- หน้าแรก
- หย่าเถอะข้าไม่แคร์ ขอมุ่งหน้าปั้นลูกแฝดสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐี
- บทที่ 20 อาชากานิลใต้แสงจันทร์
บทที่ 20 อาชากานิลใต้แสงจันทร์
บทที่ 20 อาชากานิลใต้แสงจันทร์
บทที่ 20 อาชากานิลใต้แสงจันทร์
เรือนแห่งนี้ฉีฮั่นซื้อไว้ให้ลูกชายคนโต เพื่อใช้สำหรับการร่ำเรียนหนังสือโดยเฉพาะ
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อลูกชายคนรองมีลูกดกเต็มบ้านเต็มเมืองจนจวนวุ่นวายไปหมด ลูกชายคนโตก็เลยไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ
หลังจากบ่าวรับใช้ปิดประตูลง ชายในชุดคลุมสีดำก็เดินออกมาจากมุมมืด แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "สตรีผู้นั้นคือใคร?"
ฉีเผิงจวี่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที "เรียนนายท่าน สตรีผู้นั้นน่าจะเป็นพี่สาวของน้องสะใภ้ข้าขอรับ"
"ป้ายขายข้าวเหนียวปั้นของนาง เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าได้มาจากไหน?"
"ป้ายขายข้าวเหนียวปั้นงั้นหรือขอรับ?" ฉีเผิงจวี่ทำหน้างุนงง
"ช่างเถอะ... นางพักอยู่ที่ใด?"
...
เสิ่นชิงอวี๋ไปที่ร้านขายธัญพืช ขนข้าวสารแป้งและน้ำมันที่เหลือจากเมื่อวานขึ้นรถลา แล้วก็ซื้อของจิปาถะมาอีกเล็กน้อย จากนั้นก็บังคับรถลามุ่งหน้ากลับบ้าน
พอเพิ่งจะพ้นเขตตำบล เจ้าลาผอมก็เริ่มออกอาการพยศ มันยืนขาถ่างอยู่กับที่ ปากก็ร้อง "อ๊าอี๊อ๊าอี๊" ไม่ยอมเดิน
เสิ่นชิงอวี๋ไม่เข้าใจ วันนี้นางก็ไม่ได้บรรทุกของเยอะแยะอะไรมากมาย ข้าวของส่วนใหญ่ก็เก็บไว้ในโกดังมิติแล้ว มันเป็นอะไรของมันอีกล่ะ
เจ้าลาจอมดื้อรั้นทั้งเอาหัวถูไถทั้งเลีย เสิ่นชิงอวี๋ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเข้าใจ ที่แท้มันอยากจะดื่มน้ำพุวิญญาณนี่เอง!
เหอะ!
เจ้าลานี่มันฉลาดเป็นกรดเสียจริง!
จนกระทั่งเสิ่นชิงอวี๋ป้อนน้ำพุวิญญาณให้มันไปสองกระบวย เจ้าลาผอมถึงได้ยอมออกเดินทางต่ออย่างพึงพอใจ
กลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้ว เด็กน้อยทั้งสามชะเง้อคอมองออกไปนอกบ้านอย่างใจจดใจจ่อ เหวินเช่อเองก็นั่งรออยู่ในลานบ้านเช่นกัน
เซียวอวิ๋นฉี่เข้าป่าไปเก็บผักป่า ป่านนี้ทำไมยังไม่กลับมาอีก?
เสิ่นชิงอวี๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เดินไปล้างมือเตรียมทำอาหาร
ทำอาหารเสร็จแล้ว เซียวอวิ๋นฉี่ก็ยังไม่กลับมา
กินข้าวเสร็จแล้ว เซียวอวิ๋นฉี่ก็ยังไม่กลับมา
จนฟ้ามืด เซียวอวิ๋นฉี่ก็ยังคงไม่กลับมา
แฝดสามเริ่มร้อนใจแล้ว
เอ้อร์เป่าร้องไห้โฮออกมา "ท่านแม่ ท่านพ่อหนีไปอีกแล้วใช่ไหมเจ้าคะ? ท่านพ่อไม่ต้องการพวกเราแล้วใช่ไหม?"
คำพูดนี้ยิ่งกระตุ้นต่อมน้ำตาของเสี่ยวเป่าให้ร้องไห้ตามไปด้วย
เสิ่นชิงอวี๋ปวดขมับหนึบ "ไม่หรอก! เขาคงมีธุระอะไรสักอย่างเลยทำให้ล่าช้าไปกระมัง..."
"แต่ว่าฟ้ามืดแล้วนะเจ้าคะ!"
ต้าเป่าที่พยายามเข้มแข็ง กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา
เสิ่นชิงอวี๋เองก็มืดแปดด้าน คนหายไปไหนล่ะเนี่ย?
หรือว่าจะโดนหมาป่าคาบไปกินแล้ว?
เด็กทั้งสามคนต่างก็เป็นห่วงกันไปคนละแบบ เหวินเช่อเองก็รู้สึกใจคอไม่ดี "บนเขาแถวนี้มีสัตว์ร้ายบ้างหรือไม่ขอรับ?"
"โฮ..." เอ้อร์เป่าปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
เสียงร้องไห้ของเด็กๆ ดังก้องอยู่ในหูราวกับเสียงมารร้าย เสิ่นชิงอวี๋ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปทางภูเขาทันที "พวกเจ้ารออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวข้าจะไปตามหาพ่อของพวกเจ้าให้เอง!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กทั้งสามคนก็ยิ่งร้อนใจ "ท่านแม่ ฟ้ามืดแล้วนะเจ้าคะ ท่านจะเข้าป่าไปได้อย่างไร หากเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำอย่างไร?"
เจออันตรายก็ยังดีกว่าต้องมานั่งฟังพวกเจ้าประสานเสียงร้องไห้ล่ะน่า!
เสิ่นชิงอวี๋โบกมือ "พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้าดูแลตัวเองได้..."
เมื่อเดินมาถึงเชิงเขา เสิ่นชิงอวี๋ก็เปิดแผนที่ขึ้นมาดู
บนแผนที่แสดงตำแหน่งที่นางยืนอยู่เป็นจุดสีเขียว ถนนหนทาง พืชสมุนไพร ผักป่า และสัตว์ป่าในบริเวณใกล้เคียงก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น กะด้วยสายตาน่าจะครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีสิบเมตร...
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
หากเจออันตรายก็หลบเข้ามิติไปได้ รับรองว่ารอดตายแน่นอน
เสิ่นชิงอวี๋ถือท่อนไม้ไว้ในมือเพื่อคอยหยั่งความลึกตื้นของทางเดิน แล้วก้าวเดินเข้าไปในป่า
ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผืนป่าที่มืดมิด
เสิ่นชิงอวี๋มืดแปดด้าน เขาไปทางไหนล่ะเนี่ย? แล้วนางควรจะไปตามหาเขาที่ไหน?
ขืนเดินวนไปวนมาในป่าแบบนี้คงไม่ดีแน่?
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ...
ให้ตายเถอะ!
เสิ่นชิงอวี๋ทิ้งตัวลงนั่งบนก้อนหินก้อนใหญ่ริมทาง ไม่ยอมเดินต่อแล้ว
รออีกสักพัก ถ้าเขายังไม่ออกมา นางก็จะกลับบ้านล่ะ
"จี๊ดๆๆ..." เสียงสัตว์ตัวเล็กๆ ดังขึ้น ดูเหมือนจะดังมาจากใต้ร่างของนาง?
หัวใจของเสิ่นชิงอวี๋เต้นรัว นางรีบเปิดแผนที่ขึ้นมาดู วินาทีต่อมา นางก็ถึงกับเบิกตากว้าง บนแผนที่ปรากฏไอคอนรูปกระต่ายตัวเล็กๆ ขึ้นมา และตำแหน่งของมันก็ทับซ้อนกับจุดสีเขียวของนางพอดี...
เสิ่นชิงอวี๋ก้มลงมองก้อนหินก้อนใหญ่ที่ตนนั่งอยู่ หัวใจเต้นแรงราวกับตีกลอง
ใต้ก้อนหินมีโพรงกระต่ายอยู่
จะเอาดีไหม?
ไม่เอาก็โง่แล้ว!
ในโกดังมิติมีกระสอบสานอยู่ เสิ่นชิงอวี๋ล้วงเอากระสอบสานออกมา จ่อปากกระสอบไว้ที่ปากโพรงกระต่าย ใช้ก้อนหินทับไว้ให้แน่น แล้วหยิบท่อเหล็กออกมาจากโกดังมิติ เคาะลงบนก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้นดังป๊องๆ!
"ป๊องๆๆ..."
เสียงเคาะดังกังวานก้องไปทั่วผืนป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ดังไปไกลแสนไกล!
กระต่ายตกใจกลัว จึงวิ่งเตลิดเข้าไปในกระสอบสานอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินเสียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในกระสอบสาน เสิ่นชิงอวี๋ก็รีบมัดปากกระสอบให้แน่นแล้วโยนทิ้งไว้ข้างๆ พอเปิดแผนที่ดูอีกครั้ง ก็พบว่าไอคอนรูปกระต่ายตัวเล็กๆ ย้ายมาอยู่ข้างๆ จุดสีเขียวของนางแล้ว
จับได้หมดแล้ว มีกระต่ายตัวใหญ่สองตัว และกระต่ายตัวเล็กอีกห้าตัว
เสิ่นชิงอวี๋ดีใจจนหุบยิ้มไม่ลง!
นางใช้เชือกป่านมัดกระต่ายทีละตัว เก็บท่อเหล็กและกระสอบสานเข้าโกดังมิติ เตรียมตัวจะหิ้วกระต่ายกลับบ้านในสภาพนี้แหละ
ทว่าตอนที่ลุกขึ้นยืน เสิ่นชิงอวี๋ก็เปิดแผนที่เตรียมจะกลับบ้าน แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังกุบกับๆ ดังขึ้นมาเสียก่อน
นางหันขวับไปมองด้วยความตกตะลึง ก็เห็นม้าสีดำตัวใหญ่สูงสง่าตัวหนึ่งกำลังบรรทุกใครบางคน เดินออกมาจากในป่ามุ่งหน้ามาทางนี้
ม้าสีดำภายใต้แสงจันทร์ กับคนเงียบๆ ผู้หนึ่ง...
เสิ่นชิงอวี๋ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว!
ขณะที่เสิ่นชิงอวี๋กำลังจะหลบเข้าไปซ่อนตัวในมิติ คนบนหลังม้าสีดำก็ร้องเรียกขึ้นมาว่า "ภรรยา?"
บ้าเอ๊ย!
ที่แท้ก็เซียวอวิ๋นฉี่นี่เอง!
เสิ่นชิงอวี๋ลูบอกตัวเองเพื่อเรียกขวัญ พลางต่อว่าอย่างอารมณ์เสีย "เจ้าหายไปไหนมา? เด็กๆ นึกว่าเจ้าหนีไปแล้ว ร้องห่มร้องไห้กันใหญ่! ทำเอาข้าต้องถ่อมาตามหาเจ้าถึงบนเขาในเวลาแบบนี้!"
เซียวอวิ๋นฉี่เองก็ประหลาดใจ เสิ่นชิงอวี๋ถึงกับกล้าขึ้นมาตามหาเขาบนเขาคนเดียวเลยหรือ...
ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ น้ำเสียงที่เซียวอวิ๋นฉี่ใช้อธิบายจึงอ่อนโยนลงมาก "บังเอิญไปเจอผู้มีพระคุณในอดีตได้รับบาดเจ็บน่ะ ก็เลยต้องเสียเวลาพาเขากลับมาด้วย"
เสิ่นชิงอวี๋เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าบนหลังม้าสีดำตัวนั้น ยังมีชายชุดดำอีกคนนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่
"ช่างเถอะ กลับบ้านกันก่อนเถอะ!" พูดจบ เสิ่นชิงอวี๋ก็หันหลังเตรียมเดินลงเขา
"จี๊ดๆ..." กระต่ายน้อยส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว
"เจ้าหิ้วอะไรมาด้วยน่ะ?"
"อ้อ เจ้านี่น่ะหรือ?" เสิ่นชิงอวี๋ยกมือขึ้นให้เซียวอวิ๋นฉี่ดูพวงกระต่ายในมือ "หาเจ้าไม่เจอ ก็เลยแวะจับกระต่ายมาได้ครอกหนึ่ง"
เซียวอวิ๋นฉี่ "..."
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เด็กทั้งสามคนที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบวิ่งออกมาดู เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นฉี่ เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่าก็ตั้งท่าจะร้องไห้อีกรอบ เสิ่นชิงอวี๋จึงรีบส่งเสียงดุ "ห้ามร้องนะ!"
เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่าเสียงสั่น "ท่านแม่..."
"ข้าพาท่านพ่อกลับมาให้พวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าก็หยุดร้องไห้เสียทีเถอะ" เสิ่นชิงอวี๋บอกพลางเดินไปที่เล้าไก่ นำกระต่ายไปขังไว้ในเล้าไก่ที่ว่างอยู่ ก่อนจะเตรียมตัวไปทำกับข้าว
เซียวอวิ๋นฉี่อุ้มชายชุดดำเข้าไปในกระท่อมหลังคามุงจากที่พวกเขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าเขายังคงสลบไสลไม่ได้สติ จึงทนไม่ไหว ต้องไปตามเสิ่นชิงอวี๋ในครัว "เขาสลบไปแล้ว เจ้าช่วยมาดูหน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นอะไร?"
เสิ่นชิงอวี๋ชี้ไปที่ชามใส่แป้งผสมไข่ "แค่ทอดแป้งผสมไข่ให้สุก เจ้าทำเป็นไหม?"
เซียวอวิ๋นฉี่พยักหน้า "เป็นสิ"
ดังนั้นทั้งสองคนจึงสลับหน้าที่กัน
เซียวอวิ๋นฉี่ทอดแป้ง ส่วนเสิ่นชิงอวี๋ไปรักษาผู้มีพระคุณของเซียวอวิ๋นฉี่
แสงจากตะเกียงน้ำมันสลัวๆ ส่องให้เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวบริเวณหน้าอกของชายผู้นี้ บ่งบอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บภายใน
หลังจากเสิ่นชิงอวี๋จับชีพจรและตรวจดูอาการแล้ว ในใจของนางก็พอจะกะเกณฑ์ได้ว่า อาการบาดเจ็บนี้รักษาให้หายได้ไม่ง่ายนัก ต้องกินยาและค่อยๆ พักฟื้น...
ขณะที่เสิ่นชิงอวี๋กำลังจะออกไปเขียนเทียบยา จู่ๆ ข้อมือของนางก็ถูกคว้าเอาไว้แน่น!
ชายชุดดำตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขากำลังจ้องมองเสิ่นชิงอวี๋ตาเขม็ง น้ำตาเอ่อคลอเบ้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ท่านแม่..."
[จบตอน]