เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ไอ้กระจอก! ยอมเสี่ยงตายเพื่อเงิน?

บทที่ 16 ไอ้กระจอก! ยอมเสี่ยงตายเพื่อเงิน?

บทที่ 16 ไอ้กระจอก! ยอมเสี่ยงตายเพื่อเงิน?


"@จี้ฉุนเกาหย่วน เกาหย่วน! ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ? งานเลี้ยงรุ่นนายจะมาไหม?"

"เฮ้อ! ฉันไล่ถามเพื่อนคนอื่นไปหมดทุกคนแล้ว หาคอนแทคนายตั้งนานก็ไม่เจอ เพิ่งนึกได้ว่าตอนนั้นลบนายออกจากเพื่อนไปแล้ว"

"ขอโทษทีนะ ในวีแชทของฉัน... ส่วนใหญ่มีแต่พวกนักธุรกิจหรือเจ้าของบริษัทที่ร่วมงานกัน เพื่อนมันเยอะเกินไปน่ะ หลังจากนั้นเลยลบนายทิ้งไป อย่าถือสากันนะ"

"ตกลงงานเลี้ยงรุ่นนายจะมาไหม? วางใจได้เลย ค่าโรงแรมค่าตั๋วเครื่องบินฉันออกให้หมด นายคงไม่เคยนอนโรงแรมห้าดาวใช่ไหมล่ะ? ถือโอกาสมานอนสักสองสามคืน มาสัมผัสดูว่าชีวิตคนรวยมันดีขนาดไหน!"

พอจางอวี่หนิงพูดจบ พวกลูกสมุนในกลุ่มรวมถึงพวกผู้หญิงที่แอบปลื้มเขาต่างก็พากันประโคมข้อความออกมา

"ตายจริง! คุณชายจางใจกว้างจัง ยังอุตส่าห์นึกถึงเกาหย่วนไอ้หนุ่มถังแตกในห้องเราด้วย คุณชายจางสมกับเป็นคนรวยในอุดมคติของฉันจริงๆ!"

"ว้าว หัวหน้าห้องจางเท่สุดๆ ไปเลย @จี้ฉุนเกาหย่วน เกาหย่วน! นายมาเถอะ คุณชายจางอุตส่าห์ออกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับรวมถึงค่าที่พักให้แล้ว นายก็มาเปิดหูเปิดตาหน่อย เพราะคนอย่างนาย ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีปัญญาได้นอนโรงแรมห้าดาวหรอก มาลองสัมผัสดูบ้างก็ไม่เสียหายนะ"

"ใช่ๆ มาเพิ่มพูนประสบการณ์ให้ตัวเองหน่อย นี่เป็นโอกาสหายากที่คณชายจางมอบให้นายเลยนะ!"

"เอ๊ะ? แต่จะว่าไป ตอนนี้เกาหย่วนนายอยู่เมืองไหนเนี่ย? คงไม่ใช่ว่าเห็นแก่เงินจนยอมไปทำงานที่ต่างประเทศหรอกนะ? ฉันขอเตือนให้นายระวังหน่อยนะ เดี๋ยวนี้ต่างประเทศไม่ค่อยปลอดภัยหรอก ถ้าโดนลักพาตัวไปจะไม่ได้กลับมานะ"

"ทำไมเกาหย่วนยังไม่ตอบอีก? หรือว่าไปต่างประเทศจริงๆ? มือถือโดนยึดไปแล้วมั้ง?"

"ขำชะมัด คนเรานี่พอเห็นแก่เงินก็กล้าทำทุกอย่างจริงๆ แม้แต่สมองก็ไม่ใช้แล้ว!"

"พวกนายพูดบ้าอะไรกัน? อาหย่วนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งเจอกัน อีกอย่างนะจางอวี่หนิง เลิกอวดรวยข่มคนอื่นแล้วเที่ยวดูถูกเพื่อนสักที! นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? มีเงินนิดหน่อยแล้วทำเป็นจองหองไม่เห็นหัวคนอื่นเลยใช่ไหม?"

"..."

พอเห็นข้อความสุดท้าย เกาหย่วนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เขามองเห็นชื่อของคนคนนี้...

หวังอวี่ฮั่ง เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัย และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา

บ้านของหวังอวี่ฮั่งอยู่ทางเหนือ ที่บ้านมีเหมืองแร่ รวยมหาศาลแบบสุดๆ

ทว่าคนคนนี้กลับไม่เคยโอ้อวดเลย สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแม้จะดูมีฐานะดีแต่เขาก็ไม่เคยบอกใครว่าที่บ้านรวยขนาดไหน

จนกระทั่งเรียนจบ เมื่อครอบครัวของเขาขับเฮลิคอปเตอร์มาลงจอดกลางสนามหญ้าของมหาวิทยาลัยนั่นแหละ

ทุกคนถึงได้รู้ว่าบ้านของหวังอวี่ฮั่งรวยขนาดไหน...

ในตอนนั้นเกาหย่วนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่หวังอวี่ฮั่งกลับบอกเขาว่า เขาไม่เคยคิดว่าเงินพวกนี้สำคัญอะไร สิ่งที่เขาภูมิใจคือการพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง และเขายังบอกเกาหย่วนเสมอว่าอยากเป็นพี่น้องที่ดีกับทุกคน

คำพูดนี้เกาหย่วนจำได้แม่น และเมื่อไม่นานมานี้เขาก็เพิ่งได้เจอหวังอวี่ฮั่งอีกครั้ง

เมื่อเห็นเพื่อนออกหน้าแทนเขาแบบนี้ ในใจของเกาหย่วนก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที

จากนั้นหวังอวี่ฮั่งก็ส่งข้อความมาอีกหนึ่งประโยค

"@จี้ฉุนเกาหย่วน อาหย่วน! ยังอยู่เซี่ยงไฮ้ใช่ไหม? ฉันกำลังจะไปเซี่ยงไฮ้พอดี พอดีฉันจะกลับบ้านเกิดไปฉลองปีใหม่ ก่อนจะไปเราสองคนมาดื่มกันหน่อยไหม?"

เกาหย่วนยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า "ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ฉันก็จะกลับบ้านเหมือนกัน ไว้หลังปีใหม่ค่อยว่ากันนะ"

พูดจบเกาหย่วนก็ปิดโทรศัพท์และออกจากวีแชท

การคุยกับคนอื่นๆ ต่อไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย

คนพวกนี้ที่คอยถากถางเขา จะไปคบค้าสมาคมด้วยทำไม?

นี่คือวิถีการใช้ชีวิตของเกาหย่วน คนที่ดูถูกคุณ ต่อให้คุณจะพยายามประจบสอพลอแค่ไหน ความเกลียดชังในใจเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยน

สู้เอาเวลามาคิดเรื่องของตัวเองในวันพรุ่งนี้ดีกว่า

เกาหย่วนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาพูดทิ้งไว้ในกลุ่มนั้น คนพูดอาจไม่คิดอะไร แต่คนฟังน่ะจดจ่อมาก

ในโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์ที่เขาพัก เฉินลี่ลี่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องพักเพื่อเตรียมตัวซุ่มดักรอ แต่เธอก็เหลือบไปเห็นข้อความของเกาหย่วนในกลุ่มเสียก่อน

แววตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที

"จะกลับบ้านเกิดงั้นเหรอ? ในที่สุดฉันก็ดักเจอนายจนได้! คราวนี้... ฉันจะดูสิว่านายจะหนีไปไหน!"

จากนั้นเฉินลี่ลี่ก็รีบทักวีแชทไปหาเพื่อนสนิทที่อยู่แผนกบุคคล แล้วต่อสายโทรศัพท์ไปหาทันที

...

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เกาหย่วนก็งัวเงียเผลอหลับไปบนเตียง

เช้าวันต่อมา เขาตื่นขึ้นตอนเจ็ดโมงเช้า เกาหย่วนรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าล้างตา

จากนั้นเขาก็เริ่มเก็บข้าวของที่เหลือ

สำหรับของส่วนใหญ่ในห้องนี้ เกาหย่วนไม่คิดจะเอาไปด้วย เขาตั้งใจจะทิ้งไว้ที่นี่เลย

แต่เงินมัดจำนั่นเขาต้องเอาคืนให้ได้

เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อย เกาหย่วนก็ลากกระเป๋าเดินทางและสะพายเป้ใบใหญ่มุ่งหน้าลงไปชั้นล่าง

...

ในเวลาเดียวกัน

ที่หน้าประตูตึก เจ้าของห้องเช่าของเกาหย่วนกำลังฮัมเพลงเดินตรงมาอย่างอารมณ์ดี

"วันนี้เป็นวันดี..."

เมื่อคืนทั้งคืน เจ้าของห้องไปเล่นไพ่ได้เงินมานิดหน่อย เลยทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีมาก

แต่ในขณะที่กำลังเดินจะเข้าตึก เขาก็หยุดชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน

เจ้าของห้องถึงกับยืนอึ้ง

เขามองไปยังรถ Big G สีดำสนิทที่จอดอยู่ข้างๆ

ตัวถังที่ดูแข็งแกร่ง เส้นสายที่ลื่นไหล และไฟหน้าที่สว่างจ้าเหมือนดวงตาคู่หนึ่งที่กำลังเปล่งประกาย

รถรุ่นนี้เป็นรถที่ผู้ชายเห็นแล้วต้องชอบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของห้องคนนี้

เขาเดินวนรอบรถอยู่สองสามรอบ ก่อนจะเดาะลิ้นพูดออกมาว่า "พับผ่าสิ Big G คันนี้เท่ชะมัด! สมกับเป็นรถในฝันของผู้ชายจริงๆ เท่เป็นบ้า! แต่เดี๋ยวนะ..."

พูดไปพูดมา เจ้าของห้องก็นึกขึ้นได้

เขามองไปรอบๆ และล็อกเป้าหมายไปที่เลขที่ตึกของเขาเอง

เขาพึมพำออกมาว่า "เกิดอะไรขึ้น? ตึกฉันไม่มีใครมีปัญญาขับ Big G ได้นี่นา!"

"คนในตึกนี้ฉันรู้จักหมดทุกคน มีแต่พวกกระจอกทั้งนั้น ใครจะไปมีปัญญามีไอ้รถพรรค์นี้? นี่... นี่ใครขับมาน่ะ?"

เขาครุ่นคิดในใจ หรือจะเป็นลูกเขยรวยๆ ของบ้านไหนกลับมาเยี่ยมบ้าน?

เขาคิดต่อไปว่า ถ้าได้ทำความรู้จักกับเจ้าของรถไว้ วันหลังคงหาทางรีดไถเงินได้บ้างสินะ?

ช่วงนี้เขากำลังขาดเงินอยู่พอดี ถึงเมื่อคืนจะชนะพนันมาบ้าง แต่มันก็ไม่พอกับความโลภที่เป็นเหมือนหลุมไร้ก้นของเขา

เจ้าของห้องจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา ตั้งใจจะโทรตามเบอร์ที่ติดไว้หน้ารถเพื่อบอกให้เลื่อนรถ เขาจะได้ถือโอกาสตีสนิทกับเจ้าของรถไปในตัว

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง "ทำไม? ถูกใจรถคันนี้หรือไง?"

ได้ยินเสียงนั้น เจ้าของห้องก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

พอหันกลับไปมอง ก็เห็นเกาหย่วนกำลังเดินลงมาจากตึก

แววตาของเจ้าของห้องฉายแววไม่พอใจ เขาแอบสบถในใจ "ไอ้เด็กเปรตนี่ ดันมารู้ทันฉันซะได้"

"แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวแกก็ต้องไสหัวไปแล้ว ฉันจะไม่ถือสาแกแล้วกัน"

แต่พอคิดถึงเรื่องนี้ เจ้าของห้องก็รู้สึกเสียดายเงินขึ้นมา

'บ้าเอ๊ย ฉันยังต้องควักเงินอีก 1,800 หยวนเพื่อคืนค่ามัดจำให้แก! อยากจะใช้มุก "ถือไฟฉายตรวจความเสียหาย" ชะมัด!'

การถือไฟฉายตรวจความเสียหาย เป็นสิ่งที่พวกเจ้าของห้องใจดำชอบทำกัน: คือการถือไฟฉายไปส่องตามกำแพง แม้จะมีรอยไม่เรียบเพียงนิดเดียว ก็จะเรียกเก็บเงินจากผู้เช่าหลายร้อยหยวน เพียงเพื่อจะอมเงินมัดจำไว้ให้ได้สักพันสองพัน

แต่ทันใดนั้นเอง ไฟหน้ารถก็กะพริบขึ้นสองครั้ง พร้อมกับเสียง "ติ๊ด ติ๊ด" เจ้าของห้องก็สะดุ้งสุดตัว

ให้ตายเถอะ!

นี่มัน...

เจ้าของรถ Big G มาแล้ว!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 16 ไอ้กระจอก! ยอมเสี่ยงตายเพื่อเงิน?

คัดลอกลิงก์แล้ว