เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 460 - ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!

บทที่ 460 - ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!

บทที่ 460 - ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!


บทที่ 460 - ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!

เยี่ยอู๋เฟิงมีสีหน้าประหลาดใจ

"นายท่านดูออกด้วยเหรอครับ?"

กู้เหวินตอบ

"พวกปรมาจารย์กู่อิสระไม่มีระเบียบวินัยแบบนายหรอก นายเป็นคนขององครักษ์จิ่วโจวใช่ไหม?"

เยี่ยอู๋เฟิงยิ่งตกตะลึงหนักกว่าเดิม

เขาไม่คิดเลยว่า

กู้เหวินจะดูออกทะลุปรุโปร่งถึงขั้นรู้ว่าเขาเป็นคนขององครักษ์จิ่วโจว

ทั้งๆ ที่พวกเขาก็เพิ่งจะเจอกันแท้ๆ...

ความตกใจฉายชัดในแววตาของเยี่ยอู๋เฟิงเพียงแวบเดียวก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

"แค่ดูจากความมีระเบียบวินัย นายท่านก็อนุมานได้เลยเหรอครับว่าผมเป็นคนขององครักษ์จิ่วโจว? บนโลกนี้ ไม่น่าจะมีแค่องครักษ์จิ่วโจวที่มีระเบียบวินัยนี่ครับ?"

กู้เหวินยักไหล่ตอบ

"แน่นอนว่าไม่ได้ดูแค่ความมีระเบียบวินัยอย่างเดียวหรอก แต่มันยังมีกลิ่นอายเฉพาะตัวบางอย่าง ซึ่งกลิ่นอายแบบนี้มีแค่พวกองครักษ์จิ่วโจวเท่านั้นแหละที่มี"

เยี่ยอู๋เฟิงยิ้มเจื่อน เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะทำวันทยหัตถ์ทำความเคารพกู้เหวิน และยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

"เยี่ยอู๋เฟิงแห่งทัพเจียงหนาน องครักษ์จิ่วโจว ขอรายงานตัวต่อนายท่านครับ!"

"ที่ผมเข้ามาในสุสานลวงแห่งนี้ก็เพื่อปฏิบัติภารกิจลับพิเศษ เลยไม่สะดวกที่จะเปิดเผยตัวตน จึงต้องปลอมตัวเป็นปรมาจารย์กู่อิสระ หวังว่านายท่านจะเข้าใจนะครับ"

ในขณะเดียวกัน

ท่ามกลางกลุ่มปรมาจารย์กู่อิสระ

ก็มีคนเดินแยกตัวออกมาอีกสิบเจ็ดคน พวกเขาทำวันทยหัตถ์เคารพกู้เหวินพร้อมเพรียงกัน

"ขอรายงานตัวต่อนายท่านครับ!"

มุมปากของกู้เหวินกระตุกยิกๆ

เอาล่ะสิ

สรุปว่าไม่ได้มีแค่เยี่ยอู๋เฟิงคนเดียวที่เป็นคนขององครักษ์จิ่วโจวหรอกเหรอเนี่ย

ถ้าเดาไม่ผิด

คงเป็นหมายเลขสองนั่นแหละที่พอรู้เรื่องเจ็ดสิบสองสุสานลวงปุ๊บ ก็รีบดึงกำลังคนจากองครักษ์จิ่วโจวมาแทรกซึมทันที เพื่อให้ทำงานประสานกับพวกนักทำความสะอาด ในการหาทางปลดปล่อยเฉาเชาออกมาให้ได้

จิ๊

สมกับเป็นหมายเลขสองจริงๆ

อำนาจและประสิทธิภาพในการสั่งการน่ากลัวชะมัด ถึงขั้นระดมองครักษ์จิ่วโจวออกมาใช้งานได้ทันทีเลย

แบบนี้ก็ชัวร์แล้ว

สุสานลวงแห่งอื่นๆ เขาก็คงไม่จำเป็นต้องแวะไปแล้ว โอกาสเกิดเรื่องผิดพลาดแทบจะกลายเป็นศูนย์ ส่วนการที่มีปัญหาในสุสานแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นความซวยที่โอกาสเกิดน้อยสุดๆ เท่านั้นเอง

ในขณะนั้น

พวกปรมาจารย์กู่อิสระตัวจริง พอเห็นพวกองครักษ์จิ่วโจวแสดงตัวออกมา ก็พากันอ้าปากค้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่กไปหมด

ไอ้คนที่เพิ่งจะกอดคอนับพี่นับน้อง ซัดพวกประเทศเกาะมาด้วยกันแหม็บๆ

เสือกเป็นคนขององครักษ์จิ่วโจวงั้นเหรอ?

เชี่ยเอ๊ย

ดูไม่ออกเลยสักนิด!

นึกว่าจะเป็นพวกคนเถื่อนไร้สังกัดเหมือนกัน ที่ไหนได้ ดันเป็นพวกมีสีมีเส้นสายซะงั้น!

กู้เหวินยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น

"ฉันรู้ภารกิจของพวกนายแล้วล่ะ มาเพื่อปลดปล่อยเฉาเชาใช่ไหม? เป้าหมายเราตรงกัน ไม่มีอะไรขัดแย้ง เข้าไปพร้อมกันเลยแล้วกัน"

เยี่ยอู๋เฟิงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

"แบบนี้ก็ดีเลยครับ ไม่ทราบว่านายท่านมีนามกังวานว่าอะไรครับ?"

กู้เหวินฉีกยิ้ม

"นามกังวานอะไรนั่นไม่ต้องหรอก ฉันชื่อกู้เหวิน พวกนายก็เลิกเรียกฉันว่านายท่านนู่นนี่นั่นได้แล้ว เรียกชื่อฉันตรงๆ ไปเลย หรือจะเรียกโค้ดเนมฉันว่า กู่เหวิน ก็ได้"

สิ้นประโยคนั้น

ทุกคนก็เบิกตากว้าง

กู้... กู้เหวิน?!

แววตาของเยี่ยอู๋เฟิงสาดประกายความตื่นเต้นและเลื่อมใสอย่างปิดไม่มิด

"ทะ... ท่านก็คือ ท่านกู้เหวินคนที่เคยกินปรมาจารย์กู่ของประเทศเกาะไปเป็นหมื่นๆ คนในคำเดียวคนนั้นน่ะเหรอครับ!?"

กู้เหวินถึงกับเอ๋อรับประทาน

หา?

อะไรวะเนี่ย?

เขาไปจับพวกปรมาจารย์กู่ประเทศเกาะกินรวดเดียวเป็นหมื่นคนตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ!

ของพรรค์นั้นมันสกปรกจะตายชัก!

คนอื่นๆ ก็เริ่มตื่นเต้นฮึกเหิมตามไปด้วย

"ผมก็เคยได้ยินวีรกรรมของท่านกู้เหวินมาเหมือนกัน ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!"

"แค่พระสนมที่ไหนกันล่ะ ผู้หญิงสวยๆ ในประเทศเกาะเสร็จท่านหมดแล้วต่างหาก"

"มือสังหารผู้กวาดล้างประเทศเกาะของแท้!"

"ได้ยินมาว่าท่านกู้เหวินติดบัญชีดำอันดับหนึ่งของพวกประเทศเกาะไปแล้วด้วยนะ!"

ยิ่งฟังข่าวลือก็ยิ่งกู่ไม่กลับ มุมปากของกู้เหวินกระตุกถี่ยิบ

บัดซบเอ๊ย!

ไอ้ข่าวลือบ้าบอพวกนี้มันหลุดมาจากไหนวะ?!

อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว!

ไม่อย่างนั้นล่ะก็

พ่อจะจับถลกหนังให้ดู!

ในเวลาเดียวกัน

อีกด้านหนึ่ง

พวกของหลิวฮ่าวที่กำลังเดินทางกลับเมืองอิ๋นเหอ ก็ได้พาปรมาจารย์กู่จากลั่วหยางติดสอยห้อยตามมาด้วยจำนวนหนึ่ง พวกเขาอยากจะไปเห็นเมืองอิ๋นเหอในตำนานด้วยตาตัวเอง ซึ่งหลิวฮ่าวก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

ความฝันสูงสุดของหลิวฮ่าวในตอนนี้ ก็คือการปั้นเมืองอิ๋นเหอให้กลายเป็นเมืองที่แข็งแกร่งและป๊อปปูลาร์ที่สุดในโลก

และบุคคลสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของเมืองนี้... ก็ย่อมหนีไม่พ้นเสี่ยวกู้...

บนรถบัส

หลิวฮ่าวจิบน้ำไปอึกหนึ่ง "เมื่อกี้เล่าถึงไหนแล้วนะ?"

กลุ่มปรมาจารย์กู่ลั่วหยางตอบกลับด้วยแววตาตื่นเต้นและลุ้นระทึก

"เล่าถึงตอนที่เทพกู้เจอปรมาจารย์กู่ประเทศเกาะที่ลั่วหยางไงครับ!"

หลิวฮ่าวยิ้มพยักหน้า ก่อนจะดัดเสียงให้ดูขึงขัง

"ใช่แล้ว! ว่ากันถึงศึกสังหารหมู่พวกยุ่น ณ เมืองลั่วหยางในวันนั้น!"

"วันนั้นน่ะไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ของพวกมันต้องดับสูญ!"

"และพระเอกที่นำทัพเชือดพวกมัน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เทพกู้ผู้เก่งกาจไร้เทียมทานของพวกเรานั่นเอง!"

"วันนั้น!"

"ภายใต้แสงแดดแผดเผา อากาศร้อนระอุแทบคลั่ง กองทัพปรมาจารย์กู่ของประเทศเกาะแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน มีกันตั้งเป็นหมื่นคน ในนั้นมีปรมาจารย์กู่ระดับเจ็ดตั้งแปดแปดสี่สิบหกคน!"

สือเว่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ สะกิดบอก

"แปดแปดหกสิบสี่คนต่างหาก"

หลิวฮ่าวชะงักไปนิด

"อ้อ ใช่ แปดแปดหกสิบสี่คน!"

"ส่วนปรมาจารย์กู่ระดับหก ระดับห้า ระดับสี่นี่นับไม่ถ้วนเลยนะ มากันเต็มเขาเต็มป่า มืดฟ้ามัวดิน พวกแกคิดว่าพวกมันแค่มาลงดันเจี้ยนหาของในดินแดนเร้นลับงั้นเหรอ?"

"หึหึ ตลกสิ้นดี!"

"เรื่องตลกฝืดๆ ชัดๆ!"

"เป้าหมายของพวกมันคือการยึดครองจิ่วโจวทั้งแผ่นดินต่างหาก! พวกมันตั้งใจจะมาบุกรุก หวังจะใช้เจียงหนานเป็นฐานทัพเพื่อบุกกวาดล้างจิ่วโจว เป็นงูเหลือมที่คิดจะกลืนกินช้าง เตรียมก่อสงครามเต็มรูปแบบ!"

พูดถึงตรงนี้

หลิวฮ่าวก็จงใจทิ้งจังหวะเว้นช่วง

บรรดาปรมาจารย์กู่ลั่วหยางต่างพากันเดือดพล่านด้วยความโกรธแค้น

"หนอย ไอ้พวกประเทศเกาะเวรนี่มันไม่เคยเลิกคิดจะทำลายพวกเราเลยสินะ!"

"แม่งเอ๊ย ถ้ามีโอกาสฉันต้องไปฆ่าพวกมันระบายอารมณ์สักหน่อยแล้ว"

"ถึงฉันจะรู้ตัวว่าไม่ใช่คนดีอะไร แต่พอเอาไปเทียบกับพวกประเทศเกาะแล้ว ฉันแม่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อพระผู้ประเสริฐเลยว่ะ!"

"แล้วหลังจากนั้นเป็นไงต่อล่ะ? เกิดอะไรขึ้นต่อ?"

เมื่อเห็นว่าบิ๊วอารมณ์คนฟังได้ที่แล้ว มุมปากของหลิวฮ่าวก็ยกขึ้น ก่อนจะเล่าต่อ

"ความทะเยอทะยานของพวกประเทศเกาะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว ซึ่งคนที่รู้เรื่องนี้ก็รวมถึงผู้ว่าการมณฑลเจียงหนานอย่างฉู่เทียนหลง กับรองผู้ว่าเจียงมั่วด้วย"

"ตอนนั้นนะ พวกเขาเครียดกันจนหัวแทบระเบิด ต้องเรียกรวมพลปรมาจารย์กู่ทั้งหมดในเจียงหนานมาประชุมหาทางแก้ แต่ทว่า ทุกคนกลับมืดแปดด้าน ไม่มีปัญญารับมือกับการบุกรุกของพวกประเทศเกาะได้เลย!"

"ต้องรู้ก่อนนะว่า ในช่วงเวลานั้น โมตูดันเกิดเรื่องเขตหวงห้ามระเบิดขึ้นพอดี กำลังคนในจิ่วโจวขาดแคลนอย่างหนัก แล้วแบบนี้จะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้ล่ะ?"

จังหวะนั้นเองก็มีคนหนึ่งตาโตพูดแทรกขึ้นมา

"เขตหวงห้ามที่โมตูฉันรู้เรื่อง! เพื่อนฉันเพิ่งไปที่นั่นมาเอง หมอนั่นบอกว่ายิ่งคลื่นลมแรงปลาก็ยิ่งแพง เผื่อจะฟลุ๊คเจอของดีพลิกชีวิตได้ แต่สรุปคือไปถึงไม่ทันข้ามวันก็ตายห่าซะแล้ว"

เยี่ยเหวยซือเลิกคิ้วขึ้น

"เพื่อนนายตาย แต่นายดูตื่นเต้นดีใจจังเลยนะ?"

ชายคนนั้นเกาหัวด้วยความเขินอาย

"ก็เมียหมอนั่นคือเทพธิดาที่ฉันเคยแอบชอบนี่นา พอหมอนั่นตาย... อะแฮ่ม..."

สีหน้าของทุกคนกลายเป็นพิลึกพิลั่น

ให้ตายเถอะ

เจอโจโฉกลับชาติมาเกิดอีกคนแล้วไง

หลิวฮ่าวขมวดคิ้ว "อย่าขัดจังหวะสิวะ! ฉันกำลังเล่าวีรกรรมสุดยอดของเสี่ยวกู้อยู่นะเว้ย ยังอยากฟังกันอยู่ไหมฮะ?"

ทุกคนรีบหุบปากเงียบกริบทันที

"อยากฟังครับ อยากฟัง!"

เยี่ยเหวยซือส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เดินถอยไปนั่งเบาะหลัง นั่งดูหลิวฮ่าวกับสือเว่ยโชว์การแสดงเงียบๆ

สองคนนี้...

ฉวยโอกาสตอนที่กู้เหวินไม่อยู่ ไม่รู้ว่าปล่อยข่าวลือใส่สีกู้เหวินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว...

น่าสงสารเสี่ยวกู้จริงๆ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 460 - ได้ยินมาว่าแม้แต่พระสนมขององค์จักรพรรดิยังโดนท่านย่ำยีมาแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว