- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 242.ขุยซ่า
บทที่ 242.ขุยซ่า
บทที่ 242.ขุยซ่า
เขาสามารถรู้สึกได้ว่าภายในตันเถียนและเส้นชีพจรปราณวืญญาณสีดำลึกลับสายหนึ่งถูกความเย็นเยียบสายนี้แช่แข็งโดยตรงแล้วไหลออกไปพร้อมกับกระแสพลัง
ท้ายที่สุดพลังของโอสถชำระจิตก็มาถึงบริเวณหัวใจของเย่เฉิน
ที่นี่ก็เป็นที่ซ่อนของคาถาผนึกวิญญาณด้วย
เย่เฉินรู้ว่ามันอยู่ที่นี่แต่เพราะคาถาผนึกวิญญาณฝังตัวอยู่ในชีพจรหัวใจอีกทั้งยังเชื่อมโยงกับเส้นชีพจรทั่วร่างกายเพียงขยับก็ส่งผลต่อทั้งร่าง
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ากระทำโดยพลการ
แต่ตอนนี้ความกังวลนี้ไม่จำเป็นต้องพิจารณาอีกแล้ว
ภายใต้ฤทธิ์ของโอสถชำระจิตภายในชีพจรหัวใจของเย่เฉินปราณวิญญาณสีดำเข้มข้นถูกแช่แข็งอย่างต่อเนื่องและคาถาผนึกวิญญาณในร่างของเขาก็กำลังถูกขจัดออกไป
กระแสความเย็นเยียบสายแล้วสายเล่าถูกเย่เฉินพ่นออกมาภายในนั้นแช่แข็งพลังของคาถาผนึกวิญญาณเอาไว้
“นี่มัน…สามารถขจัดคาถาผนึกวิญญาณได้จริงๆ!”
ภาพนี้ทำให้ไป๋หลินและเทียนรั่วตะลึงยากจะเชื่อ
ผลงานที่ภาคภูมิใจของหุบเขาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์กลับถูกเย่เฉินหาวิธีแก้ได้อย่างรวดเร็วนี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว
“ตอนนี้ข้าสงสัยจริงๆว่าเจ้าได้รับการสืบทอดส่วนใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นมา!”
เทียนรั่วกล่าวอย่างตกตะลึงมีเพียงคำอธิบายเช่นนี้เท่านั้นที่อธิบายได้
“ถ้าเช่นนั้นเขาก็ต้องรู้เรื่องความบาดหมางระหว่างสำนักใหญ่ในดินแดนกลางกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นด้วยสิ?”
ไป๋หลินขมวดคิ้วสีหน้ามีความกังวลเล็กน้อย
ตอนนี้เย่เฉินและสำนักชิงอวิ๋นอ่อนแอเพียงใดหากทำให้สำนักใหญ่ดินแดนกลางโกรธและบุกทะลวงกำแพงโลกเข้ามาจะเป็นการโจมตีทำลายล้างต่อเย่เฉิน
“ความบาดหมางหรือไม่รู้ว่าหอกระบี่และเผ่านกหลวนสวรรค์มีความแค้นกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นหรือไม่?”
ในเวลานั้นเสียงของเย่เฉินดังขึ้นทำให้หญิงทั้งสองสะดุ้ง
ในตอนนี้เย่เฉินกำลังเล่นกับน้ำแข็งสีดำก้อนหนึ่งในมือภายในแผ่พลังทำลายล้างออกมา
“เจ้าทำได้แล้วหรือขจัดคาถาผนึกวิญญาณแล้ว?”
ไป๋หลินตกใจฤทธิ์ของโอสถนี้ดีเกินไปหรือไม่ถึงกับขจัดคาถาผนึกวิญญาณได้รวดเร็วขนาดนี้
“โอสถชำระจิตของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นย่อมมีผลเช่นนี้!”
เย่เฉินยิ้มแล้วถามต่อหวังจะล้วงข้อมูลจากทั้งสองล่วงหน้าว่าสำนักใหญ่ใดมีความแค้นกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋น
แต่สำหรับเรื่องนี้ทั้งสองต่างหลีกเลี่ยงไม่ยอมพูดเตือนเย่เฉินว่าหากพูดออกไปจะเกี่ยวพันกับเหตุและผลและส่งผลกระทบต่อขุมกำลังเบื้องหลังของพวกนาง
“เหตุและผล…ผู้แข็งแกร่งแบบใดถึงมีความสามารถเช่นนี้…”
เย่เฉินตกใจเพียงแค่บอกข้อมูลเล็กน้อยกลับสามารถทำนายได้ถึงระดับนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว…
“ผู้แข็งแกร่งระดับนั้นหากตั้งใจทำนายจริงๆพวกเราไม่อาจขัดขวางได้!”
“ใช่ เจ้าก็อย่าถามเลยตอนนี้จงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเถอะ!”
หญิงทั้งสองเกลี้ยกล่อมสุดท้ายหลังยืนยันว่าคาถาผนึกวิญญาณในร่างเย่เฉินถูกขจัดหมดแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป
เพราะก่อนหน้านี้ตราบใดที่คาถาผนึกวิญญาณยังอยู่ที่นี่ก็เปิดเผยต่อสายตาคนของหุบเขาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ผ่านไปครึ่งวันแล้วพวกเขาน่าจะใกล้มาถึง
“ยังไม่ต้องรีบก่อนหน้านั้นยังต้องกำจัดหางบางส่วนก่อน”
เย่เฉินส่ายหัวสายตามองไปข้างหน้าที่นั่นมีความผันผวนของมิติแปลกประหลาด
“ท่านติดตามมาตลอดทางไม่คิดจะเลิกกลางคันหรือ?”
“วูบ!”
มิติแยกออกแสงสีทองวาบขึ้นเรือเหาะขนาดใหญ่ลำหนึ่งค่อยๆปรากฏออกมาจากมิติบนตัวเรือสลักค่ายกลหลากหลาย
“หอกระบี่ เผ่านกหลวนสวรรค์…จัดการยากหน่อยแล้วสิ!”
บนเรือเหาะมีเสียงแผ่วต่ำดังขึ้นน้ำเสียงเฉยเมยราวกับไม่เห็นทั้งสามอยู่ในสายตา
“คนของเผ่าอสรพิษสวรรค์พวกเจ้าตามมาถึงได้อย่างไร!”
ไป๋หลินตกใจจำคนบนเรือได้พวกเขามาจากตระกูลใหญ่ในดินแดนกลางเผ่าอสรพิษสวรรค์ว่ากันว่าภายในร่างมีสายเลือดอสรพิษเถิงเสอในตำนาน
“สายเลือดอสรพิษเถิงเสอ?”
เย่เฉินตกใจเมื่อได้ยินคำอธิบาย
อสรพิษเถิงเสอโบราณเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเทียบเท่ามังกรแท้ หงส์แท้ และคุนเผิง
นั่นคือสัตว์เซียนที่แทบสูญพันธุ์หาได้ยากยิ่ง
เห็นเช่นนี้คนบนเรือเหาะย่อมไม่ธรรมดา
“หึหึ เย่เฉินใช่หรือไม่ยังจำข้าได้หรือ?”
เรือเหาะเคลื่อนออกจากมิติค่ายกลป้องกันถูกปลดเผยให้เห็นร่างของคนภายใน
แต่บนเรือเหาะขนาดใหญ่กลับมีเพียงเขาคนเดียว
“เป็นเจ้า!”
เย่เฉินตกใจทันทีเข้าใจทุกอย่าง
คนผู้นี้คือคนที่เขาเคยพบหลังเก็บบุปผาเหินสามกลีบและไปดูคัมภีร์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือบางส่วนตอนนั้นอีกฝ่ายคงจำเขาได้แล้ว
อีกทั้งยังเคยชักชวนให้เขาไปแย่งชิงคัมภีร์นั้น
“คัมภีร์ถูกเจ้าทำเครื่องหมายไว้?”
สีหน้าของเย่เฉินเคร่งลงเขาเคยได้ยินว่าคัมภีร์เปลี่ยนมือหลายครั้งคนผู้นี้คงเคยได้มันมาก่อน
และเหตุที่เขาหาเจอเพราะเคยได้คัมภีร์แต่รู้ว่าการนำออกมาต้องแลกด้วยราคาสูง
จึงทิ้งรอยไว้รอให้ผู้อื่นนำออกมา
และที่มาช้าเพราะของเหลวของเทียนรั่วทำให้เย่เฉินมีความเร็วสูงจนหนีเขาไปได้…
“ขอแนะนำตัวข้าชื่อขุยซ่าเป็นคนสุดท้ายในสี่อัจฉริยะของเผ่าอสรพิษสวรรค์!”
เขายิ้มสายตามองไปที่ฉื่อฮว๋ายบนไหล่เย่เฉิน
“เย่เฉินยอมสยบต่อข้าแล้วมอบจิ้งจอกตัวนั้นให้ข้าจะมอบเกียรติสูงสุดให้เจ้า”
จากนั้นมองไปที่ไป๋หลิน
“เผ่าอสรพิษสวรรค์ไม่เป็นศัตรูกับเผ่านกหลวนสวรรค์และหอกระบี่ส่งคัมภีร์มาแล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป”
“ขุยซ่าเจ้ามั่นใจในตัวเองเกินไปหรือไม่!”
ไป๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
คัมภีร์นี้พวกนางได้มาด้วยความยากลำบากขุยซ่าคิดจะฉกไปตรงๆทำให้นางโกรธยิ่ง
“สามนักกระบี่ศักสิทธิ์ของหอกระบี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ไป๋หลินอย่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
ขุยซ่าหัวเราะเย็น
แม้เขาจะอ่อนที่สุดในสี่อัจฉริยะแต่ก็แค่เทียบกับเทียนซีเท่านั้น
กับไป๋หลินและเทียนรั่วเขายังมั่นใจเต็มที่
“น่ารำคาญ!”
เย่เฉินกล่าวเย็นชาจากนั้นไม่พูดอีกเคลื่อนร่างทันทีไปปรากฏตัวต่อหน้าขุยซ่า
ขุยซ่าตกใจไม่คิดว่าพลังของเย่เฉินจะแข็งแกร่งขนาดนี้แม้ต่างกันหนึ่งขั้นแต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย
พร้อมกันนั้นเทียนรั่วและไป๋หลินด้านหลังก็ลงมือร่วมโจมตีขุยซ่า
“รนหาที่ตายจริง!”
ขุยซ่าหัวเราะรับหมัดของเย่เฉินด้วยมือเดียวแต่ร่างกลับถูกผลักถอยหลายก้าว
พร้อมกันนั้นเขาใช้วิชายุทธ์พลังมหาศาลผลักเทียนรั่วและไป๋หลินถอยไม่ให้เข้าใกล้
“พลังไม่เลวข้าประเมินเจ้าต่ำไป!”
ขุยซ่ามองเย่เฉินด้วยสายตามืดมนเพราะรับหมัดด้วยมือเดียวแขนขวาชาไปหมด
“งั้นข้าจะลองเล่นกับเจ้าดูดีๆ…”