- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 304 - การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้น!
บทที่ 304 - การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้น!
บทที่ 304 - การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้น!
บทที่ 304 - การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้น!
รอบรองชนะเลิศปิดฉากลงแล้ว
ลำดับถัดไปคือการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
กรรมการชาวมังกรผู้นั้นก็ได้ประกาศให้พักผ่อนหนึ่งชั่วโมง
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จะเริ่มการต่อสู้ตัดสินครั้งสุดท้ายของการแข่งขันประเภทบุคคลทันที
หากจะถามว่าใครสงบนิ่งที่สุดในสนามนี้ ย่อมต้องเป็นผู้ชมจากจักรวรรดิเทียนหลงแน่นอน
ไม่ว่าผู้ชมจากจักรวรรดิอื่นจะโต้เถียงกันรุนแรงเพียงใด ผู้ชมจากจักรวรรดิเทียนหลงต่างก็มีสีหน้าที่สงบนิ่งอย่างยิ่ง
สาเหตุนั้นง่ายมาก...
ในสายตาของพวกเขา เจ้าหญิงลูเซียของตนย่อมเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอนแล้ว
สำหรับความจริงที่จะเกิดขึ้นอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นนี้ พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องไปเถียงกับใครจนหน้าดำครัดเครียด
ทุกอย่างให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นตัวพูดเอง
ในยามที่ผลการแข่งขันยังไม่ออกมา การโต้เถียงทุกอย่างล้วนเป็นการเสียแรงเปล่าโดยใช่เหตุ
มันคือเรื่องที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
ดังนั้นพวกเขาจึงสงบนิ่งมาก ไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
หวังเฉินในตอนนี้กลับมายังเขตพักรอนักกีฬา
"ยินดีด้วย!"
หลี่ซือเถียนและเย่ชิงเสวียนต่างก็เอ่ยคำอวยพรออกมา
หวังเฉินพยักหน้าอย่างมีมารยาท ถือเป็นการตอบรับ
"เจ้าหมอนี่ มีความมั่นใจจะชนะเจ้าหญิงลูเซียผู้นั้นไหม?" หลี่ซือเถียนหลังจากที่หวังเฉินนั่งลงแล้ว ก็นังคงเข้าไปพัวพันถามไถ่เป็นคนแรก
นางนั่งลงข้างกายหวังเฉินเช่นนั้น พร้อมทั้งถามด้วยรอยยิ้ม
สัมผัสได้ชัดเจนว่าแม่สาวหลี่ซือเถียนคนนี้ไม่มีท่าทีระแวดระวังต่อหวังเฉินอีกต่อไปแล้ว
ไหล่ที่บอบบางของนางพิงเข้ากับร่างของหวังเฉินเช่นนั้น
หากเป็นเมื่อก่อน ย่อมไม่มีทางได้เห็นหลี่ซือเถียนเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนขนาดนี้แน่นอน
หวังเฉินส่ายหน้าอย่างราบเรียบ คำตอบที่ให้ออกไปยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน: "ไม่ทราบ"
สิ่งนี้ทำให้หลี่ซือเถียนอดไม่ได้ที่จะค้อนให้หนึ่งวง คำตอบยังคงเดิมเป๊ะ
เจ้าหมอนี่ไม่ว่านางจะถามอย่างไร คำตอบของเขาก็มีเพียงคำว่าไม่ทราบเท่านั้น
ในความเป็นจริงหวังเฉินก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าจะชนะได้หรือไม่
ก่อนจะก้าวขึ้นสู่สนามแข่ง ใครกันจะไปรู้พลังฝีมือที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้?
ทว่าเจ้าหญิงลูเซียแห่งเทียนหลงผู้นั้น พลังที่นางแสดงออกมาล้วนหาใช่พลังทั้งหมดไม่
นางไม่เคยต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาเลย อีกฝ่ายก็ชิงขอยอมแพ้ไปเสียก่อนแล้ว
แน่นอนว่า จนถึงตอนนี้หวังเฉินเองก็ยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาเช่นกัน
อสูรรับใช้ทั้งสองตัวของเขาเพิ่งจะแสดงสกิลออกมาเพียงหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้นเอง
และตั้งแต่ต้นจนจบพวกมันก็ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ
หวังเฉินมักจะเรียกเสี่ยวชิงและเสี่ยวจื่อออกมาแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อของตนเองเสมอ
ทำไมต้องทำเช่นนั้นน่ะรึ?
นั่นเป็นเพราะเมื่อนักฝึกอสูรและอสูรรับใช้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ย่อมจะได้รับค่าสถานะโบนัสเพิ่มเติมนั่นเอง
ดังนั้นหวังเฉินจึงถือเสียว่าเรียกเจ้าตัวเล็กทั้งสองออกมาเพื่อมอบบัฟให้แก่ตนเอง
ส่วนเวลาที่เหลือ เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็ไม่ต้องออกหน้าเลย หวังเฉินเพียงคนเดียวก็จัดการคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัดแล้ว
ยามนี้
หากต้องเข้าปะทะกับเจ้าหญิงชาวมังกรผู้นี้ คาดว่าคงจะเป็นศึกที่ดุเดือดรุนแรงอย่างที่สุดแน่นอน
ถึงตอนนั้นหวังเฉินคาดว่าตนเองคงต้องงัดไพ่ตายออกมาจนหมดสิ้น
ส่วนเรื่องที่จะสู้ได้หรือไม่นั้น...
แม้แต่ตัวหวังเฉินเองก็ยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้
ถึงแม้ตนเองจะมีระบบและมีอสูรรับใช้ระดับจักรวาลอยู่กับตัว แต่คนอื่นก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีการที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า
อย่าได้ดูแคลนยอดฝีมือทั่วหล้าเป็นอันขาด
รอบคอบ รอบคอบ และรอบคอบให้ถึงที่สุด
นี่คือสไตล์การทำงานที่หวังเฉินยึดถือมาโดยตลอด
"แล้วเจ้าคิดว่าหวังเฉินจะชนะไหมล่ะ?" เย่ชิงเสวียนหันไปมองทางหลี่ซือเถียน
หลี่ซือเถียนเลิกคิ้วขึ้นพร้อมยิ้มกว้าง: "ข้าคิดว่าหวังเฉินชนะแน่นอน ผ่านมาหลายนัดขนาดนี้ ใครๆ ต่างก็ไม่เห็นหัวเขา แต่เขาก็ชนะมาได้หมด นัดสุดท้ายนี้ก็น่าจะไม่เป็นข้อยกเว้นเหมือนกัน"
"เพียงแต่การแข่งประเภททีมดูจะยุ่งยากอยู่บ้าง ทีมของพวกเราเหลือสมาชิกเพียงสามคน แถมยังไม่มีตัวสำรองอีกด้วย"
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้
มันก็จริงอย่างว่า
ทีมจากมหาวิทยาลัยของจักรวรรดิอื่น ถึงแม้จะสูญเสียสมาชิกไปบ้างหนึ่งหรือสองคน แต่พวกเขาก็ยังมีตัวสำรอง
การแข่งประเภททีมนั้นต้องอาศัยการประสานงานเป็นหลัก
หากขาดจำนวนคนไป ยามต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีการประสานงานที่ดี ย่อมต้องรับมืออย่างยากลำบากแน่นอน
และผู้ชมจำนวนมากก็เริ่มไม่คาดหวังกับการแข่งประเภททีมของอาณาจักรมังกรแล้ว
การตายตกไปของอวิ๋นชิงเฉวียนและเจียงตงอี ส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งโดยรวมของทีมค่อนข้างมากจริงๆ
"ไม่เป็นไรหรอก"
"ขอแค่หวังเฉินคว้าแชมป์ประเภทบุคคลมาได้ การแข่งประเภททีมจะได้แชมป์หรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว"
"อย่างไรเสียการแข่งประเภทบุคคลก็มีค่าเกียรติยศสูงสุด และสัดส่วนรางวัลก็สูงที่สุดด้วย"
"ต่อให้ทีมของพวกเราจะได้อันดับบ๊วยในการแข่งประเภททีม คาดว่าคงไม่มีประเทศไหนได้รับรางวัลรวมมากกว่าพวกเราหรอก"
เย่ชิงเสวียนกล่าวเรียบๆ
"บนเงื่อนไขที่ว่าต้องชนะให้ได้ก่อนน่ะนะ"
หลี่ซือเถียนกล่าวเสริม
หวังเฉินไม่ได้ร่วมวงสนทนากับสองสาวต่อ
แต่เขากลับหลับตาลงเพื่อพักผ่อนและรวบรวมสมาธิ
เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หวังเฉินลืมตาขึ้นมาจากสภาวะพักผ่อน
ในยามนี้
บรรยากาศทั่วทั้งอารีน่าได้พุ่งทะยานเข้าสู่จุดที่ร้อนแรงถึงขีดสุดแล้ว!
หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งชั่วโมง อารมณ์ของผู้ชมกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกองเพลิงที่ถูกเติมเชื้อไฟ!
เห็นได้ชัดว่าผู้ชมต่างพากันตั้งตารอคอยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนัดนี้อย่างถึงที่สุด
"หวังเฉินจะสามารถบีบให้เจ้าหญิงลูเซียแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาได้หรือไม่กันนะ?"
"น่าจะได้สิ! ข้าเชื่อมั่นในตัวเขา!"
"ส่วนจะคว้าแชมป์ได้ไหม อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน!"
"ไม่ต้องพูดมาก หวังเฉิน พยายามเข้า! ข้าแค่อยากเห็นสีหน้าตอนพ่ายแพ้ของเจ้าหญิงชาวมังกรคนนั้นน่ะ!"
"ไปไกลๆ เลย! เจ้าหญิงลูเซีย พยายามเข้า! หวังเฉินน่ะหลีกทางไปเสียดีกว่า!"
"..."
จำนวนผู้ชมที่ส่งเสียงเชียร์เจ้าหญิงลูเซียนั้น เห็นได้ชัดว่ามีจำนวนมากกว่าผู้ที่เชียร์หวังเฉินอยู่มาก
นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา
เพราะผู้คนจำนวนมากล้วนเป็นแฟนคลับของผู้ชนะทั้งสิ้น
ใครมีแววจะได้แชมป์ พวกเขาก็ย่อมเป็นแฟนคลับคนนั้น
ยามนี้คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าเจ้าหญิงลูเซียจะได้แชมป์ พวกเขาจึงย่อมต้องส่งเสียงโห่ร้องเชียร์ให้แก่เจ้าหญิงลูเซียเป็นธรรมดา
ต่อเรื่องนี้
หวังเฉินก็ไม่ได้หวั่นไหวไปกับเสียงโห่ร้องเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
"ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายก้าวขึ้นสู่ลานประลองประจำตำแหน่งของตนเองด้วย!"
ภายใต้เสียงประกาศกึกก้องของกรรมการชาวมังกร
หวังเฉินจึงก้าวเท้าเดินขึ้นสู่ลานประลอง
ขณะที่เจ้าหญิงชาวมังกรผู้นั้น ในยามนี้ก็สวมชุดรบสีขาวบริสุทธิ์ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์และความองอาจ นางก้าวเดินขึ้นสู่ลานประลองด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
เนตรมังกรคู่นั้นของนางจ้องมองมายังมนุษย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความสนใจใคร่รู้ยิ่งนัก
หืม...
มนุษย์ผู้นี้กลับเอาชนะฟรานซ์ เอลสันมาได้จริงๆ ด้วย!
แถมยังเป็นการเอาชนะด้วยพลังที่กดข่มอยูฝ่ายเดียวอีกต่างหาก!
นี่นับว่าเหนือความคาดหมายของนางไปพอสมควรเลยทีเดียว!
ทว่านี่คือผลลัพธ์ที่นางอยากเห็นที่สุด
ฝีมือของฟรานซ์ เอลสันนัดเพียงนางมองแวบเดียว ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
หากการแข่งรอบชิงชนะเลิศต้องมาเจอคนอย่างฟรานซ์ เอลสัน ตัวเจ้าหญิงลูเซียเองก็คงจะรู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อย
ยามนี้เมื่อมีม้ามืดเช่นนี้มาประลองกับนาง นางจึงเริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาไม่น้อยจริงๆ
อย่างน้อยความตื่นเต้นก็พุ่งสูงขึ้นมากทีเดียว
ทำให้นางรู้สึกว่าการคว้าแชมป์ในครั้งนี้พอจะมีแต้มสีสันขึ้นมาบ้าง
"สวัสดีค่ะ คุณหวังเฉิน"
ในยามนี้
บางทีอาจจะเป็นเพราะมีความรู้สึกที่ดีต่อมนุษย์ผู้นี้ไม่น้อย เจ้าหญิงลูเซียจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายหวังเฉินด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
ต่อเรื่องนี้ หวังเฉินเพียงพยักหน้า และตอบกลับไปเรียบๆ หนึ่งคำว่าสวัสดี
เมื่อสายตาจับจ้องไปยังเจ้าหญิงผู้นี้ สีหน้าของหวังเฉินก็เริ่มจริงจังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
ยามนี้
เจ้าหญิงลูเซียสวมชุดรบสีขาวสะอาดตา ด้านในบุด้วยเกราะอ่อนสีทองจางๆ เกราะกระโปรงที่ทอดตัวลงมาจากเอวบางนั้นแสดงออกถึงบารมีแห่งราชวงศ์อย่างเต็มที่
มันส่งเสริมรูปร่างที่สูงโปร่งและงดงามของนางออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดูทั้งสวยงามและองอาจไปในเวลาเดียวกัน
เมื่อเห็นหวังเฉินตอบกลับตนเองอย่างราบเรียบเพียงนั้น เจ้าหญิงลูเซียก็ไม่ได้ถือสา นางเพียงพยักหน้าเบาๆ
"ถ้าอย่างนั้น..."
"ขอคำชี้แนะด้วยนะคะ คุณหวังเฉิน"
(จบแล้ว)