- หน้าแรก
- หย่าเถอะข้าไม่แคร์ ขอมุ่งหน้าปั้นลูกแฝดสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐี
- บทที่ 8 ความลับของยาผง
บทที่ 8 ความลับของยาผง
บทที่ 8 ความลับของยาผง
บทที่ 8 ความลับของยาผง
"ที่แท้น้องสาวก็ตั้งใจเอายามาส่งให้ข้านี่เอง... ขอบใจมากนะ!" เสิ่นชิงอวี๋ไม่ได้คะยั้นคะยอให้อยู่ต่อ นางเดินไปส่งสองสามีภรรยาเสิ่นชิงเหยาและฉีโจวหัวที่ด้านนอกทันที ปฏิบัติตามมารยาทอย่างครบถ้วนโดยการไปส่งพวกเขาขึ้นรถม้าที่จอดอยู่หน้าหมู่บ้านก่อนจะหันหลังกลับ
ชาวบ้านที่มองดูอยู่ต่างพากันพยักหน้า พี่น้องสองคนนี้แม้ชะตาชีวิตจะแตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดก็ยังถือว่าปรองดองกันดี
เมื่อเดินกลับมาจากหน้าหมู่บ้าน เสิ่นชิงอวี๋ก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทักทายผู้คนที่กำลังกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย "ทุกคนกินดื่มกันให้อิ่มหนำสำราญนะ หากมีสิ่งใดต้อนรับขาดตกบกพร่องไปก็ต้องขออภัยด้วย"
"โอ้โห! ชิงอวี๋รู้จักพูดจาเป็นงานเป็นการแล้วหรือนี่! พูดจาฉะฉานราวกับเป็นหลงจู๊ของภัตตาคารเยว่ปินเลยเชียว!"
"ฮ่าๆๆ..."
ก็นั่นน่ะสิ!
เสิ่นชิงอวี๋คนก่อน แค่พูดจาสามประโยคก็พร้อมด่ากราดแล้ว เคยพูดจาไพเราะเสนาะหูเสียที่ไหนกัน?
ทุกคนต่างก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเสิ่นชิงอวี๋ไปอีกครั้ง
เสิ่นชิงอวี๋ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นเข้าหู ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่าสายตากลับจ้องมองไปยังเป้าหมาย ก่อนจะมุ่งหน้าเดินตรงไปยังโต๊ะหลัก
งานขึ้นคานในวันนี้ ผู้ที่นั่งอยู่โต๊ะหลักคือผู้อาวุโสในตระกูล ผู้นำหมู่บ้าน และคนอื่นๆ ส่วนเซียวอวิ๋นฉี่ในฐานะเจ้าบ้านก็นั่งร่วมโต๊ะหลักอยู่ด้วย
"อวิ๋นฉี่ นี่คือยาที่น้องสาวข้าให้มา..." เสิ่นชิงอวี๋เพิ่งจะหยิบห่อยาในมือขึ้นมาเตรียมจะส่งให้เซียวอวิ๋นฉี่ ทว่าจู่ๆ ห่อยานั้นกลับร่วงหล่นจากมือนางลงสู่พื้น
เสียง "พึ่บ..." ดังขึ้นเบาๆ ห่อกระดาษแตกออก ยาผงกระจายฟุ้งขึ้นมากลายเป็นควันฝุ่นในพริบตา
ทุกคนต่างชะงักไปครู่หนึ่ง
"ทำไมถึงไม่ระวังแบบนี้?" เซียวอวิ๋นฉี่ขมวดคิ้ว
โชคดีที่ยาผงไม่ได้ปลิวไปตกใส่กับข้าวบนโต๊ะ ไม่อย่างนั้นทุกคนจะกินต่อหรือไม่กินดีล่ะ?
เสิ่นชิงอวี๋เองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกปนเสียดาย "ตายจริง นี่เป็นยาที่น้องสาวอุตส่าห์เอามาให้ข้าเชียวนะ! ราคาแพงหูฉี่เลยด้วย! นี่มัน..."
"ไม่เป็นไรหรอก น้องสาวของเจ้าจิตใจดี ให้ไปจัดยามาให้ใหม่ก็สิ้นเรื่อง" ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยปลอบใจ
ทว่าเสิ่นชิงอวี๋กลับส่ายหน้าด้วยสีหน้าแน่วแน่ "น้องสาวไม่ได้ติดค้างอะไรข้าเสียหน่อย จะให้ไปรบกวนนางจัดยาให้อยู่เรื่อยได้อย่างไรกัน..."
สายตาของเสิ่นชิงอวี๋ทอดมองไปยังชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมยาวสองคนที่นั่งอยู่โต๊ะหลัก "ท่านอาสอง ท่านอาห้า ท่านทั้งสองก็เป็นท่านหมอ ช่วยข้าดูหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ว่าพอจะมองออกไหมว่าเป็นยาอะไรบ้าง? พวกเราจะได้ควักเงินไปจัดยามาใหม่เอง"
"ใช่ๆๆ ท่านอาสองกับท่านอาห้าเพิ่งจะกลับมาเยี่ยมท่านปู่ใหญ่ที่บ้านเกิดช่วงนี้พอดี วิชาแพทย์ของทั้งสองคนล้ำเลิศนัก เป็นถึงหมอตรวจโรคให้คนในตัวเมืองเชียวนะ! ให้พวกเขาสองคนช่วยจัดยาให้ใหม่ก็สิ้นเรื่อง!"
คนอื่นๆ ต่างพากันพูดสนับสนุน
ล้วนเป็นคนในตระกูลเดียวกัน เมื่อได้ยินดังนั้น ท่านอาสองเสิ่นและท่านอาห้าเสิ่นก็ปฏิเสธไม่ลง จึงพากันลุกขึ้นไปดู
แม้ยาจะถูกบดจนกลายเป็นผง แต่การแยกแยะชนิดของสมุนไพรพื้นฐานนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อน สามารถใช้วิธีดมและชิมได้
ท่านหมอทั้งสองต่างหยิบผงยาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วนำมาดมใต้จมูก ผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองคนก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันไปมองเสิ่นชิงอวี๋
ท่านอาสองเสิ่นคล้ายกับยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เขาใช้ปลายนิ้วแตะผงยาขึ้นมาแตะลิ้นเพื่อชิมรสชาติอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ถ่มน้ำลายทิ้งดังถุยๆ
ท่านอาห้าเสิ่นก็ทำตามอย่างโดยการลองชิมดูบ้าง ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ทุกคนต่างตกตะลึงกับสีหน้าของท่านหมอทั้งสอง ต่างรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว เสียงพูดคุยก็เบาลง ทุกคนพากันกลั้นหายใจจดจ่อมองมาทางนี้
ท่านอาสองเสิ่นพยักหน้า เขาวางผงยาลง ก่อนจะเอ่ยปากถามเสิ่นชิงอวี๋ "ชิงอวี๋เอ๊ย ยาผงนี่... เมื่อก่อนเจ้ากินมาตลอดเลยหรือ?"
เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงผสมกับความภาคภูมิใจ "ใช่แล้วเจ้าค่ะ น้องสาวไปตามท่านหมอมาจัดยาให้ข้า นางบอกว่าเป็นยาบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร"
ท่านอาห้าเสิ่นขมวดคิ้วซักไซ้ "เจ้าใช้วิธีต้มดื่มงั้นหรือ? หรือว่าทำอย่างไร?"
"ชงน้ำ แล้วก็ดื่มเข้าไปพร้อมกับผงยาเลยเจ้าค่ะ!" เสิ่นชิงอวี๋กล่าว พลางบุ้ยใบ้ไปยังชาวบ้านที่นั่งอยู่ริมลานบ้าน "เมื่อกี้พวกเขาก็ได้ยินกันหมด ว่าใช้ชงน้ำดื่ม"
ชาวบ้านที่อยู่ริมกำแพงลานบ้านได้ยินดังนั้นก็พากันพยักหน้า เป็นการยืนยันว่าใช่เรื่องจริง
ท่านอาสองเสิ่นและท่านอาห้าเสิ่นได้ยินดังนั้น ก็พากันเงียบไป
คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะหลักล้วนแต่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านโลกมามาก เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ แต่ละคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
สุดท้ายก็เป็นเซียวอวิ๋นฉี่ที่ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยปาก "ท่านอาสอง ยานี่... มีตรงไหนไม่เหมาะสมหรือขอรับ?"
ท่านอาสองเสิ่นลังเลอยู่นาน ก่อนจะพูดตอบกลับไปอย่างคลุมเครือว่า "ในเมื่อยานี่มันหกไปแล้ว งั้นก็อย่ากินเลยจะดีกว่า"
เสิ่นชิงอวี๋กลับชูห่อยาที่ขาดวิ่นซึ่งเก็บขึ้นมาได้ พร้อมกับทำหน้าสงสัย "นี่ยังเหลืออยู่อีกตั้งครึ่งห่อนะเจ้าคะ? ยังเอาไปกินได้อยู่"
ท่านอาห้าเสิ่นมีนิสัยค่อนข้างตรงไปตรงมา เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ที่พี่รองของข้าบอกไม่ให้เจ้ากิน ก็เพื่อตัวเจ้าเองทั้งนั้น! ทำไมเจ้าถึงได้ดื้อรั้นเช่นนี้? นี่มันคือยาเชียวนะ ขืนกินสุ่มสี่สุ่มห้าก็เท่ากับกินยาพิษ! ในเมื่อเจ้าไม่รู้เรื่องก็ต้องหัดฟังคำเตือนเสียบ้าง! พวกเราล้วนเป็นคนตระกูลเดียวกัน ข้าจะทำร้ายเจ้าได้ลงคอหรือ?"
คำพูดนี้แทบจะเรียกได้ว่าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
ทุกคนต่างตกตะลึง!
หมายความว่าอย่างไร?
ยานี่มีพิษงั้นหรือ?
แต่นี่เสิ่นชิงเหยาเป็นคนให้มาเชียวนะ!
เสิ่นชิงอวี๋กลับทำท่าราวกับตกใจกลัว นางพูดเสียงสั่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ท่านอาห้า ข้ากินยานี้มาตั้งแต่ตอนอายุสิบห้าสิบหก กินมาตั้งเจ็ดปีแล้วนะเจ้าคะ! เพิ่งจะมาหยุดกินตอนที่ตั้งครรภ์ไปช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่ละครั้งก็กิน... เยอะขนาดนี้"
เสิ่นชิงอวี๋ทำมือเป็นปริมาณขนาดหนึ่งช้อนซุป เพื่อแสดงให้เห็นว่านางไม่เชื่อ "หากยานี่มีพิษ ข้าไม่ตายไปตั้งนานแล้วหรือเจ้าคะ? ข้าก็แค่ยุ่งเรื่องซ่อมบ้านช่วงสิบกว่าวันนี้ เลยลืมกินยาไปเท่านั้นเอง!"
หลิวชุ่ยสี่ที่อยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "ก่อนหน้านี้เจ้าก็บอกเองไม่ใช่หรือ ว่าช่วงสิบกว่าวันที่ไม่ได้กินยานี้ เจ้าก็ผอมลงไปตั้งเยอะ? แม้แต่ตุ่มหนองบนใบหน้านี่ก็แทบจะหายไปหมดแล้ว!"
ทุกคนถึงกับตกตะลึงซ้ำสอง!
ท่านป้าเซียวที่อาศัยอยู่ข้างบ้านของเสิ่นชิงอวี๋โพล่งขึ้นมา "ชิงอวี๋เอ๊ย ข้าจำได้ว่าหลังจากที่เจ้ากินยานี้เข้าไป ก็เริ่มตัวพองเป็นแป้งหมัก วันๆ ก็กินจุขึ้นเรื่อยๆ แถมตุ่มหนองก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันไม่ใช่หรือ?"
คนในหมู่บ้านที่อยู่มานานต่างพากันจมลงสู่ห้วงความทรงจำ จากนั้นก็เห็นคนสองสามคนพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่ๆ! เริ่มอ้วนมาตั้งแต่เจ็ดปีก่อนนู่นแหละ..."
"เมื่อเจ็ดปีก่อน ชิงอวี๋ยังเป็นดอกไม้งามประจำหมู่บ้านเราอยู่เลยนะ!"
"ตอนนั้นรูปโฉมใบหน้าของนางน่ะ... จุ๊ๆ!" ใครบางคนพูดขึ้นมาด้วยความเสียดายและโหยหาอดีต
ทว่าท่านอาสองเสิ่นกลับจับใจความสำคัญจากเรื่องนี้ได้ เขามองเสิ่นชิงอวี๋ด้วยความแคลงใจ "เจ้าหมายความว่า เจ้าเพิ่งจะไม่ได้กินยามาแค่สิบกว่าวันนี้ ก็ผอมลงไปตั้งเยอะงั้นหรือ? แถมตุ่มหนองบนใบหน้าก็หายดีด้วย?"
เป็นไปไม่ได้น่า!
ยากินติดต่อกันเป็นเวลานาน ย่อมมีตัวยาตกค้างอยู่ในร่างกาย ถึงขั้นทำให้คนอ้วนฉุและสิวเห่อขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจกลับไปมีสภาพร่างกายดั่งเช่นในอดีตได้อีก
สภาพอ้วนฉุสิวเขรอะของเสิ่นชิงอวี๋ พวกเขาต่างก็เคยเห็นกันมาหมดแล้ว ทว่าตอนนี้กลับดูดีขึ้นมากจริงๆ
นางจะหายดีได้มากขนาดนี้ภายในเวลาแค่สิบกว่าวันได้อย่างไรกัน?
พอถูกทักเช่นนี้ ท่านอาห้าเสิ่นเองก็เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาเช่นกัน "ช่วงสิบกว่าวันนี้เจ้าได้กินอะไรที่แปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่?"
เสิ่นชิงอวี๋แบมือด้วยความงุนงง นางหันขวับไปมองหลิวชุ่ยสี่ "ก็ไม่นี่เจ้าคะ... ช่วงหลายวันนี้ข้าก็กินเหมือนกับที่พวกเขากินกันนั่นแหละ?"
หลิวชุ่ยสี่รีบพยักหน้ารับ "ใช่ๆๆ พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งวัน กินก็กินด้วยกัน ไม่ได้กินอะไรแปลกประหลาดไปเลยจริงๆ"
ท่านอาสองเสิ่นและท่านอาห้าเสิ่นสบตากัน ต่างก็รู้สึกงุนงงไปตามๆ กัน ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา...
มื้ออาหารงานขึ้นคานจบลงท่ามกลางสีหน้าที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน แม้ว่าเสิ่นชิงอวี๋จะแสดงออกสารพัดว่านางเชื่อใจว่ายาของเสิ่นชิงเหยาไม่มีปัญหา ทว่าหมู่บ้านก็เล็กแค่นี้ ข่าวลือจึงแพร่สะพัดออกไปอย่างเงียบๆ
ปีนั้นเสิ่นชิงอวี๋ถูกเสิ่นชิงเหยาวางยาจนกลายเป็นคนอ้วนฉุและมีตุ่มหนองเต็มหน้า จุดประสงค์ก็เพื่อแย่งชิงการแต่งงานที่ดีของเสิ่นชิงอวี๋ไปนั่นเอง
มีเพียงผู้หญิงโง่เขลาอย่างเสิ่นชิงอวี๋นี่แหละ ที่ถูกคนเขาแย่งชิงงานแต่งกับลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งของตำบลไป ซ้ำยังถูกจัดแจงให้แต่งงานรับชายหน้าตาน่าเกลียดที่มีหน้าผากดำปื้ดเข้ามาเป็นเขยแต่งเข้าบ้าน แต่ก็ยังคงหลับหูหลับตาเชื่อใจเสิ่นชิงเหยาอยู่อีก
สมควรแล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก!
[จบตอน]