- หน้าแรก
- เล่ห์รักชายาซ่อนเร้น
- บทที่ 80 - ฆ่าข้างั้นหรือ หน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร
บทที่ 80 - ฆ่าข้างั้นหรือ หน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร
บทที่ 80 - ฆ่าข้างั้นหรือ หน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร
บทที่ 80 - ฆ่าข้างั้นหรือ หน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร
★★★★★
"กรี๊ด!!! นังปีศาจ ข้าจะฆ่าแก เอาชีวิตเยว่เอ๋อร์ของข้าคืนมา!!"
เมื่อหลิวโหรวได้ยินว่าลูกสาวต้องเผชิญกับการทรมานก่อนตายที่โหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรกนับร้อยนับพันเท่า เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในสมองของนางก็ขาดผึงลงอย่างสิ้นเชิง
นางพุ่งตัวเข้าใส่เวินเนี่ยนซูราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่ง กางกรงเล็บทั้งสิบหมายจะตะปบเข้าที่ใบหน้าของเวินเนี่ยนซู
นางต้องการฉีกทึ้งปีศาจร้ายตนนี้ เพื่อแก้แค้นให้เยว่เอ๋อร์ของนาง!
ทว่าเวินเนี่ยนซูกลับคร้านที่จะหลบเลี่ยง นางเพียงแค่เงื้อมือขึ้น แล้วตบลงไปเต็มแรง!
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังกังวานและเฉียบขาด ฝ่ามือที่แฝงไปด้วยกำลังภายในฟาดเข้าที่ใบหน้าอันบิดเบี้ยวของหลิวโหรวอย่างจัง
แรงตบนั้นส่งให้ร่างของหลิวโหรวลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
จุดที่นางตกลงมานั้น ห่างจากศพของคนเลี้ยงม้าที่คอหักหมุนผิดรูปเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น
"คิดจะฆ่าข้างั้นหรือ หน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร"
แก้มซีกหนึ่งของหลิวโหรวบวมปูดขึ้นมาทันตาเห็น มุมปากฉีกขาด เลือดกลบปาก ดวงตาพร่ามัวเห็นดาวระยิบระยับ อวัยวะภายในราวกับถูกสลับที่สลับทางไปหมด
นางพยายามตะเกียกตะกายเงยหน้าขึ้นมา ท่ามกลางสายตาที่พร่ามัว นางเห็นเพียงชายกระโปรงสีเรียบๆ ของเวินเนี่ยนซู ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ ราวกับพญายมราชที่กำลังมาทวงวิญญาณ
เวินเนี่ยนซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและขบขัน "หลิวอี๋เหนียงทำอะไรอยู่เนี่ย ดูสิ ใบหน้าที่บำรุงมาอย่างดี บัดนี้แดงเถือกราวกับก้นลิงเสียแล้ว"
นางแกล้งเอียงคอทำหน้าประหลาดใจ ดวงตาที่ใสกระจ่างกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้ายที่แสนโหดเหี้ยม
"หืม หรือว่าหลิวอี๋เหนียงอยากจะลองสัมผัสด้วยตัวเอง ว่าตอนที่น้องเยว่ถูกตบปากมันรู้สึกอย่างไรกันแน่"
เวินเนี่ยนซูค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วเชยคางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเลือดของหลิวโหรวขึ้นมา บังคับให้นางต้องสบตาด้วย
"จุ๊ๆๆ หลิวอี๋เหนียงช่างรักลูกสุดหัวใจจริงๆ เพื่อให้เข้าถึงความเจ็บปวดของลูกสาว ถึงกับยอมเจ็บตัวเป็นเพื่อน ช่างเป็นแม่ที่ประเสริฐแท้ๆ"
หลิวโหรวถูกจิตสังหารในดวงตาและคำพูดเสียดสีของนางทิ่มแทงจนหนาวเหน็บไปถึงกระดูก "แก... แกคิดจะทำอะไร"
นางเค้นเสียงถามอย่างยากลำบาก
"ทำอะไรงั้นหรือ" เวินเนี่ยนซูหัวเราะเบาๆ ทว่าเสียงหัวเราะในห้องที่เงียบสงัดนี้กลับฟังดูน่าขนลุกขนพองยิ่งนัก
"ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่บังเอิญนึกขึ้นมาได้ ว่าเมื่อก่อนอี๋เหนียงก็ดีกับพระชายาอย่างข้ามากเหลือเกิน ปล่อยให้อดมื้อกินมื้อ เอะอะก็ทุบตีพ่นคำด่าทอ หน้าหนาวหิมะตกหนักก็ขังข้าไว้ในห้องเก็บฟืนให้คัดตำรา หิวก็ให้แทะรากหญ้า กระหายก็ให้กินน้ำแข็ง"
"บุญคุณความแค้นเหล่านี้ พระชายาอย่างข้า... จำฝังใจไม่เคยลืม"
ทุกครั้งที่นางเอ่ยจบหนึ่งประโยค ใบหน้าของหลิวโหรวก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ
"เพราะฉะนั้น" น้ำเสียงของเวินเนี่ยนซูเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในพริบตา
"ในเมื่อท่านรักเวินหรูเยว่มากนัก ในเมื่อท่านอยากสัมผัสความเจ็บปวดของนางนัก พระชายาอย่างข้าก็จะเห็นแก่ความผูกพันในวันวาน ช่วยสงเคราะห์ให้ท่านสมปรารถนาก็แล้วกัน"
สิ้นเสียงคำพูด กร๊อบ! กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกหักอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นติดๆ กัน
สองมือของเวินเนี่ยนซูคว้าหมับเข้าที่แขนทั้งสองข้างของหลิวโหรวอย่างโหดเหี้ยม ออกแรงบิดและหักมันอย่างแรง
ท่อนแขนของหลิวโหรวบิดเบี้ยวผิดรูปไปในทันที
"อ๊าก!!!" รูม่านตาของหลิวโหรวหดเล็กลง เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสกำลังจะพุ่งทะลักออกจากลำคอ
แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เสียงนั้นจะเล็ดลอดออกมา นิ้วของเวินเนี่ยนซูก็จิ้มฉับเข้าที่จุดชีพจรตรงลำคอของนาง
เสียงร้องทั้งหมดของหลิวโหรวถูกตัดขาดและกลืนหายลงไปในลำคอทันที
เวินเนี่ยนซูชื่นชมใบหน้าที่บิดเบี้ยวเหยเก เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัวของหลิวโหรวอย่างสบายใจ
"เป็นอย่างไรบ้าง รสชาติของการได้สัมผัสด้วยตัวเอง เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ท่านจินตนาการไว้หรือไม่ล่ะ"
ในดวงตาของหลิวโหรวเหลือเพียงความหวาดผวาและความเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เวินเนี่ยนซูที่ยิ้มแย้มงดงามอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว แต่นางคือปีศาจร้ายที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกต่างหาก
เวินเนี่ยนซูลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองร่างของหลิวโหรวที่นอนขดเกร็งด้วยความเจ็บปวด นางง้างเท้าขึ้น เตรียมจะกระทืบลงไปที่กระดูกก้นกบของหลิวโหรว
ทว่าหางตาของนางเหลือบไปเห็นสภาพศพอันน่าสยดสยองของคนเลี้ยงม้าบนพื้นเสียก่อน แผนการที่น่าสนุกกว่าเดิมก็ผุดขึ้นมาในหัว
นางเปลี่ยนใจแล้ว
เวินเนี่ยนซูเดินไปที่ศพของคนเลี้ยงม้า เตะร่างของมันให้พลิกกลับมาอยู่ในท่านอนหงายด้วยใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็จับหัวที่ห้อยรุ่งริ่งผิดรูปของมันให้ตั้งตรง เพื่อให้ดูเหมือนว่ามันกำลังนอนหลับอย่างสงบ
เสร็จแล้วนางก็ขยับตัวบังศพคนเลี้ยงม้าเอาไว้ หันไปพูดกับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "ลวี่จู"
ลวี่จูที่ควรจะหลับสนิทอยู่ในห้องพักข้างๆ ลืมตาโพล่งขึ้นมาทันที แววตาของนางแจ่มใสไร้ซึ่งความง่วงงุนใดๆ ทั้งสิ้น
นางรีบก้าวเดินเข้ามา เมื่อเห็นสภาพอันน่าสมเพชของหลิวโหรวบนพื้น ประกายความสะใจก็พาดผ่านดวงตาของนาง
ผู้หญิงใจดำคนนี้นี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุให้คุณหนูของนางต้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อนมาถึงสิบปี ต้องทนรับความอัปยศอดสูสารพัด ในที่สุดวันนี้เวรกรรมก็ตามสนองแล้ว
"คุณหนู!" เสียงของลวี่จูสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
เวินเนี่ยนซูยืนบังศพคนเลี้ยงม้าไว้มิดชิด ปล่อยให้ลวี่จูมองเห็นแค่หลิวโหรวเท่านั้น
"ตอนนี้นางถูกข้าหักแขนจนกลายเป็นคนพิการไปแล้ว เจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำได้เลย ถือซะว่าได้ลงมือทวงหนี้แค้นแทนคุณหนูของเจ้าก็แล้วกัน"
เมื่อหลิวโหรวได้ยินคำว่า 'คุณหนูของเจ้า' นางก็ยิ่งมั่นใจว่า สตรีที่มีวิธีการโหดเหี้ยมและคิดแผนการได้รัดกุมรอบคอบผู้นี้ ไม่มีทางเป็นเวินเนี่ยนซูคนเดิมอย่างเด็ดขาด
นางพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายหนี แต่ความเจ็บปวดจากท่อนแขนและความหวาดกลัวในใจทำให้นางขยับตัวไม่ได้เลย ทำได้เพียงส่งเสียงครางฮือๆ อยู่ในลำคอ
ลวี่จูกำหมัดแน่น นางไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งพรวดเข้าไปหาหลิวโหรว เงื้อมือขึ้นสูง
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงตบหน้าดังกังวานต่อเนื่อง ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นตลอดสิบปี ฟาดกระหน่ำลงบนใบหน้าที่บวมเป่งของหลิวโหรวอย่างไม่ยั้งมือ
แรงตบนั้นหนักหน่วงจนทำให้หลิวโหรวตาลายหน้ามืด เลือดไหลซึมออกจากมุมปากอีกครั้ง
หลิวโหรวอยากจะด่าทอ อยากจะสาปแช่ง แต่อ้าปากกว้างแค่ไหน ก็มีเพียงเสียงลมหายใจฟืดฟาดลอดออกมาเท่านั้น
ลวี่จูชะงักมือด้วยความประหลาดใจ "คุณหนู นาง..."
"นางถูกข้าสกัดจุดใบ้ไว้น่ะ" เวินเนี่ยนซูตอบเรียบๆ "ถ้าเจ้าอยากเรียน วันหลังข้าจะสอนให้"
ลวี่จูพยักหน้าหงึกๆ สายตาที่มองเวินเนี่ยนซูเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและความซาบซึ้งใจ
ในตอนนั้นเอง ลวี่จูเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าด้านหลังของเวินเนี่ยนซูเหมือนจะมีร่างของใครอีกคนนอนอยู่
"คุณหนู เขาคือใครหรือเจ้าคะ" ลวี่จูชะโงกหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เวินเนี่ยนซูรีบขยับตัวบังศพคนเลี้ยงม้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น "อย่าดูเลย เดี๋ยวจะเสียสายตาเปล่าๆ"
นางสั่งการต่อทันที "ช่วยข้าลากตัวหลิวโหรวไปที่โถงไว้ทุกข์ที"
หลิวโหรวพยายามดิ้นขัดขืน เวินเนี่ยนซูก้มหน้าลงไปกระซิบ
"ถ้าไม่อยากถูกข้าเหยียบกระดูกให้แหลกละเอียดทั้งตัวจนกลายเป็นกองโคลนเละๆ ก็จงเดินตามมาดีๆ มิเช่นนั้นข้ามีวิธีอีกเป็นหมื่นวิธี ที่จะทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตอนนี้เป็นหมื่นเท่า ชนิดที่ว่าอยู่ไม่สู้ตายเลยทีเดียว"
ลวี่จูรีบพุ่งเข้าไปคว้าบ่าที่ห้อยต่องแต่งของหลิวโหรวอย่างไม่ปรานี แล้วออกแรงดึงร่างของนางให้ลุกขึ้นมา
หลิวโหรวเจ็บปวดจนร่างกายกระตุกเกร็ง ไม่กล้าขัดขืนอีกต่อไป
"แล้วคุณหนูล่ะเจ้าคะ" ลวี่จูเอ่ยถาม
เวินเนี่ยนซูใช้มือข้างเดียวคว้าคอเสื้อและเข็มขัดของคนเลี้ยงม้า แล้วลากศพขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับลากสุนัขตายตัวหนึ่ง "ข้าจะลากไอ้สวะนี่ตามหลังเจ้าไปเอง"
"สวะ?" คำศัพท์แปลกใหม่ทำเอาลวี่จูงุนงง
"ก็คือพวกที่ลามกจกเปรต น่าขยะแขยง แล้วก็ทำตัวต่ำช้าไงล่ะ" เวินเนี่ยนซูอธิบาย
ลวี่จูพยักหน้าทำความเข้าใจ ก่อนจะถลึงตาใส่หลิวโหรว "งั้นหลิวโหรวก็เป็นพวกสวะเหมือนกันใช่ไหมเจ้าคะ"
เวินเนี่ยนซูหลุดขำพรืดออกมา "อืม ลวี่จูฉลาดจริงๆ"
ลวี่จูหิ้วปีกหลิวโหรวที่กำลังเจ็บปวดเจียนตาย เดินโซเซไปตามทาง
ลมหนาวพัดโชยมา ทำเอานางขนลุกซู่
เสียงลากศพที่หนักอึ้งของคุณหนูดังมาจากด้านหลัง คลอไปกับเสียงหอบหายใจด้วยความเจ็บปวดของหลิวโหรว
ฉากนี้ช่างดูพิลึกพิลั่นและน่าสยดสยองยิ่งนัก
"ห้ามหันกลับมามอง" เสียงเย็นชาของเวินเนี่ยนซูดังมาจากด้านหลัง "ข้าจะคอยอยู่ข้างหลังเจ้าเสมอ ไม่ต้องกลัว"
หัวใจของลวี่จูสงบลงทันที นางพยักหน้าอย่างแรง แววตามุ่งมั่นขึ้น
มีคุณหนูอยู่ด้วย นางก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!
…
ภายในโถงไว้ทุกข์ยามดึกสงัด แสงเทียนสั่นไหว ธงขาวปลิวไสว ยิ่งเพิ่มบรรยากาศวังเวงน่าขนลุก
หญิงรับใช้ที่คอยเฝ้ายามถูกยาสลบของเวินเนี่ยนซูเล่นงานจนสลบเหมือดไปตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้นอนหลับเป็นตายอยู่ตรงมุมห้อง
โถงกว้างขวางเหลือเพียงโลงศพสีดำทะมึนของเวินหรูเยว่ ที่สะท้อนแสงเทียนเย็นเยียบ
ลวี่จูหิ้วปีกหลิวโหรวเดินเข้ามา เวินเนี่ยนซูลากศพคนเลี้ยงม้าตามมาติดๆ
"ปิดตาเอาไว้" เวินเนี่ยนซูสั่งลวี่จูอีกครั้ง
ลวี่จูรีบใช้มือข้างที่ว่างยกขึ้นมาปิดตาทั้งสองข้างของตัวเองแน่น
เวินเนี่ยนซูลากศพคนเลี้ยงม้าไปไว้ข้างโลงศพ จัดการถอดชุดสาวใช้ที่ดูตลกขบขันบนร่างของมันออกอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงกางเกงชั้นในที่สกปรกโสมมตัวเดียว
จากนั้นนางก็จัดท่าทางของศพให้นอนหงายและกางแขนออกทั้งสองข้าง
หลิวโหรวมองดูการกระทำของเวินเนี่ยนซู ก็เข้าใจถึงจุดประสงค์ของนางในทันที
ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยายามดิ้นรนสุดชีวิต ลำคอส่งเสียงครางฮือๆ อย่างสิ้นหวัง
"อยู่นิ่งๆ!" ถึงแม้ลวี่จูจะหลับตาอยู่ แต่แรงที่มือก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย นางหยิกเข้าที่เนื้ออ่อนตรงเอวของหลิวโหรวอย่างแรง
กร๊อบ
ดวงตาของเวินเนี่ยนซูวาวโรจน์ นางเตะเข้าที่ข้อเข่าของหลิวโหรว ขาซ้ายของหลิวโหรวหักพับลงทันที ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนหน้ามืดแทบจะสลบไป
เวินเนี่ยนซูหิ้วคอหลิวโหรวขึ้นมา แล้วโยนร่างของนางทับลงไปบนศพเปลือยเปล่าของคนเลี้ยงม้า
"ท่านอยากจะทำลายความบริสุทธิ์ของข้านักไม่ใช่หรือ"
"เช่นนั้นวันนี้ พระชายาอย่างข้า ก็จะขอสนองคืนด้วยวิธีของท่านเอง คงจะไม่มากเกินไปกระมัง"
[จบแล้ว]