- หน้าแรก
- ตัวแม่สายฮีล ขอจับดาบสยบเทพ
- บทที่ 38 - ความขัดแย้งในสถาบัน
บทที่ 38 - ความขัดแย้งในสถาบัน
บทที่ 38 - ความขัดแย้งในสถาบัน
บทที่ 38 - ความขัดแย้งในสถาบัน
★★★★★
ฝูหลันเต๋อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านักเรียนทุกคน น้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งแฝงไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดดังขึ้น "ปีนี้ถือว่าดีมาก เราได้สัตว์ประหลาดน้อยเพิ่มมาอีกห้าคน ฉัน ฝูหลันเต๋อ ผู้อำนวยการสถาบันสื่อไหลเค่อ ขอเป็นตัวแทนของสถาบันต้อนรับพวกเธอทุกคน เดี๋ยวพวกเธอแต่ละคนเอาเงินหนึ่งร้อยเหรียญภูษาทองไปจ่ายเป็นค่าเทอมให้กับอาจารย์หลี่ที่ดูแลเรื่องการเงินนะ เสี่ยวอ้าว"
"ครับผู้อำนวยการ" ออสการ์ก้าวออกไปข้างหน้า ดูเหมือนเขาจะเคารพและแอบชื่นชมฝูหลันเต๋ออยู่ไม่น้อย
ฝูหลันเต๋อพูดต่อ "มีรุ่นน้องเข้ามาใหม่ตั้งห้าคน เดี๋ยวว่างๆ นายก็ไปอธิบายกฎระเบียบของสถาบันให้พวกเขารู้ด้วยล่ะ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน พยายามปรับสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด คาบเรียนแรกของวันนี้จะเริ่มในตอนค่ำ ส่วนนาย หนิงหรงหรง และหนิงเยว่เยว่เป็นข้อยกเว้น พวกเธอสามคนตามฉันมา"
สีหน้าของออสการ์เจื่อนลงทันที เขาถูกฝูหลันเต๋อเรียกตัวไว้ด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่พอเห็นหนิงหรงหรงเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ สีหน้าของเขาก็ดูดีขึ้นมานิดหน่อย
ฝูหลันเต๋อโบกมือและพูดว่า "คนอื่นๆ ไปพักผ่อนได้แล้ว จำไว้ว่าก่อนจะมืดต้องเตรียมตัวเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ การเรียนการสอนของสถาบันเราไม่เหมือนที่อื่น พวกเธออาจจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิตด้วยซ้ำ"
หนิงหรงหรงกระซิบกับเชียนเริ่นเยว่เบาๆ "พี่เยว่ ออสการ์บอกว่าผู้อำนวยการเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะเล่นงานพวกเราสองคนเพื่อแก้แค้นให้ศิษย์สืบทอดของเขาหรอกใช่ไหมคะ"
เชียนเริ่นเยว่ตบมือหนิงหรงหรงเบาๆ "วางใจเถอะ"
มุมปากของฝูหลันเต๋อกระตุกเล็กน้อย "ฉันได้ยินนะ"
ฝูหลันเต๋อหันไปพูดกับหนิงหรงหรง "ทุกคนล้วนมีวิธีฝึกฝนที่เหมาะสมกับตัวเอง วิญญาณยุทธ์ต่างกัน วิธีฝึกก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในดินแดนโต้วหลัวแทบจะไม่มีวิญญาณยุทธ์ที่เหมือนกันทุกประการ ดังนั้นสิ่งที่สถาบันจะสอนพวกเธอ ไม่ใช่วิธีการฝึกฝนพลังวิญญาณ แต่เป็นวิธีการใช้วิญญาณยุทธ์ และทำยังไงถึงจะเอาชีวิตรอดรวมถึงสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมได้ดีที่สุดในการต่อสู้จริงในอนาคต"
ถังซานรู้สึกคุ้นเคยกับคำพูดของฝูหลันเต๋อ เมื่อลองคิดดูดีๆ อาจารย์ใหญ่ก็เหมือนจะเคยพูดทำนองนี้เอาไว้ เพียงแต่อาจารย์ใหญ่อธิบายได้ละเอียดกว่าฝูหลันเต๋อมาก
ฝูหลันเต๋อพูดต่อไปว่า "พวกเธอสามคนล้วนเป็นวิญญาจารย์สายสนับสนุน คนหนึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติ อีกคนเป็นวิญญาณยุทธ์สายอาหาร ส่วนหนิงเยว่เยว่ เธอทำหน้าที่รักษาเพื่อนร่วมทีม วิญญาจารย์อย่างพวกเธอ ไม่ว่าจะอยู่ในสนามรบหรือเวลาปกติ ล้วนต้องการให้เพื่อนร่วมทีมคอยปกป้อง ไม่อย่างนั้นพวกเธอจะเอาชีวิตรอดได้ยากมาก ออสการ์ นายบอกฉันสิว่าในฐานะวิญญาจารย์สายสนับสนุน จะทำยังไงถึงจะรักษาชีวิตตัวเองบนสนามรบได้ดีที่สุด"
ออสการ์ตอบอย่างไม่ลังเล "พยายามหลบอยู่หลังเพื่อนร่วมทีมให้มากที่สุด ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศและสิ่งปลูกสร้างรอบตัวเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย และอยู่ให้ห่างจากพื้นที่อันตรายให้มากที่สุดครับ"
ฝูหลันเต๋อพยักหน้า "พูดได้ถูกต้อง แต่มีสิ่งหนึ่งที่นายไม่ได้พูดออกมา ในฐานะวิญญาจารย์สายสนับสนุน การวิ่งหนีถือเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมี วิญญาจารย์สายสนับสนุนที่หนีไม่เป็นไม่ใช่วิญญาจารย์ที่ดี แล้วการวิ่งหนีต้องใช้อะไรล่ะ ก็ต้องใช้พละกำลังไงล่ะ ถึงแม้ว่าในฐานะวิญญาจารย์ พวกเธอจะมีพลังวิญญาณคอยช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าคนธรรมดาอยู่บ้าง แต่ศัตรูที่พวกเธออาจจะต้องเผชิญหน้าด้วยนั้นคือวิญญาจารย์สายต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นในฐานะวิญญาจารย์สายสนับสนุน พวกเธอจึงจำเป็นต้องฝึกฝนความแข็งแกร่งของร่างกายควบคู่ไปด้วย ในช่วงเวลาความเป็นความตาย แค่เธอวิ่งได้ไกลขึ้นอีกก้าวเดียวก็อาจจะรอดชีวิตได้แล้ว"
ออสการ์รู้นิสัยของฝูหลันเต๋อดี เมื่อได้ฟังผู้อำนวยการพูดจามีหลักการยาวเหยียดแบบนี้ เขาก็ลอบยิ้มขื่นในใจ จบเห่แล้ว วันนี้หนีไม่พ้นแน่ๆ
และแล้วก็เป็นไปตามคาด หลังจากเทศนาจบ ฝูหลันเต๋อก็พยักหน้าให้ทั้งสามคนแล้วพูดว่า "บทเรียนของพวกเธอในวันนี้ก็คือการฝึกพละกำลังร่างกาย เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย วิ่งรอบหมู่บ้านยี่สิบรอบ ถ้าตอนเที่ยงยังวิ่งไม่เสร็จ พวกเธอก็ไม่ต้องกินข้าวเที่ยง พวกเธอสามารถใช้วิญญาณยุทธ์ของตัวเองช่วยได้ เอาล่ะ ออกเดินทางได้ ออสการ์รับหน้าที่นำทาง"
เชียนเริ่นเยว่เอ่ยถามขึ้น "วิ่งเสร็จแล้วทำอะไรต่อล่ะ"
ฝูหลันเต๋อมองเชียนเริ่นเยว่ แม้จะไม่รู้ว่าวันนี้เธอเอาชนะลูกศิษย์ของเขาได้ยังไง แต่คำพูดที่เขาเพิ่งพร่ำสอนไปเมื่อกี้เห็นได้ชัดว่าเอามาใช้กับเธอไม่ได้เลย นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะไม่ได้เถียงอะไรเขา แถมยังไม่ปฏิเสธการวิ่งด้วย สีหน้าของฝูหลันเต๋อจึงดูอ่อนลงบ้าง "วิ่งเสร็จแล้วพวกเธอสามารถจัดการเวลาของตัวเองได้อย่างอิสระ จะไปดูคนอื่นๆ เขาเรียนกันยังไงก็ได้"
เชียนเริ่นเยว่พยักหน้ารับคำของฝูหลันเต๋อก่อนจะวิ่งออกไปทันทีโดยไม่ลังเล หนิงหรงหรงก็รีบวิ่งตามไปติดๆ ส่วนออสการ์ได้แต่มองถังซานและคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่ด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะจำใจวิ่งตามพวกเธอไป
หมู่บ้านที่สถาบันสื่อไหลเค่อตั้งอยู่นั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก เมื่อเทียบกับการวิ่งขึ้นลงภูเขาหลังสำนักหอคอยแก้วเจ็ดสมบัติทุกวัน การวิ่งรอบหมู่บ้านยี่สิบรอบถือเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเชียนเริ่นเยว่และหนิงหรงหรงมาก
ออสการ์วิ่งตามหนิงหรงหรงทันแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "หรงหรง ตอนที่ออกมาฉันก็บอกแล้วว่านี่มันเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่วางใจเถอะ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องทนหิวหรอกนะ"
พูดจบ ออสการ์ก็ใช้วิญญาณยุทธ์สร้างไส้กรอกออกมาหนึ่งชิ้นแล้วยื่นให้หนิงหรงหรง "ทักษะวิญญาณที่ 1 ของฉัน ไส้กรอกฟื้นฟู ไม่ใช่แค่รักษาอาการบาดเจ็บได้นะ แต่ยังช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณและพละกำลังได้ด้วย วางใจเถอะ มีไส้กรอกของฉันคอยสนับสนุน วันนี้พวกเราทำภารกิจสำเร็จแถมยังไม่ต้องทนหิวแน่ๆ"
ตอนนี้หนิงหรงหรงไม่หลงเหลือความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ชายในสถาบันแห่งนี้เลยสักนิด เธอยิ้มตอบออสการ์ตามมารยาท "ขอบใจนะ นายกินเถอะ ฉันไม่รบกวนดีกว่า" พูดจบเธอก็ไม่สนใจออสการ์อีก รีบวิ่งหนีไปพร้อมกับเชียนเริ่นเยว่อย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามอง
ตลอดหกปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว หนิงหรงหรงและเชียนเริ่นเยว่ไม่เคยละเลยการฝึกฝนเลยสักครั้ง แถมยังมีสมุนไพรล้ำค่ามากมายคอยบำรุงเส้นลมปราณและร่างกายมาโดยตลอด อย่าว่าแต่แค่ยี่สิบรอบเลย ต่อให้เพิ่มอีกยี่สิบรอบ สำหรับพวกเธอในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
เมื่อความมืดมิดมาเยือน ฝูหลันเต๋อ ผู้อำนวยการสถาบันสื่อไหลเค่อ ผู้มีวิญญาณยุทธ์นกเค้าแมวสี่ตาก็กำลังยืนอยู่กลางลานกว้าง มองดูนักเรียนทั้งแปดคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
แม้ฝูหลันเต๋อจะแอบเกรงใจที่เชียนเริ่นเยว่สั่งห้ามสายสนับสนุนมารักษา แต่เขาก็ยังแอบให้อาจารย์สายอาหารคนหนึ่งมาช่วยรักษาพวกเขาสองคนอยู่ดี แถมตัวเองยังต้องกัดฟันยอมสละสมุนไพรหายากที่เก็บสะสมไว้นานแสนนานมารักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขาด้วย ถึงจะทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ยังดูซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ก็สามารถมายืนรวมกลุ่มตรงนี้ได้แล้ว
ในเวลานี้สายตาที่หม่าหงจวิ้นใช้มองเชียนเริ่นเยว่กับหนิงหรงหรงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง ส่วนไต้มู่ไป๋นั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและชิงชัง
ฝูหลันเต๋อตีหน้าขรึมและถามออสการ์ว่า "ออสการ์ พวกนายวิ่งเสร็จหรือยัง"
ออสการ์กระแอมไอเบาๆ แล้วพยักหน้าตอบ "ผู้อำนวยการครับ ผมวิ่งเสร็จแล้วครับ"
ฝูหลันเต๋อแค่นเสียงเย็นชา "ฉันถามว่าพวกนาย ไม่ใช่ถามแค่นายคนเดียว"
ออสการ์หันไปมองหนิงหรงหรง หนิงหรงหรงก็หันมามองเขาด้วยสีหน้างุนงง
ออสการ์กัดฟันพยักหน้าแล้วตอบว่า "ใช่ครับ พวกเราวิ่งเสร็จกันหมดแล้วครับ"
"ดีมาก ออสการ์ นึกไม่ถึงเลยว่านายจะมีน้ำใจรักเพื่อนพ้องขนาดนี้ นายมานี่สิ" ฝูหลันเต๋อชี้ไปที่พื้นตรงหน้าเขา
ฝูหลันเต๋อยกมือขวาขึ้นช้าๆ แล้วตบลงบนไหล่ของออสการ์เบาๆ "น้ำใจรักเพื่อนพ้องของนายฉันขอชื่นชม ในเมื่อเป็นแบบนี้ นายก็กลับไปวิ่งอีกยี่สิบรอบก็แล้วกัน ให้ฉันดูหน่อยสิว่าความรักเพื่อนพ้องของนายมันจะลึกซึ้งสักแค่ไหน ถ้าวิ่งไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว ฉันสกัดจุดพลังวิญญาณของนายไว้แล้ว อย่าหวังว่าจะปลดล็อกได้เองเลย ไปได้แล้ว"
ออสการ์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงพยักหน้าเงียบๆ แล้วหันหลังวิ่งออกไปข้างนอกทันที
[จบแล้ว]