- หน้าแรก
- หย่าเถอะข้าไม่แคร์ ขอมุ่งหน้าปั้นลูกแฝดสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐี
- บทที่ 24 ทั้งหมู่บ้านออกโรง
บทที่ 24 ทั้งหมู่บ้านออกโรง
บทที่ 24 ทั้งหมู่บ้านออกโรง
บทที่ 24 ทั้งหมู่บ้านออกโรง
เซียวอวิ๋นฉี่ให้เงินเสิ่นชิงอวี๋มาอีกสามร้อยตำลึง บอกให้เอาไปซื้อถั่วเหลืองและเครื่องมือต่างๆ
เสิ่นชิงอวี๋ก็ไม่ได้เล่นตัวอะไร "ถือเสียว่าเป็นเงินที่เจ้าให้ลูกๆ ก็แล้วกัน"
วันรุ่งขึ้น เสิ่นชิงอวี๋เข้าตำบลไปสั่งทำถังไม้ พอไปถึงหน้าร้านขายธัญพืช ก็ได้ยินลูกค้ากำลังด่าทอ "แป้งธัญพืชยังชั่งละตั้งสิบอีแปะ แล้วแบบนี้จะให้คนเขามีชีวิตรอดกันได้อย่างไร?"
แป้งเนื้อละเอียดหนึ่งชั่งแลกแป้งธัญพืชได้ตั้งสองชั่ง นี่แป้งธัญพืชยังชั่งละตั้งสิบอีแปะเชียวหรือ?
พอเข้าไปในร้านและได้คุยกับเถ้าแก่ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ทุกอย่างขึ้นราคาหมดแล้ว
"เลยช่วงเวลาเพาะปลูกมาแล้ว แต่ฝนก็ยังไม่ตก ราคาธัญพืชจะขึ้นก็เป็นเรื่องปกติ! ขืนฝนยังไม่ตกอีก วันหน้าก็ต้องขึ้นราคาอีก เผลอๆ อาจจะไม่มีของขายด้วยซ้ำ!"
นี่คือเรื่องจริง
ดังนั้นตอนนี้ธัญพืชหยาบจึงราคาชั่งละสิบอีแปะ ส่วนธัญพืชละเอียดราคาชั่งละยี่สิบอีแปะ
ราคาพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว!
เสิ่นชิงอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจตรงไปที่ตัวเมืองแทน
รถลาวิ่งห้อตะบึง ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เสิ่นชิงอวี๋ก็เดินทางมาถึงตัวเมืองด้วยสภาพฝุ่นเกาะเต็มตัว
รถลานี่มันกระแทกกระทั้นจนเจ็บก้นไปหมด แถมบนถนนก็มีแต่ฝุ่นควัน
นี่มันไม่ใช่งานของคนเลยชัดๆ
ทหารเฝ้าประตูเมืองเห็นคนสภาพมอมแมมมาเยอะแล้ว เก็บเงินไปสองอีแปะก็ปล่อยนางเข้าเมืองไป
ถนนปูด้วยหินแผ่นกว้างขวาง ร้านรวงเรียงรายพร้อมสินค้ามากมาย ผู้คนที่เดินไปมาก็ล้วนแต่แต่งกายเรียบร้อยกว่ามาก...
เสิ่นชิงอวี๋มองดูรอบๆ พลางทอดถอนใจ 'กำลังซื้อในตัวเมืองย่อมสูงกว่าเป็นธรรมดา'
หลังจากถามทางไปตลอดทาง เสิ่นชิงอวี๋ก็หาร้านขายธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมืองจนพบ
ลูกจ้างในร้านที่กำลังว่างอยู่ เห็นเสิ่นชิงอวี๋ยืนมอมแมมอยู่ข้างรถลา ก็คิดว่าคงไม่ได้กำไรอะไร จึงเอาศอกถองลูกจ้างฝึกหัดตัวผอมดำที่อยู่ข้างๆ "ปาจิน เจ้าไปรับแขกสิ"
ปาจินดูอายุราวๆ สิบสองสิบสามปี พอได้ยินว่ามีโอกาสได้ต้อนรับลูกค้า ก็ดีใจเป็นล้นพ้น รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับเสิ่นชิงอวี๋ทันที "แม่นางท่านนี้เดินทางมาไกลหรือขอรับ? ต้องการซื้ออะไรบ้างขอรับ?"
เสิ่นชิงอวี๋ตรงดิ่งไปที่โซนธัญพืชหยาบทันที "ธัญพืชหยาบนี่ขายอย่างไร?"
ธัญพืชหยาบในตัวเมืองราคาถูกกว่าที่ตำบลเหิงสุ่ยจริงๆ ด้วย ราคาเพียงชั่งละแปดอีแปะเท่านั้น
เสิ่นชิงอวี๋พูดโพล่งออกมาเลยว่า "ข้าต้องการซื้อธัญพืชหยาบในราคาสองร้อยตำลึง"
ปาจินนึกว่าตัวเองหูฝาดไป เขาแคะหูตัวเองแล้วยิ้มถาม "เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ?"
เสิ่นชิงอวี๋รู้ว่าเขาไม่เชื่อ จึงพูดตามข้ออ้างที่เตรียมไว้ล่วงหน้า "หมู่บ้านของพวกเรามีคนเยอะ มีคนมาช่วยกันซื้อตั้งหลายคน พวกเขาแยกย้ายกันไปซื้อของอย่างอื่น แล้วให้ข้ามาซื้อนี่ ทางร้านช่วยไปส่งให้พวกเรานอกเมืองหน่อยได้หรือไม่?"
"รอสักครู่นะขอรับ" ปาจินรีบหันหลังกลับไปตามเถ้าแก่ทันที
เถ้าแก่พอได้ยินว่ามีสตรีผู้หนึ่งต้องการซื้อธัญพืชหยาบมากมายขนาดนั้น ก็ตกใจไปเหมือนกัน แต่พอเสิ่นชิงอวี๋ควักตั๋วเงินออกมา เขาก็เชื่อสนิทใจ
มีเงินมาให้กอบโกยถึงที่ แค่ไปส่งของนอกเมืองจะเป็นไรไป?
"ไม่มีปัญหา" เถ้าแก่รับปาก แล้วสั่งให้คนไปจัดเตรียมสินค้า
ธัญพืชหยาบชั่งละแปดอีแปะ เงินหนึ่งตำลึงสามารถซื้อได้ร้อยกว่าชั่ง เงินสองร้อยตำลึง...
ก็สามารถซื้อธัญพืชหยาบได้ถึงสองหมื่นกว่าชั่งเลยทีเดียว!
ถั่วเหลืองเองก็ขึ้นราคาเป็นชั่งละยี่สิบห้าอีแปะ
เสิ่นชิงอวี๋ซื้อถั่วเหลืองเพิ่มอีกพันหกร้อยชั่ง หมดเงินไปอีกสี่สิบตำลึง
ขบวนรถม้าที่บรรทุกกระสอบธัญพืชหยาบแล่นตามเสิ่นชิงอวี๋มาจนถึงชายป่านอกเมือง
เสิ่นชิงอวี๋ชี้ไปที่ทำเลที่ดูไว้แต่เนิ่นๆ "ช่วยขนลงตรงนี้ก็พอจ้ะ เดี๋ยวพวกเขาก็คงจะตามกันมา"
หลังจากขนธัญพืชหยาบลงเสร็จ รถม้าก็จากไป เสิ่นชิงอวี๋รอจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้ว จึงรีบกวาดต้อนเสบียงทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในโกดังมิติอย่างรวดเร็ว
คราวก่อนที่ตำบลก็ซื้อเสบียงมาเยอะแล้ว คราวนี้ก็ซื้อมาอีกเพียบ กะด้วยสายตาแล้วคงเก็บไม่หมดแน่
ประมาทไปหน่อยแฮะ
เสิ่นชิงอวี๋นำถังไม้ออกมาวางบนรถลา เพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับเก็บเสบียง
แต่ยังเก็บไม่ทันหมด โกดังก็เต็มเสียแล้ว
"อัตราการจัดเก็บของโกดัง 100% อัตราการจัดเก็บถึง 100% เป็นครั้งแรก มิติกำลังอัปเกรด..."
เมื่อเสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้น เสิ่นชิงอวี๋ก็ถูกดีดออกมาจากมิติอีกครั้ง
อิอิอิ!
ไม่รู้ว่าการอัปเกรดคราวนี้ จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ บ้างนะ?
เสิ่นชิงอวี๋บังคับรถลามุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความตื่นเต้น
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ดื่มน้ำพุวิญญาณหรือเปล่า แต่เจ้าลาผอมก็ดูมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาก ลากรถลามาตั้งไกลขนาดนี้ก็ยังไม่ล้มพับไปเสียก่อน
วิ่งไปกลับตัวเมืองหนึ่งรอบ กว่าจะถึงตัวตำบลฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
ยังต้องใช้เวลาอีกตั้งครึ่งชั่วยามกว่าจะถึงบ้านนะเนี่ย!
เสิ่นชิงอวี๋เริ่มร้อนใจ จึงรีบเร่งให้เจ้าลาผอมเดินเร็วขึ้น
แต่พอเพิ่งจะออกจากตัวตำบลเหิงสุ่ย ก็มีเสียงเกือกม้าดังกุบกับตามหลังมา มีคนขี่ม้ามาแล้ว
ขณะที่เสิ่นชิงอวี๋กำลังจะหลบทางให้ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น "เจ้าไปไหนมา? ข้าออกตามหาเจ้าตั้งไกล! เด็กๆ เป็นห่วงเจ้าแทบแย่แล้ว..."
เป็นเซียวอวิ๋นฉี่นั่นเอง
เซียวอวิ๋นฉี่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว ทว่าพอเห็นสภาพที่เปรอะเปื้อนฝุ่นของเสิ่นชิงอวี๋ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "นี่เจ้าไปโดนอะไรมา?"
เสิ่นชิงอวี๋กะพริบตาปริบๆ หากนางไม่ได้ตาฝาดไป นี่เขากำลังเป็นห่วงนางอยู่ใช่ไหม?
"ข้าไปที่ตัวเมืองมาน่ะ"
ไม่ได้บอกที่บ้านไว้ก่อน มิน่าล่ะเด็กๆ ถึงได้เป็นห่วง
"เจ้าไปตัวเมืองทำไมกัน?" เซียวอวิ๋นฉี่เพิ่งจะรู้ข่าวคราวของเสิ่นชิงอวี๋จากลูกน้อง หากไม่ได้มาเจอเสิ่นชิงอวี๋กำลังเดินทางกลับพอดีล่ะก็ เขาคงควบม้าตรงดิ่งไปที่ตัวเมืองแล้ว!
"ข้าวของที่ตัวตำบลแพงเกินไป ข้าก็เลยไปซื้อเสบียงที่ตัวเมืองมาน่ะ"
เสิ่นชิงอวี๋ชี้ไปที่ถังไม้ใบใหญ่บนรถลา "ของทั้งหมดอยู่ในนี้แหละ"
"ราคาถูกกว่าที่ตำบลตั้งชั่งละสองอีแปะเชียวนะ!"
ถูกกว่าชั่งละสองอีแปะ!
พันชั่งก็เพิ่งจะถูกกว่าแค่สองตำลึง...
"..." เซียวอวิ๋นฉี่เศรษฐีกระเป๋าหนักถึงกับโกรธจนพูดไม่ออก
อยากจะด่าชะมัด
แต่พอเห็นสตรีผู้นี้เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกว้างอย่างใสซื่อ ทั้งๆ ที่หน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น เขาก็กลับด่าไม่ลง
เมื่อลองคิดดูให้ดี เป็นเพราะหลายปีมานี้เขาให้เงินนางน้อยเกินไปหรือเปล่า นางต้องเลี้ยงดูลูกถึงสามคนเพียงลำพัง ชีวิตคงลำบากยากเข็ญมากสินะ?
คำพูดนับพันหมื่นคำ สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ "ไปเถอะ กลับบ้านกัน"
พอมีเพื่อนร่วมทาง เสิ่นชิงอวี๋ก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าหมู่บ้านตอนที่ฟ้าเริ่มมืดสนิท
มองเห็นแต่ไกลว่า มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่หน้าบ้านของนางเป็นกลุ่มใหญ่
เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เสิ่นชิงอวี๋รู้สึกใจคอไม่ดี จึงรีบเร่งความเร็ว
"ชิงอวี๋กลับมาแล้ว!"
"ท่านแม่!"
"ท่านแม่กลับมาแล้ว!"
"ท่านแม่ ข้านึกว่าท่านจะไม่ต้องการพวกเราแล้วเสียอีก..."
เด็กๆ ทั้งสามคนวิ่งเข้ามารุมล้อม บนใบหน้ายังคงมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่
เหวินเช่อเดินเข้ามาอธิบายเรื่องราวให้ฟัง
ที่แท้เด็กทั้งสามคนร้องไห้กันหนักมาก ส่วนเซียวอวิ๋นฉี่ก็ออกไปตามหาแล้วยังไม่กลับมา พอหลิวชุ่ยสี่มาเห็นสภาพนี้เข้า ก็เลยไปตามผู้นำหมู่บ้านมา
เมื่อรู้ว่าเสิ่นชิงอวี๋ยังไม่กลับบ้าน ผู้นำหมู่บ้านก็เลยระดมชาวบ้านมาเตรียมตัวจะออกไปตามหาเสิ่นชิงอวี๋ด้วยกัน
ทุกคนต่างก็เตรียมคบเพลิงไม้ไผ่อันใหม่ไว้ในมือพร้อมแล้ว...
โชคดีที่เสิ่นชิงอวี๋กลับมาได้ทันเวลาพอดี ไม่อย่างนั้นคืนนี้ชาวบ้านคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันแน่...
ทั้งๆ ที่นางเคยทะเลาะกับคนในหมู่บ้านพวกนี้ตั้งหลายคน แต่ตอนนี้พวกเขากลับยินดีที่จะไปช่วยตามหานางเนี่ยนะ?!
นอกจากความประหลาดใจแล้ว เสิ่นชิงอวี๋ก็รีบกล่าวขอบคุณและขอโทษขอโพยทุกคน ก่อนจะส่งผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านกลับไป
หลิวชุ่ยสี่ยังไม่กลับ นางมาที่นี่ก็เพื่อจะเอาถุงนอนมาส่งให้เสิ่นชิงอวี๋
เมื่อเสิ่นชิงอวี๋เห็นรอยเย็บที่ละเอียดลออของถุงนอน นางก็พึงพอใจมาก จึงจ่ายเงินสามสิบอีแปะให้ทันทีโดยไม่ลังเล แถมยังยกเศษผ้าฝ้ายกับสำลีครึ่งชั่งที่เหลือให้หลิวชุ่ยสี่ไปด้วย
หลิวชุ่ยสี่ไม่ยอมรับ "ชิงอวี๋ เจ้าอุตส่าห์ไว้ใจยอมให้ข้าเอากลับไปทำที่บ้าน ข้าจะรับของจากเจ้าอีกได้อย่างไร?"
เสิ่นชิงอวี๋กุมมือทั้งสองข้างของนางไว้อย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ "เจ้าฟังข้านะ"
"เรื่องที่เจ้าไปตามผู้นำหมู่บ้านกับชาวบ้านมาช่วยตามหาข้าในวันนี้ ข้าซาบซึ้งใจมาก เมื่อก่อนข้ามักจะกลัวเสียเปรียบ ชอบวางมาดข่มคนอื่น ทะเลาะเบาะแว้งไปทั่ว ล่วงเกินคนในหมู่บ้านไปตั้งมากมาย..."
หากวันนี้หลิวชุ่ยสี่ไม่ได้ไปบอกผู้นำหมู่บ้าน แล้วให้ผู้นำหมู่บ้านเป็นแกนนำล่ะก็ ชาวบ้านก็คงจะปล่อยเลยตามเลย ไม่สนใจนางหรอก
สำหรับเหตุการณ์ระดมพลตามหาคนในวันนี้ คนแรกที่นางต้องขอบคุณ ก็คือหลิวชุ่ยสี่นี่แหละ!
[จบตอน]