เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !

บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !

บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !


“ใช่ ๆ เหล่าเติ้ง ! ไม่สิ ! อาจารย์ ! อาจารย์เฉิน !”

“อาจารย์ที่รักของหนู ! อาจารย์ที่หล่อที่สุดในจักรวาล ! ขอร้องล่ะค่ะอย่าเลิกเรียนเลยนะคะ  ได้โปรด  ได้โปรดอย่างให้หนูเลิกเรียนเลยค่า  ให้หนูเรียนต่อเท้ออออออออออออ !”

“เหล่าเติ้ง ! ตอนกลางวันนายหาข้าวให้เรากิน  ตอนกลางคืนเราจะฝึกฝนถวายหัว  เราจะตะลุยไม่หยุดวันละยีบสี่ชั่วโมง  อาทิตย์ละเจ็ดวัน  ชีวิตนี้เราขออยู่แบบนี้ไปจนตายเลยยยยยยยยยยยยย !”

“ใช่แล้วจารย์ ! จารย์ที่หล่อที่สุดในสามโลก  เรื่องเลิกเรียนไรนั่นอะช่างมันเหอะจารย์  พวกเราหกสิบกว่าชีวิตมาใช้ชีวิตร่วมกันให้ดีที่สุดกันดีกว่า !”

เมื่อเห็นสาว ๆ ที่เปลี่ยหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ  เฉินมู่ก็รู้แล้วว่าคำที่ว่าผู้หญิงยิ่งสวยยิ่งโกหกเก่งมันหมายความว่าอย่างไร

แต่มันก็ปกติแหละ

ความเร็วในการฝึกฝนของพวกเธอมันก็เร็วมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  เพราะเฉินมู่คอยป้อนวัตถุดิบล้ำค่าหายากให้พวกเธอกินเล่นไม่ต่างจากลูกอมอยู่เรื่อย ๆ ทุกวี่ทุกวัน

แล้วตอนนี้ความเร็วการฝึกฝนยังจะมาเพิ่มขึ้นเป็น 5 อีก  ทำเอาพวกเธอมองไม่เห็นทางแพ้เลยด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะกลุ่มของกู้ว่างเยียน

ส่วนใหญ่พวกเธอเป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือในขอบเขตถ้าไม่ราชันยุทธ์ก็ปราชญ์ยุทธ์  ดังนั้นย่อมรู้ดีว่าการขัดเกลาร่างกายและการดูดซับพลังวิญญาณเพื่อมาเพิ่มพูนพลังโลหิตปราณนั้นมันยากเย็นเพียงใด

พวกเธอรู้ดีกว่าใครว่าพลังวิญญาณภายนอกนั้นมันทั้งเบาบางและปนเปื้อน  ยากต่อการดูดซับขนาดไหน  มันต้องมานั่งสกัดให้บริสุทธิ์ก่อนอีก

โดยทั่วไปแล้วหากดูดซับพลังวิญญาณได้ 100 หน่วย  เอามาใช้จริงได้ถึงครึ่งหนึ่งก็บุญโขแล้วล่ะ

ไม่งั้นทำไมการเลื่อนระดับมันถึงได้ยากเย็นนักล่ะ  ทำไมทุกคนถึงได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้สมุนไพรล้ำค่าหายากมาใช้กันล่ะ

ก็เพราะพลังวิญญาณภายในนั้นมันค่อนข้างบริสุทธิ์และเข้มข้นไม่ใช่หรือ

พวกเธอถึงกับเคยเห็นกลุ่มปราชญ์ยุทธ์ตีกันหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งชิงสมุนไพรระดับปราชญ์เพียงต้นเดียวมาแล้ว

และยังคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่ในตอนนี้  ในสถานที่ที่เฉินมู่สร้างขึ้นซึ่งดูไม่เหมือนห้องเรียนเลยสักนิด  มันกลับมีพลังวิญญาณบริสุทธิ์ไร้ที่ติอยู่  ไม่พอแค่นั้นมันยังมากมายมหาศาลและเข้มข้นขนาดควบแน่นจนกลายเป็นหมอกอีกต่างหาก

ทั้งการฝึกฝนที่นี่ยังช่วยเร่งความเร็วให้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าด้วย

สภาพนี้ถ้าพวกเธอไม่บ้าแล้วจะให้ใครบ้ามิทราบ

พวกลั่วซือหานอย่างน้อย ๆ ก็เคยกินของดีมาบ้าง  แล้วพวกเธอล่ะ ?

บอกได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาจนโตขนาดนี้ก็ยังไม่เคยทำสงครามที่ได้รับผลตอบแทนมากมายมหาศาลขนาดนี้มาก่อน !

ทุกคนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น  หันมองรอบ ๆ ตัวที่เต็มไปด้วยหมอกขาวสุดลูกหูลูกตา  ร่างก็สั่นไปหมดทั้งตัว

“หนาแน่นเกิน  พลังวิญญาณที่นี่มันหนาแน่นเกินไปแล้ว ! ฉันชักรู้สึกเหมือนตัวเองหลงมาอยู่แดนเซียนจริง ๆ แล้วนะเนี่ย !”

“สวรรค์ ? ! ฉะ...  ฉันทะลวงระดับแล้ว ! ! ! นี่ฉันทะลวงขอบเขตราชันยุทธ์หกดาวได้แล้ว ! ! !”

“ฮ้าาาาาาาา ! ! ! ฟิน ! ฟินมากค่าาาาาาา ! ! !”

ยิ่งได้สัมผัสประสบการณ์นั้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเก็บทรงไม่อยู่มากขึ้นเท่านั้น  กุลสตรีทั้งหลายต่างก็เสียอาการ  ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมาด้วยความดีใจยิ่ง

เฉินมู่เห็นฉากนั้นก็ได้แต่ขำปนกับความเอ็นดู

“พอ  เลิกทำตัวบ้านนอกเข้ากรุงได้แล้ว !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็หันมองเฉินมู่ด้วยดวงตาที่เป็นประกายทันที

“เหล่าเติ้ง ! ไมของดี ๆ แบบนี้ไม่รีบเอาออกมาอะ”

“นั่นสิ ! ถ้ามีของเจ๋ง ๆ แบบนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกป่านนี้เราเป็นขอบเขตจ้าวยุทธ์กันหมดแล้วมั้ง !”

คิดว่ากูไม่อยากเอาออกมาเรอะ !

เฉินมู่พูดไม่ออก  ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ

งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์จัดขึ้นอย่างกะทันหันไปหน่อย  แถมเวลายังย่นลงมาตั้ง 3 เดือน  ไม่ว่าจะเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเพื่อประโยชน์ของตัวเองก็ตาม  เขาก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ทั้งนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นในชาติที่แล้วระหว่างงานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์มันมีเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ซึ่งเป็นชนวนที่นำไปสู่การเสื่อมถอยของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทีละน้อยเกิดขึ้น

ไม่อย่างนั้นล่ะก็คนระดับเขาจะไปจบชีวิตลงง่าย ๆ ได้อย่างไร

โชคดีที่สวรรค์ให้โอกาสเขาเป็นครั้งที่ 2 แถมยังมีระบบ  แล้วระบบยังเปิดลานฝึกฝนและลานรู้แจ้งให้ด้วย

ในที่สุดเขาก็มีทั้งโอกาสและเครื่องมือที่ใช้พลิกเกมได้อยู่ในมือ

แต่ที่น่าหนักใจก็คือการเผาค่าอารมณ์มันหนักไปหน่อย  แม้จะมีตัวคูณ 26 เท่าอยู่ก็ตาม  แต่ที่เขาสั่งฝึกมหาโหดฟาร์มค่าอารมณ์จากพวกลั่วซือหานมาในแต่ละวัน  อย่างมากสุดเขาก็ได้มาแค่ล้านกว่าแต้มซึ่งถือว่าพอเท่าทุนเท่านั้น

ซึ่งถ้าเปิดโหมดนี้วันละ 6 ชั่วโมงล่ะก็  เขาจะไม่เหลือค่าอารมณ์ไว้จับรางวัลเลย

ยังดีที่ตอนนี้เขาไม่ขาดแคลนสมบัติล้ำค่า  อีกทั้งศักยภาพเขาก็อัปมาเป็นระดับ S แล้ว  ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจับรางวัล

แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องหาทางอื่นในการฟาร์มค่าอารมณ์เพิ่มเติมอยู่ดี

“ดูท่าต้องรับนักศึกษาผูกมัดเพิ่มซะแล้วสิ  ต้องหาจังหวะโชว์เทพบ่อย ๆ ด้วย  ไม่งั้นหลังจากนี้จะฟาร์มค่าอารมณ์ยากแล้ว”

“แต่ตอนนี้ที่ต้องโฟกัสให้ยัยพวกนี้เร่งฝึกฝนก่อน  งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์เป็นอุปสรรคครั้งสำคัญสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์เราก็จริง  แต่ก็เป็นโอกาสด้วย”

คิดมาถึงตรงนี้แล้วเฉินมู่ก็หันไปมองทุกคนแล้วพูดว่า...

“ทุกคนไปนั่นที่ซะ  ผมจะปล่อยของแล้ว”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็ดีใจมากและรีบกลับไปนั่งที่นั่งของตน

“ปล่อยมาเลยเหล่าเติ้ง ! ถ้าวันนี้หนูไม่ให้ลุงได้ปล่อยของจนฟินล่ะก็หนูยอมทิ้งชื่อซูเสี่ยวเถาเลยเอ้า !”

“ใช่แล้วเติ้ง ๆ ! ต่อไปนี้หนูเป็นติ่งตัวแม่ของลุงแล้ว ! หนูจะคอยเชียร์คอยอวยลุงจนใส้แตกด้วยความจงรักภักดีตลอดไป !”

ริมฝีปากของเฉินมู่กระตุกยิก ๆ ทั้งขบขันทั้งเอ็นดู

“นี่คือลานฝึกยุทธ์ที่สามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกของคุณได้ถึงห้าเท่า”

“และตอนนี้ผมจะเปิดลานรู้แจ้งซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจให้พวกคุณห้าเท่าเหมือนกัน”

“เรามีเวลาเหลือน้อยแต่ตารางงานแน่นเอี้ยด  อีกหกเดือนต่อจากนี้พวกคุณต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการฝึกฝน”

“รับทราบเติ้ง ๆ ! วางใจได้เลย  เพราะดาบใหญ่ของหนูมันกระหายเลือดมานานแล้ว ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ !”

พวกโหลยโท่ยนั้นร่าเริงกันสุดขีด  ในขณะที่กลุ่มของพวกกู้ว่างเยียนต่างตื่นเต้นจนตาแดงก่ำไปหมด

เดิมทีเธอคิดว่าสวัสดิการของห้อง 1 มันก็ชั้นหนึ่งจนเอาไปใช้กู้โลกได้แล้ว

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...  ที่เคยเห็นไปก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น !

“ฝึก ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนให้หนักที่สุด !”

พวกกู้ว่างเยียนต่างสบตากัน  ทุกคนต่างเห็นว่าในแววตาของกันและกันนั้นลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความคาดหวัง

“นั่งดี ๆ ! เริ่มกันเลย !”

เฉินมู่พูดเบา ๆ แล้วโบกมือ  จากนั้นภาพตรงหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

ในชั่วพริบตาเดียว

ยอดเขาสูงชันทะลุเมฆก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาทีละลูก ๆ น้ำตกสายมหึมาราวกับทางช้างเผือกสีเงินที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์

ขณะที่พวกเธอยังคงตกใจอยู่นั้นเอง  พื้นที่พวกเธอนั่งอยู่ก็เริ่มมีอักขระโบราณปรากฏขึ้นบนอิฐสีคราม  รอบกายรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างโบราณอันน่าเกรงขามมากมายที่ทั้ง ๆ ที่มองเห็นแต่กลับสัมผัสไม่ได้

โดยเฉพาะบริเวณที่เฉินมู่ยืนอยู่  มีประตูสวรรค์ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ  สง่างามและยิ่งใหญ่  สูงตระหง่านอย่างหาที่เปรียบมิได้  อลังการงานสร้างสุด ๆ

ประกอบกับหมอกพลังวิญญาณบริสุทธิ์ไร้ที่ติโดยรอบแล้ว  มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสำนักบำเพ็ญเซียนอันเร้นลับและน่าเกรงขาม

แก๊ง !

ในขณะนั้นเอง  เสียงระฆังโบราณที่ยาวและก้องกังวานก็ดังขึ้นมา

ระฆังโบราณสีทองขนาดมหึมาสูง 10 เมตร  ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานระฆังก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทางด้านขวาของทุกคนอย่างกะทันหัน

แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ...

เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นปุ๊บทุกคนก็เข้าสู่สภาวะกึ่งหมดสติในทันที  ทั้ง ๆ ที่จิตใจยังคงแจ่มใสไม่เหมือนใกล้หลับ

วิชายุทธ์และทักษะยุทธ์ที่ก่อนหน้านี้เคยคลุมเครือกลับเริ่มกระจ่างแจ้งชัดเจนเข้าใจง่ายขึ้น  ประกอบกับแรงหนุดจากหมอกพลังวิญญาณแล้ว  ทุก ๆ สรรพสิ่งในโลกก็ดูเหมือนจะกระจ่างแจ้งในหัวโดยไม่มีความติดขัดใด ๆ อีกต่อไป

โดยไม่รู้ตัว

ทุกคนค่อย ๆ หลับตาลงและเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งฉับพลัน  ร่างกายของพวกเธอเริ่มเปล่งแสงตามธาตุประจำตัวออกมา  แผ่รัศมีแห่งความสง่างามเหนือโลกราวกับเทพเจ้า !

เมื่อเห็นแบบนั้นเฉินมู่ก็อดยิ้มไม่ได้

“เยี่ยมมาก  ลานฝึกยุทธ์กับลานรู้แจ้งนี่แจ่มแมวโคตร ๆ ขนาดยัยตะกละเซี่ยจู๋ก็ยังเข้าสภาวะรู้แจ้งได้ด้วย  โหดได้สุดขีดจริง ๆ”

พลังอำนาจเทพ ๆ แบบนี้จะถือครองได้ก็ต่อเมื่อมีระบบเท่านั้น  หากมันไปปรากฏที่โลกภายนอกล่ะก็จะต้องก่อให้เกิดมหาสงครามล้างพิภพจากทุกมิติชัวร์ ๆ

โชคดีที่พวกเย่หานยู่ได้สร้างค่ายกลป้องกันรอบตึกเรียนเอาไว้แล้ว  ทำให้แม้แต่จอมยุทธ์ขอบเขตมหาจักรพรรดิเองก็ยังยากที่จะแอบมองลอดเข้ามาดูได้

“เอาล่ะ  พวกลูกหมูก็เริ่มฝึกฝนกันแล้ว  ต่อไปก็ตาเรามั่ง”

เมื่อวานเขามีค่าอารมณ์กว่า 2 ล้านแต้ม  และวันนี้ฟาร์มมาได้อีกกว่า 1 ล้านแต้ม  ทำให้ตอนนี้รวม ๆ แล้วค่าอารมณ์อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านแต้มซึ่งพอให้เผาแบบนี้ไปได้ประมาณ 3 วัน

ในช่วง 3 วันดังกล่าวเขาต้องขยันฟาร์มแต้มให้เยอะหน่อย  เพื่อให้วิธีการฝึกฝนแบบนี้สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีสะดุด

ที่สำคัญคือลานฝึกยุทธ์กับลานรู้แจ้งเองก็ส่งผลต่อตัวเฉินมู่เองเช่นกัน  ดังนั้นของดีขนาดนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด !

จบบทที่ บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !

คัดลอกลิงก์แล้ว