- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !
บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !
บทที่ 117 : ฝึกฝน ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ! แฟนคลับไร้สมองปรากฏตัวแล้ว !
“ใช่ ๆ เหล่าเติ้ง ! ไม่สิ ! อาจารย์ ! อาจารย์เฉิน !”
“อาจารย์ที่รักของหนู ! อาจารย์ที่หล่อที่สุดในจักรวาล ! ขอร้องล่ะค่ะอย่าเลิกเรียนเลยนะคะ ได้โปรด ได้โปรดอย่างให้หนูเลิกเรียนเลยค่า ให้หนูเรียนต่อเท้ออออออออออออ !”
“เหล่าเติ้ง ! ตอนกลางวันนายหาข้าวให้เรากิน ตอนกลางคืนเราจะฝึกฝนถวายหัว เราจะตะลุยไม่หยุดวันละยีบสี่ชั่วโมง อาทิตย์ละเจ็ดวัน ชีวิตนี้เราขออยู่แบบนี้ไปจนตายเลยยยยยยยยยยยยย !”
“ใช่แล้วจารย์ ! จารย์ที่หล่อที่สุดในสามโลก เรื่องเลิกเรียนไรนั่นอะช่างมันเหอะจารย์ พวกเราหกสิบกว่าชีวิตมาใช้ชีวิตร่วมกันให้ดีที่สุดกันดีกว่า !”
เมื่อเห็นสาว ๆ ที่เปลี่ยหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ เฉินมู่ก็รู้แล้วว่าคำที่ว่าผู้หญิงยิ่งสวยยิ่งโกหกเก่งมันหมายความว่าอย่างไร
แต่มันก็ปกติแหละ
ความเร็วในการฝึกฝนของพวกเธอมันก็เร็วมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเฉินมู่คอยป้อนวัตถุดิบล้ำค่าหายากให้พวกเธอกินเล่นไม่ต่างจากลูกอมอยู่เรื่อย ๆ ทุกวี่ทุกวัน
แล้วตอนนี้ความเร็วการฝึกฝนยังจะมาเพิ่มขึ้นเป็น 5 อีก ทำเอาพวกเธอมองไม่เห็นทางแพ้เลยด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะกลุ่มของกู้ว่างเยียน
ส่วนใหญ่พวกเธอเป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือในขอบเขตถ้าไม่ราชันยุทธ์ก็ปราชญ์ยุทธ์ ดังนั้นย่อมรู้ดีว่าการขัดเกลาร่างกายและการดูดซับพลังวิญญาณเพื่อมาเพิ่มพูนพลังโลหิตปราณนั้นมันยากเย็นเพียงใด
พวกเธอรู้ดีกว่าใครว่าพลังวิญญาณภายนอกนั้นมันทั้งเบาบางและปนเปื้อน ยากต่อการดูดซับขนาดไหน มันต้องมานั่งสกัดให้บริสุทธิ์ก่อนอีก
โดยทั่วไปแล้วหากดูดซับพลังวิญญาณได้ 100 หน่วย เอามาใช้จริงได้ถึงครึ่งหนึ่งก็บุญโขแล้วล่ะ
ไม่งั้นทำไมการเลื่อนระดับมันถึงได้ยากเย็นนักล่ะ ทำไมทุกคนถึงได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้สมุนไพรล้ำค่าหายากมาใช้กันล่ะ
ก็เพราะพลังวิญญาณภายในนั้นมันค่อนข้างบริสุทธิ์และเข้มข้นไม่ใช่หรือ
พวกเธอถึงกับเคยเห็นกลุ่มปราชญ์ยุทธ์ตีกันหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งชิงสมุนไพรระดับปราชญ์เพียงต้นเดียวมาแล้ว
และยังคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แต่ในตอนนี้ ในสถานที่ที่เฉินมู่สร้างขึ้นซึ่งดูไม่เหมือนห้องเรียนเลยสักนิด มันกลับมีพลังวิญญาณบริสุทธิ์ไร้ที่ติอยู่ ไม่พอแค่นั้นมันยังมากมายมหาศาลและเข้มข้นขนาดควบแน่นจนกลายเป็นหมอกอีกต่างหาก
ทั้งการฝึกฝนที่นี่ยังช่วยเร่งความเร็วให้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าด้วย
สภาพนี้ถ้าพวกเธอไม่บ้าแล้วจะให้ใครบ้ามิทราบ
พวกลั่วซือหานอย่างน้อย ๆ ก็เคยกินของดีมาบ้าง แล้วพวกเธอล่ะ ?
บอกได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาจนโตขนาดนี้ก็ยังไม่เคยทำสงครามที่ได้รับผลตอบแทนมากมายมหาศาลขนาดนี้มาก่อน !
ทุกคนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น หันมองรอบ ๆ ตัวที่เต็มไปด้วยหมอกขาวสุดลูกหูลูกตา ร่างก็สั่นไปหมดทั้งตัว
“หนาแน่นเกิน พลังวิญญาณที่นี่มันหนาแน่นเกินไปแล้ว ! ฉันชักรู้สึกเหมือนตัวเองหลงมาอยู่แดนเซียนจริง ๆ แล้วนะเนี่ย !”
“สวรรค์ ? ! ฉะ... ฉันทะลวงระดับแล้ว ! ! ! นี่ฉันทะลวงขอบเขตราชันยุทธ์หกดาวได้แล้ว ! ! !”
“ฮ้าาาาาาาา ! ! ! ฟิน ! ฟินมากค่าาาาาาา ! ! !”
ยิ่งได้สัมผัสประสบการณ์นั้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเก็บทรงไม่อยู่มากขึ้นเท่านั้น กุลสตรีทั้งหลายต่างก็เสียอาการ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมาด้วยความดีใจยิ่ง
เฉินมู่เห็นฉากนั้นก็ได้แต่ขำปนกับความเอ็นดู
“พอ เลิกทำตัวบ้านนอกเข้ากรุงได้แล้ว !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็หันมองเฉินมู่ด้วยดวงตาที่เป็นประกายทันที
“เหล่าเติ้ง ! ไมของดี ๆ แบบนี้ไม่รีบเอาออกมาอะ”
“นั่นสิ ! ถ้ามีของเจ๋ง ๆ แบบนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกป่านนี้เราเป็นขอบเขตจ้าวยุทธ์กันหมดแล้วมั้ง !”
คิดว่ากูไม่อยากเอาออกมาเรอะ !
เฉินมู่พูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ
งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์จัดขึ้นอย่างกะทันหันไปหน่อย แถมเวลายังย่นลงมาตั้ง 3 เดือน ไม่ว่าจะเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเพื่อประโยชน์ของตัวเองก็ตาม เขาก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ทั้งนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นในชาติที่แล้วระหว่างงานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์มันมีเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ซึ่งเป็นชนวนที่นำไปสู่การเสื่อมถอยของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทีละน้อยเกิดขึ้น
ไม่อย่างนั้นล่ะก็คนระดับเขาจะไปจบชีวิตลงง่าย ๆ ได้อย่างไร
โชคดีที่สวรรค์ให้โอกาสเขาเป็นครั้งที่ 2 แถมยังมีระบบ แล้วระบบยังเปิดลานฝึกฝนและลานรู้แจ้งให้ด้วย
ในที่สุดเขาก็มีทั้งโอกาสและเครื่องมือที่ใช้พลิกเกมได้อยู่ในมือ
แต่ที่น่าหนักใจก็คือการเผาค่าอารมณ์มันหนักไปหน่อย แม้จะมีตัวคูณ 26 เท่าอยู่ก็ตาม แต่ที่เขาสั่งฝึกมหาโหดฟาร์มค่าอารมณ์จากพวกลั่วซือหานมาในแต่ละวัน อย่างมากสุดเขาก็ได้มาแค่ล้านกว่าแต้มซึ่งถือว่าพอเท่าทุนเท่านั้น
ซึ่งถ้าเปิดโหมดนี้วันละ 6 ชั่วโมงล่ะก็ เขาจะไม่เหลือค่าอารมณ์ไว้จับรางวัลเลย
ยังดีที่ตอนนี้เขาไม่ขาดแคลนสมบัติล้ำค่า อีกทั้งศักยภาพเขาก็อัปมาเป็นระดับ S แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจับรางวัล
แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องหาทางอื่นในการฟาร์มค่าอารมณ์เพิ่มเติมอยู่ดี
“ดูท่าต้องรับนักศึกษาผูกมัดเพิ่มซะแล้วสิ ต้องหาจังหวะโชว์เทพบ่อย ๆ ด้วย ไม่งั้นหลังจากนี้จะฟาร์มค่าอารมณ์ยากแล้ว”
“แต่ตอนนี้ที่ต้องโฟกัสให้ยัยพวกนี้เร่งฝึกฝนก่อน งานชุมนุมหมื่นเผ่าพันธุ์เป็นอุปสรรคครั้งสำคัญสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์เราก็จริง แต่ก็เป็นโอกาสด้วย”
คิดมาถึงตรงนี้แล้วเฉินมู่ก็หันไปมองทุกคนแล้วพูดว่า...
“ทุกคนไปนั่นที่ซะ ผมจะปล่อยของแล้ว”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็ดีใจมากและรีบกลับไปนั่งที่นั่งของตน
“ปล่อยมาเลยเหล่าเติ้ง ! ถ้าวันนี้หนูไม่ให้ลุงได้ปล่อยของจนฟินล่ะก็หนูยอมทิ้งชื่อซูเสี่ยวเถาเลยเอ้า !”
“ใช่แล้วเติ้ง ๆ ! ต่อไปนี้หนูเป็นติ่งตัวแม่ของลุงแล้ว ! หนูจะคอยเชียร์คอยอวยลุงจนใส้แตกด้วยความจงรักภักดีตลอดไป !”
ริมฝีปากของเฉินมู่กระตุกยิก ๆ ทั้งขบขันทั้งเอ็นดู
“นี่คือลานฝึกยุทธ์ที่สามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกของคุณได้ถึงห้าเท่า”
“และตอนนี้ผมจะเปิดลานรู้แจ้งซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจให้พวกคุณห้าเท่าเหมือนกัน”
“เรามีเวลาเหลือน้อยแต่ตารางงานแน่นเอี้ยด อีกหกเดือนต่อจากนี้พวกคุณต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการฝึกฝน”
“รับทราบเติ้ง ๆ ! วางใจได้เลย เพราะดาบใหญ่ของหนูมันกระหายเลือดมานานแล้ว ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ !”
พวกโหลยโท่ยนั้นร่าเริงกันสุดขีด ในขณะที่กลุ่มของพวกกู้ว่างเยียนต่างตื่นเต้นจนตาแดงก่ำไปหมด
เดิมทีเธอคิดว่าสวัสดิการของห้อง 1 มันก็ชั้นหนึ่งจนเอาไปใช้กู้โลกได้แล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า... ที่เคยเห็นไปก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น !
“ฝึก ! ฝึกฝน ! ฝึกฝนให้หนักที่สุด !”
พวกกู้ว่างเยียนต่างสบตากัน ทุกคนต่างเห็นว่าในแววตาของกันและกันนั้นลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความคาดหวัง
“นั่งดี ๆ ! เริ่มกันเลย !”
เฉินมู่พูดเบา ๆ แล้วโบกมือ จากนั้นภาพตรงหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
ในชั่วพริบตาเดียว
ยอดเขาสูงชันทะลุเมฆก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาทีละลูก ๆ น้ำตกสายมหึมาราวกับทางช้างเผือกสีเงินที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์
ขณะที่พวกเธอยังคงตกใจอยู่นั้นเอง พื้นที่พวกเธอนั่งอยู่ก็เริ่มมีอักขระโบราณปรากฏขึ้นบนอิฐสีคราม รอบกายรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างโบราณอันน่าเกรงขามมากมายที่ทั้ง ๆ ที่มองเห็นแต่กลับสัมผัสไม่ได้
โดยเฉพาะบริเวณที่เฉินมู่ยืนอยู่ มีประตูสวรรค์ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ สง่างามและยิ่งใหญ่ สูงตระหง่านอย่างหาที่เปรียบมิได้ อลังการงานสร้างสุด ๆ
ประกอบกับหมอกพลังวิญญาณบริสุทธิ์ไร้ที่ติโดยรอบแล้ว มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสำนักบำเพ็ญเซียนอันเร้นลับและน่าเกรงขาม
แก๊ง !
ในขณะนั้นเอง เสียงระฆังโบราณที่ยาวและก้องกังวานก็ดังขึ้นมา
ระฆังโบราณสีทองขนาดมหึมาสูง 10 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานระฆังก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทางด้านขวาของทุกคนอย่างกะทันหัน
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ...
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นปุ๊บทุกคนก็เข้าสู่สภาวะกึ่งหมดสติในทันที ทั้ง ๆ ที่จิตใจยังคงแจ่มใสไม่เหมือนใกล้หลับ
วิชายุทธ์และทักษะยุทธ์ที่ก่อนหน้านี้เคยคลุมเครือกลับเริ่มกระจ่างแจ้งชัดเจนเข้าใจง่ายขึ้น ประกอบกับแรงหนุดจากหมอกพลังวิญญาณแล้ว ทุก ๆ สรรพสิ่งในโลกก็ดูเหมือนจะกระจ่างแจ้งในหัวโดยไม่มีความติดขัดใด ๆ อีกต่อไป
โดยไม่รู้ตัว
ทุกคนค่อย ๆ หลับตาลงและเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งฉับพลัน ร่างกายของพวกเธอเริ่มเปล่งแสงตามธาตุประจำตัวออกมา แผ่รัศมีแห่งความสง่างามเหนือโลกราวกับเทพเจ้า !
เมื่อเห็นแบบนั้นเฉินมู่ก็อดยิ้มไม่ได้
“เยี่ยมมาก ลานฝึกยุทธ์กับลานรู้แจ้งนี่แจ่มแมวโคตร ๆ ขนาดยัยตะกละเซี่ยจู๋ก็ยังเข้าสภาวะรู้แจ้งได้ด้วย โหดได้สุดขีดจริง ๆ”
พลังอำนาจเทพ ๆ แบบนี้จะถือครองได้ก็ต่อเมื่อมีระบบเท่านั้น หากมันไปปรากฏที่โลกภายนอกล่ะก็จะต้องก่อให้เกิดมหาสงครามล้างพิภพจากทุกมิติชัวร์ ๆ
โชคดีที่พวกเย่หานยู่ได้สร้างค่ายกลป้องกันรอบตึกเรียนเอาไว้แล้ว ทำให้แม้แต่จอมยุทธ์ขอบเขตมหาจักรพรรดิเองก็ยังยากที่จะแอบมองลอดเข้ามาดูได้
“เอาล่ะ พวกลูกหมูก็เริ่มฝึกฝนกันแล้ว ต่อไปก็ตาเรามั่ง”
เมื่อวานเขามีค่าอารมณ์กว่า 2 ล้านแต้ม และวันนี้ฟาร์มมาได้อีกกว่า 1 ล้านแต้ม ทำให้ตอนนี้รวม ๆ แล้วค่าอารมณ์อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านแต้มซึ่งพอให้เผาแบบนี้ไปได้ประมาณ 3 วัน
ในช่วง 3 วันดังกล่าวเขาต้องขยันฟาร์มแต้มให้เยอะหน่อย เพื่อให้วิธีการฝึกฝนแบบนี้สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีสะดุด
ที่สำคัญคือลานฝึกยุทธ์กับลานรู้แจ้งเองก็ส่งผลต่อตัวเฉินมู่เองเช่นกัน ดังนั้นของดีขนาดนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด !