- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 132.วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียน
บทที่ 132.วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียน
บทที่ 132.วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียน
วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนเป็นวิชากระบี่ที่ลึกซึ้งยิ่งเย่เฉินเพียงเริ่มหยั่งรู้ปราณกระบี่ของกระบี่ชิงอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะจมดิ่งลงไปกับมัน
นี่ไม่ใช่การบ่มเพาะที่น่าเบื่อไม่ใช่การเฝ้ามองอย่างไร้ความรู้สึกแต่มันกลับเป็น “ความสุข” อย่างแท้จริง
เมื่อวิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนถูกขับเคลื่อนเขารู้สึกได้ว่าปราณกระบี่ภายในร่างพุ่งพล่านราวกับถูกตีขึ้นรูปผ่านการหลอมซ้ำแล้วซ้ำเล่าสุดท้ายราวกับมีมือขนาดใหญ่คู่หนึ่งเข้ามาปั้นแต่งมัน
ราวกับว่าปราณกระบี่เดิมถูกทำลายแล้วหลอมรวมขึ้นใหม่อีกครั้ง
แต่ความแตกต่างคือภายในร่างของเย่เฉินเจตนากระบี่มิติและเจตนากระบี่สายฟ้ากลับถูกผสานเข้าด้วยกันพลังยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิมอีกทั้งการใช้พลังกลับลดลง
เย่เฉินนั่งขัดสมาธิร่างกายเปล่งแสงเข้าสู่สภาวะหยั่งรู้
กาลเวลาผ่านไปสถานที่ที่เขาอยู่เงียบสงบมีเพียงปราณกระบี่สีครามไหลเวียน
ไม่มีใครมารบกวนเขากระบี่ชิงอวิ๋นลงมือแสดงปราณกระบี่ของวิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนด้วยตนเองถ่ายทอดแก่นแท้ให้เขาได้หยั่งรู้
จิตใจของเขาว่างเปล่าไร้ความกระวนกระวายราวกับลืมเลือนทุกสิ่ง
ในขณะนี้เขาเพียงต้องการไล่ตาม “กระบี่” ในใจของตน
ไม่นานร่างของเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงแห่งความโกลาหล ปราณกระบี่ล้อมรอบ ร่างกายเปล่งแสงทอง
นี่คือผลของวิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนกระตุ้นศักยภาพของร่างกายทำให้กระดูกทั่วร่างปลดปล่อยพลังแฝงออกมาแม้กระทั่งช่วยให้เขาฝึกฝนร่างทองคำอมตะ
เสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นเบาๆวิชาวัฏจักรอมตะหมุนเวียนอย่างเงียบงันร่างของเย่เฉินเปล่งแสงทุกส่วนของผิวหนังได้รับการชำระล้าง
แสงทองบนร่างยิ่งเข้มข้นขึ้นทำให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หากมีคนภายนอกเห็นภาพนี้จะต้องตกตะลึงแน่นอนการบ่มเพาะด้วยตนเองถึงขั้นชำระไขกระดูกเปลี่ยนโครงกระดูกได้
ปราณกระบี่แทรกเข้าสู่ร่างเริ่มปรับเปลี่ยนจากกระดูกทำให้เย่เฉินแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของกระบี่ชิงอวิ๋นจุดประสงค์ก็เพื่อให้เย่เฉินปรับตัวเข้ากับปราณกระบี่ของวิชานี้ได้โดยเร็วและสามารถฝึกฝนมันออกมาได้โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ภายในตันเถียนของเย่เฉินเจตนากระบี่มิติและเจตนากระบี่สายฟ้าได้ถูกสลายออกแล้ว
กระบี่บินทั้งสองกลับคืนสู่แก่นแท้กำลังดูดซับปราณแก่นแท้จากภายนอก
พลังเหล่านี้บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนราวกับมาจากดินแดนเซียนเปล่งแสงอย่างต่อเนื่องเมื่อหลอมรวมกันก็ยิ่งใสกระจ่าง
แปลงเซียน!
หากต้องการบ่มเพาะวิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนขั้นแรกคือสลายเจตนากระบี่เดิมให้กลับคืนสู่สภาพดั้งเดิม
ราวกับวิถีเต๋าปล่อยให้มันวิวัฒนาการ์เองแล้วก้าวข้าม กลายเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าเปรียบเหมือนการทำลายแล้วสร้างใหม่
หล่อหลอมเซียน!
เมื่อขั้นแปลงเซียนเสร็จสิ้น ขั้นหล่อหลอมเซียนจึงเริ่มต้น ต้องเดินเส้นทางเดิมอีกครั้ง
การก่อกำเนิดเจตนากระบี่ การก่อรูปเมล็ดพันธุ์ สร้างตัวอ่อนกระบี่ การก่อกำเนิดกระบี่บิน ทั้งหมดต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง
โชคดีที่ที่นี่อยู่ลึกที่สุดของพระราชวังปราณแก่นแท้ที่ภายนอกหาได้ยากกลับมีอยู่อย่างหนาแน่น
สิ่งนี้ทำให้เย่เฉินมีพลังเพียงพอในการสร้างกระบี่บินและขั้นแรกก็คือรวมพลังเจตนากระบี่ที่ผสานแล้วให้กลับมากลายเป็นเจตนากระบี่อีกครั้ง
จากนั้นจึงเปลี่ยนเจตนากระบี่เป็นตัวอ่อนกระบี่แล้วหล่อหลอมเป็นกระบี่บิน
ขั้นตอนนี้ยากยิ่งต้องใช้พลังมหาศาล
แต่เย่เฉินเปิดใช้งานการบ่มเพาะร้อยเท่าโดยตรงโดยไม่ถูกปลุกให้ตื่นขณะรวมเจตนากระบี่ก็หล่อหลอมมันเป็นกระบี่บินไปพร้อมกัน
เสียงปราณกระบี่คำรามพลังที่ใสกระจ่างราวกีบผลึกสั่นสะเทือน!
เบื้องหน้าเย่เฉินกระบี่ยาวสีม่วงอ่อนกำลังก่อตัวปราณแก่นแท้ในป่าไหลบ่าเข้าหามันอย่างต่อเนื่อง
แสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งล้นออกจากกระบี่บินแล้วไหลกลับเข้าสู่ร่างเย่เฉิน
นี่คือการตอบสนองของกระบี่บินที่ช่วยชำระร่างกายทำให้ร่างกายแปรเปลี่ยนราวกับหยกดิบที่ถูกแกะสลักด้วยปราณกระบี่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
บาดแผลจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้แม้จะหายแล้วแต่ยังมีบาดแผลแฝงอยู่
แสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้กำลังช่วยขจัดสิ่งเจือปนในร่างกายทำให้รู้สึกสบายอย่างยิ่ง
ขั้นหล่อหลอมเซียนใช้เวลายาวนานและสำคัญที่สุดเย่เฉินไม่กล้าประมาทค่อยๆทำตามคำแนะนำของกระบี่ชิงอวิ๋นอย่างตั้งใจ
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน!
ภายในซากโบราณเหล่าอัจฉริยะลุกขึ้นต่อสู้กันเสียงการประลองดังไปทั่วแม้แต่บริเวณใกล้เย่เฉินก็ยังมีการต่อสู้เกิดขึ้น
แต่เย่เฉินกลับไม่ไหวติงเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนตัดขาดจากทุกสิ่งแม้แต่เป้าหมายของการมาในครั้งนี้ก็ถูกลืมเลือน
เขาไม่กระวนกระวายอีกต่อไปเมื่อห่างไกลจากความวุ่นวายจิตใจก็สงบนิ่งแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
แสงศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนในร่างแต่ไม่มีสิ่งเจือปนให้ขจัดอีกแล้ว
ปราณกระบี่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะรอบกายบทคาถาของวิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนหมุนเวียนในจิตใจอย่างรวดเร็ว
ปราณกระบี่สีม่วงอ่อนปรากฏลอยวนรอบตัวเขาสุดท้ายยกตัวเขาลอยขึ้นกลางอากาศเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
ครึ่งเดือนผ่านไปในที่สุดเย่เฉินก็ลืมตาขึ้น
ป่าเงียบสงบมีเพียงปราณแก่นแท้ที่ไหลเข้าสู่กระบี่บินสีม่วงเบื้องหน้า
ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกายเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ราวกับเซียนที่ถูกเนรเทศลงมานี่คือการเปลี่ยนแปลงหลังจากหล่อหลอมเซียนสำเร็จ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาประสบความสำเร็จแล้ววิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียนถูกฝึกฝนสำเร็จ
กระบี่บินสีม่วงเบื้องหน้าถือเป็นอาวุธของเขาและยังเป็นการรวมกันของเจตนากระบี่สายฟ้าและมิติ
เขารีบเปิดหน้าต่างสถานะที่แทบถูกลืม
【ชื่อ: เย่เฉิน】
【อายุขัย: 20/150】
【เผ่าพันธุ์: มนุษย์】
【พลังบ่มเพาะ: ขอบเขตแก่นทองคำขั้นห้า】
【วิชา: วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร, วิชาวัฏจักรอมตะ】
【วิชายุทธ์: กระบี่ไร้เงาสามพิสุทธิ์, ฝ่ามือสุริยันเผาผลาญ, วิชาชักกระบี่สังหารมนุษย์】
【อิทธิฤทธิ์: วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียน】
【อาวุธ: กระบี่วิญญาณแห่งความโกลาหล】
【ระดับเจตนา: เจตนากระบี่ขั้นต้น】
ข้อมูลยังคงละเอียดเช่นเดิมโดยอาวุธเปลี่ยนเป็นกระบี่วิญญาณแห่งความโกลาหลและระดับเจตนาก็เข้าสู่ขั้นต้น
สิ่งที่ทำให้เขาดีใจที่สุดคือการฝึกวิชาอิทธิฤทธิ์สำเร็จ — วิชาชิงอวิ๋นแปลงเซียน!
“ตอนนี้ข้าหล่อหลอมเซียนสำเร็จแล้วขั้นต่อไปคือการยกระดับ!”
เย่เฉินพึมพำ
สองขั้นก่อนหน้าเขาได้รับความช่วยเหลือจากกระบี่ชิงอวิ๋นและสภาพแวดล้อมจึงก้าวหน้าได้รวดเร็ว
แต่ขั้นสุดท้าย “การยกระดับ” ต้องใช้เวลามหาศาลแม้แต่บรรพบุรุษของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงอวิ๋นก็ยังอยู่ในขั้นนี้
ทั้งชีวิตก็ยังคงฝึกฝนขั้นนี้เพื่อไปให้ถึงขีดสุด
“ระบบมีวิธีเร่งฝึกวิชานี้หรือไม่?” เย่เฉินถาม
【ฟังก์ชันนี้ยังไม่เปิดใช้งาน กรุณาอัปเกรดระบบก่อน!】
คำตอบนี้ทำให้เย่เฉินประหลาดใจไม่ใช่ “ไม่มี” แต่เป็น “ยังไม่เปิด”
นั่นทำให้เขาสนใจขึ้นมา
หากเขาสามารถฝึกขั้นสุดท้ายได้อย่างรวดเร็วไม่รู้ว่ากระบี่ชิงอวิ๋นจะมีสีหน้าอย่างไรจะยอมรับเขาเป็นเจ้านายทันทีหรือไม่…
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเย่เฉินก็ส่ายหน้าความคิดพวกนี้ยังเร็วเกินไป
ทันใดนั้นจิตสัมผัสของเขารับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังเข้าใกล้
เขาหันไปมองเห็นเงาสีแดงพุ่งผ่านป่าที่เต็มไปด้วยปราณวิญญาณ
ตอนแรกเขาระวังตัวแต่ไม่นานก็ถอนหายใจ
นั่นคือฉื่อฮว๋ายมันออกไปขุดสมุนไพรวิญญาณกินระหว่างที่เขาบ่มเพาะใช้ชีวิตอย่างสบายมาตลอดหลายวัน