- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 426 ระดับสิบที่ไม่อาจก้าวข้าม?
บทที่ 426 ระดับสิบที่ไม่อาจก้าวข้าม?
บทที่ 426 ระดับสิบที่ไม่อาจก้าวข้าม?
แสงแดดจางๆ ทะลวงผ่านม่านควันไฟ สาดส่องลงบนสมรภูมิที่เงียบสงัดและโหดร้าย เมื่อปราศจากผู้นำระดับสูง เหล่าปีศาจโลหิตที่เหลืออยู่ก็ตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย พวกมันหนีตายกระจัดกระจายไปตามสัญชาตญาณ
"รุกคืบกวาดล้าง!"
เสียงของฉู่เฟิงสั่งการผ่านสัญญาณจิตส่งตรงไปยังหุ่นรบทุกตัว กองทัพหุ่นเชิดพุ่งทะยานออกไปดุจกระแสน้ำหลาก ลำแสงพลังงานสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า ตาชั่งแห่งสงครามเอียงกะเท่เร่มาทางตำหนักเทียนหยุนตั้งแต่วินาทีที่เฉินเทียนปรากฏตัว สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นเป็นเพียงการเก็บกวาดเศษใบไม้ร่วงเท่านั้น
ครึ่งวันต่อมา เฉินเทียนยืนอยู่บนกำแพงเมือง เหลือบมองแผงควบคุมระบบ ตัวเลขสังหารหยุดนิ่งลงแล้ว หลังจากผ่านการฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่ง แต้มของเขาก็กลับมาแตะหลักหกแสนอีกครั้ง
[แต้มสังหาร: 612,400 แต้ม]
ปราณดาบสีเขียวทองสายหนึ่งฉีกกระชากท้องฟ้ามาหยุดนิ่งเหนือกำแพงเมือง โอวหยางเชียนเจวี่ยก้าวข้ามเวหาลงมาหยุดตรงหน้าเฉินเทียนและลู่ฉางหมิง ชุดสีขาวของเทพดาบผู้นี้เปื้อนเลือดสีม่วงดำ แต่จิตวิญญาณและพลังในตัวเขากลับแหลกคมดุจศัสตราที่เพิ่งออกจากฝัก
เขาสะบัดมือโยนแหวนมิติสองวงที่แผ่คลื่นพลังงานมหาศาลให้เฉินเทียนอย่างแม่นยำ
"นี่ของกู่เยี่ยน ส่วนนั่นคือแหวนที่ไอ้ปีศาจเซวียลี่ใส่อยู่" โอวหยางเชียนเจวี่ปัดฝุ่นบนเสื้อ "ของขวัญจากสงคราม แกสมควรได้รับมัน"
เฉินเทียนรับแหวนมิติไว้โดยไม่รีรอ "ขอบพระคุณครับอาวุโสโอวหยาง" เขามัวแต่สู้จนลืมเก็บศพไปเสียสนิท ทรัพย์สมบัติของระดับเก้านั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
ลู่ฉางหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กุมหน้าอกพลางมองดูชายชราและเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกมึนงง ยอดฝีมือระดับเก้าที่เคยสูงส่งจนเอื้อมไม่ถึงในสายตาเขา กลับถูกล่าสังหารดุจปลาบนเขียง และคนที่ทำทั้งหมดนี้คือเด็กหนุ่มระดับเจ็ดเพียงคนเดียว ทั้งสองคนกำลังสนทนาพิลึกพึ่งกัน จนเจ้าเมืองเทียนหยุนอย่างเขาไม่กล้าแม้แต่จะแทรก
"ผู้อาวุโสครับ" สายตาของเฉินเทียนมองข้ามไหล่โอวหยางเชียนเจวี่ยไปทางทิศเหนืออันไกลโพ้น "ตอนที่ผมสู้กับฟ่านหม่าและฮิวส์ในนครม่วงขีดสุด ผมพบ 'อันตรายที่ซ่อนอยู่' บางอย่าง"
โอวหยางเชียนเจวี่ยพอจะเดาได้ว่าเฉินเทียนอาจจะแอบไปถล่มเผ่าวิญญาณม่วงมา แต่เขาไม่คิดว่าเฉินเทียนจะถึงขั้นได้ปะทะกับฟ่านหม่าและฮิวส์ตัวต่อตัว เขาหุบรอยยิ้มลง แววตาคมปราบดุจสายฟ้าฟาด "สิ่งที่แกเรียกว่าอันตราย ย่อมไม่ใชเรื่องเล็กแน่ ว่ามาสิ"
"หุ่นเชิดประจำตัวของฟ่านหม่า 'มหากกงล้อฟ่านหม่า' กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงย้อนกลับครับ เขาใช้เวลานับร้อยปีหลอมรวมแก่นแท้กฎวิญญาณระดับเก้าจุดสูงสุดเข้ากับทองคำเทวะเศษดาว จนตอนนี้ในเครื่องจักรสูงพันเมตรนั่นเริ่มมีลักษณะของ 'สิ่งมีชีวิตดั้งเดิม' ปรากฏขึ้นแล้ว"
ลู่ฉางหมิงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่จนเจ็บแผล เฉินเทียนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ฟ่านหม่ากำลังวางแผนก้าวกระโดดทางวิวัฒนาการ... เขากำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับสิบ"
ระดับสิบ
ในระบบพลังของโลกบลูสตาร์ปัจจุบัน ระดับเก้าจุดสูงสุดคือจุดยอดที่ทุกเผ่าพันธุ์ยอมรับ มันคือสัญลักษณ์ของการขัดเกลา จิต พลัง วิญญาณ และกฎเกณฑ์จนสมบูรณ์แบบ ทว่าระดับสิบ? นั่นคือตัวตนที่ยังไม่เคยมีใครในโลกนี้ก้าวไปถึง นั่นหมายความว่าพลังของปัจเจกบุคคลจะอยู่เหนือกว่าโลกใบนี้โดยสิ้นเชิง
หัวใจของลู่ฉางหมิงเต้นรัว หากเผ่าวิญญาณม่วงให้กำเนิดเทพแท้ระดับสิบขึ้นมาจริงๆ ปราการป้องกันอาณาจักรมังกรที่สร้างมานับศตวรรษคงถูกฉีกทิ้งดุจกระดาษ ทว่าโอวหยางเชียนเจวี่ยกลับแหงนหน้าหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขามันดังกัมปนาทจนเมฆที่เหลืออยู่อันตรธานหายไป
"ระดับสิบงั้นรึ?" เขาหยุดหัวเราะ แววตามีร่องรอยของความดูแคลน "ไอ้แก่ฟ่านหม่านั่นเก็บตัวเป็นร้อยปีจนสมองเลอะเลือนไปแล้ว มันคิดจริงๆ หรือว่าการชุบเลี้ยงเศษเหล็กให้มีชีวิตจะทำให้ก้าวข้ามหุบเหวที่ไม่มีวันข้ามได้นั่นน่ะ? เพ้อเจ้อสิ้นดี!"
เฉินเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย "ผู้อาวุโสหมายความว่า ทางเดินของเขามันตันงั้นเหรอครับ?"
"ข้าไม่รู้ว่าทางของมันถูกหรือผิด เพราะวิถีสู่ระดับสิบของแต่ละคนย่อมต่างกัน" โอวหยางเชียนเจวี่ยเอามือไพล่หลัง "แต่ข้ามั่นใจว่ามันไม่มีวันทำสำเร็จ เพราะในโลกนี้ ไม่ได้มีแค่ฟ่านหม่าคนเดียวที่มีคุณสมบัติจะทะลวงระดับสิบ!"
ทันใดนั้น กลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นจนยากจะพรรณนาพุ่งพล่านออกมาจากร่างของชายชรา แม้แต่เฉินเทียนที่มีกายาเทวะนิรันดร์ยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล มันไม่ใช่แค่แรงกดดันจากพลังที่เหนือกว่า แต่มันคือสัญญาณของการก้าวกระโดดของระดับชีวิต
"แกคิดว่าตำแหน่งนักดาบอันดับหนึ่งของอาณาจักรมังกร ข้าได้มาเพราะขี้คุยงั้นรึ?" เขาแค่นเสียง "การหลอมรวม จิต พลัง วิญญาณ การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของกฎ... ข้าสัมผัสพันธนาการนั่นได้ตั้งแต่สามสิบปีก่อนแล้ว! ข้าอยู่ห่างจากระดับสิบเพียงแค่ก้าวเดียว ก้าวที่ข้าจะก้าวข้ามไปเมื่อไหร่ก็ได้ โอกาสของข้ามีมากกว่าฟ่านหม่ามหาศาล"
ลู่ฉางหมิงฟังจนสมองว่างเปล่า โอวหยางเชียนเจวี่ยจ่อคอหอยระดับสิบมาตั้งแต่สามสิบปีก่อน? แล้วทำไมอาณาจักรมังกรถึงยังไม่มีระดับสิบเสียที? ถ้าเขาทำได้ ป่านนี้เผ่าต่างมิติคงถูกล้างบางไปนานแล้ว!
เฉินเทียนใช้ความคิดอย่างรวดเร็วและจับจุดสำคัญได้ทันที "ในเมื่ออาวุโสสามารถทะลวงได้ตลอดเวลา แต่กลับติดอยู่ที่ขีดจำกัดนี้มาสามสิบปี รวมถึงฟ่านหม่าที่อุดอู้อยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์นับร้อยปี..." เขาจ้องตาเทพดาบเฒ่า "ที่พวกท่านไม่กล้าก้าวข้ามไป เป็นเพราะขาดเงื่อนไขบางอย่างที่ทดแทนไม่ได้ใช่ไหมครับ?"
โอวหยางเชียนเจวี่ยพยักหน้าอย่างชื่นชม "ฉลาดมาก" เขาถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความผ่านโลกมาอย่างโชกโชน "การจะเปลี่ยนจากเก้าไปสิบ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แต่ต้องได้รับ การยอมรับจากโลก ด้วย"
"การยอมรับจากโลก?" ดวงตาสม่วงทองของเฉินเทียนวาวโรจน์ด้วยการใช้ความคิด
"แก่นแท้ของโลก..."
แก่นแท้ของโลกคืออะไรกันแน่? ทำไมมันถึงพันธนาการโอวหยางเชียนเจวี่ยไว้ได้นานขนาดนี้? เฉินเทียนจึงเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยออกไป
"ผู้อาวุโสครับ แก่นแท้ของโลกที่ว่านั่นคืออะไรกันแน่? ด้วยวิชาดาบอันน่าทึ่งของท่านที่แตะขอบเขตระดับสิบมานานถึงสามสิบปี ทำไมถึงยังถูกสิ่งที่เป็นนามธรรมนี้รั้งไว้อยู่อีก?"