- หน้าแรก
- ระบบห้ามเสียหน้า โดนเหยียดหรอ งั้นขอใช้ระบบเอาเงินตบหน้าเลยแล้วกัน
- บทที่ 6 พบการถากถางระหว่างทาง? เมื่อศัตรูมาเจอกัน!
บทที่ 6 พบการถากถางระหว่างทาง? เมื่อศัตรูมาเจอกัน!
บทที่ 6 พบการถากถางระหว่างทาง? เมื่อศัตรูมาเจอกัน!
หลังจากนี้...
ก็คงต้องซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวท็อปไปให้ที่บ้านด้วย เพราะปกติพ่อกับแม่ตอนอยู่บ้านแทบจะไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรเลย
พวกท่านมักจะกลัวการออกไปใช้เงินฟุ่มเฟือย วันๆ ถ้าไม่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ก็คงออกไปรับจ้างทำงานจิปาถะ
เกาหย่วนอยากให้พวกท่านมีชีวิตที่มีความสุขขึ้นมาบ้าง
"จริงด้วย!"
จู่ๆ ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆ เกาหย่วนก็ตบเข่าฉาด นัยน์ตาเป็นประกาย "บ้านเก่าที่ต่างจังหวัดก็ควรจะรีโนเวทใหม่ได้แล้ว!"
เกาหย่วนเคยบอกพ่อแม่หลายครั้งว่าอยากรับพวกท่านมาอยู่ในเมืองด้วยกัน แต่สองผู้เฒ่าก็ปฏิเสธทุกครั้ง
พวกท่านเป็นคนรักถิ่นฐาน และตัดใจจากรากเหง้าที่ใช้ชีวิตมาหลายสิบปีไม่ลง
และแน่นอนว่ายังมีเหตุผลที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ...
น้องสาวของเขาเอง!
ใช่แล้ว
เกาหย่วนมีน้องสาวหนึ่งคน
พ่อแม่มีลูกชายหญิงอย่างละคน น้องสาวอายุห้าวน้อยกว่าเกาหย่วนไม่กี่ปี ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ปีนี้อยู่ชั้นปีที่ 2
ก่อนหน้านี้ น้องสาวเพิ่งโทรมาหาเขาเพื่อถามไถ่ว่าปีนี้จะกลับบ้านไหม
หลังจากเกาหย่วนอึกอักตอบไม่ชัดเจนอยู่นาน น้องสาวก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ได้เอง
เธอจึงบอกเขาว่า ปิดเทอมฤดูหนาวนี้เธอไม่คิดจะกลับบ้าน แต่ตั้งใจจะทำงานพิเศษแถวมหาลัยเพื่อหาค่าเทอมและค่าขนมสำหรับเทอมหน้า
ตอนที่วางสายไปวันนั้น เกาหย่วนถึงกับตบหน้าตัวเองแรงๆ ไปหลายฉาด
น้องสาวชื่อว่า เกาเยว่เยว่ เธอเป็นเด็กที่รู้ความและกตัญญูมาก ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยเลยสักครั้ง
แม้แต่ตอนอยู่มัธยม ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนและฤดูหนาว ตอนกลางวันเธอก็จะแอบไปรับจ้างล้างจานตามร้านอาหารในตำบลเพื่อเก็บหอมรอมริบ
พอตกกลางคืนกลับบ้านเธอก็จะจุดเทียนนั่งอ่านหนังสือทำการบ้าน
และด้วยความพากเพียรพยายามของเธอนั่นเอง ที่ทำให้ตอนนี้เธอสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำได้
หลังจากเข้ามหาลัย เยว่เยว่ไม่ได้เหมือนเด็กบ้านอื่นที่คอยแบมือขอเงินที่บ้านทุกเดือน
นอกจากเวลาเรียนแล้ว เวลาส่วนตัวที่เหลือเธอมักจะทุ่มเทให้กับงานพาร์ทไทม์ทั้งหมด
เกาหย่วนรู้ดีว่า...
เหตุผลที่เยว่เยว่ไม่อยากกลับบ้าน ก็เพราะค่าเดินทางมันแพงเกินไป...
ต่อให้เป็นรถไฟชั้นประหยัดค่าไปกลับก็เกือบ 1,000 หยวน แถมขาเดียวต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 43 ชั่วโมง!
"..."
เกาหย่วนกำหมัดแน่น ในใจคิดว่าหลังจากจัดการทางนี้เสร็จ เขาต้องรีบไปที่หางโจวทันที
เขาจะไปรับน้องสาว และมอบเซอร์ไพรส์ให้เธอด้วย
เขาจะพาน้องสาวที่รักกลับบ้านเกิดอย่างสง่างาม การที่ครอบครัวสี่คนได้อยู่พร้อมหน้ากัน นั่นแหละถึงจะเป็นปีใหม่ที่ดี!
"ครืด... ครืด..."
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเกาหย่วนก็สั่นเตือนสองครั้ง
เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย พบว่าเป็นข้อความจากกลุ่มแชท "ครอบครัวสุขสันต์" อีกแล้ว
ป้าสะใภ้: @เกาหย่วนผู้มีเป้าหมายไกล
(ข้อความเสียง): "เสี่ยวหย่วนจ๊ะ ได้ยินว่าเธอจะกลับบ้านเหรอ? ตายจริง! เด็กคนนี้นี่... จะกลับทำไมไม่บอกพวกเราล่ะ? อย่างน้อยจะได้ให้พี่เฉียงของเธอขับรถไปรับ รถออดี้คันนั้นน่ะ นั่งสบายเชียวล่ะ!"
(ข้อความเสียงที่สอง): "โฮะๆ ดูท่าปีนี้เธอคงพอจะมีเงินเก็บขึ้นมาบ้างสินะ... อ้อ! จริงด้วย ฉันได้ยินพี่เฉียงบอกว่า ตอนนี้ตั๋วรถไฟขากลับขายหมดเกลี้ยงแล้ว เธอตั้งใจจะกลับยังไงล่ะ? คงไม่ใช่ว่าจะนั่งรถทัวร์กลับหรอกนะ?"
(ข้อความเสียงที่สาม): "เอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวฉันให้พี่เฉียงโอนเงินไปให้เธอสักหน่อย เธอจะได้นั่งเครื่องบินกลับ เงินนี่ไม่ต้องคืนหรอก พี่เฉียงเขารวย! โฮะๆ ไม่เสียดายเงินแค่นี้หรอก..."
เมื่อฟังข้อความเสียงเหล่านี้จบ แววตาของเกาหย่วนก็หรี่ลง
เขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของการโอ้อวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในน้ำเสียงของป้าสะใภ้
ผู้หญิงคนนี้...
วันๆ เอาแต่ดูถูกเขาในกลุ่ม พอรู้ข่าวว่าเขาจะกลับบ้าน ก็ยังไม่วายจะตามมารังควาน!
ถึงแม้คำพูดคำจาจะดูเหมือนเป็นห่วงเป็นใย แต่ความจริงคือการอวดรวย
อวดว่าที่บ้านมีเงิน มีลูกชายที่ดี อวดว่าสามารถควักเงินค่าตั๋วเครื่องบินออกมาให้ได้แบบไม่เสียดาย
เกาหย่วนแค่นยิ้มเย็นชา
ก่อนที่ญาติคนอื่นๆ จะเริ่มผสมโรงดูถูกเขา เขาก็พิมพ์ตอบกลับไปว่า: "ไม่เป็นไรครับ ปีนี้ผมขับรถกลับเอง"
ป้าสะใภ้รีบส่งข้อความเสียงสวนกลับมาทันที
"อะไรนะ? ขับรถกลับ? ฉันว่านะเสี่ยวหย่วน เธอจะขี้คุยเกินไปหน่อยมั้ง? หลายปีมานี้ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอใช้ชีวิตยังไง แต่ฉันก็ไม่เคยได้ยินว่าเธอมีปัญญาซื้อรถเลยนะ! อ้อ! ฉันเข้าใจแล้ว เธอคงกะจะหารถหารกลับมาล่ะสิ? ได้ๆๆ ในเมื่ออยากจะแชร์รถกลับมาก็ตามใจ"
ตามมาด้วยข้อความเสียงที่สองติดๆ กัน
"แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะ วันก่อนฉันดูคลิปมา เห็นมีคนแชร์รถกลับบ้านแล้วขนสัมภาระเยอะเกินไป สุดท้ายโดนคนขับทิ้งไว้กลางทางเฉยเลย เธอระวังไว้หน่อยนะ เดี๋ยวโดนทิ้งไว้กลางป่าเขาลำเนาไพรหรือทิ้งไว้ตามจุดพักรถจะไม่มีใครไปรับเอาล่ะ ถ้าไม่ไหวก็ให้พี่เฉียงโอนเงินให้เถอะ"
หลังจากจบข้อความเสียง ป้าสะใภ้ก็ส่งลิงก์คลิปสั้นมาให้
เป็นคลิปอย่างที่เธอพูดจริงๆ คือมีคนถูกทิ้งไว้ที่จุดพักรถกลางทาง
คนในคลิปดูเคว้งคว้างไร้ทางออก สุดท้ายต้องฉลองปีใหม่ที่จุดพักรถ สภาพดูเวทนาสุดๆ
หลังจากนั้นเธอก็ส่งข้อความทำนองเป็นห่วงบังหน้า แต่เนื้อในคือการถากถางว่าเกาหย่วนไม่มีปัญญาซื้อตั๋วเครื่องบินออกมาอีกเป็นชุด
เกาหย่วนเห็นดังนั้นก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันที ไม่อยากจะเสวนาด้วย
ประจวบเหมาะกับตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมาพอดี เกาหย่วนเห็นรถเบนซ์ Big G คันหนึ่งปรากฏขึ้นที่ทางแยกฝั่งตรงข้าม กำลังจอดรอสัญญาณไฟจราจรที่ยาวนาน
เขาหรี่ตามอง และเห็นทันทีว่าป้ายทะเบียนรถคันนั้นคือเลขที่เขาเลือกไว้เอง
วันนี้ถือว่าโชคดีไม่เลา เลขทะเบียนรถของเกาหย่วนลงท้ายด้วยเลข 6 สามตัว
เลขตองเสียด้วย
ป้ายทะเบียนนี้ถ้าขับกลับบ้านไป คงทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องตาร้อนผ่าวแน่ๆ
เขาลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อผ้า หิ้วถุงพลาสติกสีดำในมือ เตรียมจะรอให้ Big G ขับมาถึง
ทว่า...
จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานเบาๆ ว่า "เอ๊ะ?" ดังมาจากข้างๆ
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เกาหย่วนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่
เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะค่อยๆ หันหน้าไปมอง
พบหญิงสาวสามคนปรากฏตัวอยู่ด้านข้าง คนตรงกลางแต่งตัวฉูดฉาดและดูดีมีระดับมาก
บนศีรษะประดับด้วยเครื่องประดับระยิบระยับ ที่มือสวมทั้งแหวนและกำไลทองคำที่ส่องประกายวาววับ
หญิงสาวคนนั้นดัดผมลอนสลวย ใบหน้าจัดว่าสวยและเต็มไปด้วยจริตจะก้าน
และเมื่อเธอเห็นเกาหย่วนหันหน้ามา เธอก็โพล่งออกมาทันที: "ตายจริง! เกาหย่วน เป็นเธอจริงๆ ด้วย ฮิฮิ"
"เมื่อกี้ฉันเห็นแผ่นหลังข้างหลังก็รู้สึกคุ้นๆ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเธอจริงๆ มาทำอะไรที่นี่เหรอจ๊ะ?"
เมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาว แววตาของเกาหย่วนก็หรี่ลง ไม่อยากจะใส่ใจ
ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า เฉินลี่ลี่
ใช่แล้ว... คนที่เคยปฏิเสธเกาหย่วน แถมยังเที่ยวป่าวประกาศให้เขารู้จักตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเอง
เฉินลี่ลี่!
คนในสมัยมหาลัยที่ทำให้เกาหย่วนต้องตกอยู่ในปมด้อยมานานหลายปี แม้จะทำงานแล้วก็ยังไม่ยอมให้เกาหย่วนได้อยู่สุขสบาย
และยังเป็นเฉินลี่ลี่คนเดียวกับที่เฉินตงบอกว่ามีเงื่อนงำในการเลิกจ้างครั้งนี้ เพราะเธอแอบแทงข้างหลังเขานั่นเอง
ในใจของเกาหย่วน ตอนนี้ไฟแห่งความโกรธที่ไร้ที่มา กำลังค่อยๆ ปะทุขึ้น
เกาหย่วนมั่นใจว่าตัวเองมีมโนธรรมบริสุทธิ์ แต่ความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้
ตอนนั้นเขาเคยสารภาพรักเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นตอนที่เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี และใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบจากการทำงานพาร์ทไทม์ไปซื้อของขวัญที่เฉินลี่ลี่ชอบมาให้
แต่ตอนนั้นเฉินลี่ลี่กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอโยนของขวัญลงพื้นแล้วเหยียบจนแตกละเอียด พร้อมกับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเกาหย่วนจนจมดิน มันไม่ได้เป็นอย่างที่เฉินลี่ลี่เที่ยวไปป่าวประกาศเลยสักนิด
ทว่าเฉินลี่ลี่กลับไม่ได้สังเกตเห็นแววตาของเกาหย่วน เธอเอามือกอดอกคล้องกระเป๋าหรู มุมปากเหยียดยิ้ม ในมือยังคีบบุหรี่สำหรับผู้หญิงเอาไว้
เฉินลี่ลี่หัวเราะเบาๆ: "เป็นอะไรไปล่ะเกาหย่วน? เมื่อก่อนฉันก็แค่พูดว่าเธอไปไม่กี่คำเองนะ จะอะไรขนาดนั้นเชียว?"
"ตอนนี้ถึงเราจะไม่ใช่เพื่อนร่วมงานกันแล้ว แต่อย่างน้อยก็เคยเป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกัน เธอจะไม่ทักไม่ทายกันหน่อยเหรอ? ไร้มารยาทขนาดนี้เลยเหรอจ๊ะ? เหอะ!"
(จบตอน)