เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ท้าประลองเป็นตาย บทสรุปของเรื่องราว

บทที่ 15: ท้าประลองเป็นตาย บทสรุปของเรื่องราว

บทที่ 15: ท้าประลองเป็นตาย บทสรุปของเรื่องราว


สถานการณ์บนลานกว้างพลิกผันไปในทันทีเมื่อกายาเซียนมหาเต๋าถูกเปิดเผยออกมา

หลินหรันผู้ซึ่งละเมิดกฎเหล็กกลับได้รับโทษทัณฑ์เพียงเล็กน้อย ทว่าเขากลับเป็นฝ่ายส่งสวี่อวี่ไปลงเอยยังหุบเหวสวรรค์แทน

การพลิกผันครั้งใหญ่เช่นนี้ทำให้เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหยินหยางถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"ในเมื่อเจ้ารับคำสั่งแล้ว ก็จงไปที่หุบเหวสวรรค์เดี๋ยวนี้"

บรรพชนลำดับที่สามกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ขอรับ"

สวี่อวี่ขานรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะรีบเหาะเหินทะยานไปยังทิศทางของหุบเหวสวรรค์

เมื่อเห็นภาพฉากนี้ ความเคียดแค้นของสวี่คุนก็พุ่งทะลุฟ้า โทสะที่พลุ่งพล่านแทบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปจนหมดสิ้น

หลินหรันสังเกตเห็นความเกลียดชังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาของสวี่คุน รอยยิ้มแปลกประหลาดก็ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่เขาเอ่ยขึ้นว่า

"สวี่คุน ศิษย์สืบทอดอย่างข้ารู้ดีว่าตอนนี้เจ้าคงอยากจะฆ่าข้าใจจะขาด"

"เพราะถึงยังไง หากไม่มีข้า ตำแหน่งศิษย์สืบทอดนี้ก็คงตกเป็นของเจ้าไปแล้ว"

"หากไม่มีข้า น้องชายของเจ้า สวี่เซิง ก็คงไม่ต้องตาย"

"และหากไม่มีข้า พ่อของเจ้าก็คงไม่ต้องถูกคุมขังอยู่ในหุบเหวสวรรค์"

"ดังนั้น ข้าไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลยว่า ตอนนี้เจ้าคงอยากจะสับข้าเป็นชิ้นๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยใช่ไหมล่ะ!"

ใบหน้าของสวี่คุนยิ่งทะมึนทึงลงไปอีก เขาคิดว่าหลินหรันกำลังขุดหลุมพรางดักตนเอง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทันทีที่หลินหรันเปิดเผยกายาเซียนมหาเต๋า แม้แต่บรรพชนลำดับที่สามก็ยังต้องตื่นจากการจำศีลเพราะเรื่องนี้

หากเขาตอบกลับไปว่าตนอยากจะฆ่าหลินหรันจริงๆ นั่นจะไม่เท่ากับเป็นการเอาตัวไปเป็นหนามยอกอกของบรรพชนลำดับที่สามหรอกหรือ?

พูดได้คำเดียวว่าหลินหรันนั้นช่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย ร้ายกาจจนหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ!

"สวี่คุน เจ้าจะกลัวอะไรนักหนา? ข้าไม่มีเวลาว่างมานั่งขุดหลุมดักเจ้าหรอกนะ"

"ในเมื่อเจ้าเกลียดข้าเข้าไส้และอยากจะฆ่าข้าใจจะขาด งั้นข้าก็จะเปิดโอกาสให้เจ้าเอง!"

"ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เจ้ากับข้า เรามาประลองเป็นตายกันบนลานประลองเป็นตาย เป็นอย่างไร?"

"ยังไงเสีย ข้าก็เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นผสานเต๋า ในขณะที่เจ้าทะลวงผ่านขั้นเอกภาพไปตั้งนานแล้ว ดังนั้น การให้เวลาข้าเตรียมตัวสักหนึ่งเดือนก็คงสมเหตุสมผลดี ไม่ใช่หรือ?"

หลินหรันชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วอย่างเชื่องช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความยโสโอหังไม่แยแสสิ่งใด

ในเมื่อเขาได้สังหารสวี่เซิงและล่วงเกินสวี่คุนกับสวี่อวี่ไปจนถึงขั้นแตกหักแล้ว เขาก็ควรจะจัดการถอนรากถอนโคนพวกมันไปให้สิ้นซากเลยดีกว่า!

เขาต้องการกำจัดเสี้ยนหนามและภัยซ่อนเร้นให้หมดจด จะไม่ยอมเปิดโอกาสให้พวกมันได้กลับมาแว้งกัดอย่างเด็ดขาด!

แม้ว่าตัวเขาจะอยู่เพียงขั้นผสานเต๋าระดับที่หนึ่ง แต่สวี่คุนนั้นอยู่ถึงขั้นปราชญ์ชั้นที่ 7

ช่องว่างระหว่างเขากับสวี่คุนห่างกันถึงสองระดับขั้นใหญ่ๆ

แต่เขาก็หาได้หวั่นเกรงไม่!

แม้จะมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่เดือนเดียว เขาก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะบดขยี้สวี่คุนให้จมดินได้!

"เจ้าศิษย์ชั่ว นี่เจ้า..."

สีหน้าของซูซีเยว่เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ก็ถูกน้ำเสียงนุ่มนวลของหลินหรันขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

"ท่านอาจารย์ โปรดเชื่อใจศิษย์เถอะขอรับ!"

หลินหรันกล่าวด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

ความมั่นใจของเขานั้นมาจากพรสวรรค์ รากปราณ และสติปัญญาในการทำความเข้าใจระดับสูงสุดของเขา มาจากกายาเซียนมหาเต๋า และระบบโชคชะตาของเขา!

แค่สวี่คุนกระจอกๆ คนหนึ่ง—มันจะเอาอะไรมาสู้กับเขาได้?!

เมื่อมองดูหลินหรันที่ให้คำมั่นอย่างหนักแน่น ซูซีเยว่ก็ตกอยู่ในความเงียบงันซึ่งหาได้ยากยิ่ง

หลินหรันในตอนนี้ช่างเจิดจรัสเกินไป เพียงแค่รัศมีของกายาเซียนมหาเต๋าก็มากพอที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นไปยืนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลอัจฉริยะระดับแนวหน้าได้แล้ว

นางเลือกที่จะเชื่อใจหลินหรันไปโดยจิตใต้สำนึก

"สวี่คุน นี่เป็นโอกาสเดียวที่เจ้าจะได้ฆ่าข้าอย่างชอบธรรมโดยไม่ต้องทำผิดกฎเหล็ก อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่กล้า?"

หลินหรันมองสวี่คุนที่มีท่าทีลังเลด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย

"ข้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันได้เลยว่าการประลองเป็นตายในครั้งนี้ จะมีแค่เราสองคน จะไม่มีใครหน้าไหนเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงเด็ดขาด!"

"แล้วตกลง... เจ้าจะยังลังเลอยู่อีกไหม?"

เมื่อเห็นหลินหรันเพิ่มข้อเสนอเดิมพัน สวี่คุนก็เริ่มหวั่นไหว

นี่คือโอกาสเดียวของเขาจริงๆ ที่จะได้สังหารหลินหรันอย่างชอบธรรม เขาจะต้องคว้ามันไว้ให้ได้!

นี่ไม่เพียงเพื่อแก้แค้นให้สวี่เซิงน้องชายและสวี่อวี่ผู้เป็นบิดา แต่ยังเพื่อทวงคืนความแค้นที่ถูกแย่งชิงตำแหน่งศิษย์สืบทอดไปด้วย!

"ตกลง ข้ารับคำท้า! หวังว่าข้าจะได้เห็นหน้าเจ้าบนลานประลองเป็นตายในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านะ!"

สวี่คุนทิ้งคำขู่ไว้ด้วยใบหน้าดำมืด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป

หลังจากสวี่คุนจากไป เหยียนหรูอวี้ก็ดึงตัวหลินหรันเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นางหยิกแก้มเขาด้วยความหมั่นเขี้ยวพลางบ่นอุบอิบ

"หรันหรันน้อย เจ้าช่างทำตัวเหลวไหลและวู่วามเกินไปแล้ว"

"ตบะของเจ้าเพิ่งจะอยู่แค่ขั้นผสานเต๋าระดับที่หนึ่ง ในขณะที่สวี่คุนก้าวเข้าสู่ขั้นปราชญ์ชั้นที่ 7ไปตั้งนานแล้ว เจ้าจะเอาชนะสวี่คุนได้ยังไงในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน?"

"เจ้าปลุกกายาเซียนมหาเต๋าได้แล้ว ขอแค่เจ้าเก็บเนื้อเก็บตัวบ่มเพาะพลังไปสักพัก การจะบดขยี้สวี่คุนก็คงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ทำไมถึงต้องใจร้อนทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ด้วย?"

"เจ้านี่นะเจ้านี่... อาจารย์อาล่ะไม่รู้จะพูดอะไรกับเจ้าดีจริงๆ!"

เหยียนหรูอวี้ทำหน้าจนปัญญา ดูราวกับนางหมดหนทางที่จะจัดการกับหลินหรันแล้ว

ทว่าหลินหรันกลับแย้มยิ้มอย่างไม่ยี่หระและกล่าวว่า

"อาจารย์อา หากไม่วู่วามเลย จะยังเรียกว่าเป็นคนหนุ่มได้อีกหรือ? อีกอย่าง ข้ามีความมั่นใจในตัวเองขอรับ เวลาแค่หนึ่งเดือนก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้ามีความแข็งแกร่งพอจะสังหารสวี่คุนได้!"

เมื่อมองดูหลินหรันที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังแห่งคนหนุ่ม เหยียนหรูอวี้ก็ถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ

นางยอมรับเลยว่าตนเองก็ถูกความมั่นใจของหลินหรันในยามนี้ทำให้คล้อยตามไปด้วย จนแอบรู้สึกขึ้นมาจริงๆ ว่าหลินหรันอาจจะทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ

นางเม้มริมฝีปากพลางถอนหายใจ "เอาเถอะ ในเมื่อการประลองเป็นตายถูกกำหนดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้"

"ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ เจ้าอยากจะให้อาจารย์อาช่วยอะไรหรือไม่?"

"ยกเว้นเรื่องนวดไข่ให้เจ้าแล้ว อาจารย์อายอมตกลงทุกอย่างเลยนะ~"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินหรันก็แทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

สมกับเป็นเหยียนหรูอวี้จริงๆ คำพูดชวนตะลึงแบบไหนก็สามารถหลุดออกมาจากปากนางได้ทั้งนั้น

รอให้ค่าความประทับใจของนางเพิ่มขึ้นเสียก่อนเถอะ เขาจะต้องสำรวจเหยียนหรูอวี้อย่างละเอียดแน่นอน จะได้รู้กันไปเลยว่าในปากนางยังมีคำพูดชวนตกตะลึงซ่อนอยู่อีกมากแค่ไหน!

"อะแฮ่ม! เจ้าศิษย์ชั่ว บรรพชนลำดับที่สามเพิ่งจะสั่งให้เจ้ากลับไปสำนึกผิดที่คฤหาสน์ ข้าว่าเจ้ารีบกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า!"

เมื่อเห็นทั้งคู่ยืนหยอกล้อกันอย่างคลุมเครือ สีหน้าของซูซีเยว่ก็เริ่มดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"แหม~ กลิ่นน้ำส้มหึงหวงโชยมาแต่ไกลเลยนะ ศิษย์น้องซูหึงหรือจ๊ะ?"

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถึงข้าจะไม่นวดไข่ให้หรันหรันน้อย แล้วจะให้ข้าไปนวดให้เจ้าแทนหรือไง?"

เหยียนหรูอวี้ขยิบตายั่วยวนให้ซูซีเยว่ นางคิดว่าซูซีเยว่กำลังหึงหวงหลินหรัน

ทว่านางหารู้ไม่ว่า ซูซีเยว่กำลังหึงหวงนางต่างหาก ความสนิทสนมคลุมเครือระหว่างเหยียนหรูอวี้กับหลินหรัน ทำให้ซูซีเยว่รู้สึกขัดหูขัดตาอยู่ไม่น้อย...

"ศิษย์พี่เหยียน!"

ใบหน้าของซูซีเยว่แดงก่ำขณะที่นางถลึงตาใส่เหยียนหรูอวี้

"ท่านก็กลับไปนวดให้ตัวเองเถอะ!"

พูดจบ ซูซีเยว่ก็คว้ามือหลินหรันแล้วเหาะทะยานจากไปในทันที

"ประหลาดคนจริงๆ ทำไมช่วงนี้น้องซูถึงได้อารมณ์ร้ายนักนะ?"

เหยียนหรูอวี้ส่ายหน้าด้วยความงุนงง ก่อนจะเหาะทะยานมุ่งหน้าไปยังยอดเขาลิขิตสวรรค์

ในเมื่อหลินหรันถูกซูซีเยว่พาตัวไปแล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป

นางคงไม่หน้าหนาพอที่จะตามซูซีเยว่กลับไปที่คฤหาสน์หรอก

หลังจากนั้น บรรดาเจ้ายอดเขาและรองเจ้ายอดเขาทั้งหลายก็พากันแยกย้าย

ทว่าแม้แต่ตอนที่จากไป บนใบหน้าของเหล่ายอดยุทธ์เหล่านี้ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความตกตะลึงอยู่อย่างเข้มข้น

วันนี้ หลินหรันไม่เพียงแต่เปิดเผยกายาเซียนมหาเต๋าของตนออกมา แต่ยังพลิกสถานการณ์ส่งสวี่อวี่ลงไปอยู่ในหุบเหวสวรรค์ได้อีก วีรกรรมในครั้งนี้มากพอที่จะทำให้สำนักเซียนเหินทั้งสำนักต้องสั่นสะเทือน!

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ บรรพชนลำดับที่สามได้ตื่นขึ้นจากการจำศีลแล้ว ซ้ำยังออกโรงปกป้องหลินหรันอย่างดุดันและเอาแต่ใจ!

ซึ่งนี่ก็เป็นเครื่องบ่งชี้เจตนารมณ์ของบรรพชนลำดับที่สามทางอ้อม ว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่เพื่อบ่มเพาะหลินหรันให้จงได้!

ก็แหงล่ะ นี่คือกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ใครไม่คิดจะส่งเสริมก็คงโง่เต็มทนแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 15: ท้าประลองเป็นตาย บทสรุปของเรื่องราว

คัดลอกลิงก์แล้ว