- หน้าแรก
- พลธนูระบบสุ่มบัฟ: ใครว่าอาชีพธรรมดาจะก้าวเป็นเทพไม่ได้!
- บทที่ 250 - ยูนิตบิน
บทที่ 250 - ยูนิตบิน
บทที่ 250 - ยูนิตบิน
บทที่ 250 - ยูนิตบิน
เขาเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋า
ซูมู่ปรับสภาพร่างกายให้พร้อมแล้วมองตรงไปข้างหน้า
ที่ปลายสุดของหนองน้ำพิษร้ายคือภาพทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
กระดูกขาวโพลน
กระดูกขาวโพลนที่มีอยู่มากมายมหาศาลสุดลูกหูลูกตา
ซี่โครงหักสะบั้น กะโหลกศีรษะแตกละเอียด กระดูกสันหลังบิดเบี้ยว... โครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดกองสุมกันเป็นภูเขาเลากา ก่อร่างสร้างเป็น "ทะเลกระดูก" ทอดยาวไปไกลหลายลี้ ใจกลางทะเลกระดูกมีถนนที่ปูด้วยโครงกระดูกสภาพสมบูรณ์ทอดยาวลึกเข้าไปด้านใน
สิ่งที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ใช่หมอกพิษอีกต่อไป แต่เป็น "กลิ่นอายวิญญาณอาฆาต" อันเย็นยะเยือกและเงียบสงัด เสียงกระซิบจากห้วงลึกที่เคยทำให้จิตใจปั่นป่วน ณ ที่แห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงคร่ำครวญแผ่วเบาของดวงวิญญาณนับพันนับหมื่นดวง
"โซนที่สอง 'ป่าโครงกระดูก'"
ซูมู่ก้าวเท้าลงบนถนนโครงกระดูก
กระดูกขาวใต้ฝ่าเท้าส่งเสียงดังกรอบแกรบ ฟังดูเสียดแทงแก้วหูเป็นพิเศษท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า
เดินไปได้ไม่ถึงร้อยเมตร
ความเคลื่อนไหวก็บังเกิด
กองกระดูกขาวรอบด้านเริ่มสั่นสะเทือน ประกอบร่าง และเชื่อมต่อกัน...
"มอนสเตอร์" ที่เกิดจากการนำชิ้นส่วนกระดูกต่างๆ มาปะติดปะต่อกันอย่างลวกๆ ลุกพรวดขึ้นมาจากทะเลกระดูก รูปร่างของพวกมันบิดเบี้ยววิปริต บางตัวมีสามหัวหกขา บางตัวท่อนบนเป็นกระดูกคนท่อนล่างเป็นกระดูกสัตว์ บางตัวถึงขั้นเป็น "ยักษ์กระดูก" ที่ประกอบขึ้นจากโครงกระดูกขนาดเล็กนับสิบโครงรวมกัน
[ร่างผสานโครงกระดูกแตกหัก (เสริมแกร่งขุมนรก)]
[เลเวล: 39]
[คุณสมบัติ: พลังป้องกันกายภาพสูงลิ่ว (คาดการณ์ว่าเป็น 600% ของค่าพื้นฐาน) ความต้านทานเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (คาดการณ์ว่าเป็น 30% ของค่าพื้นฐาน) การโจมตีแฝง ‘หนามกระดูกทะลวง’ (เมินเฉยต่อพลังป้องกันกายภาพบางส่วน) เมื่อตายจะระเบิด สร้างความเสียหายทางกายภาพจากสะเก็ดกระดูกในบริเวณรอบๆ]
[จุดอ่อน: การโจมตีด้วยเวทมนตร์ บริเวณข้อต่อที่เชื่อมกัน]
แววตาของซูมู่วูบไหว
"พลังป้องกันกายภาพสูง ความต้านทานเวทต่ำ... นี่มันด่านที่สร้างมาแก้ทางสายโจมตีกายภาพโดยเฉพาะชัดๆ"
หากเป็นพลธนูทั่วไปหลงเข้ามาที่นี่ ลูกศรปกติที่ยิงอัดใส่พวกมอนสเตอร์กระดูกพวกนี้คงทำดาเมจได้แค่หลักหน่วย ทว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น ลูกศรที่อาบ [พรศักดิ์สิทธิ์] โดยเนื้อแท้แล้วคือ "การโจมตีด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ความเสียหายเวทมนตร์
ยิ่งไปกว่านั้น...
ซูมู่ง้างคันธนู ลูกศรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดอกพุ่งทะยานออกจากแล่ง
-16840! (ความเสียหายศักดิ์สิทธิ์)
-คริติคอล! -34208! (ความเสียหายศักดิ์สิทธิ์)
-16840! (ความเสียหายศักดิ์สิทธิ์)
ตัวเลขความเสียหายเด้งระรัว สูงยิ่งกว่าตอนตีกับราชาแมวปีศาจเสียอีก! มอนสเตอร์กระดูกพวกนี้มีความต้านทานเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดินสมคำร่ำลือจริงๆ!
ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ [ชิ่งกระดอนแม่นยำ] แผลงฤทธิ์ได้ดีเยี่ยมในดงกระดูก ลูกศรกระเด้งกระดอนไปมาบนกระดูกแข็งๆ ทุกครั้งที่ชิ่งก็จะทริกเกอร์ [โจมตีกระจาย] กวาดล้างพื้นที่เล็กๆ ไปได้หนึ่งหย่อม
มอนสเตอร์โครงกระดูกตัวหนึ่งล้มลง ซากของมันระเบิดออก เศษกระดูกสาดกระเซ็นไปทั่ว
-3210! (ความเสียหายกายภาพ)
ซูมู่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว เขาถอยฉากหลบออกจากรัศมีแรงระเบิดได้อย่างทันท่วงที
"ประสิทธิภาพไม่เลวเลย"
เขารุกคืบต่อไป
ความหนาแน่นของมอนสเตอร์ในป่าโครงกระดูกนั้นน้อยกว่าในหนองน้ำพิษร้าย ทว่าแต่ละตัวอึดถึกทนทานกว่ามาก (ในเชิงกายภาพ) แต่สำหรับซูมู่กลับเป็นเรื่องดี ดาเมจจากลูกศรศักดิ์สิทธิ์แรงขึ้น ความเร็วในการฟาร์มจึงไม่ได้ลดลงเลย
นอกจากนี้ เขายังพบว่าวัตถุดิบที่ดรอปจากมอนสเตอร์กระดูกพวกนี้มีค่ามากทีเดียว
[ผงกระดูกบริสุทธิ์ (สีฟ้า)]: วัตถุดิบเสริมแกร่งระดับสูง ใช้สำหรับเพิ่มความคมชัดให้กับอาวุธ หรือใช้สร้างไอเทมอัญเชิญสายกระดูก
[เศษเสี้ยวแก่นแท้วิญญาณอาฆาต (สีม่วง)]: วัตถุดิบแรร์ อัดแน่นไปด้วยพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างอุปกรณ์สวมใส่สายอันเดดหรือมอนสเตอร์อัญเชิญ
"ของพวกนี้... เอาไว้เผื่อได้ใช้ในอนาคต"
ซูมู่เก็บกวาดเรียบไม่มีเหลือ
หลังจากบุกทะลวงฝ่าป่าโครงกระดูกมาได้สองกิโลเมตรและจัดการมอนสเตอร์กระดูกไปนับร้อยตัว ค่าประสบการณ์ของเขาก็ขยับมาที่เลเวล 26 ที่ 37% แต้มผลงานก็พุ่งทะลุ 8500 แต้มไปแล้ว
เขาไม่เจอบอสตัวที่สองแต่อย่างใด
เมื่อซูมู่ก้าวพ้นจากทะเลกระดูก ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงอีกครั้ง
มันคือหุบเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
สองฝั่งคือหน้าผาหินสีดำทมิฬสูงหลายร้อยเมตร บนหน้าผามีรูพรุนคล้ายรังผึ้ง ภายในรูมีแสงสีแดงคล้ำกะพริบวิบวับอยู่เลือนรางราวกับดวงตานับไม่ถ้วนที่กำลังสอดแนม
ความกว้างของหุบเหวมีไม่ถึงห้าสิบเมตร ตรงกลางมีทางเดินแคบๆ ที่พอจะเดินเบียดกันได้แค่สามคน สองข้างทางมีโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด แต่กระดูกพวกนี้ดู "สมบูรณ์" กว่ามาก ส่วนใหญ่เป็นโครงกระดูกมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ในสภาพสมบูรณ์ที่ยังคงรักษากิริยาบถสุดท้ายก่อนตายเอาไว้ บ้างก็คุกเข่าอธิษฐาน บ้างก็ชูมือขึ้นฟ้า บ้างก็โอบกอดกันและกัน...
อากาศอบอวลไปด้วยความโศกเศร้าและความสิ้นหวังอย่างเข้มข้น
ที่นี่คือโซนที่สาม "หุบเหวเสียงคร่ำครวญ"
ซูมู่ก้าวเดินไปตามทางแคบๆ สายตากวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
แปลกมาก
ไม่มีมอนสเตอร์เลย
ตลอดทางที่เดินมา รูพรุนบนหน้าผาสองฝั่งเงียบกริบ แสงสีแดงคล้ำยังคงกะพริบอยู่ แต่ไม่มีอะไรคลานออกมาเลย ภายในหุบเหวมีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจของเขาเองที่ดังก้องกังวาน
หลังจากเดินมาได้ประมาณห้าร้อยเมตร เบื้องหน้าก็ปรากฏ "ลานกว้าง" ที่ค่อนข้างเปิดโล่ง
ลานกว้างมีเส้นผ่านศูนย์กลางร้อยเมตร พื้นปูด้วยแผ่นหินสีเทาหม่น บนแผ่นหินสลักลวดลายอักขระที่บิดเบี้ยวคล้ายกับใบหน้าคนที่กำลังทนทุกข์ทรมาน ใจกลางลานกว้างมี "รูปปั้น" สีเทาขาวสูงยี่สิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่
รูปทรงของรูปปั้นนั้นพิลึกพิลั่นเกินบรรยาย
ท่อนบนมีลักษณะคล้ายมนุษย์ มัดกล้ามเนื้อคมชัดแต่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว สองแขนทิ้งตัวลงข้างลำตัว หงายฝ่ามือขึ้นราวกับกำลังทูนเทินบางสิ่ง แต่ท่อนล่างของมัน... กลับเป็นหนามกระดูกและหนวดเนื้อที่บิดเบี้ยวคล้ายหนวดปลาหมึกจำนวนนับไม่ถ้วน หนวดเหล่านี้หยั่งลึกลงไปในพื้นดิน ผสานรวมเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหิน
สิ่งที่ชวนให้รู้สึกขนลุกที่สุดคือ "หัว" ของรูปปั้น
มันไม่ใช่หัว แต่เป็นวังน้ำวนสีม่วงคล้ำขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวนไม่หยุดนิ่ง ตรงกลางวังน้ำวนนั้นเผยให้เห็นใบหน้าคนที่บิดเบี้ยวกำลังแหกปากกรีดร้องแบบไร้เสียงอยู่เลือนราง
[จ้าวแห่งเสียงคร่ำครวญ·ปีกเน่าเปื่อย (บอสโลก)]
[เลเวล: 39 (บอสโลก·แม่พิมพ์ขุมนรก)]
[ระดับดาวพลังรบ]: ★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★ (42 ดาว·แม่พิมพ์โลก)
[พลังชีวิต: 5000000/5000000]
[คุณสมบัติ: แม่พิมพ์บอสโลก (ค่าสถานะทั้งหมดเป็น 800% ของค่าพื้นฐาน) ครอบครอง ‘ปีกเน่าเปื่อย’ (บินได้) ‘คลื่นกระแทกคร่ำครวญ’ (โจมตีทางจิต) สกิล ‘หนวดรัดรึง’ ‘ลมหายใจห้วงลึก’ ฯลฯ ต้านทานเอฟเฟกต์ควบคุมทั้งหมด (ยกเว้นพลังศักดิ์สิทธิ์)]
[ประเมินระดับความคุกคาม: สิ้นหวัง]
พลังชีวิตห้าล้าน
บอสโลก 42 ดาว
ยูนิตบิน
ในที่สุดสีหน้าของซูมู่ก็เคร่งเครียดขึ้นมาจริงๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องรับมือกับบอสที่บินได้ สายพลธนูอาจจะได้เปรียบในการต่อสู้อากาศยาน แต่ข้อแม้คือต้องอยู่ในระดับเดียวกัน การต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ค่าสถานะข่มมิดแถมยังบินได้...
"ลองหยั่งเชิงดูก่อนแล้วกัน"
ซูมู่ถอยร่นรักษาระยะห่าง ยังไม่เปิดใช้พรศักดิ์สิทธิ์ทันที แต่เลือกลองเชิงด้วยลูกศรปกติก่อน
ฟุ่บ!
ลูกศรธาตุลมเจ็ดดอกพุ่งเข้าใส่รูปปั้น... ไม่สิ พุ่งเข้าใส่วังน้ำวนส่วนหัวของมัน
-18! -21! -17! -19!
ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้น หัวใจของซูมู่ดิ่งวูบ
เจาะเกราะไม่เข้าเลยสักนิด
พลังป้องกันของบอสโลก 42 ดาวสูงลิ่วจนการโจมตีปกติของเขาทำได้แค่สร้างดาเมจบังคับขั้นต่ำเท่านั้น นี่ยังนับรวมดาเมจรวมจาก [ชิ่งกระดอนแม่นยำ] กับ [โจมตีกระจาย] แล้วด้วยซ้ำ ถ้าเป็นลูกศรเดี่ยวๆ ดาเมจคงเหลือแค่หลักหน่วยแน่ๆ
"การกดทับเลเวลมันรุนแรงเกินไปแล้ว..."
[จบแล้ว]