เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ยอมรับความอัปยศอดสูเช่นนี้

บทที่ 27 ยอมรับความอัปยศอดสูเช่นนี้

บทที่ 27 ยอมรับความอัปยศอดสูเช่นนี้


บทที่ 27 ยอมรับความอัปยศอดสูเช่นนี้

เซียวอวิ๋นฉี่ตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อน

เสิ่นชิงอวี๋รู้สึกพึงพอใจกับอาการ "ไม่กล้าขยับ" ของเซียวอวิ๋นฉี่ "วันหลังถ้าเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะไล่เจ้าออกจากบ้าน!"

เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นฉี่ไม่ตอบโต้ เสิ่นชิงอวี๋จึงยอมละมือออก แล้วเริ่มทบทวนตัวเอง "แต่ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น จะได้ไม่ทำให้เด็กๆ เข้าใจผิด"

"แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าก็ยังต้องพาพี่ฉางโส่วไปตำบลอยู่ดี ข้าต้องสอนเขาว่าเวลาไหนควรไปขายที่ไหน และขายอย่างไร"

เมื่อนึกถึงค่านิยม "ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน" ของยุคสมัยนี้ เสิ่นชิงอวี๋ก็เกิดความคิดใหม่ และหันไปหาเซียวอวิ๋นฉี่ "ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปด้วยกันกับพวกเราสิ?"

"ตกลง" เซียวอวิ๋นฉี่พยักหน้ารับราวกับถูกผีผลัก

"แบบนี้สิถึงจะถูก!" เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเดินออกจากห้องครัวไป

ภายในห้องครัว เซียวอวิ๋นฉี่ยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเองด้วยความเหม่อลอย

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เสิ่นฉางโส่วและหลิวชุ่ยสี่สองสามีภรรยามาถึง เซียวอวิ๋นฉี่และเสิ่นชิงอวี๋ก็รออยู่ก่อนแล้ว

หลิวชุ่ยสี่บอกให้ทั้งสองคนปล่อยเด็กๆ ไว้ที่บ้านได้เลย พวกนางจะดูแลให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง

ตอนแรกแฝดสามก็ไม่ค่อยยอม อยากจะตามไปด้วย

เหวินเช่อจึงช่วยเกลี้ยกล่อม "พวกเขาสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน ต่อไปความสัมพันธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ทะเลาะกันน้อยลง ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ยืดไงล่ะ ถ้าพวกเจ้าตามไปด้วย พวกเขาก็ต้องแบ่งความสนใจมาดูแลพวกเจ้า..."

เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่าฟังแล้วไม่เข้าใจ แต่ต้าเป่ากลับทำหน้าเหมือนเข้าใจแจ่มแจ้ง นางตบไหล่น้องทั้งสองเบาๆ "ตกลง พวกเราจะเชื่อฟังท่านอา"

เฉิงผิงที่นอนซมอยู่ในห้องได้ยินเสียงของเหวินเช่อ ก็อยากจะลุกขึ้นไปดูให้เห็นกับตา

แต่ที่น่าแปลกก็คือ อาการแน่นหน้าอกบรรเทาลงแล้ว รอยฟกช้ำก็จางลงมาก แต่เขากลับไม่มีเรี่ยวแรงเลย พอฝืนลุกขึ้นนั่ง อาการวิงเวียนศีรษะและตาลายก็จู่โจมจนต้องล้มตัวลงนอนตามเดิม

หลังจากสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเฉิงผิงนึกอะไรขึ้นมาได้ แววตาของเขาก็เย็นชาลงทันที

อีกด้านหนึ่ง เซียวอวิ๋นฉี่รับหน้าที่บังคับรถลา ส่วนเสิ่นชิงอวี๋และเสิ่นฉางโส่วรับหน้าที่นั่งอยู่ด้านหลัง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวตำบล

ภายใต้การนำทางของเสิ่นชิงอวี๋ รถลาวิ่งไปจอดที่ลานกว้างหน้าสถานศึกษาก่อน และก็มีลูกค้าเดินเข้ามาซื้อข้าวเหนียวปั้นทันที

เซียวอวิ๋นฉี่ยืนดูอยู่ห่างๆ เสิ่นชิงอวี๋เป็นคนขายข้าวเหนียวปั้น โดยมีเสิ่นฉางโส่วเป็นลูกมือ

เถ้าแก่ร้านหาบเร่ขายเส้นหมี่ที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางชี้ไปที่เสิ่นฉางโส่วแล้วถามยิ้มๆ "คนนี้คือสามีของเจ้าใช่หรือไม่?"

เสิ่นชิงอวี๋ยิ้มกว้าง ชี้นิ้วไปยังเซียวอวิ๋นฉี่ที่ยืนเป็นไทยมุงอยู่ "คนนั้นต่างหากล่ะ"

รอยยิ้มของเถ้าแก่ร้านเส้นหมี่แข็งค้างไปทันที

ไม่ใช่สามีของเจ้า แล้วทำไมเจ้าถึงไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาเล่า?

สามีของเจ้ายืนอยู่เฉยๆ ไม่ยอมช่วยงาน แถมยังทนดูเจ้ายืนใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นอีกงั้นหรือ?

สามีไม่ได้เรื่องแบบนี้ ช่างน่าขายหน้าจริงๆ!

ด้วยเหตุนี้ สายตาที่เถ้าแก่ร้านเส้นหมี่มองเซียวอวิ๋นฉี่จึงเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด

เซียวอวิ๋นฉี่เห็นสายตานั้นเข้า ก็โกรธจนควันออกหู!

ไอ้ธุรกิจบ้าบอนี่มันจะหาเงินได้สักกี่อีแปะเชียว?

ถึงได้ปล่อยให้เขาต้องมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้?

โชคดีที่ตอนนี้นักเรียนเริ่มทยอยกันออกมาจากสถานศึกษา เสิ่นชิงอวี๋จึงยุ่งขึ้นมาทันที

ตอนแรกเสิ่นฉางโส่วยังมีอาการเกร็งๆ อยู่บ้าง แต่สักพักก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เขาช่วยรับเงินใส่กระเป๋าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว

เมื่อนักเรียนกลับเข้าไปเรียนกันหมด เสิ่นชิงอวี๋ก็นวดใบหน้าที่ยิ้มจนเมื่อย "ตอนนี้เราไปที่ท่าเรือกันเถอะ"

"ได้เลย!" เสิ่นฉางโส่วตอบรับอย่างกระตือรือร้น

จากนั้นสายตาของเสิ่นชิงอวี๋และเสิ่นฉางโส่วก็หันไปจับจ้องที่เซียวอวิ๋นฉี่

เซียวอวิ๋นฉี่สบถในใจ บ้าเอ๊ย!

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องบังคับรถลาไปที่ท่าเรืออยู่ดี

สถานการณ์ที่ท่าเรือแตกต่างจากหน้าสถานศึกษาอย่างสิ้นเชิง

พวกนักเรียนมักจะสั่งเพิ่มเครื่องเคียง เพิ่มเงิน เน้นรสชาติอร่อยเป็นหลัก

ส่วนกรรมกรส่วนใหญ่อยากจะเปลี่ยนเครื่องเคียงเป็นข้าวเหนียว เน้นกินอิ่มท้องเป็นหลัก

หลังจากยุ่งอยู่พักหนึ่ง เสิ่นชิงอวี๋ก็ถอยออกมา ปล่อยให้เสิ่นฉางโส่วเป็นคนจัดการเองทั้งหมด

เสิ่นฉางโส่วเรียนรู้ได้เร็วมาก ท่าทางทะมัดทะแมงใช้ได้ทีเดียว

เสิ่นชิงอวี๋จึงวางใจ นางเดินไปนั่งพักข้างๆ เซียวอวิ๋นฉี่ พลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก

เซียวอวิ๋นฉี่เหลียวมองนาง

ใบหน้าของสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ แดงระเรื่อ ปอยผมข้างขมับหลุดลุ่ยเล็กน้อย

เมื่ออยู่ใกล้ๆ เขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากตัวเสิ่นชิงอวี๋ น่าจะเป็นกลิ่นเหงื่อ? แต่ทำไมมันถึงได้หอมนักล่ะ?

เซียวอวิ๋นฉี่ใจเต้นผิดจังหวะ เขารีบหันขวับไปมองเรือที่อยู่ไกลออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน

"ปล่อยให้เขาขายไปเถอะ พวกเราไปเดินซื้อของกันดีกว่าไหม?" เสิ่นชิงอวี๋เสนอ

"ตกลง" เซียวอวิ๋นฉี่รับปากทันควัน แต่พอตอบรับไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆ เขาจึงรีบก้าวเท้ายาวๆ เดินนำหน้าไปก่อน

เสิ่นชิงอวี๋รีบเดินตามไปติดๆ

ทั้งสองคนเดินตามกันไปเงียบๆ ได้พักใหญ่ เสิ่นชิงอวี๋ก็นึกขึ้นได้ว่าอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นแล้ว แต่เด็กๆ ยังไม่มีเสื้อผ้าเนื้อบางใส่เลย นางจึงหันหลังเดินเข้าประตูร้านขายผ้าไป

เมื่อเถ้าแก่เห็นเสิ่นชิงอวี๋และเซียวอวิ๋นฉี่เดินเข้ามา ก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที

เสิ่นชิงอวี๋ที่ขายข้าวเหนียวปั้นจนเป็นที่รู้จัก ทำให้เถ้าแก่จำนางได้ทันที "อ้าว! แม่ค้าข้าวเหนียวปั้นนี่เอง จะมาเลือกดูผ้าแบบไหนล่ะจ๊ะ?"

เสิ่นชิงอวี๋กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะชี้ไปยังผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดหลากสีสันที่วางเรียงรายอยู่ด้านใน "ท่านช่วยหยิบมาให้ข้าดูทั้งหมดเลยได้หรือไม่?"

เถ้าแก่ปรายตามองเซียวอวิ๋นฉี่ที่เดินตามหลังมา แม้ชายผู้นี้จะมีปานดำน่าเกลียดบนหน้าผาก แต่ท่วงท่ากลับดูสง่างามไม่ธรรมดา

เถ้าแก่จึงกุลีกุจอหยิบผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดทั้งหมดมาให้เสิ่นชิงอวี๋เลือกอย่างกระตือรือร้น

เสิ่นชิงอวี๋แสร้งทำเป็นพลิกดูผ้าไปมา ในขณะที่สมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงแจ้งเตือนจากร้านค้าในมิติ

"เพิ่มหมวดหมู่สินค้า ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด +1!"

"เพิ่มหมวดหมู่สินค้า ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด +1!"

หลังจากสำรวจจนครบทุกผืนแล้ว เสิ่นชิงอวี๋ก็เลือกผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดสีชมพูสองพับ และสีฟ้าอีกสามพับ "ข้าเอาแค่นี้แหละ"

แม้เซียวอวิ๋นฉี่จะไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็มองออกว่าเสิ่นชิงอวี๋ตั้งใจเลือกผ้าพวกนี้ไปตัดชุดให้เด็กๆ ทั้งสามคน

เมื่อก้มมองดูเสื้อผ้าหยาบๆ สีฟ้าซีดที่นางสวมใส่อยู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า "ทำไมเจ้าไม่เลือกเผื่อตัวเองบ้างล่ะ?"

เสิ่นชิงอวี๋ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยปาก นางจึงหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ

เซียวอวิ๋นฉี่ถูกมองจนหน้าชา "ข้าจ่ายเอง เจ้าเลือกตามสบายเลย"

โอ้โห!

อดีตสามีคนนี้ชักจะใจป้ำขึ้นทุกวันแฮะ!

เสิ่นชิงอวี๋หันไปมองทางฝั่งที่ขายผ้าแพรพรรณชั้นดี

ดวงตาของเถ้าแก่เบิกโพลงด้วยความยินดี

ใครจะไปรู้ว่าหลังจากเสิ่นชิงอวี๋เลือกดูจนทั่ว แม้หมวดหมู่สินค้าในร้านค้ามิติจะเพิ่มขึ้นมาหลายรายการ แต่นางกลับไม่ถูกใจผ้าพวกนั้นเลย ลวดลายก็มีให้เลือกน้อย แถมยังดูแก่เกินไป ไม่สวยเอาเสียเลย

สุดท้ายเสิ่นชิงอวี๋ก็เลือกผ้าไหมเนื้อบางสีขาวนวลมาเพียงพับเดียว กะว่าจะให้หลิวชุ่ยสี่ตัดชุดนอนให้สักสองชุดเอาไว้ใส่สลับกัน

เมื่อเห็นเสิ่นชิงอวี๋เตรียมตัวจะเดินออกจากร้าน เถ้าแก่ก็เริ่มร้อนใจ เขารีบเรียกเสิ่นชิงอวี๋ไว้ "แม่นางน้อย ข้ายังมีผ้าแพรพรรณที่เพิ่งเข้ามาใหม่อีกหลายพับ ลองดูหน่อยไหมจ๊ะ..."

มีของลับซ่อนอยู่ด้วยหรือเนี่ย?

เสิ่นชิงอวี๋มองเถ้าแก่ด้วยความประหลาดใจ "ท่านยังมีของที่ไม่ได้เอาออกมาวางขายอีกหรือ?"

เถ้าแก่อุ้มผ้าแพรสองพับและผ้าไหมสองพับออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ ผ้าแพรเป็นสีขาว ส่วนผ้าไหมเป็นสีฟ้าอ่อนกับสีเขียวอ่อน

โอ้โห สวยจริงๆ ด้วย!

ยังไม่ทันที่เสิ่นชิงอวี๋จะเอ่ยปาก เซียวอวิ๋นฉี่ก็พูดขึ้นก่อน "เอาทั้งหมดนี่แหละ"

รอยยิ้มของเถ้าแก่กว้างขึ้นกว่าเดิม เขารีบบอกราคา "ผ้าแพรแสงนวลนี่ราคาพับละห้าตำลึง ส่วนผ้าไหมสีฟ้าใสราคาพับละแปดตำลึง รวมทั้งหมดก็ยี่สิบหกตำลึงพอดีเลยจ้ะ"

เซียวอวิ๋นฉี่ยื่นตั๋วเงินให้ เสิ่นชิงอวี๋ก็รับผ้าแพรและผ้าไหมมาจากมือของเถ้าแก่ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานขอบคุณเซียวอวิ๋นฉี่

เซียวอวิ๋นฉี่มองลงมาจากมุมสูง เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจของเสิ่นชิงอวี๋ เขาก็รู้สึกเบิกบานใจอย่างประหลาด "ถ้าเจ้าชอบก็ดีแล้ว"

ขณะที่ทั้งสองคนหอบข้าวของเตรียมจะเดินออกจากร้าน จู่ๆ ก็มีคนสองคนเดินสวนเข้ามา

"พี่หญิงใหญ่? ทำไมเป็นท่าน?"

เป็นเสิ่นชิงเหยานั่นเอง!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 27 ยอมรับความอัปยศอดสูเช่นนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว