- หน้าแรก
- ระบบมิติเปลี่ยนชีวิต จากเมียอ้วนอัปลักษณ์สู่สาวงามล่มเมืองยุคเจ็ดศูนย์
- บทที่ 1 ทะลุมิติมาเข้าร่างในยุค 70
บทที่ 1 ทะลุมิติมาเข้าร่างในยุค 70
บทที่ 1 ทะลุมิติมาเข้าร่างในยุค 70
บทที่ 1 ทะลุมิติมาเข้าร่างในยุค 70
ในฐานะหนึ่งในสุดยอด ‘สายลับ’ ของประเทศจีน สวี่ชิงอัน เดิมทีตั้งใจจะอุทิศตนเพื่อแผ่นดินและประชาชนให้มากกว่านี้ แต่พลซุ่มยิงของศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดกลับพรากชีวิตของเธอไปอย่างไร้ความปราณี
หลังจากผลักหัวหน้าทีมปฏิบัติการที่ตกเป็นเป้าเล็งของศัตรูให้พ้นทาง สวี่ชิงอันก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
"ไม่นะ ชิงอัน!"
ท่ามกลางเสียงตะโกนอย่างสิ้นหวัง และสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของทุกคน สวี่ชิงอันค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ โชคดีที่ภารกิจลับสุดยอดในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จแล้ว!
ในขณะเดียวกัน ณ บ้านมุงกระเบื้องหลังเล็กๆ ในชนบทของมณฑลทางตอนใต้ หญิงสาวผิวขาวนวล แต่ร่างกายกลับถูกห่อหุ้มด้วยไขมัน จนอวบอ้วนถึงขีดสุดได้ลืมตาขึ้น
เธอ... เธอยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ?
สวี่ชิงอันรู้สึกดีใจลึกๆ ตั้งใจมองไปรอบๆ เพื่อเรียกเพื่อนร่วมทีม แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ในยุคสมัยปัจจุบันของประเทศจีน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะหาบ้านดูซ่อมซ่อขนาดนี้
ดูจากเครื่องใช้ไม้สอยในบ้านแล้ว เหมือนเธอได้ย้อนกลับไปใน สังคมยุคเก่าเมื่อ ‘ร้อยกว่าปีก่อน’ ไม่มีผิด สวี่ชิงอันกระพริบดวงตากลมโตใสแป๋วของเธอแรงๆ หลายครั้ง แต่ภาพตรงหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเธอถูกศัตรูจับเป็นเชลย?
เมื่อคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด สวี่ชิงอันเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทีม... เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงทันที แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงราวกับถูกล้อรถบดทับมาทั้งตัว
ผมยาวสลวยสีดำขลับดุจแพรไหมของหญิงสาว เลื่อนไถลลงจากหัวไหล่
"เอ๊ะ?"
สวี่ชิงอันคว้าผมยาวนั้นมาดูด้วยความสงสัย นี่ใครกัน? เธอไม่ได้เห็นผีใช่ไหม? สวี่ชิงอันมองดูมือของตัวเอง ที่ดูเหมือนซาลาเปาแป้งขาวหมักจนได้ที่แล้ว ได้แต่พูดไม่ออก ผมสั้นมาดเท่ของเธอ เปลี่ยนเป็นผมยาวเฟื้อยอย่างกับ ‘ผีซาดาโกะ’
สวี่ชิงอันไม่เชื่อสายตา จึงเอามือลูบหน้าตัวเอง นี่ไม่ใช่ตัวเธอแน่นอน! เมื่อนึกถึงรายละเอียดที่เธอถูกยิงเข้าที่ต้นคอ สวี่ชิงอันรู้ดีว่าตอนนั้นเธอไม่มีทางรอดแน่ๆ
ที่นี่ดูไม่เหมือนยมโลก เพราะเธอยังได้กลิ่นขี้หมูโชยมาจากหน้าต่าง หลังบ้านได้อย่างชัดเจน... หรือว่าเธอจะอินเทรนด์กับเขาด้วย เรียนรู้การ ‘ข้ามมิติ’ มาอยู่ในร่างคนอื่น?
สวี่ชิงอันผู้มีความสามารถในการปรับตัวสูง บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ และยอมรับสภาพแวดล้อมใหม่ ที่ไม่คุ้นเคยนี้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอถึงมั่นใจว่าเธอได้ทะลุมิติมาจริงๆ วิญญาณของเธอมาเข้าร่างของหญิงสาวเจ้าเนื้อที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันกับเธอเป๊ะๆ
สิ่งที่น่าเวทนาคือ ‘ยัยหนูอ้วนคนนี้หิวตาย!’ ร่างเดิมไม่ได้มีปูมหลังชีวิตที่ลำบากยากแค้นอะไร ในทางกลับกัน ครอบครัวมีฐานะร่ำรวยและเธอเป็นที่รักใคร่มาก การที่สาวอ้วนต้องมาหิวตายแบบนี้ คงพูดได้เพียงว่าเป็นความไม่แน่นอนของโชคชะตาจริงๆ
สวี่ชิงอันตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของร่างกายนี้อีกครั้ง:
ประเทศจีน ยุค 70
สวี่ชิงอัน เพศหญิง อายุ 18 ปี
เพราะโทรศัพท์สายหนึ่งจากตระกูลจวิน เธอจึงถูกคุณปู่บังคับส่งตัวจากเมืองปักกิ่ง มายังชนบทในมณฑลทางใต้ เพื่อจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นที่หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก โดยอ้างเรื่องการตอบแทนบุญคุณ
สวี่ชิงอันขมวดคิ้วมุ่นจนลูกตาแทบถลน ยัยหนูอ้วนคนนี้มีสามีแล้วเหรอ? ทำไมเปิดเรื่องมาก็ทำให้เธอตกใจขนาดนี้! สายตาของเธอเฉียบคมดั่งไม้บรรทัด ร่างกายนี้อย่างน้อยต้องหนักถึง 260 กิโลกรัม!
ผู้ชายคนไหนจะหิวโหยขนาดนั้น? ถึงขั้นกินลงได้! ต้องเป็นเพราะหวังในอำนาจและเงินทองของครอบครัวเธอแน่ๆ
คุณปู่ของร่างเดิมทำไมถึงมาเลอะเลือน เอาตอนสำคัญนะ ถึงได้บังคับหลานสาวให้แต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้า สวี่ชิงอันกำหมัดแน่น
เธอนิ่งทบทวนความทรงจำในสมองอีกครั้ง ดูเหมือนครอบครัวของร่างเดิมในปักกิ่งจะรวยมาก ปู่ย่ายังอยู่ครบ พ่อแม่รักกันดี แถมยังมีคุณป้าที่เคยไปเรียนเมืองนอกและยังไม่แต่งงานอีกคน
สรุปคือตอนนี้สถานะของเธอคือลูกคนเดียวของตระกูลสวี่? เป็นไข่ในหินรุ่นที่สาม? ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ไหวจริงๆ สวี่ชิงอันจะกลับไปเกาะพ่อแม่กิน เธอไม่อยากหิวตายเป็นรอบที่สองหรอกนะ
เมื่อห้าสิบปีก่อน คุณปู่ของเธอซึ่งเป็นลูกท่านหลานเธอออกไปรบช่วยชาติ ทั้งที่ทำอะไรไม่เป็นและขี้ขลาด แต่ได้รับการคุ้มครองด้วยชีวิตจากพี่ชายทหารร่วมสาบาน จนกระทั่งสร้างชาติสำเร็จและกลับเข้าเมือง ทั้งสองจึงสัญญากันว่าในอนาคตจะต้องเกี่ยวดองเป็นญาติกันให้ได้
มาตอนนี้ ฝ่ายนั้นอาจเจอกับความลำบาก พอโทรศัพท์มาสายเดียว ตาแก่ที่รักหลานดั่งแก้วตาดวงใจถึงขั้นยอมอดอาหารประท้วง บังคับให้สวี่ชิงอันมาแต่งงานกับหลานชายของพี่ชายคนดีของเขา
ในเมื่อรุ่นลูกฝากความหวังไม่ได้ ตาแก่สวี่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้รุ่นหลานได้ดองกัน หลังจากตายไปร้อยปีจะได้มีหน้าไปพบพี่ชายจวินข้างล่าง
สวี่ชิงอันหน้าถอดสี เธอชินกับการทำตัวแมนๆ มาตลอด คงทำงานบ้านงานเรือนปรนนิบัติสามีสอนลูกแบบผู้หญิงไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ แต่บรรยากาศครอบครัวตอนนี้เธอยังพอรับได้
ในเมื่อปู่ของเธอออกรบเพื่อชาติ เธอขอยอมรับในฐานะรุ่นพี่ร่วมสมรภูมิก็แล้วกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
สวี่ชิงอันเป็นคนปรับตัวเก่งมาก ในภาพความทรงจำของเธอ มีชายหนุ่มในชุดทหารรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคายคนหนึ่ง เก็บสมุดทะเบียนสีแดงใส่กระเป๋า ใบหน้าเขาเข้มงวดบึ้งตึงดั่งเปาบุญจิ้น ขณะยื่นปึกเงินปึกใหญ่มาให้
ส่วนตัวเธอกลับทำหน้าดูถูกเหยียดหยาม สะบัดเงินทิ้งลงพื้น พร้อมชี้หน้าด่ากราด... ประมาณว่าไม่มีวันยอมรับการคลุมถุงชน... คางคกอยากกินเนื้อหงส์... ด่าจนผู้ชายที่ชื่อ จวินอู๋ย่าง หน้าเขียวหน้าดำ
ชายหนุ่มกัดฟันวางเงินไว้บนโต๊ะ ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวว่าขอให้เธออดทนไปก่อนหนึ่งปี ถ้าอยู่กันไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวหย่าให้ แล้วเขาก็กลับเข้ากรมทหารไปในคืนนั้นเลย
สามีหมาดๆ ของเธอถูกร่างเดิมด่าจนเตลิดไป หลังจากเจอกันไม่ถึงสองชั่วโมง? แบบนี้ก็ดีสิ!
สวี่ชิงอันยิ้มกว้างจนเห็นฟัน เธอไม่อยากแต่งงานใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ โดยไม่เต็มใจหรอกนะ เธอยังไม่เคยมีความรักเลยด้วยซ้ำ หย่ากันปีหน้าก็ดีเลย
ชีวิตของสวี่ชิงอันร่างเดิมตลอดหนึ่งเดือนที่มาถึง หมู่บ้านเชิงเขา เรียกได้ว่า "มีสีสัน" สุดๆ! อาละวาดเป็นบ้าเป็นหลังทุกวัน
เพราะกินไม่อิ่ม แต่ในยุคสมัยที่ชนบทขัดสนขนาดนี้ ทุกคนต่างก็อดมื้อกินมื้อ จะเอาอาหารที่ไหนมามากมาย มาเลี้ยงคนอ้วนขนาดนี้ได้ นั่นจึงนำไปสู่โศกนาฏกรรม
ในขณะที่สวี่ชิงอันกำลังถอนใจกับโชคชะตา เธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกลานบ้าน ด้วยสัญชาตญาณสายลับอาชีพ สวี่ชิงอันรีบลุกขึ้นตั้งใจออกไปดูสถานการณ์
แต่เมื่อพยายามลุกจากเตียง เธอพบว่าร่างกายนี้ ช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาตรงหน้า
โห! ขาหมูคู่เบ้อเริ่มเลย
พอดูชัดๆ แล้ว มันเป็นระดับที่ตัวเธอเองก็รับไม่ได้ สวี่ชิงอันมองลงไปที่ร่างกายด้วยสายตาหนักใจ พุงที่กลมดิ๊กถึงขีดสุด จนทำให้เธอมองไม่เห็นโคนขาตัวเองด้วยซ้ำ
สวี่ชิงอันไม่เชื่อสายตาจึงเอื้อมมือไปลูบช่วงล่างดู เป็นไปตามคาด... ขาช้างจริงๆ ด้วย
เกือบจะในทันที ใบหน้าของสวี่ชิงอันมืดมนราวกับหลี่ขุย (ตัวละครหน้าดำ) ให้ตายเถอะ อ้วนขนาดนี้ต้องลดถึงเมื่อไหร่กันเนี่ย? มิน่าล่ะร่างเดิมถึงได้หิวตาย ต้องกินเท่าไหร่ถึงจะอิ่ม!
แล้วก็เจ้าคนชื่อจวินอู๋ย่างคนนั้น... หรือก็คือสามีของเธอในตอนนี้ ทำไมถึงได้ทำหน้าตาแปลกๆ แบบนั้น! ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เจอผู้หญิงอ้วนขนาดนี้ เธอก็ไม่กล้าเอาเหมือนกันแหละ
สวี่ชิงอันแทบจะคำรามออกมา "ฉันต้องการกระจก!"
บ้านหลังนี้มีแต่ฝาบ้านสี่ด้าน สวี่ชิงอันจึงต้องไปค้นในถุงสัมภาระของร่างเดิม คำกล่าวที่ว่าผู้หญิงทุกคน ต้องมีกระจกพกติดตัวเป็นเรื่องจริง ร่างเดิมอยู่ในสภาพนี้แท้ๆ ยังมีอารมณ์พกกระจกบานเล็กติดตัวไว้ตลอดเวลา
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น หวังว่าใบหน้าในกระจก จะเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอตาฝาดไป แม่เจ้า! ใบหน้านั้นคือระดับที่สวี่ชิงอันดูแวบเดียว ก็ไม่กล้าลืมตามองอีก
สีผิวถือว่าดีมาก ขาวเนียน ความสูงก็น่าจะประมาณ 170 เซนติเมตร แต่ทั้งตัวบวมเกินไป เหมือนซาลาเปาที่หมักแป้งนานเกินไป จนใกล้จะระเบิดออก
นาทีนี้สวี่ชิงอันรู้สึกเห็นใจจวินอู๋ย่างขึ้นมานิดๆ หนีไปได้น่ะดีแล้ว เป็นเธอก็หนีเหมือนกัน สวี่ชิงอันสบถในใจไม่ถูก ว่าจะเริ่มด่าตรงไหนก่อนดี...
นิ้วอวบขาวของสวี่ชิงอันกำแน่นเป็นหมัด ฟ้าดินเป็นพยาน ถ้าลดความอ้วนนี้ไม่ได้ ฉันก็ไม่ขอเกิดเป็นคน!
เสียงด่าทอนอกบ้านดังขึ้นเรื่อยๆ สวี่ชิงอันไม่มีเวลามามัวบ่นแล้ว เธอต้องออกไปดูว่าข้างนอกทะเลาะอะไรกัน
เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูแล้วออกแรงผลัก "ปัง!"
เพราะออกแรงมากเกินไป ประตูไม้ซีกซ้ายถึงกับหลุดกระเด็นล้มคว่ำ ประท้วงการใช้งานทันที สวี่ชิงอันลูบนิ้วมือตัวเองด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย
จากนั้นจึงหันไปมองภาพการเผชิญหน้าของคนสองฝ่ายในลานบ้าน
ฝ่ายที่ดูเสียเปรียบนั้น เธอรู้จักทุกคน...
(จบบท)