เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 (ฟรี)จานค่ายกลปิดผนึก

บทที่ 120 (ฟรี)จานค่ายกลปิดผนึก

บทที่ 120 (ฟรี)จานค่ายกลปิดผนึก


บทที่ 120 จานค่ายกลปิดผนึก

ชั่วครู่ต่อมา เปลวไฟสีส้มแดงก็ค่อยๆ มอดลง หมวกใบนั้นได้เลื่อนระดับเป็นคุณภาพหาตัวจับยาก

[หมวกแสงทมิฬพิทักษ์วิญญาณ]

ระดับ: ขั้น 3 · หาตัวจับยาก

ประเภท: เกราะหนัง · หมวก

พื้นฐาน: พลังป้องกันเวท +84

เพิ่มเติม: ความว่องไว +30, ความทนทาน +30

เอฟเฟกต์ [แสงทมิฬ]: ความเร็วเคลื่อนที่ +7%

เอฟเฟกต์ [พิทักษ์วิญญาณ]: ลดดาเมจเวท +100 แต้ม

ความต้องการสวมใส่: เลเวล 20, นักธนู หรือ นักฆ่า

(ไอเทมผูกมัด ใส่ได้เฉพาะผู้เล่น [hcjy240758] เท่านั้น!)

......

"อืมม สเตตัสก็ใช้ได้เลยนี่!"

"บวกพลังป้องกันเวทขึ้นมาเยอะอยู่!"

หมวกขั้น 2 ที่ใส่อยู่ตอนนี้ บวกพลังป้องกันเวทแค่ 38 แต้มเอง

หวังหลินถอด [มงกุฎแสงเร้นลับแห่งสัจธรรม] ออกอย่างไม่ลังเล แล้วหยิบ [หมวกแสงทมิฬพิทักษ์วิญญาณ] มาสวมแทน

สิ้นเสียง 'กริ๊ก' สเตตัสบนหน้าต่างก็เริ่มขยับรัวๆ

พลังโจมตีเวทลดฮวบไปหลายสิบแต้ม เหลือแค่ 735 แต้ม

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันคุ้มค่ากว่าเยอะ——

ลดดาเมจเวทพุ่งจาก 70 แต้ม เป็น 170 แต้ม

พลังป้องกันเวทพุ่งจาก 689 แต้ม เป็น 721 แต้ม

พลังป้องกันกายภาพพุ่งจาก 691 แต้ม เป็น 765 แต้ม

ความเร็วโจมตีพุ่งจาก 2.605 เป็น 2.671

ความเร็วเคลื่อนที่พุ่งจาก 576.8 เป็น 649.1

สรุปโดยรวมแล้ว การอัปเกรดครั้งนี้เห็นผลชัดเจนมาก

"ไม่เลวเลยแฮะ"

หวังหลินประเมินอยู่ในใจ

จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างสเตตัสขึ้นมาเช็กคะแนนอุปกรณ์

คะแนนประเมินในตอนนี้คือ 120 แต้ม!

พอส่องดูในทำเนียบอุปกรณ์ของเมืองแห่งแสงดาว เขาก็ยังคงนำโด่งแบบทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น อันดับสองอย่างซูอิงเสวี่ย ตอนนี้เพิ่งจะเก็บได้แค่ 105 แต้มเอง

"ตอนนี้ฉัน.... เหลือแค่กางเกง สร้อยคอ แล้วก็หยก ที่ยังเป็นอุปกรณ์ขั้น 2 ส่วนที่เหลือกลายเป็นขั้น 3 หมดแล้ว" คิดได้ดังนั้น หวังหลินก็ถือโอกาสเปิดตลาดประมูลขึ้นมาดู

แต่น่าเสียดาย ในตลาดประมูลตอนนี้ยังไม่มีอุปกรณ์ขั้น 3 โผล่มาเท่าไหร่ แถมยังไม่มีชิ้นที่เขาอยากได้เลยสักชิ้น

"ท่านผู้กล้า! ข้าขุดขึ้นมาได้แล้ว!"

หลี่หว่านซานประคองจานค่ายกลสองแผ่นวิ่งเหยาะๆ เข้ามา....

หวังหลินรับจานค่ายกลมาสำรวจดูหน้าตา

จานค่ายกลทั้งสองแผ่นขนาดประมาณฝ่ามือ แผ่นนึงสีแดง อีกแผ่นนึงสีฟ้า

เขาเริ่มจากดูสเตตัสของจานค่ายกลสีแดงก่อน

[จานค่ายกลปิดผนึกระยะประชิด] ไอเทมชาร์จพลังระดับหาตัวจับยากขั้น 3: เมื่อติดตั้งจานค่ายกลปิดผนึกระยะประชิด มันจะครอบคลุมพื้นที่ที่กำหนด รัศมีสูงสุด 1,000 เมตร เมื่อผู้เล่นอยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด จะสามารถใช้ได้เฉพาะการโจมตีระยะไกลเท่านั้น จานค่ายกลนี้ต้องชาร์จพลังงาน โดยใช้หินพลังงาน ตอนนี้จานค่ายกลมีพลังงานเหลืออยู่ 33%

(จานค่ายกลนี้: จะไม่มีผลกับผู้เล่นที่เลเวลสูงกว่า 30 และไม่มีผลกับผู้เล่นที่มีค่าสเตตัสหลัก 5 อย่างใดอย่างหนึ่งเกิน 1,000 แต้ม)

พออ่านสเตตัสของจานค่ายกลจบ หวังหลินก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

ปิดผนึกระยะประชิด!

สเตตัสแบบนี้มันอยู่ในความคาดหมายของเขาเป๊ะๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไอ้แผ่นสีฟ้าที่เหลือนั่น ก็ต้องเป็นจานค่ายกลปิดผนึกระยะไกลชัวร์

สามวินาทีต่อมา หวังหลินก็ทำหน้าประมาณว่า 'กะไว้แล้วเชียว'

จานค่ายกลสีฟ้ามีชื่อว่า [จานค่ายกลปิดผนึกระยะไกล] จริงๆ ด้วย ส่วนเรื่องสเตตัส ก็เดาไม่ผิดเพี้ยน

ปิดผนึกการโจมตีระยะไกล!

"ไอ้จานค่ายกลขั้น 3 พวกนี้มันก็มีข้อจำกัดแฮะ ส่งผลได้แค่กับผู้เล่นที่เลเวลต่ำกว่า 30...." หวังหลินเช็กค่าสเตตัสหลักทั้งห้าของตัวเอง

ณ ตอนนี้!

พละกำลัง 265, พลังจิต 140, ร่างกาย 60, ความทนทาน 430, ความว่องไว 395

ขนาดค่าความทนทานที่สูงปรี๊ดที่สุด ยังปาเข้าไปแค่ 430 แต้ม ห่างไกลจาก 1,000 แต้มลิบลับ

ดูจากทรงแล้ว ในตอนนี้ จานค่ายกลปิดผนึกพวกนี้ก็คือไอเทมระดับพระกาฬดีๆ นี่เอง!

แต่มันก็แค่ตอนนี้นะ!

ขืนปล่อยให้เลเวลผู้เล่นเกิน 30 เมื่อไหร่ ไอ้จานค่ายกลพวกนี้ก็หมดน้ำยา กลายเป็นเศษเหล็กทันที

"ใช้ได้ตอนไหนก็กอบโกยไปก่อนแล้วกัน"

หวังหลินเก็บจานค่ายกลใส่กระเป๋า หันหลังเดินกลับอย่างไม่ลังเล โดยมีหลี่หว่านซานเดินตามต้อยๆ

ระหว่างทาง พวกเขาเจอพวกทหารที่ถูกขังอยู่เพียบ

"ทำไมพวกนายยังไม่ไปกันอีกล่ะ?" หวังหลินถามด้วยความงุนงง

"ข้า.... ข้า...." พวกทหารอ้ำๆ อึ้งๆ พูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

"ช่างเถอะ ตามฉันมาละกัน"

สิ้นคำสั่งหวังหลิน เขาก็นำขบวนพาทหารเก้าร้อยกว่าคนออกเดินทัพ

ฝีมือของพวกทหารกลุ่มนี้ก็งั้นๆ โดยพื้นฐานก็เป็นแค่มอนสเตอร์ระดับธรรมดาเลเวล 15 เทียบเท่ากับพวกลูกกระจ๊อกเลเวล 15 นั่นแหละ

เดินมาได้สักพัก หวังหลินก็ฉุกคิดคำถามขึ้นมาได้: "พวกนาย ใครมีหลักฐานการลักลอบเปิดเหมืองแร่ของโจวเทียนบ้าง?"

"ไม่มีหรอก!"

"โจวเทียนไม่เคยโผล่หัวมาให้เห็นเลย"

"เรื่องทั้งหมดลูกน้องมันเป็นคนจัดการทั้งนั้น"

"......"

หลี่หว่านซานก็ส่ายหัวรัวๆ เหมือนกัน

หวังหลินแอบเซ็งนิดหน่อย แต่ก็ช่างมันเถอะ เขามีวิธีหาหลักฐานมัดตัวโจวเทียนอยู่แล้ว ขอแค่ให้ได้เจอตัวโจวเทียนก่อนก็พอ

ไม่นานนัก ห้องลับห้องหนึ่งก็โผล่มาอยู่ตรงหน้าเขา

"แร่คริสตัลสีฟ้าถูกเก็บไว้ในห้องลับนี้แหละ แต่ข้าไม่มีกุญแจหรอกนะ" หลี่หว่านซานบอก

"อืม"

หวังหลินพยักหน้าเบาๆ ประเคนลูกถีบ โครม โครม โครม ซัดประตูห้องลับจนพังยับเยิน แล้วก็ก้าวยาวๆ เข้าไปข้างใน

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็เห็นแร่คริสตัลสีฟ้ากองพะเนินเทินทึกเป็นภูเขาเลากา

[แร่คริสตัลสีฟ้า] วัตถุดิบระดับหาได้ยากขั้น 2: ใช้เป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการตีบวกอุปกรณ์สารพัดชนิด สมาคมช่างตีเหล็กรับซื้อไม่อั้น

"หลี่หว่านซาน แร่คริสตัลสีฟ้านี่มันก้อนละเท่าไหร่วะ?"

"1 เหรียญทอง"

หวังหลินลิงโลดในใจทันที รอบนี้ฟันกำไรเละเทะแน่ๆ ในห้องลับนี่มีแร่คริสตัลสีฟ้าอย่างน้อยๆ ก็แสนก้อน นั่นก็แปลว่า การันตีเงินเข้ากระเป๋าเหนาะๆ หนึ่งแสนเหรียญทองเลยนะเว้ย

"พวกนายแบ่งกันแบกไปคนละนิดคนละหน่อย เดินตามฉันมา ฉันรับรองความปลอดภัยให้เอง!" ลำพังกระเป๋าเขาคงยัดไม่หมดแน่ๆ ต้องอาศัยแรงงานทหารพวกนี้ช่วยแบกไป หวังหลินเลยวาดฝันหลอกล่อให้ตายใจ

แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้หลอกล่อซะทีเดียวหรอก

เพราะตอนนี้ แถวๆ ต้นไม้แก่คอเอียง มีผู้เล่นแห่กันมารวมตัวเพียบแล้ว

พอเห็นศพนอนเกลื่อนพื้น พวกผู้เล่นก็พากันซุบซิบนินทากันให้แซ่ด

"ทหารเกราะหัวกะทิตายเรียบเลยเหรอวะ?"

"สภาพโคตรเละเทะ ฝีมือใครวะเนี่ย? NPC หรือผู้เล่นวะ!"

"ไม่รู้ว่ะ แต่ฉันว่าน่าจะฝีมือ NPC นะ ผู้เล่นไม่มีปัญญาทำได้ขนาดนี้หรอก!"

"......"

เสียงเซ็งแซ่ของผู้เล่นดังขึ้นเรื่อยๆ กิลด์ใหญ่ๆ หลายกิลด์ก็ทยอยเดินทางมาถึง

"เวรเอ๊ย! ตีกันจบแล้วเหรอวะ?" สีหน้าของราชวงศ์ปฐพีดุดันเอาเรื่อง

"มาสายไปงั้นเหรอ?" กุหลาบสีเลือดทำหน้าเซ็งสุดๆ

ซูอิงเสวี่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกในใจ: เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ชิ้นปลามันโดนหวังหลินคาบไปกินอีกแล้ว

สายตาของมายะไร้เทียมทานจดจ้องไปที่อุโมงค์ใต้ดิน ปากถ้ำที่มืดมิดและลึกล้ำ ไม่รู้เลยว่ามันจะนำไปสู่หนใด

จำนวนผู้เล่นในที่เกิดเหตุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็ทะลุหมื่นคนเข้าไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าแหยมเข้าไปใกล้ปากถ้ำเลยสักคน ต่างคนต่างก็กลัวว่าตัวเองจะตกเป็นเป้านิ่ง

ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าดังสวบสาบก็แว่วมาจากในถ้ำ

เพียงเสี้ยววินาที ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ปากถ้ำโดยไม่ได้นัดหมาย

มีคนกำลังจะออกมาแล้ว! มันจะเป็นใครกันแน่?

ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที หวังหลินก็เดินนำโด่งโผล่ออกมาจากอุโมงค์ใต้ดิน

พอเห็นผู้เล่นยืนกันสลอน เขาก็รีบถอยหลังกลับไปสองสามก้าว หันไปกำชับพวกทหารว่า: "พวกนายถอยร่นไปก่อน ถ้าฉันไม่สั่ง ห้ามโผล่หัวออกไปจากอุโมงค์ใต้ดินเด็ดขาด หลี่หว่านซาน นายคอยคุมพวกนี้ไว้ด้วยนะ"

"รับทราบ!" สิ้นเสียงตอบรับ ทหารกว่าเก้าร้อยนายก็รีบถอยกรูดกลับไปทันที

อนาคตของพวกทหารพวกนี้ หวังหลินวางแผนไว้เสร็จสรรพแล้ว จางเต้าหรานกำลังต้องการกำลังคนไปฟื้นฟูสำนักชิงอวิ๋น พวกทหารกลุ่มนี้แหละเหมาะเหม็งที่สุด

ถึงเวลานั้น มันก็จะเป็นการเปิดเควสต์ใหม่อีกเควสต์นึง

คิดไปคิดมา หวังหลินก็เริ่มตั้งตารอแล้ว ว่าถ้าเคลียร์เควสต์ของจางเต้าหรานระลอกต่อไปสำเร็จ เขาจะได้สเตตัสอะไรเป็นของรางวัลบ้าง

จากนั้น เขาก็ก้าวฉับๆ ออกจากอุโมงค์ใต้ดิน มายืนเด่นเป็นสง่าอยู่ใต้ต้นไม้แก่คอเอียง กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน และตกเป็นเป้านิ่งไปโดยปริยาย

"ท่านเทพ 758 ในเหมืองนั่นมันมีอะไรอยู่เหรอ?" มายะไร้เทียมทานชิงถามขึ้นเป็นคนแรก

หวังหลินตอบไปตามความจริง: "ก็แค่พวกคนงานเหมือง กับแร่กระจุกกระจิก นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว"

เขาไม่ได้โกหกนะ ในเหมืองมันก็มีแค่คนงานเหมืองกับแร่อยู่จริงๆ

"แล้วนอกจากนั้นล่ะ?" มายะไร้เทียมทานยังคงซักไซ้ต่อ

"นอกจากนั้นก็ไม่มีแล้วแหละ ที่สำคัญคือโจวเทียนมันหนีไปแล้ว ฉันกำลังจะไปไล่ล่ามันอยู่! โจวเทียนคือคีย์แมน เป็นตัวละครที่สำคัญที่สุดเลย" หวังหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เรื่องของโจวเทียนยังไงมันก็ปิดไม่มิดอยู่แล้ว สู้บอกไปตรงๆ แมนๆ เลยดีกว่า!

"อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง ขอบใจมากที่บอกนะ!" มายะไร้เทียมทานพยักหน้าหงึกๆ

เกาเซินกระโดดพรวดออกมาขัดจังหวะ: "มายะไร้เทียมทาน นี่แกเชื่อคำพูดของมันเหรอวะ? เผลอๆ โจวเทียนมันโดนไอ้เวรนี่จับไปแล้วด้วยซ้ำ! หวังหลิน ส่งตัวโจวเทียนมาซะดีๆ ไม่งั้นมึงตาย!"

"ไปตายซะไป๊ มึงนั่นแหละลงนรกไปก่อนเลย!" วินาทีที่หวังหลินเห็นหน้าเกาเซิน เขาก็งัดหน้าไม้แสงทมิฬศิลาแตกออกมาเตรียมซัดแล้ว....

สีหน้าของเกาเซินซีดเผือด รีบก้าวถอยหลังอย่างลุกลน

และในจังหวะนั้นเอง ระลอกเสียงฝีเท้าที่ดังกระหึ่มกว่าเก่าก็ดังลั่นขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง ตามมาด้วยเสียงม้าศึกร้องคำรามแผดก้องไปทั่วบริเวณ

....

จบบทที่ บทที่ 120 (ฟรี)จานค่ายกลปิดผนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว