- หน้าแรก
- ระบบมิติเปลี่ยนชีวิต จากเมียอ้วนอัปลักษณ์สู่สาวงามล่มเมืองยุคเจ็ดศูนย์
- บทที่ 15 ให้ตายเถอะ หนีไม่รอดแล้ว
บทที่ 15 ให้ตายเถอะ หนีไม่รอดแล้ว
บทที่ 15 ให้ตายเถอะ หนีไม่รอดแล้ว
บทที่ 15 ให้ตายเถอะ หนีไม่รอดแล้ว
“ไปให้พ้นเลยไอ้เวร เรื่องของข้าแกจะมาสารเสือกอะไรนักหนา?”
ท่ามกลางความมืดมิด เสียงของไอ้ลูกน้องขี้ประจบคนนั้นดังเข้าหูสวี่ชิงอันและพวกพ้องอย่างชัดเจน
“ปัดโธ่ลูกพี่ ผมก็แค่เป็นห่วงปากท้องของพี่น้องเราไงครับ เห็นพี่พักผ่อนเต็มที่แล้ว เลยอยากรู้ว่าพี่จะพาพวกเราไปลุยงานหน้าเมื่อไหร่...”
หัวหน้าโจรพ่นลมหายใจยาว
“ฝันไปเถอะแก งานนี้จบแล้วทุกคนต้องกบดานให้เงียบที่สุด ภายในครึ่งปีนี้จะไม่มีการเคลื่อนย้ายของเด็ดขาด”
พวกหม่าหย่งได้ยินดังนั้นก็นึกดีใจอยู่ในใจ นับว่าโชคดีจริงๆ ที่มาซุ่มรออยู่ที่นี่ทั้งวันจนสามารถจับได้ทั้งคนทั้งของกลาง นี่มันคือผลงานชิ้นโบแดงชัดๆ! มิเช่นนั้นหากปล่อยให้ไอ้พวกหลานตะพาบพวกนี้หนีไปได้ กว่าจะตามตัวเจอก็คงอีกครึ่งปีให้หลัง ซึ่งตอนนั้นการสืบสวนคงยากลำบากและสูญเปล่าไปแล้ว
คราวนี้ไม่มีใครกล้าบ่นสวี่ชิงอันอีกต่อไป
“ทำไมล่ะครับลูกพี่?”
“ไอ้โง่! ก็รู้อยู่เต็มอกว่าของล๊อตเมื่อวานถูกพวกอิทธิพลในเมืองหลินเจียงจ้องจะงาบอยู่ ถ้าข้าไม่ระวังตัว ของพวกนี้คงถูกปล้นไปหมดแล้ว”
“ถุย! ไอ้พวกเต่าหดหัวพวกนั้น ดีแต่ใช้แผนสกปรกแน่จริงก็บวกกันตรงๆ สิ!”
สวี่ชิงอันเองก็นึกไม่ถึงว่าเรื่องจะบังเอิญขนาดนี้ ตอนแรกเธอแค่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อหาข้ออ้างให้ตัวเองที่ไปฉกของพวกมันมา แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมันถูกพวกในเมืองจ้องจะเล่นงานจริงๆ
แบบนี้ก็ดีเลย... สวรรค์ประทานพรแท้ๆ คำพูดของพวกมันช่วยยืนยันคำโกหกของเธอให้กลายเป็นความจริงต่อหน้าตำรวจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตอนนี้สวี่ชิงอันไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป
รอต่ออีกไม่ถึงยี่สิบนาที จากทิศทางเฉียงไปทางด้านหลังของพวกสวี่ชิงอัน ก็มีเสียงนกไนติงเกลร้องดังขึ้นหนึ่งระลอก
พวกที่อยู่ข้างล่างขานรับด้วยเสียงนกกา
จากนั้นร่างสองร่างก็วิ่งเหยาะๆ ลงมาจากบนเขา
“ลูกพี่! ที่ถ้ำปลอดภัยครับ”
“ไอ้ลิงผอม พวกแกสองคนแอบไปอู้งานมาใช่ไหม? ทำไมถึงหายไปนานขนาดนี้?”
เจ้าลิงผอมหัวเราะแหะๆ พลางเอ่ยประจบเอาใจหัวหน้า
“ลูกพี่ พี่น้องรอนานคงเหนื่อยแย่! พอดีทางลาดฝั่งโน้นมันเดินยากน่ะครับเลยเสียเวลาไปหน่อย แถมไอ้เหมาจื่อมันดันท้องเสียกลางทาง ผมเลยต้องรอให้มันถ่ายหนักให้เสร็จก่อน...”
“ไอ้ลิงผอม แกมัน...”
“เลิก 'แก' เลิก 'ข้า' ได้แล้ว รีบมาช่วยพี่น้องขนของเร็ว!”
ทันใดนั้นเอง หม่าหย่งก็เปิดสวิตช์ไฟฉายในมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนพลันลุกพรวดขึ้นจากจุดซุ่มโจมตี และเข้าล้อมกรอบกลุ่มโจรค้าของเถื่อนทันที
“ฉิบหายแล้ว! พวกแกเป็นใครวะ?”
เดิมทีพวกมันคิดจะขัดขืนเพราะเสียดายของที่อุตส่าห์หามาได้อย่างยากลำบาก แต่เมื่อเห็นคนจำนวนมากพุ่งออกมาจากความมืด ในใจของพวกมันก็เหลือเพียงคำเดียวคือ ‘หนี’!
เจ้าหน้าที่ตำรวจอาศัยจังหวะที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว รวบตัวพวกมันไว้ได้เจ็ดแปดคนอย่างง่ายดาย
ที่เหลือล้วนเป็นพวกใจเด็ดและฉลาดเป็นกรด
เหล่าตำรวจต่างเปิดไฟฉายและมีจำนวนคนมากพอ จึงพอจะคะเนจำนวนคนร้ายที่เหลือได้คร่าวๆ
“หัวหน้าหม่าครับ นอกจากพวกที่สู้กับคนของเราอยู่ ดูเหมือนจะมีหลุดหนีไปได้สามคนครับ”
สีหน้าหม่าหย่งเคร่งขรึมลงทันที
“ตามไป! ห้ามปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้เด็ดขาด”
“รับทราบครับ!”
ถึงเวลาที่ "อุปกรณ์โกง" ของสวี่ชิงอันจะได้สำแดงเดชเสียที เธอคว้าไฟฉายมาจากมือหม่าหย่ง
“ฉันหูดี ตามฉันมาค่ะ!”
สวี่ชิงอันเห็นจุดความร้อนสีแดงสามจุดกำลังวิ่งหน้าตั้งลงเขาไป และในขณะเดียวกันระยะห่างของพวกมันก็ไม่ได้แยกจากกันมากนัก
นั่นหมายความว่าพวกมันกำลังใช้เส้นทางหลบหนีเดียวกัน
สวี่ชิงอันวิ่งตามหลังคนตรงกลางไปอย่างไม่เร่งรีบ รอให้ไอ้สามคนนี้กระโดดเข้า "ถุง" ที่จางเหรินลี่กางรอไว้
ทางด้านจางเหรินลี่และพรรคพวกเองก็กำลังกระวนกระวายใจใจแทบขาด
พวกเขาปล่อยให้พวกมันผ่านขึ้นไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางฝั่งหัวหน้าทีมจะเป็นอย่างไรบ้าง...
“หัวหน้าหมู่ครับ ข้างหน้ามีความเคลื่อนไหว!”
จางเหรินลี่กระชับปืนพกในมือ จ้องมองไปที่ตีนเขาอย่างเขม็ง
“ระวังตัว เตรียมพร้อมปฏิบัติการ!”
“ครับ!”
เป็นไปตามคาด "หนู" สามตัววิ่งเตลิดเปิดเปิงออกมาทางนี้
“พี่น้อง ลุย! เอาตัวเป็นๆ นะเว้ย”
ตำรวจหนึ่งหมู่จัดการคนสามคนควรจะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ใครจะคิดว่าพวกที่หนีรอดออกมาได้มักจะเป็น "ปลาใหญ่" ที่มีประสบการณ์สูง
ถ้าไม่มีฝีมือจริงๆ คนพวกนี้คงไม่กล้าทำอาชีพเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางแบบนี้หรอก
ลูกน้องของจางเหรินลี่พุ่งเข้าชาร์จแบบสามต่อหนึ่ง แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับรับมือได้ยากกว่าที่คิด
“ลูกพี่! พวกตำรวจ ระวังมันมีปืนในมือนะพี่”
“แม่มันเถอะไอ้ลิงผอม แกแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นคนล่อพวกมันมา?”
ท่าทางการเคลื่อนไหวของเจ้าลิงผอมนั้นสมชื่อฉายาของมันจริงๆ มันอาศัยต้นไม้เป็นที่กำบัง พยายามสลัดการตามล่าของตำรวจอย่างบ้าคลั่ง
“ลูกพี่พูดอะไรแบบนั้นครับ พวกเราก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน ผมกับเหมาจื่อเพิ่งจะแยกตัวออกมาตอนถึงตีนเขานี่เอง พวกตำรวจพวกนี้เห็นชัดว่าซุ่มรอเราอยู่ก่อนแล้ว พี่จะมาสงสัยผมได้ยังไง?”
ไอ้คนตัวเตี้ยอ้วนที่สู้กับจางเหรินลี่อยู่มีแววตาโหดเหี้ยม แม้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังสามารถวิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลวได้ นับว่ามันก็เป็นยอดคนคนหนึ่ง
“แม่มันเถอะ! ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นไอ้เด็กเมื่อวานซืนสองคนนั้นที่ทำให้เรื่องพัง พ่อแม่มันคงไปแจ้งความ ไอ้เหมาจื่อก็หมาไม่รับประทานจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะมันห้ามไว้ ข้าคงแหกอกไอ้เด็กสองคนนั่นก่อนหนีไปแล้ว จะได้ไม่เสียเที่ยว คิดแล้วแค้นฉิบหาย”
จางเหรินลี่ได้ยินคำพูดเหี้ยมเกรียมขนาดนั้นก็ยิ่งโกรธ อาชญากรพวกนี้ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลย
“ฉันขอเตือนพวกแกอีกครั้ง วางอาวุธแล้วยกมือยอมจำนนซะ! ถ้ายังดื้อดึง มีแต่ทางตายเท่านั้น”
“ถุย! ถุยใส่หน้าแกน่ะไอ้พวกหมาขี้ขลาดในเครื่องแบบ ปู่ของแกไม่มีทางถอยแล้วเว้ย”
หม่าหย่งและสวี่ชิงอันวิ่งตามมาทัน และได้เห็นภาพที่น่าหวาดเสียวพร้อมกัน
“เจ้าจาง! หลบไป!”
ที่แท้พวกค้าของเถื่อนสามคนนี้คือมือเก๋าที่ประสานงานกันมานับครั้งไม่ถ้วน พวกมันทำทีเหมือนหมดทางสู้และค่อยๆ ถูกล้อมกรอบ แต่ความจริงคือพวกมันตั้งใจจะฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้แม้เพียงคนเดียวก็ยังดี
จางเหรินลี่ถือปืนพกอยู่ในมือ แต่เพราะทุกคนรุมล้อมอยู่ใกล้เกินไปเขาจึงไม่กล้าเหนี่ยวไก เพราะกลัวจะโดนพวกเดียวกันเอง
เจ้าลิงผอมและไอ้คนตัวอ้วนสบตากันเป็นสัญญาณ ทั้งคู่ประสานงานกันทันที
เริ่มจากเจ้าลิงผอมแกล้งล้มหันหลังให้จางเหรินลี่ แล้วพุ่งเข้าไปกอดขาของจางเหรินลี่ไว้แน่น ส่วนไอ้คนตัวอ้วนก็ชักมีดแหลมคมออกมา จ้วงแทงไปที่ลำคอของจางเหรินลี่อย่างโหดเหี้ยม
เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา หม่าหย่งและคนอื่นๆ ที่วิ่งตามลงมาจากบนเขาอยู่ห่างเกินไป ย่อมเข้าไปช่วยไม่ทันแน่นอน
ในจังหวะที่หม่าหย่งตะโกนเตือน สวี่ชิงอันก็เห็นภาพวิกฤตนั้นแล้วเช่นกัน
แม้ร่างกายของเธอจะดูเทอะทะ แต่เธอก็ยอมกัดฟันวิ่งตามมาจนทันโดยไม่ยอมรั้งท้าย
เมื่อเห็นคมมีดกำลังจะปาดคอจางเหรินลี่ สวี่ชิงอันไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว
เธอขว้างไฟฉายในมือออกไปสุดแรง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปในวงล้อมอย่างรวดเร็ว
จางเหรินลี่ที่ถูกรวบขาไว้แน่น... รู้ตัวว่าหนีไม่รอดแล้ว
เขาคิดว่าวันนี้คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแล้ว ทันใดนั้น วัตถุที่เปล่งแสงสว่างวาบราวกับของวิเศษจากสวรรค์ก็พุ่งตัดหน้ามาอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง! มีดสั้นในมือของไอ้คนตัวอ้วนร่วงหล่นลงพื้นทันที
หม่าหย่งวิ่งมาถึงพอดี จึงประเคนลูกเตะเข้าใส่จนมันกระเด็นไปไกล
“ไอ้โง่เอ๊ย! ยืนรอความตายอยู่ได้รึไง มีปืนทำไมไม่ใช้?”
จางเหรินลี่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“มันรวดเร็วมากครับหัวหน้า ผมตั้งตัวไม่ทันจริงๆ”
คราวนี้จางเหรินลี่ได้สติ เขาใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ศีรษะของเจ้าลิงผอมที่ยังกอดขาเขาไม่ยอมปล่อยจนมันสลบเหมือดไปในทันที
(จบบท)