เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 : ทุกฝ่ายสั่นคลอน ! เตรียมการพร้อมสรรพ ! มุ่งหน้าตรงสู่งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ !

บทที่ 122 : ทุกฝ่ายสั่นคลอน ! เตรียมการพร้อมสรรพ ! มุ่งหน้าตรงสู่งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ !

บทที่ 122 : ทุกฝ่ายสั่นคลอน ! เตรียมการพร้อมสรรพ ! มุ่งหน้าตรงสู่งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ !


“นักศึกษาทั้งห้องลงทะเบียนกันหมดแล้ว  แถมยังไม่ใช้โควตาของมหาลัยอีกเนี่ยนะ ? ? ?”

เมื่อได้ยินดังนั้นฉินหลานก็เก็บทรงไม่อยู่อีกต่อไป

สีหน้าของฉินหยู่แข็งกร้าวขึ้นอย่างมากจนดูน่ากลัว

เพราะเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของหลี่หมิงซิน

ก็คืออีกฝ่ายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว  และต้องเป็นเฉินมู่แน่ ๆ ที่เป็นคนบอก

และยังบอกเป็นนัย ๆ อีกว่าเฉินมู่ไม่ใช่คนธรรมดา

เพราะนักศึกษาไม่มีโอกาสจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้เรื่องนี้  และยิ่งไม่มีทางเลยที่จะลงทะเบียนด้วยตัวเองได้

กลับมีเพียงเฉินมู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสทำได้

นอกจากนี้เฉินมู่ยังข้ามขั้นตอนการผ่านมหาวิทยาลันและหน่วยงานอื่น ๆ เข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยตัวเอง  ไม่พอยังลงทะเบียนให้นักศึกษาทั้งห้องอีกต่างหาก  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีเส้นสายที่เรียกได้ว่า ‘ทะลุฟ้า’ ถึงขนาดสามารถรับข่าวสารและจัดการเรื่องต่าง ๆ นี้ได้ทันทีหลังจากยืนยันข่าว

สรุปคือเขาไม่เพียงแต่แซงหน้าคนอื่นเท่านั้น  แต่ยังสามารถลงทะเบียนให้นักศึกษาของตัวเองตั้งหลายสิบคนโดยไม่ไปเบียดเบียนโควตาของมหาวิทยาลัยเลยสักที่เดียว  นั่นแสดงให้เห็นว่า ‘อิทธิพล’ ของเขานั้นไม่อาจใช้คำพูดโง่ ๆ มาบรรยายได้

ขนายตัวฉินหยู่ที่เป็นคนสนิทของนายพลก็ยังพึ่งจะรู้เรื่องเมื่อไม่นานมานี้เอง

ทั้งหมดทั้งมวลรวมกันจึงชี้ให้เห็นถึงพลังอำนาจอันมหาศาลของเฉินมู่

ในขณะเดียวกัน  ความหมายของหลี่หมิงซินก็ชัดเจนมากเช่นกัน

นั่นก็คือ ‘เตือน’ ไม่ให้คิดอะไรที่ไม่ควรคิดกับเฉินมู่...

จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าตัวจะมีสีหน้าแบบนั้น  และไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิดเมื่อตนพูดถึงงานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ให้ฟัง

แปลว่าเจ้าตัวหลี่หมิงซินนั้นรู้อยู่แล้วว่ามันเรื่องอะไร  เพียงแต่กำลังทำเหมือนมองตัวฉินหยู่กระโดดโลดเต้นเป็นตัวตลก

แต่แล้วมันยังไง

ฉินหยู่เองก็ไม่ใช่เด็กอมมือ  ไม่ใช่ดอกไม้ที่เติบโตในเรือนกระจก

เคยผ่านสมรภูมิใหญ่ ๆ มามากมาย  เห็นโลกมาอย่างโชกโชน  และรู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่ได้ตัดสินกันที่ภูมิหลังครอบครัวเท่านั้น

ด้วยปัจจัยทั้งปวงข้างต้นทำให้ฉินหยู่ไม่เชื่อเลยว่าเศษขยะระดับ F อย่างฉินมู่จะไปมีภูมิหลังพิเศษอะไรได้

อย่างเก่งที่สุดก็คงอยู่ระดับเดียวกับแปดตระกูลใหญ่เท่านั้น

แล้วไอ้เด็กที่ขนหมออ้อยยังไม่ทันขึ้นครบที่เก่งแต่ในมหาวิทยาลัยมันกล้าดียังไงถึงมาท้าทาย

คิดได้ดังนั้น...

ฉินหยู่ก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชาพลางพูดว่า

“ไม่เปลืองโควตามหาลัยก็ดีแล้วล่ะครับ  แบบนี้โอกาสที่มหาลัยเราจะได้วาสนาดี ๆ มาครองก็ยิ่งมีมากขึ้น”

หลี่หมิงซินถอนหายใจอยู่ในใจแต่ก็แสร้งทำเป็นดีอกดีใจ

“นั่นสิครับ  ครั้งนี้โอกาสสูงมากจริง ๆ ถ้าเกิดเราสามารถคว้าอันดับนำเอาเกียรติยศมาสู่ประเทศชาติได้ล่ะก็  มันจะเป็นเกียรติประวัติสูงสุดถึงขั้นต้องเปิดหน้าใหม่ในพงศาวดารตระกูลกันเลยทีเดียว !”

“อ้อ  จริงสิ  ฉินหลานเองก็มีศักยภาพระดับเอส  เพราะงั้นต้องนับเป็นหนึ่งในนั้นด้วยแน่นอนครับ”

ฉินหยู่ตั้งสติและพยักหน้า

“เรื่องนี้คงต้องรบกวนท่านรองอธิการช่วยจัดการให้ด้วยครับ  ผมเชื่อว่าเจ้าน้องชายมันจะต้องทำผลงานดี ๆ ได้แน่นอน”

หลี่หมิงซินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

“ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกันครับ  เพราะนี่มันเรื่องใหญ่สุดสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา  ฉินหลาน  ช่วงนี้เธอต้องตั้งใจฝึกฝนให้มาก ๆ นะ”

“ไว้ใจได้เลยครับท่านรองอธิการ  ผมจะพามันออกไปเปิดโลกทัศน์และแสวงหาโอกาสด้วยตัวเองเลย”

“ดีมากครับ”

ฉินหยู่ประสานมือบอกลา

“ในเมื่อธุระเสร็จแล้วพวกเราก็ขอตัวก่อนครับ”

หลี่หมิงซินมองดูทั้งสองเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม  แต่พอพ้นสายตาไปแล้วใบหน้าของเขาก็มืดหม่นลงในทันที

“ไอ้พวกโง่นี่แม่งก็หาเรื่องตายกันเก่งเกิ๊น  ขนาดอธิบายชัดเจนปานนี้ก็ยังจะทู่ซี้กัดไม่ยอมปล่อยอีก”

แผนการกระจอก ๆ ของฉินหยู่มันจะไปรอดพ้นสายตาของจิ้งจอกเฒ่าไปได้อย่างไร

หลี่หมิงซินแค่ไม่อยากพูดอะไรมากเพราะกลัวตัวเองจะโดนลูกหลงไปด้วย

ติงอิ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยก็ได้แต่มองประตูด้วยสีหน้าสงสัย

“แล้ว...  ท่านรองอธิการคะ  ต่อไปเราต้องทำอะไรต่อเหรอคะ”

“เตรียมข้อมูลนักศึกษาของทั้งมหาลัย  แล้วคัดกรองรายชื่อเบื้องต้นมาก่อน”

“เสร็จก็จัดงานประลองภายในเพื่อคัดเอาร้อยอันดับแรกออกมา”

...............................................................................................

“พี่รอง  ไอ้เฉินมู่นั่นแม่งไม่ใช่ธรรมดาแน่ ๆ เลยพี่”

ระหว่างทาง  สีหน้าของฉินหลานเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“มันถึงขนาดข้ามขั้นไปลงทะเบียนเองได้  ไม่พอมันยังลงทะเบียนให้นักศึกษาทั้งชั้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการระหว่างทาง”

ฉินหยู่แสยะยิ้ม

“แล้วไงวะ  แบบนี้ยิ่งช่วยเราประหยัดเวลาแถมยังลดความยุ่งยากได้เยอะเลยไม่ใช่ไง ?”

“ก็จริงนะพี่”

หลังจากได้สติกลับมาแววตาของฉินหลานก็ลุกวาวขึ้นทันที

“ตอนแรกผมยังเสียว ๆ อยู่เลยว่าแผนเราจะสำเร็จมั้ย  แต่ใครจะไปนึกล่ะว่ามันจะกล้าไปหาเรื่องซวยให้ตัวเองซะงั้น  หึ ๆ”

ฉินหยู่เย้ยหยันเหี้ยมเกรียม

“มันมีอิทธิพลอยู่บ้างแล้วไง”

“คิดจริง ๆ เหรอวะว่าในโลกนี้มันมีแค่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งเล็ก ๆ น้อย ๆ แย่งชิงอำนาจของแปดตระกูลใหญ่น่ะ”

“อย่างมันจะไปรู้อะไร้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน !”

“ถึงตอนนั้นของแค่มันกล้ามาล่ะก็รับรองว่าตาย !”

พอเห็นฉินหลานมันสลับสีหน้ากังวลกับทำอะไรไม่ถูกฉินหยู่ก็ได้แต่ส่ายหน้า...

“โลกนี้น่ะมันไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่แกเห็น ๆ อยู่หรอกไอ้น้อง”

“มันไม่ได้มีแค่ดำกับขาว  แต่มันยังมีไอ้เทา ๆ ด้วย”

“ถ้าอยู่ในโลกปุถุชน  แปดตระกูลสามารถปิดแผ่นฟ้าได้ด้วยมือเดียวก็ไม่ใช่เรื่องพูดเกินจริง”

“แต่ถ้าคิดจะใช้มุมมองนั้นมองโลกทั้งใบล่ะก็  มันไม่ต่างอะไรจากกบในกะลาเลย  เข้าใจมั้ย”

ฉินหลานซึ่งเป็นสมาชิกของหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ย่อมเคยได้ยินได้ฟังข่าวลือแปลก ๆ มาบ้างเป็นธรรมดา

เพียงแต่รายละเอียดแบบเจาะลึกนั้นไม่ค่อยรู้  แต่พอฉินหยู่พูดถึงก็พอจะจับใจความอะไรบางอย่างได้อยู่บ้าง

“พี่รอง  ผมน่ะไม่รู้อะไรเลย  แต่จากนี้ไปผมจะฟังพี่ทุกอย่าง”

“ได้งั้นก็ดี”

เมื่อเห็นว่าน้องชายหัวไวฉินหยู่ก็อดยิ้มไม่ได้

“ไม่ต้องห่วง  แกเป็นน้องชายฉัน  ฉันไม่มีทางทำร้ายแกแน่  ตลอดหกเดือนฉันจะคอยชี้แนะให้แกตลอดทางเอง  ถึงจะรับประกันตำแหน่งแชมป์ไม่ได้  แต่เอาแค่ท็อปเท็นน่ะไม่ยากหรอก”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นฉินหลานก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง

“จริงเหรอพี่  พี่ดีกับผมที่สุดเลย ! !”

“ฮ่า ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย !”

ฉินหยู่หัวเราะเสียงดังและกอดคอน้องชายอย่างมีความสุข

“ไปกัน ! เด๋วพี่จะพาแกไปถล่มแดนลับ !”

...............................................................................................

จากการที่ฉินหยู่เข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้

หลี่หมิงซินจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ทั้งแปดตระกูลใหญ่และแปดมหาวิทยาลัยใหญ่ทราบล่วงหน้า

ถึงแม้ทุกคนจะประหลาดใจกับกำหนดการที่มาเร็วปานสายฟ้าแลบ  ก็เลยแอบเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ วิ่งเต้นเพื่ออนาคตของศิษย์เอกในสังกัดของตน

ใครมีทรัพยากรก็ประเคนมาแบบจุก ๆ ไม่มีเม้ม

ใครมีแดนลับก็ไปฟาร์มแบบถล่มเละไม่ให้เหลือ

ซูซิงหาง  หลี่เฉิงคุน  และนักศึกษาใหม่ที่มีอนาคตสดใสอีกหลายคนต่างทยอยออกจากมหาวิทยาลัยติดตามครอบครัวไปฝึกฝนตามเส้นทางของตนเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ถูก ‘ตบเกรียน’ อย่างแสนสาหัสในการแข่งขันวิทยายุทธ์ครั้งก่อน  ทุกคนก็ยิ่งตระหนักถึงข้อบกพร่องของตนเองมากขึ้น

การออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ครั้งนี้จึงดุดันและเอาเป็นเอาตายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ส่วนนักศึกษาปีสูงนั้น  แม้ก่อนหน้านี้จะมีพวกหัวกะทิบางส่วนโดนเฉินมู่ ‘คัดออก’ ไปแล้ว  แต่ที่เหลืออยู่นั้นก็ยังมีคนที่เหมาะสมให้เฟ้นหา

ประกอบกับครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคว้าเกียรติยศให้แก่ประเทศชาติเท่านั้น  แต่ยังเป็นเรื่องการคว้ารางวัลที่เหมาะสมกับอันดับที่คว้าได้อีกด้วย

พวกนักศึกษาปีสูงที่ติดคอขวดทั้งเรื่องระดับพลังและทรัพยากรต่างก็กระตือรือร้นอย่างเต็มเปี่ยม

เรียกได้ว่างานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก

ในโลกปุถุชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นมีการเฝ้าระวังภัยขั้นสูงสุด  ทุกฝ่ายต่างเตรียมการกันอย่างเคร่งครัดและรีบร้อน

เช็นเดียวกันกับนักศึกษาห้อง 1 ก็ไม่ได้น้อยหน้า

ทุกวันยังคงเป็นการต่อสู้ดิ้นรนเหมือนตกนรกทั้งเป็น

เมื่อพูดถึงเรื่องการทรมานคนแล้วเฉินมู่เก่งกาจเหนือใครอย่างแท้จริง

ไม่ต้องพูดถึงพวกลั่วซือหานหรอก  แม้แต่หลี่ซินหว่านเองก็ยังต้องเงิบแบบพูดอะไรไม่ออกอยู่บ่อยครั้ง

ทว่า...  ทุกความพยายามล้วนได้รับผลตอบแทนอย่างไม่ทรยศแน่นอน

ด้วยการเคี่ยวเข็ญจากเฉินมู่  บวกกับพลังจากลานฝึกลับทั้งสองแห่งทำให้ระดับพลังของพวกลั่วซือหานพัฒนาขึ้นชนิดที่ว่าพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด

ส่วนพวกกู้ว่างเยียนนั้นหลังจากที่ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับ ‘วิถี’ ของห้อง 1 แล้วก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง

แล้วท่ามกลางการฝึกฝนอย่างหนักแบบแทบล้มประดาตาย  วันเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนตัดภาพ

เพียงพริบตาเดียว...

เวลาก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว

จบบทที่ บทที่ 122 : ทุกฝ่ายสั่นคลอน ! เตรียมการพร้อมสรรพ ! มุ่งหน้าตรงสู่งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว