- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 122.ฝึกฝนธาตุสายฟ้า
บทที่ 122.ฝึกฝนธาตุสายฟ้า
บทที่ 122.ฝึกฝนธาตุสายฟ้า
เย่เฉินก้าวขึ้นบันไดก็ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาสนใจอีกครั้งก็มีบางคนทนไม่ไหวรีบตามขึ้นมา
คนที่มีความคิดแบบเดียวกับเย่เฉินก็มีไม่น้อยล้วนไม่อยากพลาดสมบัติล้ำค่าที่อยู่ภายใน
“ระวังตัวหน่อยข้าได้ยินมาว่าดินแดนกลางก็มีขุมกำลังเข้าร่วมด้วยข้าเคยเห็นกองกำลังของพวกเขาแข็งแกร่งมากระดับแก่นทองคำขั้นเก้ามีไม่น้อยเลย”
“อะไรนะขุมกำลังจากดินแดนกลางก็มาด้วยพวกนี้ยังจะมาชิงโชควาสนาในดินแดนเต๋าชิงหมิงอีกหรือ...”
“ก็เป็นถึงซากโบราณของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยุคโบราณจะไม่มาก็คงไม่ได้หรอก”
ผู้คนจำนวนมากพากันพูดคุยทำให้บรรยากาศบนบันไดตึงเครียดยิ่งนัก
“ขุมกำลังจากดินแดนกลางมากันเท่าไร...แล้วก็หลิ่วฝูเฟิง...” เย่เฉินพึมพำก่อนหน้านี้ตอนปีนเขาเขาก็เคยเห็นกลุ่มของขุมกำลังจากดินแดนกลาง
ในกลุ่มนั้นก็มีคนรุ่นเยาว์จำนวนไม่น้อยระดับแก่นทองคำก็ไม่ถือว่าอ่อนแอพลังต่อสู้โดยรวมไม่ด้อยไปกว่าเทียนซีและคนอื่นๆ
เพียงแต่คนเหล่านั้นเย่เฉินไม่รู้จักตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจ เพียงจำรูปลักษณ์ไว้และหลีกเลี่ยงการปะทะไม่คิดจะเผชิญหน้าโดยตรง
แต่เขารู้ดีว่าที่นี่จะต้องเกิดการนองเลือดระดับโหดร้ายแน่นอน
เหล่าผู้แข็งแกร่งแย่งชิงกันจะต้องมีผู้แข็งแกร่งตัวจริงถือกำเนิดขึ้น
ราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่วิหควิญญาณเก้าสีจัดเตรียมไว้โดยเฉพาะจุดประสงค์ก็คือคัดเลือกผู้สืบทอดเพื่อถ่ายทอดมรดกของตน
มีเพียงผู้แข็งแกร่งผู้นั้นเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติได้รับมรดกภายในตำหนักเทพ...
อย่างไรก็ตามเย่เฉินไม่เคยลดความระแวดระวังเขารู้ดีอยู่แก่ใจภายในแดนลับนี้มีตัวตนหนึ่งที่ไม่ถูกจำกัดด้วยขอบเขตพลังและเหนือกว่าขอบเขตแปรสภาพวิญญาณ
ตั้งแต่ต้นจนจบตัวตนที่กระบี่ชิงอวิ๋นสัมผัสได้นั้นก็ยังไม่ปรากฏตัวเลย
เย่เฉินเลิกซ่อนตัวเลือกพุ่งทะยานเต็มกำลังปราณกระบี่มิติเปิดทางเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนบันไดไม่นานก็เข้าสู่ภายในตำหนักเทพ
ภายในนี้ราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งพลังปราณวิญญาณหนาแน่นยิ่งกว่าภายนอกมากกว่าสิบเท่า
“อืม...ไม่ถูก!”
เย่เฉินชะงักไปสูดลมหายใจเอาพลังปราณวิญญาณเข้าไปเต็มปอด
เพียงชั่วพริบตาเดียวเขาเกือบเข้าสู่สภาวะหยั่งรู้เต๋าอากาศเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งมหาวิถีอย่างหนาแน่นจนทำให้เขารู้สึกว่ากำแพงของขอบเขตแก่นทองคำขั้นสี่ใกล้จะถูกทำลายลงแล้ว
“ไม่แปลกเลยที่ที่นี่จะสงบขนาดนี้!”
เย่เฉินตกใจในพลังปราณเพียงอย่างเดียวก็มีมหาวิถีให้ผู้คนเข้าใจมากมายเช่นนี้ใครเล่าจะยังมีใจไปต่อสู้กัน
เขาไปสอบถามชายชราคนหนึ่งที่เพิ่งออกจากการบ่มเพาะ เพื่อหาข้อมูล
ชายชราคนนั้นค่อนข้างเป็นมิตรจึงอธิบายให้เขาฟัง
เมื่อผู้คนเพิ่งเข้ามาที่นี่สามารถรับรู้กฎเกณฑ์ของมหาวิถีได้และความเข้มข้นนี้ก็เหมาะสมกับผู้ฝึกตนแก่นทองคำพอดี
ดังนั้นที่นี่จึงสงบลง
“แล้วไม่มีใครฝ่าฝืนกฎเลยหรือ?”
เย่เฉินถามอย่างสงสัยระหว่างทางเขาเจอการไล่ฆ่ามามากมายหากมีใครลงมือที่นี่ก็ต้องมีคนตายจำนวนมากแน่
“สหายน้อยรีบเก็บความคิดนั้นเสีย!”
ชายชราตกใจ รีบพูดขึ้นว่า “พื้นที่นี้ห้ามลงมือทำได้เพียงบ่มเพาะผู้ที่ฝ่าฝืนถูกค่ายกลที่นี่สังหารไปหมดแล้ว”
ชายชราพูดพลางชี้ไปยังผนังรอบด้าน
ตอนนี้เองเย่เฉินจึงสังเกตเห็นบนผนังเหล่านั้นมีลวดลายแปลกประหลาดคล้ายอักขระ
“ค่ายกลนี้อย่างน้อยก็ระดับหกสามารถสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตแปรสภาพวิญญาณได้ดังนั้นอย่าได้ฝ่าฝืนกฎของที่นี่”
หลังกล่าวขอบคุณเย่เฉินก็เดินไปข้างหน้าหามุมเงียบๆนั่งขัดสมาธิที่นี่เป็นสถานที่ปิดด่านที่ยอดเยี่ยม
ผ่านการเข่นฆ่ามาตลอดทางบวกกับกฎเกณฑ์ของมหาวิถีที่หนาแน่นเช่นนี้
“ถึงเวลาทะลวงแล้ว...”
เย่เฉินยิ้มบางๆวิชาวัฏจักรอมตะเริ่มโคจรแรงดูดอันทรงพลังแผ่กระจายออกไปวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์บวกกับโหมดเร่งความเร็วการบ่มเพาะของระบบ!
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าแก่นทองคำในตันเถียนกำลังสะสมพลังอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันเย่เฉินก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเขามองไปยังหน้าต่างสถานะของระบบมุมหนึ่งเขายังจำได้ว่าเคยบันทึกแก่นแท้วิถีสายฟ้าเอาไว้
“ระบบ วิเคราะห์แก่นแท้วิถีสายฟ้า!”
【แก่นแท้วิถีสายฟ้า การวิเคราะห์ต้องใช้ 100000 แต้มพลังงาน!】
ได้ยินตัวเลขนี้เย่เฉินกระตุกมุมปากก่อนจะกัดฟันเลือกวิเคราะห์
【วิเคราะห์สำเร็จกำลังใส่แก่นแท้วิถีสายฟ้าให้โฮสต์สามารถทำให้ธาตุสายฟ้าของโฮสต์บริสุทธิ์ขึ้นและเพิ่มความเข้มข้นของธาตุสายฟ้าอย่างมาก】
【ตรวจพบว่าโฮสต์มีของเหลววิญญาณสายฟ้าหากรับประทานหนึ่งหยดจะทำให้ได้รับผลลัพธ์สูงสุด!】
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่เฉินก็ดีใจทันทีผลของแก่นแท้วิถีสายฟ้าเป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆ
เขาไม่ลังเลขอให้กระบี่ชิงอวิ๋นช่วยหยิบของเหลววิญญาณสายฟ้าออกมาหนึ่งหยดจากแหวนมิติ
ที่นี่แม้จะห้ามต่อสู้แต่หากออกไปภายนอกแล้วหากข่าวว่าเขามีของเหลววิญญาณสายฟ้ารั่วไหลออกไปนั่นจะเป็นหายนะสำหรับเขา
“เจ้ามั่นใจว่าจะหลอมมันได้?”
กระบี่ชิงอวิ๋นกล่าวอย่างสงสัยมันรู้ว่าเย่เฉินมีธาตุสายฟ้าและรู้ถึงฤทธิ์ของของเหลววิญญาณสายฟ้า
แต่ประเด็นสำคัญคือภายในของเหลววิญญาณสายฟ้ามีพลังสายฟ้าที่เข้มข้นและรุนแรงอย่างยิ่ง
พลังนี้แม้แต่ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดยังต้องระวังแต่เย่เฉินยังอยู่เพียงขอบเขตแก่นทองคำ
“ไม่เป็นไรข้าหลอมได้!”
เย่เฉินพยักหน้าพร้อมเร่งเร้าอีกครั้ง
“ก็ได้!” กระบี่ชิงอวิ๋นตอบตกลง
ในพริบตาเย่เฉินรู้สึกถึงแสงสีเขียวสว่างในร่างเมื่อได้สติอีกครั้งก็พบว่าในมือมีปราณกระบี่อยู่สายหนึ่ง
เขากางมือออกเห็นปราณกระบี่สีฟ้าอ่อนห่อหุ้มของเหลววิญญาณสายฟ้าหนึ่งหยดกำลังเคลื่ินไหวไปมาในมือ
“ช่างเป็นวิธีที่น่าทึ่ง...”
ของเหลววิญญาณสายฟ้าทนแรงกระแทกไม่ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปราณกระบี่
แต่กระบี่ชิงอวิ๋นกลับสามารถนำมันออกมาได้อย่างแนบเนียนแถมยังใช้ปราณกระบี่ห่อหุ้มนี่ทำให้เขาตกใจไม่น้อย
เขาไม่ลังเลอีกต่อไปอาศัยจังหวะที่คนรอบข้างไม่ทันสังเกตกลืนของเหลววิญญาณสายฟ้าหยดนั้นลงไป
“ตูม!”
ทันทีที่เข้าสู่ร่างปราณกระบี่ก็สลายไป
และเมื่อไม่มีการกดทับจากปราณกระบี่ของกระบี่ชิงอวิ๋นพลังอันรุนแรงนั้นก็ปะทุขึ้นในทันทีแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเย่เฉิน
ขณะเดียวกันเย่เฉินก็สัมผัสได้ถึงพลังสายฟ้าอีกสายหนึ่งไหลบ่าเข้ามา
พลังทั้งสองสายผสานกันทำให้เขาทรมานอย่างยิ่ง
【กำลังยกระดับธาตุสายฟ้าของโฮสต์หากโฮสต์หยุดการบ่มเพาะการยกระดับจะสิ้นสุดและพลังงานจะสูญเปล่า!】
ได้ยินเสียงแจ้งเตือนเย่เฉินกัดฟันฝืนแม้เส้นลมปราณในร่างจะบิดเบี้ยวบางจุดถึงกับปวดแสบปวดร้อนแต่เขายังคงยืนหยัด
ในเวลานี้ภายในตันเถียนของเขากระบี่บินมิตินิ่งสงบส่วนกระบี่บินสายฟ้ากลับคึกคัก
พลังธาตุสายฟ้าในร่างไหลเวียนไปตามเส้นทางของวิชาวัฏจักรอมตะครบรอบหนึ่งวัฏจักรก่อนจะไหลเข้าสู่กระบี่บินสายฟ้า
และกลิ่นอายของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
ขอบเขตแก่นทองคำขั้นสี่สำหรับเขา...อยู่แค่เอื้อมแล้ว