- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 178.ศิษย์เต๋าถังเหยา
บทที่ 178.ศิษย์เต๋าถังเหยา
บทที่ 178.ศิษย์เต๋าถังเหยา
เด็กสาวที่พาเย่เฉินเข้ามานั้นนั่งลงก่อนเขาหนึ่งก้าวเอื้อมมือรับถ้วยชามาดื่มไปเสียก่อน
เมื่อเห็นเช่นนั้นเทียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อยหันมามองเย่เฉินดวงตางดงามเต็มไปด้วยความสงสัย
“เคล็ดวิชาคุนเผิงฉบับที่ไม่สมบูรณ์เจ้าเรียนได้เร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ…”
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินได้แต่พยักหน้าอย่างจนปัญญาเดินเข้ามานั่งรินชาให้ตัวเองก่อนจะยกขึ้นดื่มอย่างสบายใจ
“เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
“ข้าไม่มีเรื่องหาเจ้านางต่างหากที่มีเรื่อง!”
เทียนซีโบกมือพลางชี้ไปยังหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้าง
จนกระทั่งตอนนี้อีกฝ่ายจึงเงยหน้าขึ้นมองเย่เฉินใบหน้าของนางซีดผิดปกติและหว่างคิ้วดำคล้ำเป็นอาการของพิษ
“ศิษย์พี่ท่าน…โดนพิษหรือ?”
เย่เฉินชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
“ดูออกแล้วหรือบนร่างของนางมีพิษชนิดที่พิเศษลึกลับยิ่งนักแม้แต่วิชาหลอมโอสถของข้าในตอนนี้ก็ยังไม่อาจแก้ได้!”
เทียนซีโบกมือสำหรับสถานการณ์นี้นางก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ศิษย์น้องเย่เฉินพิษของข้าไม่สำคัญเจ้าฟังข้าก่อน!”
หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยขึ้นเสียงเย็นชาแฝงความห่างเหินราวกับไม่ให้ใครเข้าใกล้
“จ้าวเทียนฮ่าวออกจากการปิดด่านแล้วและสิ่งแรกที่เขาทำก็คือท้าทายข้าเพื่อแย่งชิงตำแหน่งศิษย์เต๋า”
นางเล่าเรื่องทั้งหมดให้เย่เฉินฟัง
นางมีนามว่าถังเหยาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในสำนักชิงอวิ๋นอายุเพียงแปดขวบก็ได้รับตำแหน่งศิษย์เต๋าได้รับความคาดหวังอย่างสูงจากสำนัก
และเมื่อครึ่งเดือนก่อนจ้าวเทียนฮ่าวออกจากการปิดด่าน
หลังจากออกมาเดิมทีเขาตั้งใจจะมาหาเย่เฉินแต่ในเวลานั้นข่าวภายนอกต่างลือกันว่าเย่เฉินตายในศึกสุดท้ายแล้ว
ดังนั้นเมื่อหาตัวเย่เฉินไม่พบจ้าวเทียนฮ่าวจึงท้าทายถังเหยาต้องการแย่งตำแหน่งศิษย์เต๋า
ในตอนแรกถังเหยาไม่ได้ใส่ใจจ้าวเทียนฮ่าวเพราะนางมีร่างพิเศษร่างกระบี่บัวน้ำแข็ง
ดังนั้นแม้อายุเพียงยี่สิบสองปีนางก็สามารถควบคุมเจตนากระบี่น้ำแข็งระดับครึ่งก้าวได้แล้วอีกทั้งยังมีพลังแก่นทองคำขั้นเก้าเป็นอัจฉริยะที่ซ่อนตัวของสำนักชิงอวิ๋น
เมื่อพูดถึงตรงนี้แววตาของถังเหยาฉายแววภาคภูมิแต่ไม่นานก็หม่นลง
นางมองเย่เฉินแล้วกล่าวว่า “ศิษย์น้องเย่เฉิน จ้าวเทียนฮ่าวมีโอกาสสูงที่จะตกสู่วิถีมารกลายเป็นผู้ฝึกตนวิถีมารตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตแก่นทองคำขั้นเก้าแล้ว”
“อะไรนะ!”
เมื่อได้ยินคำนี้เย่เฉินถึงกับตกใจ
จ้าวเทียนฮ่าวขึ้นถึงแก่นทองคำขั้นเก้าแล้ว?
เร็วเกินไปแล้วนี่เขาไปกินโอสถวิเศษอะไรกันแน่ไม่ออกไปฝึกฝน ไม่สะสมประสบการณ์ แค่ปิดด่านก็ทะลวงขอบเขตได้
และถึงจะใช้โอสถเพิ่มพลังก็ไม่น่าจะมีพลังต่อสู้สูงขนาดนี้
เขาชนะถังเหยาที่เป็นศิษย์เต๋าได้อย่างไร?
“ศิษย์พี่ถังเหยาแล้วหลังจากนั้นล่ะการต่อสู้ของพวกท่าน?”
เย่เฉินมีสีหน้าจริงจังเอ่ยถาม
“ข้าพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ……” ถังเหยาถอนหายใจแววตาหม่นหมองสีหน้าหดหู่แม้แต่มีความเศร้าปะปน
“วิธีการโจมตีของเขาแปลกมากพลังปราณของเขามีความสามารถกัดกร่อนทุกสิ่ง”
“แม้แต่ปราณกระบี่ก็ยังถูกกัดกร่อนได้”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ถังเหยานึกถึงการต่อสู้ในตอนนั้นจ้าวเทียนฮ่าวในสภาพคลุ้มคลั่งใช้ความสามารถนี้ทำลายเจตนากระบี่น้ำแข็งที่นางฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก
ทำให้พรสวรรค์ของนางตกลงเหวจากอัจฉริยะผู้ฝึกกระบี่จนกลายเป็นคนธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังพบว่าร่างกระบี่บัวน้ำแข็งของตนก็ได้รับผลกระทบด้วย
ในตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะประมุขสำนักชิงอวิ๋นออกจากการปิดด่านนางคงถูกจ้าวเทียนฮ่าวสังหารไปแล้ว
ถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบจะกลายเป็นคนพิการ
บังเอิญว่าไม่นานหลังจากนั้นเทียนซีมาเยี่ยมประมุขสำนักจึงขอให้นางช่วยดูว่าจะฟื้นฟูถังเหยาได้หรือไม่
“เรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้”
ถังเหยาเล่าเรื่องทั้งหมดให้เย่เฉินฟัง
แต่สภาพร่างกายของนางเทียนซีทำได้เพียงประคองชีวิตไว้ส่วนพิษและการฟื้นฟูเจตนากระบี่นางไม่มีวิธีเลย
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแต่ต้องเชิญนักหลอมโอสถระดับเจ็ด”
เทียนซีพูดแทรกคำพูดนั้นกลับทำให้รู้สึกสิ้นหวัง
นักหลอมโอสถระดับเจ็ดนั่นคือผู้ที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตจอมสวรรค์ยังต้องให้ความเคารพแม้ในดินแดนกลางก็พบได้ยาก
ยิ่งไปกว่านั้นสำนักชิงอวิ๋นก็ไม่มีคุณสมบัติจะเชิญพวกเขา
“วิธีหลอมโอสถของเจ้าน่าจะสืบทอดมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นมีตำรับโอสถโบราณอะไรไหมลองดูว่าจะรักษาได้หรือไม่”
เทียนซีให้เย่เฉินช่วยรักษาถังเหยา
นางหมดหนทางแล้วหากเย่เฉินก็ไม่มีวิธีเช่นนั้นชีวิตของถังเหยาก็คงต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไประดับพลังจะหยุดอยู่ที่แก่นทองคำขั้นเก้า
“ศิษย์พี่ถังเหยาขอให้ข้าตรวจดูได้หรือไม่”
เย่เฉินเอ่ยตั้งใจจะใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบภายในร่างกายของนาง
“ได้ แต่เจ้าต้องระวัง”
ใบหน้าของถังเหยาแดงระเรื่อเล็กน้อยยื่นข้อมือขาวสะอาดออกมา
เย่เฉินรวมสัมผัสวิญญาณไว้ที่มือก่อนจะจับข้อมือของถังเหยา
สัมผัสวิญญาณอันมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างของถังเหยาไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณสุดท้ายเข้าสู่ตันเถียน
ในตอนนี้เองเย่เฉินจึงมองเห็นชัดว่าตันเถียนของถังเหยา ถูกพลังสีดำเข้ายึดครอง
พลังนี้ลึกลับยิ่งยึดเกาะกับพลังปราณและหลอมรวมเข้ากับแก่นทองคำของนาง
“พลังอะไรช่างประหลาดนี่คือพิษงั้นหรือ!”
เย่เฉินตกตะลึงนี่เป็นพิษที่เขาไม่เคยพบมาก่อนและก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขารักษาคนโดยการตรวจตันเถียนเช่นนี้
“ระบบ ตรวจสอบหน่อยนี่คือพลังอะไร”
【ระบบกำลังตรวจสอบ!】
【ผลการตรวจสอบ: พิษวิญญาณเร้นลับ เป็นผลผลิตจากวิชาระดับเทพวิถีวิญญาณชั่วร้าย วิชาวิญญาณร้าย】
【ผู้ฝึกวิชานี้สามารถกลืนกินผลเต๋าของสิ่งมีชีวิตเมื่อกลืนเข้าไปจะสามารถครอบครองและควบคุมได้มีพลังอย่างยิ่ง】
【ข้อเสียของวิชา: เติบโตด้วยการกลืนกินรากฐานไม่มั่นคงชาตินี้ยากจะทะลวงสู่ขอบเขตทะลวงมิติ】
ผลการตรวจสอบปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้เย่เฉินตกใจคือจ้าวเทียนฮ่าวกลับฝึกวิชาระดับเทพ วิชาวิญญาณร้าย
“เติบโตด้วยการกลืนกินผลเต๋าของผู้อื่นสมกับเป็นวิชาวิถีวิญญาณชั่วร้าย”
เย่เฉินสบถในใจเจตนากระบี่ของถังเหยาก็คงถูกแย่งไปด้วยวิธีนี้
สัมผัสวิญญาณสำรวจทั่วร่างของถังเหยาเมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นเย่เฉินจึงถอนออก
เมื่อสัมผัสวิญญาณกลับสู่ร่างเย่เฉินรู้สึกเวียนศีรษะอย่างรุนแรงเห็นได้ชัดว่าการใช้สัมผัสวิญญาณตรวจร่างผู้อื่นสิ้นเปลืองพลังอย่างมาก
“ศิษย์น้องเย่เฉินเป็นอย่างไรบ้าง?”
ถังเหยาเงยหน้าขึ้นดวงตาเปล่งประกายแห่งความหวัง
เทียนซีไม่มีทางแล้วหากเย่เฉินก็ไม่มีทางนางก็เหลือเพียงทางเดีย คือหานักหลอมโอสถระดับเจ็ด
แต่จะมีใครยอมช่วยนางเล่า?
“อย่าเพิ่งรีบให้ข้าคิดดูก่อน”
เย่เฉินยิ้มพลางโบกมือให้ทั้งสองไม่ต้องกังวลส่วนตัวเขาเองก็ทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง