- หน้าแรก
- เส้นทางมหาเศรษฐี เริ่มต้นจากยุค เอไอ
- บทที่ 3 คำโกหก 415%
บทที่ 3 คำโกหก 415%
บทที่ 3 คำโกหก 415%
บทที่ 3 คำโกหก 415%
พอหลินหวั่นฉิงปิดประตู หานลู่อีก็เปิดเนตรโค้ดขึ้นมาอีกครั้ง
หน้าต่างข้อมูลตรงมุมขวาบนของระยะสายตาสว่างขึ้น:
[Lv.1|ค่าความเหนื่อยล้า: 53/100]
[ค่าประสบการณ์: 12/200]
ยังห่างไกลจากการอัปเลเวลอีกเยอะ
เขาปิดเนตรโค้ด เดินลงไปซื้อข้าวหน้าไก่ตุ๋นซอสกลับมากินพลางใช้ความคิดไปด้วย
สามทุ่ม อาบน้ำเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง
เรื่องราวที่เจอวันนี้มันหลุดโลกเกินไป ในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด นอนก่อนดีกว่า ปล่อยให้ระบบหลังบ้านรัน Garbage Collection ล้างขยะในสมองสักรอบ
ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เจ็ดโมงเช้า
เช้าวันรุ่งขึ้น
หานลู่อีตื่นเพราะแสงแดดแยงตา ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกดังสิบนาที
ลืมตาขึ้นมา เปิดเนตรโค้ด
[ค่าความเหนื่อยล้า: 100/100]
จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ชงกาแฟสำเร็จรูปหนึ่งแก้ว แล้วมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์
เขาเปิดเว็บไซต์แพลตฟอร์มรับงานฟรีแลนซ์สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
เมื่อก่อนเขาเคยรับงานนอกในนี้บ้างเป็นครั้งคราวเพื่อหาค่าขนม แต่ตอนนั้นต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ล้วนๆ ในการคัดกรองโปรเจกต์ ซึ่งประสิทธิภาพก็งั้นๆ
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
เปิดใช้งานเนตรโค้ด
ข้างๆ ประกาศรับงานเอาต์ซอร์ซแต่ละงานบนหน้าเว็บ มีหน้าต่างข้อมูลซ้อนทับขึ้นมาอีกชั้น
งานแรก: พัฒนา Data Interface ให้แอปโซเชียลแอปหนึ่ง
[คะแนนความน่าเชื่อถือผู้ว่าจ้าง: 31/100|งบประมาณจริง: ต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้ 60%|ความต้องการแฝง: บังคับซ่อมบำรุงฟรีครึ่งปี|ความน่าจะเป็นในการเบี้ยวหนี้: 67%]
หานลู่อีมุมปากกระตุก โอกาสเบี้ยวหนี้ตั้งหกสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้เขาเคยรับงานพรรค์นี้มาแล้ว พอส่งมอบงานเสร็จอีกฝ่ายก็หายเข้ากลีบเมฆ เงินงวดสุดท้ายไม่เคยมาถึงมือ
งานที่สอง: พัฒนาอัลกอริทึมแนะนำคอร์สเรียน AI ให้บริษัทการศึกษาแห่งหนึ่ง
[คะแนนความน่าเชื่อถือผู้ว่าจ้าง: 88/100|งบประมาณจริง: ตรงตามราคาที่ตั้งไว้|ความต้องการแฝง: ไม่มี|ความน่าจะเป็นในการเบี้ยวหนี้: 1%]
นี่มันสูตรโกงเปิดแมปชัดๆ!
เขาเลือกรับงานที่ความน่าเชื่อถือสูงและโอกาสเบี้ยวหนี้ต่ำมาสองสามงาน แล้วเริ่มลงมือทำ
ฟีเจอร์สแกนโค้ดของเนตรโค้ดแสดงประสิทธิภาพอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในเวลานี้เอง
งานแรก ปรับแต่งระบบหลังบ้านของเว็บอีคอมเมิร์ซ พอเปิดโค้ดขึ้นมา สแกนแค่สามวินาที คอขวดของประสิทธิภาพระบบและบั๊กแฝงทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นมาเป็นแถบสีไฮไลต์สว่างวาบ คนอื่นอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจโครงสร้างโค้ดเป็นวันๆ แต่เขามองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง
สี่สิบนาที ปิดจ๊อบ ตอนที่ส่งรายงานการแก้ไขไปให้ ผู้ว่าจ้างทิ้งช่วงไปพักใหญ่กว่าจะตอบกลับมาว่า: เสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ทีมคุณมีกันกี่คนเนี่ย?
งานที่สอง อัลกอริทึมระบบแนะนำ อันนี้ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย แต่มันเป็นของถนัดของเขาอยู่แล้ว ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงถ้วน
งานที่สาม สคริปต์ย้ายฐานข้อมูล เป็นงานพื้นฐานที่ง่ายที่สุด ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง
สามงาน ใช้เวลาแค่ช่วงเช้า
ยอดเงินในบัญชีแพลตฟอร์มแจ้งเตือน: +8,200 หยวน
ตอนอยู่ติ่งเซิ่ง เงินเดือนหลังหักภาษีตกเดือนละห้าหมื่นกว่าๆ หารออกมาแล้ววันทำงานวันหนึ่งก็ตกประมาณสองพันกว่าหยวน
ทำแค่ครึ่งวัน แต่ได้เงินเท่ากับทำประจำเกือบสี่วัน
หานลู่อีเอนพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองตัวเลขนั้น
ทำงานงกๆ อยู่ติ่งเซิ่งมาห้าปี ไม่เคยรู้สึกถึงความไหลลื่นแบบนี้มาก่อนเลย
ค่าความเหนื่อยล้าลดลงเหลือ 51 การสแกนโค้ดกินพลังงานไม่น้อย ทำไปสามงานก็ผลาญไปเกือบครึ่งหลอด แต่เงินก็เข้าบัญชีมาแล้ว เวลาที่เหลือก็แค่ปิดเนตรโค้ดแล้วรอให้มันค่อยๆ ฟื้นฟู
เขาบิดขี้เกียจ ปิดเว็บรับงาน แล้วเปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมาใหม่
ข้อความแจ้งเตือนที่สแกนเจอเมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ไคว่ส่านเทคโนโลยี ข้อมูลการดำเนินงานหลักมีความผิดปกติอย่างร้ายแรง การแก้ไขจะได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก
เขาเสิร์ชหาไคว่ส่านเทคโนโลยี เปิดหน้าเว็บไซต์หลัก แล้วเปิดเนตรโค้ด
แค่พริบตาเดียว
"พรึ่บ!" สีแดงสาดกระเซ็นเต็มหน้าจอจนแสบตา
ทั้งหน้าเว็บถูกปกคลุมไปด้วยเลเยอร์สีแดงฉาน
ข้อความแจ้งเตือนขนาดใหญ่ลอยเด่นอยู่ตรงกลาง
[ผิดปกติระดับวิกฤต!!!]
[ข้อมูล DAU ที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ กับข้อมูลจริงที่ระบบคำนวณได้ มีอัตราความคลาดเคลื่อน > 400%]
[ความน่าจะเป็นของการปลอมแปลงข้อมูล: 99.7%]
[ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง: การดึงข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไปใช้โดยผิดปกติ ต้องการการสแกนแบบแอ็กทีฟเพื่อดูรายละเอียด]
สี่เท่า
ปั่นยอด DAU สี่เท่า เงินระดมทุนพันล้านหยวนถูกสร้างขึ้นบนตัวเลขพวกนี้เนี่ยนะ
เขาหยิบมือถือขึ้นมา ค้นหาคำว่า "ไคว่ส่าน" ในแอปสโตร์ แล้วกดดาวน์โหลดและติดตั้ง
เริ่มสแกนจากข้อมูลสาธารณะของไคว่ส่านก่อน ทั้งหน้าเว็บไซต์หลัก หน้าแอปสโตร์ และข่าวแจกสื่อเรื่องการระดมทุน
เลเยอร์ข้อมูลของเนตรโค้ดที่ซ้อนทับลงไป ได้ระบุ "ค่าความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง" ไว้ในข้อมูลสาธารณะทุกชุด
จำนวนผู้ใช้ลงทะเบียน: ตัวเลขทางการอ้างว่า 80 ล้านคน
[ค่าจริงที่ระบบคำนวณได้: ประมาณ 23 ล้านคน|อัตราความคลาดเคลื่อน: 248%]
ผู้ใช้งานรายเดือน (MAU): ตัวเลขทางการอ้างว่า 60 ล้านคน
[ค่าจริงที่ระบบคำนวณได้: ประมาณ 14 ล้านคน|อัตราความคลาดเคลื่อน: 329%]
ผู้ใช้งานรายวัน (DAU): ตัวเลขทางการอ้างว่า 35 ล้านคน
[ค่าจริงที่ระบบคำนวณได้: ประมาณ 6.8 ล้านคน|อัตราความคลาดเคลื่อน: 415%]
ทุกชุดข้อมูลมีป้ายเตือนสีแดงแปะอยู่ข้างๆ
หานลู่อีกวาดสายตามองตัวเลขสามบรรทัดนี้กลับไปกลับมาสองรอบ
เดี๋ยวก่อนนะ
มองเผินๆ ยอดลงทะเบียน 80 ล้าน ยอด DAU 35 ล้าน คิดเป็นสัดส่วน 43% ซึ่งดูสมเหตุสมผลดี
แต่ข้อมูลจริงที่เนตรโค้ดแสดงให้เห็นคือ ยอดผู้ใช้ลงทะเบียนจริงมีแค่ 23 ล้านคน
DAU 35 ล้านคน แต่ยอดผู้ใช้จริง 23 ล้านคน ยอดผู้ใช้รายวันดันมากกว่าจำนวนผู้ใช้ที่มีอยู่จริงซะอีก ทะลุมาตั้งสิบล้านกว่าคน
ต่อให้ผู้ใช้ตัวจริงทุกคนล็อกอินเข้าแอปทุกวัน มันก็ปั่นให้ถึง 35 ล้านไม่ได้อยู่ดี แล้วไอ้คนที่เกินมาเนี่ย มันมาจากไหน?
ค่าความเหนื่อยล้ากำลังลดฮวบฮาบ 50, 46, 42...
หานลู่อีเร่งความเร็วในการหาคำตอบ เขาหยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอปไคว่ส่านที่เพิ่งโหลดเสร็จ แล้วไถดูวิดีโอสุ่มๆ สองสามคลิป
ขณะเดียวกัน เนตรโค้ดก็กำลังสแกนการไหลเวียนของข้อมูลเบื้องลึกอยู่
สแกนไปได้สิบห้าวินาที แถบแจ้งเตือนสีแดงก็เด้งขึ้นมารัวๆ
[ผิดปกติระดับวิกฤต 1|แอปพลิเคชันมีการอ่านข้อมูลจริงดังนี้: สมุดรายชื่อผู้ติดต่อ, ประวัติข้อความ SMS, ตำแหน่ง GPS|ขอบเขตที่แจ้งในนโยบายความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลอุปกรณ์พื้นฐาน|การเก็บข้อมูลเกินขอบเขตที่ระบุ]
สมุดรายชื่อผู้ติดต่อ, ประวัติข้อความ SMS, ตำแหน่ง GPS... ไคว่ส่านกำลังขโมยทุกสิ่งทุกอย่างจากผู้ใช้งานจริง 23 ล้านคน
เนตรโค้ดเจาะลึกลงไปอีก โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบหลังบ้านถูกลอกออกทีละชั้นๆ เหมือนปอกหัวหอม จนกระทั่งโมดูลที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิดที่สุดโผล่ขึ้นมาให้เห็น
[ผิดปกติระดับวิกฤต 2|ตรวจพบ เอนจินจำลองพฤติกรรมผู้ใช้|
ข้อมูลนำเข้า: ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจริง (รูปแบบพฤติกรรม/ความสัมพันธ์ทางสังคม/เส้นทางพิกัดทางภูมิศาสตร์)|ผลลัพธ์: การสร้างบัญชีผู้ใช้เสมือนจริงจำนวนมหาศาล|ขนาดของบัญชีเสมือนจริงในปัจจุบัน: ประมาณ 28 ล้านบัญชี]
หานลู่อีเย็นวาบไปถึงสันหลัง
แต่เนตรโค้ดยังสแกนไม่จบ ข้อความเตือนสีแดงเด้งขึ้นมาอีก คราวนี้สว่างจ้าจนเขาต้องหรี่ตาลง
[ผิดปกติระดับวิกฤต 3|ตรวจพบ ช่องทางส่งออกข้อมูลข้ามพรมแดน|ข้อมูลถูกพรางตาให้เป็นทราฟฟิกรูปภาพ CDN เพื่อส่งออก|โหนดตัวกลาง: กระโดดข้ามเซิร์ฟเวอร์สามชั้น ปลายทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้|ทิศทางการไหลเวียน: ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเทา]
จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายลงล็อกพอดี
ข้อมูลส่วนตัวที่ไคว่ส่านขโมยมาคือวัตถุดิบ รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้จริง 23 ล้านคนถูกป้อนเข้าสู่เอนจินจำลอง เพื่อปั๊ม ผู้ใช้งานที่แอ็กทีฟ ขึ้นมา 28 ล้านบัญชีที่เนียนจนแยกไม่ออก บัญชีผีพวกนี้จะไถวิดีโอ กดไลก์ คอมเมนต์ โดยลอกเลียนแบบพฤติกรรมของคนจริงๆ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกแทบจะจับผิดไม่ได้เลย
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลชุดเดียวกันนี้ก็ถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ตัวกลางหลายชั้นออกไปนอกประเทศ สมุดโทรศัพท์ ข้อความ SMS พิกัด GPS... ของพวกนี้พอตกไปอยู่ในมือพวกธุรกิจสีเทาแล้วจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง หานลู่อีแทบไม่อยากจะคิดเลย ทั้งสวมรอยเป็นตัวจริง หลอกลวงแบบเจาะจงเป้าหมาย หรือแม้แต่เอาบิ๊กดาต้ามาตั้งราคาเอาเปรียบลูกค้า ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้ทั้งนั้น
คนจริง 6.8 ล้านคน บวกกับแอคหลุมอีก 28 ล้านบัญชี ปั้นตัวเลข DAU 35 ล้านคนออกมาได้อย่างสวยงาม
เป็นห่วงโซ่การปลอมแปลงที่สมบูรณ์แบบ: ขโมยข้อมูล → จำลองเป็นคนจริง → ปั่นยอด DAU → หลอกเอาเงินระดมทุน แถมตัวข้อมูลเองยังถูกเอาไปขายกินต่อรอบสองได้อีก
เงินทุนพันล้านหยวนนั่นได้มาจากการต้มตุ๋น แถมยังฟันกำไรจากการขายข้อมูลส่วนตัวให้พวกธุรกิจมืดอีก กินรวบสองเด้งเลย
ข้อมูลพวกนี้มันชวนช็อกเกินไป หานลู่อีต้องปิดเนตรโค้ด แล้วตั้งสติอยู่นาน
เขาเปิดไฟล์ข้อความเปล่าๆ ขึ้นมา พิมพ์สิ่งที่เพิ่งเห็นลงไปจากความทรงจำ: ความคลาดเคลื่อนของข้อมูล, การขโมยข้อมูลส่วนตัว, การส่งข้อมูลออกนอกประเทศ, เอนจินจำลองพฤติกรรม, ห่วงโซ่การปลอมแปลง เขาแยกเป็นข้อๆ อย่างละเอียด
พอจดเสร็จ เขาก็มองดูไฟล์นั้นแล้วเงียบไปพักหนึ่ง
ข้อมูลพวกนี้อธิบายที่มาที่ไปไม่ได้เลย
เขาต้องการหลักฐานที่ขาวสะอาด หลักฐานที่ทุกขั้นตอนสามารถตอบคำถามถึงที่มาที่ไปได้
หานลู่อีเริ่มลงมือรวบรวมหลักฐาน
เริ่มจากการทำวิศวกรรมย้อนกลับ กับไฟล์ APK ของแอปไคว่ส่านก่อน พอแตกไฟล์ติดตั้งออกมา ก็จะเห็นอินเทอร์เฟซของฐานข้อมูล รหัสผู้ใช้งานเป็นแบบเพิ่มค่าอัตโนมัติ โดยค่าสูงสุดหยุดอยู่ที่ราวๆ 23 ล้านคน ทางการบอกว่ามียอดลงทะเบียน 80 ล้านคน ตัวเลขห่างกันสามเท่ากว่า
จากนั้นก็เปิดพร็อกซีเพื่อดักจับแพ็กเก็ตเครือข่าย เอาสมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับเครื่องมือดักจับข้อมูลบนโน้ตบุ๊ก เปิดแอปไคว่ส่านแล้วไถดูสุ่มๆ สักสองสามนาที คำขอเครือข่ายก็เรียงรายปรากฏขึ้นมา เขาดึงคำขอที่ถูกเข้ารหัสอย่างแนบเนียนซึ่งชี้เป้าไปยัง IP ในสิงคโปร์ออกมาได้สองสามรายการ
สุดท้ายคือเขียนสคริปต์ดึงข้อมูล เขาเขียนสคริปต์สั้นๆ ดึงข้อมูลพฤติกรรมของ ผู้ใช้งานที่แอ็กทีฟ บนหน้าสาธารณะของไคว่ส่าน ปล่อยรันไปครึ่งชั่วโมง ผลลัพธ์ก็ออกมา ระยะห่างของการกดไลก์ เส้นทางการเข้าชม และช่วงเวลาที่บัญชีจำนวนมากออนไลน์ มีความคล้ายคลึงกันในระดับสูง แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นโดยบอทอย่างชัดเจน
บันทึกหลักฐานทั้งสามชิ้นไว้ นี่แหละคือสิ่งที่จะเอาไปงัดข้อบนโต๊ะได้
หานลู่อีกดเข้าไปดูหน้า เกี่ยวกับเรา ในเว็บไซต์ของไคว่ส่านอีกครั้ง
ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO: โจวหมิงเจ๋อ
เขาเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ ในงานเลี้ยงประจำปีของติ่งเซิ่งเมื่อปีที่แล้ว คนที่นั่งอยู่ฝั่งขวามือของโต๊ะหวังจื้อหย่วน เฉินป๋อเหวินยังเดินไปชนแก้วด้วยเลย
ระดับ VP เชิญคนนอกมาร่วมงานเลี้ยงประจำปีเป็นเรื่องปกติมาก ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้ใบหน้านี้กลับมาโผล่อยู่ในตำแหน่ง CTO ของไคว่ส่าน หานลู่อีจึงแอบขีดเครื่องหมายคำถามเล็กๆ ไว้ในใจ
ตรงหน้าหานลู่อีมีทางเลือกอยู่สองทาง
ทางเลือกแรก: ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ลบข้อมูลทุกอย่างทิ้งให้หมด ไม่มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น
ทางเลือกที่สอง: แฉเรื่องนี้ให้โลกรับรู้
จะเลือกทางไหนดี?
เบื้องหลังของไคว่ส่านคือเงินระดมทุนพันล้านหยวน มีบริษัท VC ระดับท็อปคอยหนุนหลัง และมีทีมกฎหมายเฉพาะกิจ แล้วเขามีอะไร? แค่หลักฐานชุดหนึ่งที่บอกที่มาที่ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าปล่อยผ่านไป...
ข้อมูลส่วนตัวของคน 23 ล้านคนจะไหลลงสู่ห้วงลึกทุกวัน กลายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้รักที่เข้ามาทำทีเป็นห่วงเป็นใยคุณ กลายเป็น แอดมินขอคืนเงิน ที่สามารถบอกเลขบัตรประชาชนคุณได้เป๊ะๆ กลายเป็น ผู้กองเฉิน ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจจากกวางตุ้ง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอปวีแชท แล้วเลื่อนหากรุ๊ปแชทที่ชื่อว่า [หอพัก 404]
ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิทแล้ว แสงจากหน้าจอมือถือสะท้อนลงบนใบหน้าของเขา
โปรแกรมเมอร์ที่เพิ่งตกงานหมาดๆ จะไปงัดกับบริษัทมูลค่าหมื่นล้าน
ฟังดูเหมือนเรื่องตลกชัดๆ
แต่ว่า...
หานลู่อีพิมพ์ข้อความลงไป "คืนนี้ออกมากินข้าวกัน ฉันเลี้ยงเอง มีเรื่องซีเรียสจะคุยด้วย"