เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 กุนซือสวี่ชิงอัน

บทที่ 10 กุนซือสวี่ชิงอัน

บทที่ 10 กุนซือสวี่ชิงอัน


บทที่ 10 กุนซือสวี่ชิงอัน

“แม่สามีเห็นลูกชายสองคนขึ้นเขาไปหาอาหาร แล้วยังไม่กลับมาจนเกือบเที่ยงคืนถึงได้ยอมบอกฉันค่ะ ฉันเลยถือไฟฉายขึ้นเขาไปตามหา

เดินไปได้สักห้าหกลี้ถึงพบคนกลุ่มนั้นเข้า แต่เพราะไม่ไว้วางใจ เลยแอบสะกดรอยตามพวกเขาไปเงียบๆ ระยะหนึ่งค่ะ”

สวี่ชิงอันปั้นน้ำเป็นตัวได้ โดยหน้าไม่เปลี่ยนสีและหัวใจไม่เต้นผิดจังหวะ

“ฉันคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการหักหลังกันเองในวงการมืด คนพวกนั้นพอไปถึงหน้าถ้ำ ก็ยังหยุดสังเกตการณ์อย่างระแวดระวังอยู่ครู่หนึ่ง

ถึงเข้าไปข้างใน ฉันไม่กล้าตามเข้าไปสุ่มสี่สุมห้า เลยรออยู่ข้างนอกเกือบครึ่งชั่วโมง ถึงเห็นคนสิบกว่าคนนั้นขนของมากมายออกมาค่ะ”

“คุณเห็นไหมว่าเป็นของอะไร?” หม่าหย่งถามรายละเอียด

สวี่ชิงอันส่ายหน้าอย่างสงบ

“มืดมากค่ะ ฉันไม่กล้าเปิดไฟฉาย แต่ว่า...”

“สหายสวี่ชิงอัน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ได้เลย”

“ตอนที่พวกเขาขนของออกจากถ้ำ มีกองไฟกองหนึ่งส่องแสงพอดี ฉันเห็นรางๆ ว่าเป็นหนังสัตว์กับหีบใบใหญ่ๆ หลายใบค่ะ...”

ตำรวจหนุ่มที่เป็นพนักงานจดบันทึกข้างๆ มีท่าทีตื่นเต้นทันที

“หัวหน้าหม่า ผมว่าต้องเป็นอย่างที่สหายสวี่บอกแน่ๆ นี่มันขบวนการค้าของเถื่อนชัดๆ”

หม่าหย่ง พยักหน้าให้สวี่ชิงอันพูดต่อ

สวี่ชิงอันพยักหน้า เล่าเรื่องราวอย่างไร้รอยโหว่

“เพราะจุดประสงค์หลักของฉันคือตามหาเด็กสองคน พวกเขาไม่มีทางไม่กลับบ้านโดยไม่มีเหตุผลแน่ๆ ดังนั้นพอคนพวกนั้นออกจากถ้ำไปหมดแล้ว ฉันถึงถือเคียวเข้าไปดูข้างใน

พอไปถึงปากถ้ำก็เจอน้องรองบ้านจวิน ถูกมัดมือมัดเท้าสลบอยู่บนพื้น ข้างในถ้ำยังมีชายขี้เมาสามคนที่ถูกมัดรวมกันไว้ ฉันรีบปลุกน้องรองให้ตื่นแล้วถามว่าน้องสามอยู่ที่ไหน น้องรองร้องไห้บอกว่าน้องสามถูกคนพวกนี้ตีตายไปแล้วค่ะ!”

สีหน้าของสวี่ชิงอันดูสมจริงสมจังมาก เธอตบโต๊ะด้วยความโกรธแค้น

“ตอนนั้นฉันอยากตีไอ้พวกลูกเต่าพวกนั้น ให้ตายคามือไปเลย!”

พนักงานจดบันทึกชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ได้บันทึกประโยคสุดท้ายของเธอลงไป

“จะอยู่ต้องเห็นตัว จะตายต้องเห็นศพ” สวี่ชิงอันแต่งเรื่องต่อไป

“ฉันตัดสินใจว่าจะลงเขามาแจ้งความ ดังนั้นเลยช่วยน้องรองมัดคนสามคนนั้นแยกกันไว้อีกรอบเพื่อกันพวกมันหนี หัวหน้าหม่าพยักหน้าเห็นด้วย พลางคิดว่าแม่หนูร่างท้วมคนนี้ช่างละเอียดรอบคอบนัก

“ฉันถามน้องรองว่าพวกมันมีกันแค่นี้เหรอ น้องรองบอกว่ามีสิบกว่าคน หัวหน้าของพวกมันพาคนที่เหลือไปรับของที่อำเภอชิ่งซึ่งอยู่ติดกัน เตรียมขนของทั้งสองล๊อตหนีออกนอกประเทศไปพร้อมกันค่ะ”

ถึงตอนนี้ เบาะแสของสวี่ชิงอันมีความน่าเชื่อถืออย่างมาก เพราะลำพังหญิงชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางรู้เส้นทางหลัก ของพวกค้าของเถื่อนที่ส่งของออกนอกประเทศได้

“ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าต้องจับไอ้พวกเวรนี่ให้ได้ทั้งหมด เพื่อล้างแค้นให้น้องสามวัยสิบขวบของฉัน!”

สวี่ชิงอันแต่งเรื่องไปเรื่อยๆ จนขอบตาเริ่มรื้นแดง

“โชคดีที่สวรรค์ยังมีตา ตอนที่เราตามหาจนเจอน้องสาม เขายังเหลือลมหายใจอยู่เฮือกหนึ่ง พวกเราจึงรีบกลับเข้าหมู่บ้านกลางดึก หลี่ต้าเฉียงหัวหน้าหมู่บ้านเชิงเขาของพวกเราเป็นคนมีอุดมการณ์แรงกล้า

พอฉันแจ้งเรื่องให้เขาทราบ เขาก็รีบบอกให้ฉันพาน้องส่งโรงพยาบาลแล้วรีบมาแจ้งตำรวจทันที ส่วนพวกเขาระดมแรงงานชายในหมู่บ้านไปซุ่มดูบนเขา เพื่อไม่ให้สมบัติของชาติเราต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่นค่ะ”

หม่าหย่งได้ฟังดังนั้นก็ตัดสินใจได้ทันที

“สหายสวี่ชิงอัน รบกวนคุณช่วยนำทางให้พวกเราด้วย!”

“ค่ะ ท่านหัวหน้า รับรองว่าจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงค่ะ!”

ใบหน้าขาวอวบของสวี่ชิงอันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ทำเอาพวกหม่าหย่งแอบขำเอ็นดูอยู่ในใจ

เจ้าหน้าที่จางที่เป็นพนักงานจดบันทึก ถามด้วยความห่วงใยถึงจวินอู๋เสีย

“แล้วน้องสามของคุณอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ไม่เป็นอะไรไหม?”

สวี่ชิงอันส่ายหน้า

“ขอบคุณเจ้าหน้าที่จางที่ห่วงใยค่ะ พวกเราเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาล และฉันได้ฝากฝังนางพยาบาลไว้แล้ว เป้าหมายเดียวของฉันตอนนี้คือกำจัดศัตรูให้สิ้นซากค่ะ”

เจ้าหน้าที่จางและคนอื่นๆ ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากความฮึกเหิมของสวี่ชิงอัน  ทุกคนต่างประกาศกร้าวว่า ต้องสร้างผลงานชิ้นโบแดงในครั้งนี้ให้ได้

หม่าหย่งพิจารณาว่าต้องมีการจับกุมในป่าลึก หลังจากขออนุมัติจากผู้กำกับแล้ว เขาก็นำกำลังตำรวจกว่าสามสิบนายออกเดินทาง

สวี่ชิงอันนั่งไปบนรถจี๊ปพร้อมกับหม่าหย่ง โดยมีรถบรรทุกตำรวจตามหลังมาอีกคัน และมีรถกระบะเล็กว่างๆ ตามมาอีกหนึ่งคัน

“สหายสวี่ คุณช่วยระบุตำแหน่งคร่าวๆ ที่คุณเผชิญหน้ากับพวกมันให้ผมหน่อยได้ไหม ผมจะได้วางแผนการจู่โจมถูก” หม่าหย่งยื่นแผนที่ให้สวี่ชิงอัน

สวี่ชิงอันซึ่งเป็นถึงปรมาจารย์ด้านการวางแผนกลยุทธ์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพียงแค่มีแผนที่ในมือ เธอก็สามารถสร้างแผนการจับกุมที่สมบูรณ์แบบได้

“ตรงนี้ค่ะ คือตำแหน่งของถ้ำที่เป็นฐานที่มั่นของพวกค้าของเถื่อน ส่วนตำแหน่งนี้คือจุดที่เราพบน้องสามที่บาดเจ็บสาหัสค่ะ”

สวี่ชิงอันมีความจำดีเลิศ เธอระบุจุดสำคัญสองจุดได้อย่างแม่นยำตามทิศทางและระยะเวลาการเดินเท้า

เธอทำเครื่องหมายเป็นพิเศษตรงจุดที่จวินอู๋เสียบาดเจ็บ เมื่อมีพิกัดสองจุดนี้รวมกับทิศทางจากอำเภอชิ่ง สวี่ชิงอันก็สามารถคำนวณวิถีการเคลื่อนที่ของคนกลุ่มนี้ได้ทันที

“หัวหน้าหม่าคะ ฉันสังหรณ์ใจว่าของที่พวกคนชั่วกลุ่มนี้ได้มาล๊อตแรก น่าจะขนมาจากในตัวเมืองค่ะ”

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”

“เพราะอำเภอและตำบลแถวนี้อยู่ใกล้ภูเขามาก ของที่คนกลุ่มนั้นปล้นมาไม่มีทางที่จะหลุดรอดสายตาคนแถวนี้ไปได้ง่ายๆ

มีแต่ในเมืองเท่านั้นที่จะรวบรวมของล้ำค่าจำนวนมากขนาดนี้ได้ในคราวเดียว และทิศทางที่คนกลุ่มนั้นมุ่งหน้าไปหลังจากได้ของแล้วก็น่าจะเป็นทางนี้ค่ะ”

เจ้าหน้าที่จางยื่นหน้าเข้ามาดูแผนที่

“ถ้าลงจากเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วมีเรือมารับ ก็จะสามารถกลับเข้าเมืองได้ง่ายๆ เลย”

สวี่ชิงอันพยักหน้าเห็นด้วย

นั่นเป็นเพราะเมื่อวานเธอตรวจสอบบันทึกในระบบ แล้วพบว่ามีสมบัติล้ำค่าที่ขุดพบจากสุสานหลวงราชวงศ์ถังรวมอยู่ด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่หัวขโมยกระจอกๆ จะทำได้แน่นอน เบื้องหลังต้องมีเครือข่ายธุรกิจที่ใหญ่โต

ดังนั้น สวี่ชิงอันจึงกุเรื่องขึ้นมา เพื่อให้หม่าหย่งและพวกพ้องให้ความสำคัญและรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปตามลำดับชั้น

หม่าหย่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“สหายสวี่ คุณหมายความว่า พวกที่มาปล้นของไป ก็สะกดรอยตามพวกมันมาจากในเมืองเหมือนกันอย่างนั้นเหรอ?”

สวี่ชิงอันพยักหน้ายืนยันอย่างใจเย็นโดยไม่มีความกังวลใดๆ

“ตกลง ผมเข้าใจแล้ว”

สวี่ชิงอันช่วยหม่าหย่งวิเคราะห์ว่า เมื่อคนสิบกว่าคนนั้นรับของจากอำเภอชิ่งกลับมา พวกมันต้องใช้เส้นทางนี้แน่นอน

เจ้าหน้าที่จางไม่คาดคิดว่าตรรกะความคิดของสวี่ชิงอันจะเฉียบแหลมขนาดนี้ เธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่?

“คุณมั่นใจได้ยังไง?”

สวี่ชิงอันยิ้มอย่างมั่นใจ

“เพราะฉันถูกปลูกฝังมาจากคุณปู่ให้ชอบอ่านตำราพิชัยสงครามมาตั้งแต่เด็กค่ะ คนพวกนี้ใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบจนชิน ย่อมต้องมีความระแวงสูง ตรงจุดสันเขาใหญ่แห่งนี้เป็นที่ซ่อนของได้ดีที่สุด

หากไม่ใช่เพราะน้องรองน้องสามบ้านฉันวิ่งไล่ตามกระต่ายจนหลงเข้าไปเมื่อวาน ก็คงไม่มีใครเข้าไปถึงที่นั่นแน่ ฉันเดาว่าต่อให้พวกมันมาถึงเร็ว พวกมันก็จะรออยู่ที่นั่นจนค่ำ

เพื่อรอให้คนในรังส่งสัญญาณว่าปลอดภัยถึงจะยอมกลับเข้าไปค่ะ มิเช่นนั้นน้องรองน้องสามของฉันจะบังเอิญไปเจอพวกมันตอนรับของพอดีได้ยังไงคะ?”

ดวงตาของสวี่ชิงอันเป็นประกายด้วยความเฉลียวฉลาด

“เพราะฉะนั้น พวกเราแค่ไปซุ่มโจมตีที่สันเขาใหญ่ล่วงหน้าก็พอค่ะ ส่วนที่ถ้ำนั้น คุณแค่ส่งคนไปประสานกับหัวหน้าหมู่บ้านของฉันให้จับตาดูไว้

ทำงานประสานกันทั้งสองทาง รับรองว่าไม่มีใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียวค่ะ”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 10 กุนซือสวี่ชิงอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว