทีนี้ ชายแก่แสนดีที่มักจะเออออห่อหมกไปเสียทุกเรื่องในที่ประชุมผู้บริหารโรงพยาบาลได้หายตัวไปแล้ว
เหลือเพียงแพทย์แผนจีนเฒ่าที่กล้าทุ่มสุดตัวเมื่อถึงเวลาที่ต้องแลกด้วยชีวิต
"แล้วก็เธอ"
จางชิงซานชี้หน้าหลินอี้
"อย่าคิดว่าเรื่องนี้จบแค่นี้นะ ยานี้ต้มยังไง เธอไปคอยเฝ้าดูให้ดี ถ้าต้มไหม้ ฉันเอาเรื่องเธอแน่"
หลัวเฉียงมองดูงิ้วโรงนี้ ลากเก้าอี้มาตัวหนึ่ง แล้วนั่งแปะลงที่หน้าประตูเลย
"ได้ เหล่าจาง นายแน่มาก"
"ฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ รอดูว่ายารียกวิญญาณของพวกนายชามนี้ จะช่วยชีวิตคนกลับมาได้จริงๆ ไหม"
นี่ไม่ใช่การรักษาโรค
แต่เป็นการเดิมพันด้วยชีวิต
หลินอี้หยิบขวดกระเบื้องใส่ชะมดเชียงบนโต๊ะขึ้นมา
หน้าต่างแจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมาทันที:
[ได้รับไอเทมพิเศษ: ชะมดเชียงธรรมชาติเกรดพรีเมียม [ไม่สมบูรณ์]]
[โบนัสประสิทธิภาพยา: เพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูหยาง 30%]
ตานี้ รอดแล้ว
แต่เขาไม่กล้าประมาท
เพราะความท้าทายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
ฝู่จื่อหกสิบกรัม ถ้าต้มไม่ดี มันก็คือยาพิษชามหนึ่งที่ส่งคนไปปรโลกดีๆ นี่เอง
หลินอี้หันหลังเดินออกไป ตอนที่เดินผ่านหวังป๋อ ฝีเท้าเขาไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย
หวังป๋อหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก ดูเหมือนอยากจะด่า แต่ก็ถูกข้อมูลที่หลินอี้ตอกกลับมาเมื่อครู่จุกคอจนพูดไม่ออก
เขาทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของหลินอี้อย่างเคียดแค้นและรอคอย
รอคอยที่จะได้เห็นไอ้หมอนี่เล่นงานตัวเองจนตาย