- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1563 เธอมาพักอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้นะ
ตอนที่ 1563 เธอมาพักอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้นะ
ตอนที่ 1563 เธอมาพักอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้นะ
ตำหนักเนินสูง
มู่เหลียงบิดขี้เกียจ เดินออกมาจากห้องทำงาน เขายุ่งมาทั้งวันแล้ว จึงเตรียมตัวออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอก
เขาเดินออกจากตัวตำหนักมองทอดสายตาไปไกล ใต้ร่มเงาต้นไม้ยักษ์เผยให้เห็นท้องฟ้าเพียงเล็กน้อย เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะค่ำแล้ว
มู่เหลียงสูดอากาศที่ถูกชำระล้างโดยต้นไม้แห่งชีวิต เอามือไพล่หลังเดินทอดน่องไปยังชั้นเจ็ดของเนินสูงอย่างเชื่องช้า ตั้งใจจะไปดูที่โรงงานยุทธภัณ์วิญญาณสักหน่อย ว่าการผลิตรถรางเหมืองไปถึงไหนแล้ว
ตึก ตึก ตึก
เขาเดินเข้าไปในโรงงาน ทหารยามบนเนินสูงที่เข้าเวรอยู่ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ท่านเจ้าเมือง!"
"อืม"
มู่เหลียงพยักหน้ารับ เดินมุ่งหน้าไปยังห้องผลิต
ภายในห้อง อาหลี่ย่าและอาหลี่เช่อกำลังประกอบรถรางเหมืองอยู่ ส่วนช่างฝีมือคนอื่นๆ กำลังผลิตชิ้นส่วนของรถรางเหมือง มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
การปรากฏตัวของมู่เหลียงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขา ทุกคนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการสร้างรถรางเหมือง
เขายืนดูอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยปากเรียกขึ้นมา
"อาหลี่ย่า"
"ท่านเจ้าเมือง!"
อาหลี่ย่าชะงักมือที่กำลังทำงาน ลุกขึ้นยืนทำความเคารพตามสัญชาตญาณ
"สวัสดีครับท่านเจ้าเมือง!"
นักหลอมอุปกรณ์และนักประดิษฐ์อุปกรณ์วิญญาณคนอื่นๆ รีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพพร้อมกัน
มู่เหลียงพยักหน้า กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า
"อืม ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเถอะ"
"ครับ/ค่ะ"
พวกนักหลอมอุปกรณ์และนักประดิษฐ์อุปกรณ์วิญญาณลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อาหลี่ย่าและอาหลี่เช่อเดินเข้ามาหา หยุดยืนอยู่ตรงหน้ามู่เหลียง
"ท่านเจ้าเมือง มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"
อาหลี่ย่าเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
มู่เหลียงช้อนตาขึ้นมองแล้วเอ่ยว่า
"ฉันมาดูการผลิตรถรางเหมืองน่ะ ว่าไปถึงไหนแล้ว"
อาหลี่เช่อตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้ประกอบรถรางเหมืองเสร็จแล้วหกคันค่ะ และกำลังประกอบอยู่อีกสามคัน"
"แล้วคันที่เสร็จแล้วล่ะ?"
มู่เหลียงเลิกคิ้วถาม
"เอาไปเก็บไว้ในโกดังแล้วค่ะ ให้ฉันพาท่านไปดูไหมคะ?"
ดวงตากลมโตของอาหลี่ย่าฉายแววสอบถาม
"อืม"
มู่เหลียงขานรับ
"ท่านเจ้าเมือง ตามฉันมาเลยค่ะ"
อาหลี่ย่าผายมือเชิญ แล้วเดินนำทางไป
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องผลิต มุ่งหน้าไปยังโกดังที่อยู่ด้านหลังโรงประดิษฐ์อุปกรณ์วิญญาณ
ทหารยามที่เฝ้าอยู่ทำความเคารพทั้งสองคน ก่อนจะเปิดประตูโกดังออก
ภายในโกดัง ด้วงโคมไฟต่างตื่นขึ้นมา เริ่มส่องแสงสว่างไสว สาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณโกดัง
"ท่านเจ้าเมือง รถรางเหมืองอยู่ที่นี่ค่ะ"
อาหลี่ย่าผายมือชี้ไปยังพื้นที่ด้านหน้า
มู่เหลียงเดินเข้าไปใกล้ รถรางเหมืองหนึ่งขบวนมีหกตู้ ดูคล้ายกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ไม่มีหัวลาก แต่ละตู้มีความสูงสองเมตร กว้างสี่เมตร และยาวสี่เมตร
เขายื่นมือลูบไล้ไปตามพื้นผิวของรถรางเหมือง ตรวจสอบล้อใต้ท้องรถอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพไม่มีปัญหา
หัวรถรางเหมืองอาจเรียกได้ว่าเป็นหัวรถจักรแบบเรียบง่าย พลังขับเคลื่อนจะแข็งแกร่งกว่า แต่ประสิทธิภาพในการลดแรงกระแทกจะแย่มาก และความเร็วก็มีเพียงหนึ่งในสี่ของรถไฟเท่านั้น
ล้อของรถรางเหมืองมีตัวล็อค จำเป็นต้องยึดไว้กับราง เพื่อให้แน่ใจว่ารถรางจะไม่พลิกคว่ำเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก
"ท่านเจ้าเมือง รถรางเหมืองพวกนี้ผ่านการทดลองวิ่งมาหมดแล้วค่ะ ถึงจะบรรทุกแร่จนเต็มก็ยังสามารถเคลื่อนที่ได้ เพียงแต่ความเร็วอาจจะไม่เท่ารถไฟ"
อาหลี่ย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ กล่าวอย่างราบเรียบ
"เท่านี้ก็พอใช้งานแล้ว"
รถรางเหมืองใช้สำหรับขนส่งแร่เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย ความเร็วจึงไม่จำเป็นต้องสูงมากนัก ขนได้ครั้งละมากๆ ก็ถือว่าดีแล้ว
"อย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ"
อาหลี่ย่ารู้สึกโล่งใจขึ้นมา
เดิมทีเธอยังขบคิดหาวิธีปรับปรุงรถรางเหมือง เพื่อเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่จำเป็นแล้ว
มู่เหลียงเอียงคอกล่าว
"จำนวนรถรางเหมืองยังน้อยเกินไป อย่างน้อยต้องมียี่สิบคันถึงจะพอ"
"ทราบแล้วค่ะ"
อาหลี่ย่ารับปาก
เธอมีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป
"ท่านเจ้าเมืองคะ แล้วคำสั่งซื้อรถไฟ…..."
"เรื่องนั้นไม่รีบ รอเพิ่มจำนวนรถรางเหมืองให้ครบก่อน แล้วค่อยสร้างรถไฟ"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
นอกจากอาหลี่ย่าและอาหลี่เช่อจะต้องสร้างรถรางเหมืองแล้ว พวกเธอยังต้องผลิตรถไฟอีกด้วย กษัตริย์แห่งอาณาจักรซีฮว๋าและกษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ทิงต่างก็สั่งจองรถไฟเอาไว้
ก้อนหินในใจของอาหลี่ย่าถูกวางลงไปจนหมดสิ้น
"เข้าใจแล้วค่ะ"
มู่เหลียงเอามือไพล่หลังเดินออกไปข้างนอก เอ่ยปากถามขึ้นว่า
"คนงานยังพอหรือเปล่า?"
อาหลี่ย่าตอบเสียงเบา
"ถ้าชั่วคราวตอนนี้ยังพออยู่ค่ะ แต่ถ้าต้องการเพิ่มกำลังการผลิตและความเร็ว คงต้องรับคนเพิ่ม"
"อืม ก็สมควรรับคนเพิ่มจริงๆ นั่นแหละ เดี๋ยวฉันจะให้หยู่ฉินหลานไปจัดการให้"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส
หลังจากเมืองเต่าทมิฬเดินทางมาถึงเมืองอีหลี ก็ยังไม่ได้เปิดรับสมัครคนจากภายนอกเลย
หากต้องการให้เมืองเต่าทมิฬแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน
ปัจจุบันเมืองเต่าทมิฬยังขาดแคลนบุคลากรในหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะนักปรุงยา ช่างฝีมือ และจอมเวทที่ขาดแคลนมากที่สุด
นัยน์ตาของอาหลี่ย่าฉายแววยินดี หากมีคนมากขึ้น เธอก็จะได้สบายขึ้นบ้าง ภาระความกดดันบนบ่าจะได้ลดลงสักหน่อย
ช่วงเวลานี้ เจียลั่วเอาแต่ศึกษาวิจัยการใช้เหล็กเบาลายม่วงมาสร้างเครื่องบินขนส่ง จนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องรถรางเหมือง พวกเธอจึงต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น
"เธอไปทำงานต่อเถอะ ฉันกลับล่ะ"
มู่เหลียงโบกมือ แล้วก้าวเดินออกจากโรงงาน
เขากลับมาถึงห้องทำงานตำหนักเนินสูง ยังไม่ทันจะได้นั่งลง หยู่ฉินหลานก็เดินตามเข้ามา
"มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
มู่เหลียงเลิกคิ้วถาม
หยู่ฉินหลานถามค้อนๆ
"ไม่มีธุระมาหาไม่ได้เหรอ?"
"ป่าวเลย เธออยู่ที่นี่ด้วยก็ได้นะ"
มู่เหลียงมองด้วยสายตาเปื้อนยิ้ม
"ช่างเถอะ"
ใบหน้าหวานของหยู่ฉินหลานขึ้นสีเรื่อ เอื้อมมือไปลูบหน้าท้อง ดูเหมือนยังรู้สึกเมื่อยล้าอยู่นิดหน่อยนะ
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์
"ฉันมาตรวจสอบตารางงานของพรุ่งนี้กับ"
หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงสง่างาม
"ลองว่ามาสิ"
มู่เหลียงยกมือขึ้นเท้าคาง มองดูหญิงสาวผู้สง่างามด้วยท่าทางเทพเจ้าผู้เฒ่ายังสถิตอยู่
"ช่วงเช้า ไปที่โรงเรียนจอมเวท ถึงเวลาต้องทดสอบผลการสอนแล้ว"
หยู่ฉินหลานเปิดสมุดบันทึกพร้อมเอ่ย
"อืม ก็ถึงเวลาที่ควรไปดูแล้วจริงๆ"
มู่เหลียงตอบรับ
หยู่ฉินหลานกล่าวต่อ
"หลังจากเสร็จธุระที่โรงเรียนจอมเวท ก็แวะไปที่โรงผลิตอาวุธทหารระหว่างทางกลับมาทานมื้อเที่ยงที่ตำหนัก ช่วงบ่ายค่อยไปที่ที่ว่าการเมือง จากนั้นก็ไปพื้นที่เกษตรและพื้นที่เพาะเลี้ยง"
มู่เหลียงพูดด้วยความประหลาดใจ
"ตารางงานแน่นขนาดนี้เลยเหรอ?"
หยู่ฉินหลานปิดสมุดบันทึก กล่าวอย่างสง่างาม
"ถ้าคิดว่างานมันแน่นเกินไป จะแบ่งเป็นสองวันก็ได้นะ"
"งั้นไม่เป็นไร เอาตามตารางงานที่เธอกำหนดไว้ก็แล้วกัน"
มู่เหลียงโบกมือตอบ
เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยกล่าว
"ยังมีอีกเรื่อง ให้คนไปรับสมัครจอมเวทกับนักหลอมอุปกรณ์ที่เมืองอีหลีด้วยนะ พวกเรายังขาดคนอยู่"
การที่เมืองเต่าทมิฬพัฒนามาจนถึงขนาดนี้ได้ ย่อมขาดความช่วยเหลือจากบุคลากรระดับล่างเหล่านั้นไปไม่ได้เลย
"ได้ ฉันจะจัดการให้"
หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างสง่างาม
เธอเปิดสมุดบันทึก จดความต้องการของมู่เหลียงลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำเครื่องหมายเลือกผู้ที่เหมาะสมไปด้วย
"ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม?"
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หยู่ฉินหลานครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วตอบอย่างสง่างาม
"ยังมีอีกเรื่อง อีกไม่กี่วันบูเว่ยเอ๋อก็น่าจะกลับมาแล้ว"
"อืม ฉันรู้แล้ว"
มู่เหลียงตอบรับ
หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"เธอบอกว่าพวกราชวงศ์เริ่มไม่ค่อยอยู่นิ่งแล้ว นายต้องการจะตบเบาๆ พวกเขาหน่อยไหม"
ตอนที่บูเว่ยเอ๋อก่อสร้างเขตการค้า พวกราชวงศ์ก็คอยทำให้สะดุดล้มอยู่ไม่น้อย
"พวกเขาไม่กล้าลงมือทำอะไรใหญ่โตหรอก"
มู่เหลียงกล่าวด้วยความมั่นใจ
"นั่นสินะ เว้นแต่ว่าพวกเขาอยากจะรนหาที่ตาย"
หยู่ฉินหลานยิ้มอย่างมั่นใจ
มู่เหลียงหลุดหัวเราะออกมา หยู่ฉินหลานชักจะรู้ใจเขามากขึ้นทุกทีแล้ว