- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาขวดหยก สร้างตำนานเซียนอมตะ
- บทที่ 60 - มารดาหลินทาบทาม
บทที่ 60 - มารดาหลินทาบทาม
บทที่ 60 - มารดาหลินทาบทาม
บทที่ 60 - มารดาหลินทาบทาม
เจียงเฉินประสานมือคารวะมารดาหลินก่อนจะหย่อนกายนั่งลงตามคำเชิญ
"เมี่ยวฮวา อย่ามัวยืนบื้ออยู่ รินชาสิ"
เมื่อมารดาหลินออกคำสั่ง หลินเมี่ยวฮวาก็จำต้องทำตามอย่างว่าง่าย นางรินชาปราณวิญญาณให้เจียงเฉินหนึ่งจอก
เจียงเฉินยังไม่ทันได้แตะจอกชา เขาก็ประสานมือเอ่ยถาม "ได้ยินว่าท่านป้ามีเรื่องจะพูดคุยกับข้า ไม่ทราบว่าท่านป้ามีคำชี้แนะอันใด ข้าน้อยยินดีรับฟังขอรับ"
มารดาหลินแย้มยิ้ม "เจ้าเป็นศิษย์ของเส้าฮวา ก็นับว่าเป็นคนของตระกูลหลินของเรา ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันก็ไม่ต้องมากพิธีหรอก ในจดหมายของเส้าฮวาพูดถึงเจ้าไว้มากทีเดียว ไม่ทราบว่าเจ้าได้อ่านจดหมายที่เส้าฮวาเขียนถึงข้าบ้างหรือไม่"
เจียงเฉินส่ายหน้า
"นี่เป็นจดหมายที่ท่านอาจารย์ตั้งใจเขียนถึงท่านป้า ข้าจะกล้าแอบอ่านได้อย่างไร"
"ในจดหมาย เส้าฮวาเป็นกังวลเรื่องอนาคตของเจ้ามาก เขาขอร้องให้ข้ารักเจ้าเสมือนลูกแท้ๆ และถ่ายทอดคัมภีร์ลับของตระกูลหลินให้เจ้าจนหมดสิ้น"
เจียงเฉินเลิกคิ้วขึ้น ภายในใจรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก นึกไม่ถึงเลยว่าท่านอาจารย์ยังคอยปูทางไว้ให้ข้าอีก...
"ความจริงแล้วคำขอนี้ผิดกฎของตระกูลหลิน ทว่าบัดนี้ตระกูลหลินเหลือเพียงพวกเราสองคน กฎระเบียบอันใดก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกแล้ว" กล่าวจบมารดาหลินก็หยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมาจากถุงมิติแล้วส่งให้เจียงเฉินพลางอธิบาย "นี่คือคัมภีร์ที่รวบรวมเคล็ดวิชาการเลี้ยงแมลง การหลอมโอสถ และการหลอมอุปกรณ์เวททั้งหมดของตระกูลหลินเอาไว้ หวังว่าวิชาเหล่านี้จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ในมือเจ้านะ"
เจียงเฉินไม่ปฏิเสธ เขาปั้นหน้ายินดีรับคัมภีร์มาพร้อมกับกล่าวขอบคุณไม่ขาดปาก
ดีเลิศ! ในที่สุดข้าก็มีวิธีเพาะเลี้ยงด้วงลายทองให้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว!
"ความตั้งใจเดิมในจดหมายของเส้าฮวาคือต้องการเกลี้ยกล่อมให้ข้ารับเจ้าเข้ามาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตระกูลหลิน ทว่าบัดนี้ตระกูลหลินไม่มีกำลังพอจะคุ้มครองเจ้าได้อีกแล้ว อีกอย่างสิ่งที่เจ้าแสดงให้เห็นก็เหนือความคาดหมายของเส้าฮวาไปมากนัก ความจริงแล้วในโลกบำเพ็ญเพียรแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถคุ้มครองเจ้าไปได้ตลอดชีวิตหรอก มีเพียงความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งพิงได้อย่างแท้จริง"
เจียงเฉินเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
"เจ้าอยู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นเก้าแล้ว ก้าวต่อไปย่อมต้องเป็นการสร้างรากฐาน ทว่าตระกูลหลินไม่มีปัญญาหาโอสถสร้างรากฐานมาให้เจ้าได้ หากต้องการโอสถสร้างรากฐาน เจ้าต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเองเท่านั้น"
กล่าวจบ มารดาหลินก็หยิบป้ายหยกแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงมิติ บนป้ายสลักอักษรคำว่า "เสวียนจี" เอาไว้
"ก่อนที่ข้าจะแต่งเข้าตระกูลหลิน ข้าเคยเป็นศิษย์ของสำนักเสวียนจีมาก่อน ข้ามีสิทธิ์รับรองให้เจ้าเข้าร่วมการทดสอบของสำนักสายในแห่งสำนักเสวียนจีได้ หากเจ้าผ่านการทดสอบ ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์เช่นไร เจ้าก็จะได้เป็นศิษย์เอกของผู้อาวุโสสำนักสายใน และได้รับโอสถสร้างรากฐานเป็นรางวัล นั่นต่างหากที่จะเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกชีวิตของเจ้า"
เจียงเฉินจ้องมองป้ายเสวียนจีด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาคิดในใจว่ามารดาหลินช่างรอบคอบจริงๆ ช่างประจวบเหมาะกับแผนการของข้าพอดีเลย
"ขอบพระคุณท่านป้าที่เมตตาขอรับ!"
"ผู้น้อยกำลังคิดอยากจะเข้าร่วมสำนักเสวียนจีพอดีเลยขอรับ!"
มารดาหลินเห็นท่าทีฮึกเหิมของเจียงเฉินก็รู้สึกพอใจยิ่งนัก
"เจ้ามีความผูกพันลึกซึ้งกับตระกูลหลินของเรา การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ นี้เป็นสิ่งที่ข้าพึงกระทำอยู่แล้ว ทว่าข้าเองก็มีเรื่องหนึ่งอยากจะฝากฝังให้เจ้าช่วยจัดการ เกรงว่าเจ้าอาจจะไม่เต็มใจ..."
เจียงเฉินรีบประสานมือ "ท่านป้ามีเรื่องอันใดเชิญสั่งมาได้เลยขอรับ ท่านป้ากับท่านอาจารย์มีพระคุณต่อข้าอย่างใหญ่หลวง ท่านอาจารย์ก็ไม่อยู่แล้ว ท่านป้าก็คิดเสียว่าข้าเป็นบุตรชายของท่านเถิด มีเรื่องอันใดก็ใช้งานข้าได้เลย เจียงเฉินจะทำให้สุดความสามารถขอรับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มารดาหลินก็คลี่ยิ้มออกมา
"เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี"
กล่าวพลาง มารดาหลินก็ดึงมือหลินเมี่ยวฮวามาตบเบาๆ "ความจริงแล้วบัดนี้ป้าปล่อยวางความแค้นทางโลกหมดแล้ว ขอเพียงหาสถานที่เงียบสงบไว้บำเพ็ญเพียรในบั้นปลายชีวิตก็พอ ทว่าป้ายังคงเป็นห่วงบุตรสาวคนนี้อยู่ ในเมื่อเจ้าให้ป้าถือว่าเจ้าเป็นบุตรชาย หากไม่รังเกียจก็มาเป็นบุตรชายของป้าจริงๆ เถิด แต่งงานเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับเมี่ยวฮวา ต่อไปพวกเจ้าจะได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน"
เจียงเฉินถึงกับตะลึงงัน!
หลินเมี่ยวฮวาก็เช่นกัน!
ใบหน้าของหลินเมี่ยวฮวาแดงก่ำขึ้นมาทันที นางแหวเสียงหลง "ท่านแม่พูดจาเหลวไหลอันใดกันเจ้าคะ!" จากนั้นนางก็แอบลอบมองเจียงเฉินเพื่อดูปฏิกิริยาของเขา ตอนแรกคิดว่าจะได้เห็นท่าทีดีอกดีใจของเจียงเฉิน ทว่ากลับเห็นเจียงเฉินยืนอึ้งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับที่
เห็นดังนั้นหลินเมี่ยวฮวาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
หมายความว่าอย่างไรกัน!
ตอนรับคัมภีร์ตระกูลหลินกับป้ายเสวียนจียังยิ้มหน้าบานอยู่เลย พอได้ยินว่าจะให้แต่งงานกับคุณหนูอย่างข้าถึงกับหน้าดำหน้าแดงเชียวหรือ! ทำท่าอย่างกับว่าคุณหนูอย่างข้าไม่คู่ควรกับเจ้าอย่างนั้นแหละ!
มารดาหลินเอ่ยต่อ "บุตรสาวของข้าคนนี้ เมื่อก่อนถูกตามใจจนเคยตัว จึงมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองไปบ้าง ทว่าเนื้อแท้นางไม่ได้เป็นคนเลวร้าย หน้าตาก็นับว่างดงามไม่น้อย พวกเจ้าสามารถจูงมือกันไปเข้าร่วมการทดสอบของสำนักเสวียนจี คอยดูแลซึ่งกันและกันได้"
"สหายตัวน้อยเจียงเฉินอย่าเพิ่งรังเกียจบุตรสาวโง่เขลาของข้าเลย แม้พลังฝึกปรือของนางจะด้อยกว่าเจ้า ทว่าพรสวรรค์ของนางไม่ได้แย่หรอกนะ นางมีรากปราณธาตุทองและไม้ นับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของตระกูลหลินในรอบสามร้อยปี อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากอุปกรณ์เวทประจำตระกูล วันหน้านางต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน หากช่วงแรกมีเจ้าคอยช่วยดูแลเมี่ยวฮวา ข้าก็จะได้วางใจปล่อยให้นางออกเดินทางไกลได้ ไม่ทราบว่าสหายตัวน้อยคิดเห็นเช่นไร"
หลินเมี่ยวฮวาเพิ่งจะอ้าปากเถียง มารดาหลินก็ถลึงตาใส่อย่างดุดันจนนางต้องหุบปากฉับ
เจียงเฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะประสานมือเอ่ยขึ้น
"เป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ท่านป้าเมตตา ยินดีมอบบุตรสาวให้แต่งงานกับข้า"
"ทว่าเจียงเฉินผู้นี้ไม่คู่ควรกับแม่นางหลินจริงๆ ขอรับ"
"ข้าหน้าตาก็งั้นๆ พรสวรรค์ก็ย่ำแย่ หากจะให้แม่นางหลินมาตบแต่งกับข้า คงเป็นการลดเกียรตินางแย่"
หลินเมี่ยวฮวาฟังเจียงเฉินพูดก็เห็นด้วยเต็มประตู ใช่แล้วๆ! ยังดีที่รู้จักเจียมตัว! หึ!
"ตระกูลหลินมีเรื่องเดือดร้อน ข้าเจียงเฉินย่อมต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว ท่านป้าไม่จำเป็นต้องให้แม่นางหลินมาลดตัวถึงเพียงนี้หรอกขอรับ วันหน้านางต้องได้พบเจอกับชายหนุ่มผู้มีพลังฝึกปรือล้ำเลิศที่คู่ควรกับนางอย่างแน่นอน"
หลินเมี่ยวฮวาคิดในใจ ถูกต้อง! ถูกต้องที่สุด! หากหลินเมี่ยวฮวาผู้นี้จะแต่งงาน อย่างน้อยก็ต้องแต่งกับผู้ที่มีแววจะได้เป็นจินตัน! แถมยังต้องสูงแปดฉื่อ หน้าตาหล่อเหลาสง่างามด้วย!
เมื่อเห็นท่าทีเด็ดขาดของเจียงเฉิน มารดาหลินก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว
"ในเมื่อสหายตัวน้อยเจียงเฉินไม่ถูกใจบุตรสาวของข้า ก็ถือเสียว่านางไม่มีวาสนาก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งเจียงเฉินและหลินเมี่ยวฮวาต่างก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นมารดาหลินก็กล่าวต่อ "ในเมื่อสหายตัวน้อยเจียงเฉินไม่ยินยอมก็ไม่เป็นไร ทว่าเจ้าพอจะช่วยพาลูกสาวโง่เขลาของข้าไปให้ผ่านการทดสอบสำนักสายในแห่งสำนักเสวียนจีได้หรือไม่ ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ การทดสอบของสำนักเสวียนจีนั้นมีความยากลำบากอยู่ไม่น้อย บุตรสาวของข้าผู้นี้อ่อนต่อโลก ซ้ำยังเป็นคนใจร้อน หากให้นางไปทดสอบเพียงลำพังเกรงว่าจะผ่านได้ยาก ข้าทราบดีว่าคำขอนี้อาจจะฝืนใจเจ้าไปบ้าง ทว่าข้าเป็นห่วงนางจริงๆ..."
"ท่านแม่! ข้าสามารถพึ่งพาตนเองจนผ่านการทดสอบได้เจ้าค่ะ! ไม่ต้องให้เขามาช่วยหรอก!"
"เจ้าจะไปทำอะไรได้!"
มารดาหลินตวาดลั่นจนหลินเมี่ยวฮวาสะดุ้งเฮือก ไม่กล้าปริปากพูดต่อ
"อวดดีไปวันๆ หากไม่ใช่เพราะเจ้าอวดเก่ง มีหรือจะต้องให้สหายตัวน้อยเจียงเฉินต้องเสี่ยงชีวิตไปช่วยแม่ถึงที่"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
เจียงเฉินพยักหน้ารับคำ
"ผู้น้อยไม่กล้ารับประกันว่าจะพาแม่นางหลินเข้าสู่สำนักสายในได้สำเร็จอย่างแน่นอน ทว่าข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนาง ขอท่านป้าโปรดวางใจ"
เมื่อได้รับคำมั่นสัญญาจากเจียงเฉิน มารดาหลินก็โล่งอกขึ้นมาทันที
"เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี..."
"ทว่า!"
เจียงเฉินปรายตามองหลินเมี่ยวฮวา
"หากอยากให้ข้าคุ้มครองนางเพื่อเข้าร่วมสำนักสายใน ข้ามีเงื่อนไขอยู่หนึ่งข้อขอรับ"
"สหายตัวน้อยเชิญว่ามาได้เลย"
เจียงเฉินพูดอย่างไม่อ้อมค้อม "ระหว่างการเข้าร่วมการทดสอบสำนักสายใน แม่นางหลินต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้า ห้ามทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาด หากนางดื้อรั้นทำตามใจตนเอง ผู้น้อยก็จะไม่ขอรับผิดชอบต่อคำสัญญา และจะขอเอาตัวรอดเพียงผู้เดียวขอรับ"
"นี่เจ้า!? เจียงเฉิน เจ้าหมายความว่าอย่างไร!"
หลินเมี่ยวฮวาได้ยินเช่นนั้นก็หมดความอดทน
"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทว่าข้าหลินเมี่ยวฮวาก็ไม่ได้โง่เง่าถึงเพียงนั้นนะ พูดจาราวกับว่าการพาข้าไปด้วยมันเป็นภาระหนักหนาเสียเหลือเกิน อย่าเห็นว่าตอนนี้เจ้ามีพลังฝึกปรือสูงกว่าข้า รอให้ข้าบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าเมื่อใด ใครแพ้ใครชนะก็ยังไม่รู้หรอกนะ!"
"หุบปากเดี๋ยวนี้!"
มารดาหลินตวาดสั่งให้หลินเมี่ยวฮวาเงียบปากทันที
"แต่ท่านแม่! เขาทำเช่นนี้..."
มารดาหลินยกมือขึ้นห้ามไม่ให้หลินเมี่ยวฮวาพูดต่อ
"เงื่อนไขข้อนี้ ต่อให้สหายตัวน้อยเจียงเฉินไม่เป็นคนขอ ป้าก็จะกำชับเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี เวลาอยู่ข้างนอก เจ้าต้องเชื่อฟังคำแนะนำของสหายตัวน้อยเจียงเฉิน ห้ามทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด! มิเช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลับมาให้แม่เห็นหน้าอีก!"
เมื่อเห็นมารดาพูดจาขึงขังถึงเพียงนี้ หลินเมี่ยวฮวาแม้จะขัดใจเพียงใดก็ไม่กล้าเถียงกลับอีก
เจียงเฉินหันไปมองนาง ราวกับกำลังรอคอยคำตอบ
มารดาหลินหยิกแขนหลินเมี่ยวฮวา นางจึงจำต้องบ่นอุบอิบอย่างเสียไม่ได้
"ตกลง! พอใจหรือยัง!"
[จบแล้ว]