- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 130.การทดสอบ
บทที่ 130.การทดสอบ
บทที่ 130.การทดสอบ
“กระบี่ชิงอวิ๋น ที่นี่…มีที่ไหนที่สามารถปิดด่านได้บ้าง?”
เย่เฉินถอนหายใจอย่างจนปัญญาคิดไปคิดมาเขาก็ยังหาสถานที่ที่ทำให้สามารถปิดด่านได้อย่างสบายใจไม่เจอดูเหมือนว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ล้วนมีการต่อสู้อยู่ตลอด
“มี อยู่ข้างหน้า!”
ไม่นานกระบี่ชิงอวิ๋นก็ให้คำตอบทำให้เย่เฉินรู้สึกดีใจในที่สุดก็มีเวลาสำหรับปิดด่านและบ่มเพาะแล้วหรือ
เย่เฉินแฝงตัวเข้าไปในฝูงชนที่นี่ทุกคนหยุดอยู่กับที่ไม่มีการต่อสู้อีกต่อไปสีหน้าล้วนเคร่งเครียดจ้องมองไปยังด้านหน้า
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
บางคนทุบอกตัวเองบางคนก็ด่าทอไม่หยุด
เบื้องหน้าประตูสำริดขนาดใหญ่ตั้งขวางเส้นทางของทุกคนส่วนที่อื่นมีแสงเก้าสีแผ่กระจายราวกับกำแพง
หากต้องการไปต่อประตูสำริดจึงเป็นเส้นทางเดียว
ทว่าข้อความที่ปรากฏขึ้นจากอักขระลึกลับหน้าประตูกลับทำให้ทุกคนตกตะลึง
“อนุญาตเฉพาะคนรุ่นเยาว์!”
ข้อจำกัดนี้ทำให้ผู้คนเกือบครึ่งหนึ่งในที่นี้ไม่พอใจเพราะพวกเขาไม่ใช่คนรุ่นเยาว์อีกต่อไปอายุเกินเกณฑ์แล้วจึงไม่สามารถเข้าไปได้
เช่นนี้แล้วการสืบทอดที่แท้จริงย่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกต่อไป
แม้ในพื้นที่ของพระราชวังแห่งนี้จะเต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ทำให้การบ่มเพาะรวดเร็วแต่เมื่อเทียบกับซากของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรเลย
“บ้าจริง! สัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณนี่ทำไมถึงชอบคนรุ่นเยาว์นัก!”
มีคนสบถด้วยความไม่พอใจทุกคนต่างลองเข้าไปแล้วและพบว่าข้อจำกัดด้านอายุนั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง
หลังจากทดลองหลายครั้งในที่สุดก็ยืนยันได้ว่ามีเพียงผู้ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปีเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้หากเกินแม้แต่นิดเดียวก็จะถูกปฏิเสธทันที
“หึ นั่นมันสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณย่อมมีเหตุผลของมัน มันไม่อยากให้การสืบทอดตกไปอยู่ในมือของคนไร้ความสามารถ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
พยัคฆ์ขาวตัวหนึ่งปรากฏขึ้นแววตาแหลมคมมองรอบๆอย่างเย่อหยิ่งก่อนจะแปลงร่างเป็นมนุษย์
มันกลายเป็นเด็กหนุ่มยื่นมือไปข้างหน้าเมื่อฝ่ามือสัมผัสประตูสำริดอักขระก็ส่องแสงขึ้นทันใดนั้นร่างของเขาก็หายไป
“โฮ่ก!”
สัตว์อสูรอีกตัวปรากฏขึ้นจ้องประตูสำริดด้วยแววตาคลุ้มคลั่ง
มันไม่ใช่คนรุ่นเยาว์แล้วจึงโกรธแค้นเป็นอย่างมากถึงกับยกดาบฟันเข้าใส่ประตูสำริดหวังจะฝ่าเข้าไปโดยใช้กำลัง
“ตูม!”
ในชั่วพริบตาเสียงดังสนั่นราวสายฟ้าฟาดเพดานของพระราชวังแผ่แสงออกมา
ประตูสำริดเองก็เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อักขระลึกลับเปล่งประกาย
เหล่ายอดฝีมือสะท้านหวาดหวั่นสัมผัสได้ถึงความตาย
ถัดมาแสงศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกไปปกคลุมทั่วทุกทิศ ทำให้ผู้คนหวาดกลัวราวกับถูกมองทะลุ
แสงนั้นเหมือนกำลังตรวจสอบบางสิ่ง
ในเวลานี้ผู้ใดที่มีอายุเกินยี่สิบห้าปีต่างรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบที่อกพลังมหาศาลทำให้พวกเขากระเด็นออกไปหลายร้อยจั้ง
เหล่ายอดฝีมือจำนวนมากถูกกระแทกปลิวร่วงลงราวเกี๊ยวตกน้ำ
แม้แต่ขอบเขตแก่นทองคำขั้นเก้าก็ยังไม่อาจต้านทานได้ถูกแรงนั้นซัดกระเด็น
ส่วนสัตว์อสูรที่โจมตีประตูนั้นไม่ได้ถูกซัดออกไปแต่หลังแสงศักดิ์สิทธิ์ผ่านไปบริเวณที่มันยืนอยู่เหลือเพียงเลือดและกระดูกแตกกระจาย
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเพียงโจมตีประตูก็ถูกลงโทษถึงตาย
บางคนที่อ่อนแอกว่ายังได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกกระอักเลือดออกมา
ภาพนี้ทำให้ทุกคนหนาวสะท้านต่างถอยหลังไปอีกหลายลี้แม้แต่หายใจก็ไม่กล้าส่งเสียง
“บัดซบ เจ้าสัตว์นั่นมาจากไหนกล้าทำเรื่องโง่แบบนี้!”
ผ่านไปพักใหญ่จึงมีคนสบถด่าทอกันระงมต่างตำหนิสัตว์อสูรตัวนั้น
เย่เฉินเองก็สะท้านเล็กน้อยสถานการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป
แต่โชคดีที่อายุของเขาอยู่ในเกณฑ์
เขายกมือขึ้นแตะไปที่ประตูสำริดเบาๆทันใดนั้นอักขระก็เปล่งแสงห่อหุ้มร่างของเขาก่อนจะหายไปจากที่แห่งนี้
“สมุนไพรวิญญาณมากมายระดับก็สูงทั้งนั้น…”
เย่เฉินร้องออกมาด้วยความตกใจ
ภายในกว้างใหญ่มากมองไปข้างหน้าเป็นความโกลาหลไร้จุดสิ้นสุดบนพื้นดินมีสมุนไพรจำนวนมากงอกงาม
เมื่อเทียบกับด้านนอกที่นี่ต่างหากคือพระราชวังที่แท้จริง เต็มไปด้วยพลังชีวิตไม่ถูกกาลเวลาทำลาย
นี่คือสถานที่ที่วิหควิญญาณเก้าสีสิ้นชีวิตเป็นที่ปิดด่านของมัน
กาลเวลาผ่านไปยาวนานซากของมันหล่อเลี้ยงที่แห่งนี้ทำให้สมุนไพรวิญญาณงอกงามไม่สิ้นสุด
ทุกช่วงเวลาที่เดินเย่เฉินก็พบสมุนไพรระดับสูงส่งกลิ่นหอมอบอวล
“กระบี่ชิงอวิ๋นที่นี่คือสถานที่ที่วิหควิญญาณเก้าสีสิ้นชีวิตใช่หรือไม่?” เย่เฉินถามในใจ
“ถูกต้อง!”
กระบี่ชิงอวิ๋นบอกว่าวิหควิญญาณเก้าสีได้วางการทดสอบไว้หากผ่านได้ก็จะได้รับการสืบทอดและซากของมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอด
“แล้วเจ้ารู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน?”
เย่เฉินดีใจขึ้นมาทันทีหากหาเจอระบบจะต้องวิวัฒนาการณ์แน่นอน
“หาเอาเอง!”
แต่ครั้งนี้กระบี่ชิงอวิ๋นไม่ช่วยเขาเลยไม่แม้แต่จะให้คำใบ้
เย่เฉินทำได้เพียงเดินต่อไล่ตามฝูงชน
เขารู้ว่า หลัวเจวี๋ย เทียนซี พวกนั้นล่วงหน้าไปแล้วหากช้าเกินไปอระหว่างทางเขายังพบสมุนไพรล้ำค่ามากมายที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังชีวิตดั้งเดิม
ผ่านไปอีกหนึ่งวันเย่เฉินเร่งความเร็วระหว่างทางยังพบผู้คนมากมายและยังมีการต่อสู้เพื่อแย่งสมุนไพรอยู่
เขาได้พบอัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนมากส่วนใหญ่จากดินแดนกลางหรือสัตว์อสูรในซากโบราณแห่งนี้
แม้เขาจะมีพลังต่อสู้สูงแต่ก็ยังถูกโจมตีจนบาดเจ็บหนัก
สถานการณ์นี้ทำให้เขาเริ่มลำบากหากยังเดินต่อไปเขาอาจต้องใช้พลังของกระบี่ชิงอวิ๋นและหากเกิดอันตรายอีกครั้ง เขาอาจต้องตาย
“เฮ้อ…ข้าหมกมุ่นเกินไปหรือ?”
เย่เฉินพึมพำขณะหลบอยู่ในถ้ำที่ขุดขึ้นมาเพื่อรักษาตัว
เขาเลือกหยุดไม่ไล่ตามต่อ
เพราะเขาพบว่าการสืบทอดของวิหควิญญาณเก้าสีกำลังล่อลวงเขาทำให้จิตใจวุ่นวายและยิ่งอยากได้มากขึ้น
สิ่งนี้ทำให้หัวใจเต๋าของเขาไม่มั่นคงอาจถึงขั้นหลงทางได้ทุกเมื่อ
“กระบี่ชิงอวิ๋นเจ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าข้ามีปัญหา?”
เย่เฉินกล่าว
ตลอดทางเต็มไปด้วยอันตราย ศัตรูไล่ล่า และยังมีคนระดับเทียนซีเขายังไม่อาจรับมือได้
หากยังไม่ตื่นรู้จุดจบอาจเป็นความตาย…
“หึ ในที่สุดก็เข้าใจแล้วหรือ”
เสียงของกระบี่ชิงอวิ๋นดังขึ้นเย่เฉินยิ้มออกมา
“พวกเจ้าก็แย่งกันไปเถอะข้าจะปิดด่านก่อน…”