- หน้าแรก
- คาถาแสงทองแห่งโลกนินจา
- ตอนที่ 66 นายคิดจะจุดชนวน
ตอนที่ 66 นายคิดจะจุดชนวน
ตอนที่ 66 นายคิดจะจุดชนวน
ตอนที่ 66 นายคิดจะจุดชนวนสงครามระหว่างนินจาอิวะกับโคโนฮะหรือไง!
พอคำพูดนี้ของมินาโตะหลุดออกมา โฮคุเก็นก็ชะงักไป ก่อนจะนึกถึงตอนที่ตัวเอง มินาโตะ และสามนินจาพบกันครั้งแรก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามินาโตะจะโยนเรื่องฝากตัวเป็นศิษย์ของจิไรยะไปให้ปลาย่าง แบบนี้มันก็...
ไม่นาน หมูทั้งตัวก็ถูกพวกเขากินจนหมด เนื้อส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในท้องของอุซึมากิ ฮาคุหมด ความจุการกินอันน่ากลัวนั้นทำให้นาวากิถึงกับมีสีหน้าตกตะลึงตอนเก็บเศษซากที่พื้น
ในความทรงจำของนาวากิ นอกจากตระกูลอาคิมิจิแล้ว เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกินเก่งขนาดนี้มาก่อน แม้แต่คุณย่าของเขากับคุชินะก็ยังกินไม่เยอะแบบนี้!
แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะนาวากิยังไม่เคยเจอพระชายาของรัชทายาท ตัวเล็กนิดเดียวแต่กินได้มหาศาล
(ขอแก้ตรงนี้: นารูโตะไม่ใช่เจ้าชายที่แปลก่อนหน้านี้ แต่คือ รัชทายาท คนจีนมักตั้งชื่อฉายาให้กับตัวละครหลายๆในเรื่อง)
“โฮคุเก็น ถึงคุชินะจะมีคนในตระกูลเพิ่มขึ้นอีกคนก็ดีอยู่หรอก แต่สถานะของฮาคุจะเอายังไงดี? ถึงจะเป็นคนตระกูลอุซึมากิก็เถอะ แต่ตอนนี้มันช่วงสงคราม...”
นาวากิกำลังเก็บเศษซากอยู่ มินาโตะนั่งลงข้างโฮคุเก็นแล้วถามด้วยความกังวล
ในช่วงสงคราม ถ้ามีคนแปลกหน้าคนหนึ่งจะเข้าโคโนฮะ ต่อให้ผมสีแดงแล้วอ้างว่ามาจากตระกูลอุซึมากิ แต่ใครจะไปรู้ว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า
ยิ่งกว่านั้น คนที่เธอจะไปพบยังเป็นจินชูริกิเก้าหางของโคโนฮะ แค่ใช้เท้าคิดก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้แทบเป็นไปไม่ได้
เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงดันโซเลย ต่อให้เป็นซารุโทบิ ฮิรุเซ็นก็คงไม่มีทางยอม
“ฉันเองก็คิดไม่รอบคอบ งั้นให้อุซึมากิ ฮาคุกลับสนามรบไปกับพวกเราก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นค่อยกลับโคโนฮะพร้อมพวกเรา ตอนนั้นมีฉันกับซึนาเดะคอยดูอยู่ข้างๆ รุ่นสามก็คงไม่พูดอะไรมาก”
โฮคุเก็นเหลือบมองอุซึมากิ ฮาคุที่กำลังช่วยนาวากิเก็บเศษซากอยู่
โฮคุเก็นมั่นใจได้ว่าอุซึมากิ ฮาคุไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน แต่รุ่นสามกับชิมูระ ดันโซคงไม่คิดแบบนั้น ตอนนี้จะส่งเธอกลับโคโนฮะเลยก็ดูไม่เหมาะจริงๆ
แต่พอโฮคุเก็นมองทั้งสองคนที่กำลังคุยไปเก็บของไป เขากลับรู้สึกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่าคู่นี้ก็ดูเข้ากันดีเหมือนกัน แถมยังเป็นญาติห่างๆ กันอีก
พอนึกถึงภารกิจที่ซึนาเดะมอบให้ตัวเอง โฮคุเก็นก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ เขารีบดึงหัวมินาโตะเข้ามาแล้วเริ่มกระซิบปรึกษาอะไรบางอย่าง
“ทำแบบนี้จะไม่แย่ไปหน่อยเหรอ? การชอบใครสักคนมันไม่ใช่ว่าต้องอาศัยความรู้สึกหรอกเหรอ? แล้วพวกเราก็...”
มินาโตะหน้าแดงเล็กน้อย พลางนึกถึงตอนที่พบคุชินะครั้งแรก
เด็กสาวผมแดงที่เข้มแข็งคนนั้นยืนอยู่บนโต๊ะเรียนแล้วตะโกนความฝันของตัวเองออกมาเสียงดัง คุชินะแบบนั้น ในสายตาของมินาโตะช่างทำให้ใจเต้นสุดๆ จริงๆ
“พอ!”
โฮคุเก็นโบกมือขัดมินาโตะ ไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ
“หมอนั่นเป็นใคร? นาวากินะ! นายคิดว่าเขาจะเข้าใจได้เหรอว่าอะไรคือใจเต้น? ฉันสงสัยด้วยซ้ำว่าขอแค่เจอพี่สาวสวยๆ สักคน เขาก็คงใจเต้นแล้ว
ใจเต้นแบบนั้น มันใช่ใจเต้นจริงๆเหรอ? อีกอย่างก็แค่ลองดู พวกเราไม่ได้บังคับสองคนนั้นสักหน่อย ฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”
โฮคุเก็นเลิกคิ้ว มองมินาโตะที่เริ่มลังเลด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“แล้วนายไม่อยากรู้เหรอว่านาวากิตอนมีความรักจะเป็นยังไง? หมอนั่นล้อท่าทางของนายตอนอยู่ต่อหน้าคุชินะทุกวันเลยนะ”
“เอาเลย!”
มินาโตะกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นทันที
เห็นแบบนั้นโฮคุเก็นยังงงไปชั่วขณะ นาวากิไปทำอะไรไว้กันแน่ ถึงทำให้มินาโตะเจ้าดวงอาทิตย์น้อยโมโหได้ขนาดนี้
“หืม? เอาอะไรเลย โฮคุเก็นมีแผนอะไรเหรอ?”
นาวากิที่เก็บของเสร็จแล้วเดินเข้ามาก็ได้ยินมินาโตะพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธว่าเอาเลย จึงถามขึ้นอย่างสงสัย
“แค่กๆ ไม่มีอะไร ฉันกำลังพูดถึงว่าจะจัดการภารกิจครั้งนี้ยังไงดี ยังไงพวกเราคงเฝ้าหมู่บ้านเฮงซวยนี่ตลอดไปไม่ได้หรอก”
โฮคุเก็นกระแอมเบาๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
นาวากิก็สมเป็นนาวากิจริงๆ เขาไม่ทันสังเกตความผิดปกติของทั้งสองเลย แล้วก็เริ่มเข้าร่วมวงถกกันทันทีว่าจะทำภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จยังไง
ส่วนอุซึมากิ ฮาคุที่อยู่ด้านข้างนั้น เหลือบมองโฮคุเก็นกับมินาโตะอย่างมีความหมาย เธอไม่ใช่คนซื่อบื้อแบบนาวากิ
แต่ถึงจะรู้ว่าโฮคุเก็นกับมินาโตะมีเรื่องปิดบังนาวากิอยู่ อุซึมากิ ฮาคุก็ไม่มีทางพูดออกมา ตอนนี้สถานะของเธอไม่ได้เอื้อให้ทำตามใจชอบอยู่แล้ว
คนที่ผ่านความทุกข์ยากมา ย่อมรู้จักทะนุถนอมความอบอุ่นที่ได้มายากนี้มากกว่า
หลังจากถกกันอยู่หลายวิธี ในที่สุดทั้งสามก็ตัดสินใจให้โฮคุเก็นไปยังฐานที่ตั้งนอกคุซางาคุเระ เพื่อประกาศต่อทางนินจาอิวะ
ตอนนี้โคโนฮะยุติสงครามในแคว้นแห่งฝนแล้ว เหลือเพียงแค่แคว้นแห่งลมที่ยังดื้อดึงต้านทานอยู่ แต่ดูแล้วแคว้นแห่งลมก็คงกระโดดโลดเต้นได้อีกไม่นาน
ส่วนหมู่บ้านอิวะงาคุเระตอนนี้กำลังสู้กับหมู่บ้านคุโมะงาคุเระอย่างดุเดือด แน่นอนว่าคงไม่อยากให้โคโนฮะแทรกเข้ามาในสนามรบ โอโนกิไม่ใช่คนโง่ เขามองสถานการณ์ออกแน่นอน
ส่วนทางคุซางาคุเระ พวกเขาจะช่วยตั้งเขตอาคมให้ แต่ค่าใช้จ่ายของเขตอาคมนั้น...
สำหรับคุซางาคุเระจะจ่ายไหวหรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเอง และเมื่อมีเขตอาคมนี้อยู่ คุซางาคุเระก็แทบจะตัดความเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านอิวะงาคุเระได้โดยสิ้นเชิง
หน้าที่ของเขตอาคมไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันเท่านั้น สุดท้ายทั้งหลายคนก็ได้ข้อสรุป
วันพรุ่งนี้โฮคุเก็นจะไปยังฐานที่ตั้งของหมู่บ้านอิวะงาคุเระใกล้คุซางาคุเระ ส่วนมินาโตะกับนาวากิจะไปเจรจากับผู้นำคุซางาคุเระ หากอีกฝ่ายยอมตกลง หลังโฮคุเก็นกลับมา พวกเขาก็จะเริ่มจัดวางเขตอาคมผนึกทันที
แต่ถ้าไม่ยอม ทั้งสามก็จะจากไปตรงๆ ส่วนภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ถ้าโอโนกิไม่โง่ก็น่าจะสำเร็จได้ แต่ถ้าเขาโง่ขึ้นมาจริงๆ
อย่างนั้นภารกิจของคุซางาคุเระจะสำเร็จหรือไม่ ก็แทบไม่มีความหมายแล้ว
ทั้งสามต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ส่วนอุซึมากิ ฮาคุก็อยู่เฝ้าในเต็นท์ มีเก็งกาคอยปกป้อง เรื่องความปลอดภัยของอุซึมากิ ฮาคุจึงไม่ต้องกังวลมากนัก
วันต่อมา หลังจากโฮคุเก็นทำอาหารให้ “ลูกนก” สามตัวที่กำลังร้องหิวแล้ว เขาก็ออกเดินทางไปยังฐานที่ตั้งของหมู่บ้านอิวะงาคุเระในคุซางาคุเระเพียงลำพัง
ส่วนมินาโตะกับนาวากิก็ออกไปตามแผนเดิมเพื่อไปหาผู้นำคุซางาคุเระ แต่ในมือกลับถือรายชื่อแผ่นหนึ่งอยู่
ยืนอยู่บนหลังพีเจียต โฮคุเก็นมองค่ายของนินจาอิวะด้านล่างอย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เพื่อจะเท่ เขาถึงกับจงใจอัญเชิญพีเจียตออกมาแทนที่จะบินเอง แล้วยังตั้งใจเลือกมุมอย่างดี แต่คนพวกนี้กลับไม่สังเกตเห็นแม้ผ่านไปหลายนาทีแล้ว
แต่รูปลักษณ์ของพีเจียตตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ขนทั่วตัวกลายเป็นสีดำสนิทหมดแล้ว ขนหางก็ดูยาวเพรียวขึ้นด้วย
“พีเจียต ใช้พายุหมุน เอาเบาหน่อย”
“บี้!”
ทันทีที่โฮคุเก็นออกคำสั่ง พีเจียตก็กระพือปีกในทันที ทักษะพายุหมุนที่ผสานพลังธรรมชาติกับพลังของพีเจียตเองถูกปล่อยออกมา
พายุรุนแรงลูกหนึ่งกวาดลงไปยังนินจาอิวะด้านล่างในพริบตา จนสิ่งปลูกสร้างและผู้คนข้างล่างถูกพัดกระเจิงล้มระเนระนาด
ตอนนั้นเองพวกนินจาอิวะที่เอื่อยเฉื่อยถึงเพิ่งสังเกตเห็นพีเจียตบนท้องฟ้า และโฮคุเก็นที่ยืนอยู่บนตัวมัน
“ยินดีที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกนะ ทุกคนของนินจาอิวะ ความระแวดระวังในฐานะนินจาของพวกนายดูน่าอับอายไปหน่อยนะ ฉันชื่อ ดันโซะ เป็นโจนินของโคโนฮะ วันนี้มาที่นี่เพราะมีบางเรื่องที่ต้องการให้พวกนายไปแจ้งสึจิคาเงะ”
พีเจียตค่อยๆ ลดระดับลงมา จากนั้นเมื่อได้มุมที่เหมาะสม โฮคุเก็นก็มองไปยังพวกนินจาอิวะที่หยิบคุไนขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่พุ่งเข้ามาหาเขา
โฮคุเก็นกวาดสัมผัสด้วยวิชานินจาอย่างคร่าวๆ แค่ดูจากจักระในร่างของคนพวกนี้ ระดับฝีมือโดยรวมก็มีแต่เกะนินปนกับจูนินเล็กน้อย
ด้วยกำลังระดับนี้ พวกมันจะไปขูดรีดคุซางาคุเระได้ยังไง? เว้นเสียแต่ว่าคนพวกนี้ไม่ได้ลงมือกับคุซางาคุเระจริงๆ พอนึกถึงนิสัยลู่ตามลมของคุซางาคุเระ โฮคุเก็นก็เดาออกแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ตอบโต้
“นินจาของโคโนฮะ! ไม่ทราบว่าที่นายมายังค่ายของนินจาอิวะพวกเรา มีธุระอะไร? ทำตัวโอหังถึงเพียงนี้ หรือว่านายคิดจะจุดชนวนสงครามระหว่างนินจาอิวะกับโคโนฮะกันแน่?”
ในหมู่นินจาอิวะเงียบกันอยู่นาน จนในที่สุดจูนินคนหนึ่งก็กัดฟันเดินออกมาถามโฮคุเก็น แต่ถ้าไม่นับร่างที่สั่นเล็กน้อยของเขา ก็ยังพอดูมีท่าทีอยู่บ้าง
(จบตอน)