- หน้าแรก
- ท่านอาเล็กขอข้ามมิติไปเล่นเกมแป๊บนึง
- บทที่ 5 ท่านอาเล็กเปิดโหมดสังหาร
บทที่ 5 ท่านอาเล็กเปิดโหมดสังหาร
บทที่ 5 ท่านอาเล็กเปิดโหมดสังหาร
บทที่ 5 ท่านอาเล็กเปิดโหมดสังหาร
‘สายลมลูบไล้’ ก็น่ารังเกียจพอกัน เขาอยากจะสลัด “ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร” ทิ้ง แต่กลับไม่ยอมออกหน้าเอง แต่ให้แฟนสาวของเขาเป็นคนออกหน้าแทน
แฟนสาวของสายลมลูบไล้มีชื่อในเกมว่า ‘พิรุณโปรยไหมนุ่ม’ นางวิ่งโร่มาหาข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรแล้วพ่นเรื่องไร้สาระใส่ยาวเหยียด จนเสวียนม่อถึงกับอึ้งไปเลย
เขาแค่นึกสนุกรับลูกน้องมาคนหนึ่ง ไฉนถึงกลายเป็นไปแย่งแฟนชาวบ้านเขาได้ล่ะเนี่ย?
พิรุณโปรยไหมนุ่มยังไม่หนใจที่ได้ด่าต่อหน้า นางยังลามไปโพสต์กระทู้ในบอร์ดเกม กล่าวหาว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรอาศัยว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าในเกมไปแย่งแฟนคนอื่น ทำเอาชื่อเสียงของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ผู้เล่นที่อิจฉาข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรนั้นมีไม่น้อย โดยเฉพาะผู้เล่นชายหลายคนที่ไม่อยากเห็น “ผู้เล่นหญิง” เก่งกว่าตนจนข้ามหน้าข้ามตา
ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะทำลายชื่อเสียงของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร มีหรือที่พวกขี้อิจฉาเหล่านั้นจะยอมพลาด? พวกเขาต่างพากันกระโดดเข้าร่วมวงกับพิรุณโปรยไหมนุ่ม รุมประณามว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรนั้นไร้ศีลธรรมและทำตัวเป็นมือที่สาม
สายลมลูบไล้ยังทำท่าทีเหมือนคนถูกบังคับ วิ่งมาหาข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรแล้วตีหน้าซื่อบอกว่าแฟนสาวของเขาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเขากับข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรผิดไป ด้วยความโกรธจึงทำเรื่องผิดพลาดลงไป และหวังว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรจะให้อภัย เพื่อให้เรื่องสงบลงโดยเร็วและเพื่อรักษาชื่อเสียงของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร พวกเราจึงไม่ควรเล่นเกมด้วยกันอีกชั่วคราว...
พ่นออกมาเสียยาวเหยียด ทำเอาเสวียนม่อสะอิดสะเอียนแทบแย่
เสวียนม่อแม้จะอายุน้อย แต่ก็ไม่ใช่พวกใสซื่อที่ไม่รู้อะไรเลย เขาดูละครน้ำเน่าและนิยายมาตั้งหลายปี มีหรือจะมองไม่ออกว่าสายลมลูบไล้กับพิรุณโปรยไหมนุ่มกำลังเล่นละครตบตาอะไรกันอยู่?
ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าสายลมลูบไล้เป็นคนใช้ได้น่ะ เขาคงตาถั่วไปเอง แต่เขาไม่มีทางตาถั่วไปตลอดหรอก
เสวียนม่อจึงเปิดโหมดสังหารแล้วจัดการฆ่าสายลมลูบไล้ทิ้งในทันที
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปดักรอที่จุดเกิด เพื่อฆ่าสายลมลูบไล้จนเลเวลลดฮวบกลายเป็นศูนย์ แต่ดันถูกศิษย์น้องที่ศิษย์พี่รองส่งมาตามให้ไปดูพิธีรับศิษย์ของสำนักมหาเอกภาพเสียก่อน เรื่องจึงต้องค้างคาไว้
บัดนี้เมื่อพิธีจบลง เสวียนม่อกลับมาที่ถ้ำฝึกตน สิ่งแรกที่เขาต้องทำย่อมเป็นการสานต่อภารกิจเดิม นั่นคือการฆ่าล้างเลเวลตัวต้นเหตุให้ราบคาบ
เสวียนม่อบังคับตัวละคร “ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร” เปิดร้านค้าในเกม ซื้อยันต์ระบุตำแหน่งมูลค่าเก้าร้อยเก้าสิบเก้าทองมาสองแผ่น เขาใช้แผ่นแรกระบุพิกัดของสายลมลูบไล้ แล้วใช้ยันต์เคลื่อนย้ายพริบตาพาตัวเองไปปรากฏข้างกายอีกฝ่ายทันที
ไม่นึกเลยว่าพิรุณโปรยไหมนุ่มจะอยู่กับสายลมลูบไล้พอดี แบบนี้ก็ช่วยประหยัดยันต์ระบุตำแหน่งไปได้แผ่นหนึ่งเลยล่ะ
พิรุณโปรยไหมนุ่มกำลังคุยกับสายลมลูบไล้เรื่องของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร สายลมลูบไล้เองก็คาดไม่ถึงว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรจะใจเด็ดขนาดนั้น ถึงขั้นเปิดโหมดสังหารใส่เขาจนเลเวลลดลงไปหนึ่งระดับ สายลมลูบไล้โกรธแค้นเป็นอย่างมาก ส่วนพิรุณโปรยไหมนุ่มก็คอยปลอบใจพร้อมกับเสนอแผนการให้เขาโพสต์สาดโคลนใส่ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรในบอร์ดเกมต่อไป
เสวียนม่อถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห สองคนนี้จะเรียกว่าโง่ หรือโง่ หรือว่าโง่ดีนะ!
ปรึกษาแผนการชั่วที่จะทำร้ายคนอื่นแท้ๆ แต่ดันใช้ช่องแชทแถวนี้ ไม่ยอมใช้แชทส่วนตัว คิดว่าแอบอยู่มุมลับๆ ในดันเจี้ยนแล้วจะไม่มีผู้เล่นคนอื่นเห็นหรือยังไง?
เสวียนม่อไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพุ่งเข้าไปฆ่าสายลมลูบไล้กับพิรุณโปรยไหมนุ่มตายในพริบตา จากนั้นก็รีบพุ่งไปที่จุดเกิดในดันเจี้ยน ดักรออยู่ตรงนั้น พอเห็นทั้งสองคนออกมาจากจุดเกิดเขาก็ฆ่าทิ้งอีกครั้งทันที
สายลมลูบไล้กับพิรุณโปรยไหมนุ่มใช่ว่าจะไม่สู้ แต่ทั้งสองคนย่อมไม่ใชคู่ต่อสู้ของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร
ความเร็วของมือเสวียนม่อน่ะหรือที่พวกคนธรรมดาจะเทียบติด?
ถูกฆ่าครั้งแล้วครั้งเล่า เลเวลของทั้งสองคนจากระดับสูงสุดหนึ่งร้อยลดลงมาเหลือเพียงแปดสิบกว่าระดับ
แม้จะยังห่างไกลจากการกลายเป็นเลเวลศูนย์ แต่ทั้งสองคนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงพากันออฟไลน์หนีไปในที่สุด
เสวียนม่อแค่นเสียงหึ เขาเซฟวิดีโอตอนที่ฆ่าสายลมลูบไล้กับพิรุณโปรยไหมนุ่มเอาไว้ พร้อมกับแนบภาพแคปหน้าจอช่องแชทที่ทั้งสองคนปรึกษากันเรื่องการสาดโคลนใส่เขา แล้วโพสต์ลงในบอร์ดเกม
เสวียนม่อเขียนทิ้งท้ายไว้ในกระทู้ว่า ‘คนที่กล้าใส่ร้ายเปิ่นจั่ว เปิ่นจั่วจะตามทวงคืนให้ครบทุกคน!’
ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่ทำเอาพวกที่เคยกระโดดโลดเต้นสาดโคลนใส่ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรถึงกับใจสั่นขวัญผวา
บางคนก็เริ่มกลัว แต่บางคนก็ยังไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
เพราะบัญชีตัวละครในเกมกับบัญชีในบอร์ดเกมของหลายคนไม่ใช่บัญชีเดียวกัน พวกที่เก่งแต่ในบอร์ดจึงไม่คิดว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรจะรู้ไอดีในเกมของพวกเขา แล้วจะตามมาล่าสังหารพวกเขาได้อย่างไร?
เสวียนม่อหัวเราะหึๆ
“เปิ่นจั่ว… เสวียนม่อ เปิ่นจั่ว?! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เปิ่นจั่วไม่ได้เอาเวลาไปทุ่มให้กับการเล่นเกม ดูนิยายหรือดูละครอย่างเดียวหรอกนะ ความรู้ในโลกของพวกเจ้าน่ะ เปิ่นจั่วก็ได้เรียนมาทั้งหมดเหมือนกัน ความรู้ไหนที่เปิ่นจั่วเห็นว่าน่าสนใจ เปิ่นจั่วก็เจาะลึกศึกษาเป็นพิเศษ และเทคโนโลยีแฮกเกอร์ก็คือหนึ่งในความรู้ที่เปิ่นจั่วสนใจยังไงล่ะ”
นิ้วของเสวียนม่อรัวลงบนคีย์บอร์ดดังปังๆๆ เพียงครู่เดียว บัญชีเกมของพวกที่เคยใส่ร้ายเขาในบอร์ดทั้งหมดก็ถูกเสวียนม่อขุดออกมาจนเกลี้ยง
เสวียนม่อจดรายชื่อทั้งหมดไว้ แล้วตามไปจัดการทีละคน
ในเกมพลันเกิดความโกลาหลวุ่นวาย ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรไล่ล่าสังหารไม่หยุดยั้ง จัดการพวกที่เคยใส่ร้ายเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเลิกมือ เดิมทีเขาตั้งใจจะแค่สั่งสอนคนพวกนั้นสักหน่อย ฆ่าสักสองสามครั้งให้เลเวลลดลงนิดหน่อยแล้วก็จะเลิกราไปเอง ทว่าคนพวกนั้นเมื่อถูกฆ่ากลับไม่ยอมจบ ทั้งโกรธแค้นและรวมตัวกันหวังจะมารุมสังหารข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร
ผลสุดท้ายย่อมเป็นการรนหาที่ตาย ทุกคนถูกข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรกวาดล้างจนเรียบ
บางคนถึงกับคิดว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรใช้โปรแกรมโกง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเก่งกาจขนาดนี้? จึงพากันไปแจ้งฝ่ายบริการลูกค้าให้ตรวจสอบข้าคือผู้บำเพ็ญเพียร
บริษัทเกมตรวจสอบข้อมูลของข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรแล้วได้ข้อสรุปว่าเขาไม่ได้ใช้โปรแกรมโกงใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนทำไมถึงเก่งขนาดนี้น่ะหรือ? ก็เพราะความเร็วของมือเขามันเทพน่ะสิ!
บรรดาผู้เล่นที่ไปแจ้ง ...
ในเมื่อการแจ้งตรวจสอบทำอะไรไม่ได้ และในเกมก็สู้ไม่ได้ ผู้เล่นเหล่านี้จึงทำได้เพียงกลับไปด่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรในบอร์ดต่อ
เสวียนม่อถูกด่าจนโมโห จึงเข้าเกมไปไล่ฆ่าผู้เล่นเหล่านั้นต่อไม่หยุด
เมื่อผู้เล่นถูกฆ่าก็กลับไปด่าต่อ จนกลายเป็นวงจรที่เลวร้าย
ผู้เล่นบางคนทนไม่ไหวถึงขั้นลบบัญชีทิ้งแล้วสร้างใหม่ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนไปกี่บัญชี ข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรก็ยังตามหาพวกเขาเจอและฆ่าทิ้งได้อยู่ดี
ในที่สุดบรรดาผู้เล่นก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้เป็นยอดฝีมือแฮกเกอร์!
ผู้เล่นบางคนเริ่มถอดใจ ไม่กล้าด่าข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรอีก บางคนถึงกับโพสต์ขอโทษในบอร์ดเกมเลยทีเดียว
ผลที่ได้ชัดเจนมาก พวกเขาไม่ถูกข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรตามล่าอีกต่อไป และสามารถเล่นเกมได้อย่างสงบสุขเสียที
ในที่สุดเกมก็กลับมาสู่ความสงบสุขอีกครั้ง และข้าคือผู้บำเพ็ญเพียรก็ได้กลายเป็นตัวตนที่ไม่ควรไปล่วงเกินที่สุดในเกม จนบรรดาผู้เล่นต่างยกย่องให้เป็นมหาเทพเหนือมหาเทพ
แต่เสวียนม่อกลับเริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว เขาเล่นเกมนี้จนเบื่อเต็มทน จึงตัดสินใจออกจากเกมไปอย่างเด็ดขาด
คีย์บอร์ดที่อยู่ตรงหน้าเสวียนม่อพลันสลายหายไป
เสวียนม่อวุ่นวายอยู่ในพื้นที่ของสมองกลดวงดาวอีกพักหนึ่ง ปฐมจิตจึงค่อยถอนตัวออกมา
เมื่อมองดูเวลาก็พบว่าเป็นยามราตรี เสวียนม่อเปิดค่ายกลป้องกันด้านบนของถ้ำฝึกตน แล้วเริ่มฝึกฝนวิชาฝึกกายาภายในถ้ำ
แสงจันทร์ผสานกับพลังแห่งดวงดาวไหลรินผ่านค่ายกลที่เปิดออกเข้าสู่ถ้ำฝึกตน ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเสวียนม่อ เพื่อขัดเกลาและเปลี่ยนสภาพร่างกายของเขา
แม้ในยามนี้เสวียนม่อจะมีระดับตบะเพียงระดับแก่นทองคำขั้นต้น แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขานั้นเทียบเท่ากับระดับแก่นทองคำขั้นปลายเลยทีเดียว