- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 309 - ยอมแพ้!
บทที่ 309 - ยอมแพ้!
บทที่ 309 - ยอมแพ้!
บทที่ 309 - ยอมแพ้!
ในยามนี้
ทั่วทั้งสนามต่างพากันจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ใครเล่าจะคาดคิดว่า ในศึกตัดสินครั้งสุดท้ายของการแข่งขันประเภทบุคคล หวังเฉินกลับระเบิดความจริงที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้ออกมา!
สัตว์อสูรทั้งสองตัวของเขา กลับเป็นสัตว์เทพะระดับจักรวาลทั้งคู่!
อีกทั้งต่อให้จะอยู่ในทำเนียบสัตว์เทพ พวกมันก็ยังเป็นสัตว์เทพหายากที่ติดอันดับต้นๆ อีกด้วย!
มังกรเขียวทำลายล้าง!
จ้าวแห่งการกลืนกิน!
นี่ล้วนเป็นตัวตนในตำนานที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง!
ทว่ายามนี้กลับปรากฏออกมาพร้อมกันถึงสองตน!
แถมพวกมันทั้งคู่ยังเป็นศัตรูกับเจ้าหญิงลูเซียอีกด้วย!
เปรี้ยง!!
ในขณะที่ทุกคนต่างพากันอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
เสี่ยวชิงสะบัดกรงเล็บมังกรของตน และตบลงที่พื้นดินหนึ่งครั้ง
อัสนีเขียวเส้นหนามหึมาสายหนึ่งก็พุ่งตรงลงไปยังตำแหน่งที่เจ้าหญิงลูเซียยืนอยู่ทันที!
"นี่มัน..."
เจ้าหญิงลูเซียพลันได้สติคืนมา ปีกมังกรด้านหลังขยับสะบัด ร่างทั้งร่างเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา
ตูม!!
จุดที่ถูกอัสนีเขียวฟาดเข้าใส่แตกละเอียดและถล่มลงทันที แรงอัดที่น่ากลัวม้วนตัวกระจายออกไปรอบด้าน
"กางม่านพลังป้องกันเร็ว!"
ยังดีที่ทางฝั่งนี้มีสมาคมยอดฝีมือคอยคุ้มครองผู้ชมอยู่ตลอดเวลา
เทพมนตราเลเวลสองร้อยกว่าท่านหนึ่งได้ร่ายวงเวทป้องกันขึ้นมาได้ทันท่วงที
ช่วยขวางกั้นไอธาตุอัสนีเขียวที่พุ่งพล่านออกมาไว้ได้ทั้งหมด
ทว่าต่อให้จะเป็นเช่นนั้น
วงเวทป้องกันที่เทพมนตราท่านนี้ร่ายขึ้นมากลับสั่นสะเทือนส่งเสียงดังสนั่น เพราะไอธาตุอัสนีเขียวนั้นรุนแรงเกินไป จนเกือบจะทำให้วงเวทป้องกันนี้ไม่อาจคงสภาพไว้ได้
สิ่งนี้ทำให้เทพมนตราเลเวลสองร้อยกว่าท่านนั้นถึงกับพากันงงงวย!
"เชี่ย นี่มัน..."
ความจริงก็คือ พลังทำลายจากการโจมตีนี้มันเหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ไกลลิบ
เขารับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ต่อให้ชุดป้องกันบนตัวเจ้าหญิงลูเซียจะเป็นระดับท็อปเพียงใด ทว่าหากถูกอัสนีเขียวนี้สัมผัสเข้าเพียงนิด ค่าพลังชีวิตย่อมต้องลดฮวบลงอย่างบ้าคลั่งแน่นอน!
อัสนีเขียวนี้มันพิเศษเกินไปแล้ว
ส่วนทางด้านเจ้าหญิงลูเซียหลังจากหลบเลี่ยงมาได้ นางก็หันกลับไปมองด้านหลัง และพบว่าที่นั่นอยู่ในสภาพพินาศย่อยยับ ภายในใจของนางอดไม่ได้ที่จะเกิดความหนาวสั่นขึ้นมา
ใช้ได้เลย!
สมกับเป็นมังกรเขียวทำลายล้างจริงๆ!
หากพูดกันตามหลักวิชาการแล้ว ระดับชนชั้นของมังกรเขียวทำลายล้างนั้นสูงกว่าเผ่าพันธุ์มังกรสวรรค์ของจักรวรรดิเทียนหลงไปไกล!
และหาได้สูงกว่าเพียงขั้นเดียวหรือสองขั้นไม่!
ยามนี้นางฝันก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่า สัตว์อสูรสองตัวของมนุษย์ผู้นี้ ร่างจริงจะเป็นตัวตนระดับนี้ไปได้!
ทว่าในระหว่างที่นางกำลังตกตะลึงอยู่นั้นเอง
วูบ!!
จ้าวแห่งการกลืนกินที่ขยายตัวกลายเป็นหลุมดำอย่างสมบูรณ์ก็ได้ล็อคเป้าหมายมาที่นางโดยตรง
ตามมาด้วย นางกลับต้องพบกับความพรั่นพรึงเมื่อค่าสถานะของตนเองเริ่มถูกหักออกไปอย่างไร้สาเหตุ!
ถึงแม้จะถูกหักออกไปอย่างช้าๆ ทว่าในหนึ่งวินาทีมันกลับลดลงถึง 1%!
ราวกับว่าค่าสถานะของนางกำลังถูกจ้าวแห่งการกลืนกินตัวนี้กลืนหายไปจนหมดสิ้น!
ไม่ได้การ!
ต้องรีบเว้นระยะห่างออกมาเดี๋ยวนี้!
ไม่อย่างนั้นหากค่าสถานะสี่มิติของนางถูกกลืนกินจนเกลี้ยง นางย่อมไม่มีกำลังพอจะต่อสู้ได้อีกต่อไป!
ทว่าในจังหวะที่นางสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงและคิดจะถอยห่างออกมานั้นเอง
หวังเฉินที่ยืนอยู่บนเวทีประลองกลับเอ่ยปากขึ้นมาอย่างราบเรียบ
"เจ้าหญิงครับ คุณควรจะคิดให้ดีก่อนนะครับ กฎการแข่งขันไม่อนุญาตให้ออกนอกเขตสนามประลองเกินหนึ่งร้อยเมตร"
"หากใครเป็นฝ่ายออกนอกเขตสนามประลองเกินหนึ่งร้อยเมตรก่อน เช่นนั้นก็จะถือว่าคุณเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทันที"
ในตอนนี้เอง
ทุกคนต่างหันไปมอง และได้พบว่า หวังเฉินที่อยู่ในฐานะผู้เข้าแข่งขันยังคงยืนนิ่งอยู่บนเวทีประลอง ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว!
และเมื่อเจ้าหญิงลูเซียได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าที่งดงามของนางก็เปลี่ยนสีไปเล็กน้อยทันที
กฎการแข่งขันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์พิเศษ หากม่านพลังป้องกันของลานประลองแหลกสลายลงเพราะการต่อสู้ของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย ขอบเขตสนามรบจะสามารถขยายออกไปด้านนอกได้อีกหนึ่งร้อยเมตร
นั่นหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันสามารถอยู่นอกขอบเขตลานประลองได้ไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร ถึงจะไม่ถือว่าพ่ายแพ้
คุณยังสามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ต่อไปได้ภายในขอบเขตนั้น
ทว่าหากคุณถูกซัดจนกระเด็นออกไปเกินระยะหนึ่งร้อยเมตรนี้ เช่นนั้นก็ต้องถูกตัดสินว่าพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ
นี่คือระเบียบที่เคร่งครัด
ต่อให้นางจะเป็นเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิเทียนหลง ก็หาได้มีการยกเว้นให้นางแม้เพียงนิดไม่
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเจ้าหญิงลูเซียก็เริ่มมืดครึ้มลงอย่างที่สุด
ทว่าในระหว่างที่นางกำลังลังเลและนิ่งคิดอยู่เพียงไม่กี่วินาทีนี้ ค่าสถานะของนางก็ลดหายไปอีก 5% แล้ว!
นี่มัน...
ช่วยบอกข้าทีเถอะ ว่าแบบนี้จะสู้ต่อไปได้อย่างไร?
ภายในใจของเจ้าหญิงลูเซียยามนี้เรียกได้ว่ามืดมนถึงขีดสุด
ส่วนผู้ชมเองก็พากันมองดูเจ้าหญิงลูเซียอย่างทำอะไรไม่ถูก
"กำลังจะแพ้แล้วรึ?"
"ไม่มั้ง..."
"เจ้าหญิงลูเซียดูเหมือนจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแล้วล่ะ..."
ผู้ชมจำนวนมากต่างพากันไม่อยากจะเชื่อสายตา
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์เทพะระดับจักรวาลทั้งสองตนที่แผ่กลิ่นอายแรงกดดันมหาศาลออกมาเช่นนี้ พวกเขาก็จำต้องยอมรับความจริง
ยามนี้เจ้าหญิงลูเซียได้ตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์แล้ว!
เป็นความเสียเปรียบในระดับที่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้เลยแม้แต่น้อย!
"เจ้าหญิงลูเซียครับ คำแนะนำของผมก็คือ..."
"ยอมแพ้เถอะครับ"
น้ำเสียงของหวังเฉินยังคงเย็นเยียบไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นเดิม
สีหน้าของเขายังคงเฉยเมยและสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา เขาจ้องมองไปยังเจ้าหญิงผู้นี้ พร้อมกล่าวเรียบๆ ว่า "ยามนี้ต่อให้คุณจะทุ่มพลังเฮือกสุดท้ายมาโจมตีผม มันก็หาได้มีประโยชน์ไม่"
"เพราะคาดว่าคุณก็น่าจะทราบดีอยู่แล้ว ว่าพลังทำลายของคุณไม่อาจสังหารผมได้ในพริบตาแน่นอน"
เมื่อมีทักษะ 'โซ่ตรวนชีวิต' นี้อยู่ ขอเพียงสัตว์อสูรในบ้านทั้งสองตัวยังไม่ตาย หวังเฉินย่อมไม่มีวันถูกสังหารในพริบตาแน่นอน
เพราะทักษะนี้สามารถโอนถ่ายความเสียหายทั้งหมดที่หวังเฉินได้รับไปที่ตัวสัตว์อสูรแทน
และในฐานะสัตว์เทพะระดับจักรวาลอย่างเสี่ยวชิงและเสี่ยวจื่อ ย่อมไม่เกรงกลัวความเสียหายเพียงเท่านี้แน่นอน
พูดง่ายๆ ก็คือ...
ลำพังแค่ค่าพลังชีวิต เสี่ยวชิงและเสี่ยวจื่อก็สูงกว่าหวังเฉินเป็นพันเท่าแล้ว
ยามนี้เมื่อพวกมันเผยร่างจริงและเข้าสู่สภาวะการต่อสู้ ค่าสถานะต่างๆ ของเสี่ยวชิงและเสี่ยวจื่อยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน
เสี่ยวชิงนั้นเป็นเพราะตัวมันเป็นมังกรเขียวทำลายล้าง จึงมีทักษะติดตัวที่ทำให้ค่าสถานะเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตราบใดที่เข้าสู่สภาวะการต่อสู้ ค่าสถานะของมันย่อมสามารถพุ่งทะยานขึ้นไปได้ตลอดเวลา
ส่วนเสี่ยวจื่อนั้นก็กำลังกลืนกินค่าสถานะสี่มิติของเจ้าหญิงลูเซียอย่างต่อเนื่อง
ยามนี้ค่าสถานะสี่มิติของเจ้าหญิงลูเซียหลงเหลือเพียง 80% แล้ว
หากนางยังไม่คิดจะขัดขืน เช่นนั้นย่อมจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป
เช่นนั้นแล้ว...
สุดท้ายแล้วจะเลือกทุ่มสุดตัวครั้งสุดท้าย หรือจะยอมแพ้ไปโดยตรงดี?
หากจะทุ่มสุดตัวครั้งสุดท้าย ทว่านางก็เข้าใจดีว่าหวังเฉินผู้นี้ไม่มีทางพ่ายแพ้อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นนางก็ต้องจำใจยอมแพ้อยู่ดี
ถ้าเลือกยอมแพ้โดยตรง มันก็ดูจะเด็ดขาดกว่า
และก็เหมือนกับคู่ต่อสู้คนอื่นๆ ที่นางเคยเผชิญหน้ามา นางก็มักจะเป็นฝ่ายเตือนให้อีกฝ่ายรีบยอมแพ้เสียแต่เนิ่นๆ
ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่า...
ในวันนี้กลับถึงตาตนเองที่ต้องถูกเตือนเช่นนี้เสียบ้าง
พอนึกขึ้นมาได้ มันช่างน่าขำขื่นเสียจริง
"ข้ายอมแพ้แล้ว!"
ในยามนี้
เจ้าหญิงลูเซียพลันถอนหายใจออกมาหนึ่งครา จากนั้นริมฝีปากสีชาดก็ขยับเบาๆ เอ่ยประโยคที่ผู้ชมทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินออกมาจากปากของนาง
และทันทีที่สิ้นเสียงของนาง
เฮ!!
ผู้ชมทั่วทั้งสนามต่างพากันเข้าสู่สภาวะโกลาหลอีกครั้ง!!
"เชี่ย! เจ้าหญิงลูเซียกลับยอมแพ้แล้ว!"
"พระเจ้าช่วย ข้าหูฝาดไปหรือเปล่า? นางยอมแพ้แล้ว..."
"นี่มัน... ทำไมถึงยอมแพ้กันเล่า? ยอมแพ้ได้อย่างไรกัน?"
เมื่อเทียบกับผู้ชมทั่วไปที่กำลังตกตะลึง
กลุ่มที่ส่งเสียงโหยหวนออกมา ย่อมเป็นบรรดาเหล่านักพนันทั้งหลาย
"อ๊าก! เหรียญทองของข้า!"
"จบเห่แล้ว! ข้าทุ่มสุดตัวลงข้างเจ้าหญิงลูเซียหมดหน้าตักเลยนะโว้ย!"
"เชี่ย! คุณจะยอมแพ้ได้อย่างไรกัน! รีบไปสู้ต่อสิโว้ย! แม่มันเถอะ!"
(จบแล้ว)