- หน้าแรก
- ระบบฝึกฝนอัตโนมัติของศิษย์เฝ้าประตูสำนักสู่ซาน
- บทที่ 759 วังสร้างสรรค์สวรรค์
บทที่ 759 วังสร้างสรรค์สวรรค์
บทที่ 759 วังสร้างสรรค์สวรรค์
บทที่ 759 วังสร้างสรรค์สวรรค์
"ตั้งค่ายให้มั่น!"
ศิษย์นิกายโยวหมิงสี่คนรีบประสานอินอย่างรวดเร็ว
เฉินฉางชิงรอคอยจังหวะนี้อยู่แล้ว
ร่างแยกทวนลายมังกรผ่าสวรรค์ทะยานขึ้นสู่กลางเวหา ปลายทวนพุ่งตรงไปยังธงทมิฬทางทิศบูรพาด้วยอานุภาพที่พร้อมจะทลายทุกสรรพสิ่ง
ศิษย์ผู้ดูแลธงผู้นั้นตระหนกสุดขีด รีบยกโล่วิเศษขึ้นป้องกัน
เคร้ง! ปลายทวนปะทะเข้ากับโล่อย่างจัง
ก่อนที่โล่จะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
พลังทวนหาได้หยุดลงเพียงเท่านั้น มันยังคงพุ่งทะลวงสังหารทั้งคนและธงจนดับดิ้นไปพร้อมกัน
ในขณะเดียวกัน ร่างแยกค้อนเฮ่าเทียนก็ฟาดทุบไปยังทิศประจิม
ผู้บำเพ็ญมารสองคนในทิศนั้นร่วมมือกันสำแดงเงาภูตผี หมายจะสกัดกั้นค้อนโบราณมหึมา
ทว่าเงาภูตผีเพิ่งจะปรากฏ ก็ถูกพลังทำลายล้างของตัวค้อนบดขยี้จนแตกสลายในพริบตา
ตูม! ค้อนโบราณกระแทกลงบนพื้นปฐพี
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ผู้บำเพ็ญมารทั้งสองกระอักเลือดออกเจ็ดทวาร ร่างกายล้มพับลงสิ้นใจอย่างอนาถ
ธงทมิฬทางทิศเหนือและใต้ยิ่งสั่นคลอน
ชายวัยกลางคนคำรามด้วยโทสะ เข็มทมิฬเล่มหนึ่งพุ่งออกจากฝ่ามือ เล็งเป้าไปยังตำแหน่งหว่างคิ้วของเฉินฉางชิง
เฉินฉางชิงหาได้หลบเลี่ยงไม่
มิติเบื้องหน้าร่างของเขายุบตัวลงเล็กน้อยด้วยพลังลึกลับ
ความเร็วของเข็มทมิฬพลันชะงักและช้าลงครึ่งจังหวะ
กระบี่อัสนีสวรรค์กวาดออกไปดั่งสายฟ้าฟาด
เข็มทมิฬถูกตัดขาดเป็นสองท่อนกระจายไปคนละทิศทาง
เฉินฉางชิงใช้ต้นแบบกฎเกณฑ์ในชั่วพริบตา ทะเลแห่งจิตสำนึกพลันเกิดอาการปวดแปลบขึ้นมาทันที
พลังยาของเห็ดหลินจือทองแก่นหยกยังไม่สงบลงอย่างสมบูรณ์ การกระตุ้นในครั้งนี้จึงดูราบรื่นและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งก่อน
เขาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เพียงก้าวเท้าสลับพริบตาเดียวก็มาอยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคนแล้ว
ชายวัยกลางคนตกใจจนหน้าถอดสี รีบถอยกรูด
"นี่มันวิชาตัวเบาอันใดกัน?"
เฉินฉางชิงกดคมกระบี่ลงด้วยสายตาเย็นชา
"เจ้าไม่มีสิทธิ์ถาม"
ชายวัยกลางคนกัดฟันยกฝ่ามือขึ้นรับอย่างสุดกำลัง
ไอสีดำทมิฬควบแน่นเป็นกรงเล็บผี ปะทะเข้ากับกระบี่อัสนีสวรรค์
เปรี้ยง! แสงอสนีระเบิดออกอย่างรุนแรง
กรงเล็บผีถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียด
แขนขวาของชายวัยกลางคนชาหนึบจนไร้ความรู้สึก ขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนท่าตั้งรับ เสียงกระดิ่งของซือโยวโยวก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง
กริ๊ง!
ดวงจิตของเขาสั่นไหวพร่ามัวไปชั่วขณะ
หรูเจี้ยเห็นโอกาสจึงพุ่งตัวออกมาทันที
"ผนึกพระตถาคตมหาไวโรจนพุทธะ!"
ผนึกพุทธะอันรุ่งโรจน์ตบเข้าที่กลางหลังของชายวัยกลางคนอย่างจัง
ร่างของเขาถูกแรงกระแทกจนพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุม
เฉินฉางชิงยกเข่าขึ้นยันหน้าอกของเขาไว้ พร้อมกับที่กระบี่อัสนีสวรรค์กรีดผ่านลำคออย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ฉูด! เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสาหินที่หักโค่น
ยอดฝีมือขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์ขั้นปลาย... สิ้นใจ
ศิษย์นิกายโยวหมิงที่เหลืออยู่ต่างตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
บางคนตัดสินใจหันหลังหนีสุดชีวิต
ทว่าเสียงพิณสังหารเซียนพลันเปลี่ยนท่วงทำนอง คนผู้นั้นถึงกับคุดคู้ลงคุกเข่าทันที กอดศีรษะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
ทวนลายมังกรผ่าสวรรค์แทงซ้ำปลิดชีพ ก้อนหินแถบนั้นถูกย้อมไปด้วยโลหิตแดงฉาน
ศิษย์ที่เหลือรอดรีบคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต
"บุตรศักดิ์สิทธิ์เฉิน โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย! พวกเราเพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น!"
การกระทำของหรูเจี้ยชะงักลง เขาหันไปมองทางเฉินฉางชิง
เฉินฉางชิงถือกระบี่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
"ทำตามคำสั่งใคร?"
ศิษย์ผู้นั้นละล่ำละลักตอบ
"นายน้อยแห่งนิกายโยวหมิง... หมิงจิ่วโยว!"
"ทันทีที่เขาเข้าสู่พระราชวังเซียน ก็ออกคำสั่งสังหารทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหลงอิ่งเจินจวิน ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่เพียงผู้เดียว"
"ยังมีอีก... ทางด้านเซวี่ยชางเจินเหรินก็ส่งคนออกตามหาท่านเช่นกัน"
เฉินฉางชิงหยุดฝีเท้า ดวงตาหรี่ลง
"เซวี่ยชางเจินเหรินรึ?"
ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้าจนหน้าผากแทบจะแนบติดพื้น
"เซวี่ยชางเจินเหรินต้องการครอบครองศาสตราเซียนบนตัวท่าน"
"พวกเราเป็นเพียงผู้รับผิดชอบส่งข่าว มิกล้าล่วงเกินท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!"
หรูเจี้ยเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ
"เมื่อครู่ตอนที่พวกเจ้ากางตาข่ายวิเศษออกมา ข้าไม่เห็นว่าพวกเจ้าจะดู 'มิกล้า' ตรงไหนเลย"
ร่างกายของศิษย์ผู้นั้นสั่นเทาราวกับลูกนก
"เข้าใจผิดแล้ว! ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด!"
เฉินฉางชิงหันไปมองซือโยวโยว
"นายน้อยแห่งนิกายโยวหมิงผู้นี้ มีความเป็นมาอย่างไร?"
น้ำเสียงของซือโยวโยวเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
"หมิงจิ่วโยวคือบุคคลที่เหี้ยมโหดที่สุดในรุ่นนี้ของนิกายโยวหมิง มีข่าวลือว่าเขาเคยหลอมรวมดวงจิตของผู้บำเพ็ญมาแล้วกว่าเก้าร้อยคน ในมือครอบครองตราประทับผีโยวหมิงที่ทรงพลานุภาพ"
หรูเจี้ยได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น
"เก้าร้อยคนเชียวรึ? ช่างสร้างกรรมหนักหนานัก"
เฉินฉางชิงจ้องมองศิษย์ที่คุกเข่าอยู่
"หมิงจิ่วโยวอยู่ที่ใด?"
"เขตใจกลาง" ศิษย์ผู้นั้นรีบตอบ "เขามุ่งหน้าไปยังวังสร้างสรรค์สวรรค์แล้ว"
ใจของเฉินฉางชิงกระตุกวูบ
วังสร้างสรรค์สวรรค์...
ทันทีที่ชื่อนี้ปรากฏขึ้น ป้ายคำสั่งมรดกภายในแหวนเหยียบสวรรค์ก็พลันสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
สัมผัสชัดเจนยิ่งกว่าคราไหนๆ
ศิษย์ผู้นั้นเห็นเฉินฉางชิงนิ่งเงียบไป ก็คิดว่าเขาเริ่มใจอ่อน จึงรีบเสนอตัวขอชีวิตต่อ
"ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ ข้านำทางให้ท่านได้!"
"ข้าคุ้นเคยกับรหัสลับของนิกายโยวหมิงเป็นอย่างดี"
"ขอเพียงท่านละเว้นข้าสักครั้ง ข้า..."
ฉับ!
เฉินฉางชิงตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว
คำพูดอ้อนวอนถูกตัดขาดไปพร้อมกับลมหายใจ
หรูเจี้ยถึงกับอึ้งไป
"มิใช่ว่าเจ้าจะให้เขานำทางหรอกรึ?"
เฉินฉางชิงใช้แขนเสื้อเช็ดรอยเลือดบนคมกระบี่อย่างเย็นชา
"ในเมื่อเขาสามารถทรยศนิกายโยวหมิงได้ เขาย่อมสามารถทรยศพวกเราได้ทุกเมื่อเช่นกัน"
หรูเจี้ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
"ที่เจ้าว่ามา... ก็มีเหตุผล"
ซือโยวโยวถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เฉินฉางชิง นับจากนี้ไป นิกายโยวหมิงคงหมายหัวเจ้าเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน"
"หมิงจิ่วโยวผู้นี้หาใช่พวกสวะที่เจ้าเพิ่งจัดการไป เขาเป็นคนที่ทำงานไม่เคยพลาด"
เฉินฉางชิงก้มลงเก็บป้ายคำสั่งของนิกายโยวหมิงสองสามอัน พร้อมกับค้นหาตัวชายวัยกลางคนจนพบยันต์หน้าผีลายเงินอีกชิ้นหนึ่ง
ทันทีที่ยันต์ใบนั้นอยู่ในมืิอ ป้ายคำสั่งมรดกในแหวนเหยียบสวรรค์ที่เคยสั่นไหวก็กลับมานิ่งสงบทันที
เขาขมวดคิ้วมุ่น เก็บยันต์หน้าผีนั้นไว้แยกต่างหาก
"นี่คือสิ่งใด?"
ซือโยวโยวเหลือบมองแวบหนึ่ง
"เป็นของประจำตัวศิษย์สำนักในของนิกายโยวหมิง มันสามารถช่วยหลีกเลี่ยงค่ายกลวิญญาณบางส่วนได้"
หรูเจี้ยรีบปราดเข้ามาใกล้ด้วยดวงตาเป็นประกาย
"เช่นนั้นนี่มิใช่ของดีหรอกรึ?"
เฉินฉางชิงโยนแหวนเก็บของที่ค้นมาได้ให้เขาไปสองวง
"ของเจ้า"
หรูเจี้ยคลี่ยิ้มกว้างทันที
"อมิตาภพุทธะ ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ช่างเป็นคนใจกว้างยิ่งนัก"
เฉินฉางชิงโยนขวดยาเม็ดรักษาบาดแผลให้ซือโยวโยวอีกขวดหนึ่ง
"จัดการแผลที่ไหล่ของเจ้าซะ"
ซือโยวโยวรับขวดยามาด้วยท่าทางที่ชะงักไปครู่หนึ่ง
"เมื่อครู่... เหตุใดเจ้าถึงต้องถามพวกเราก่อนว่ารับมือไหวหรือไม่?"
เฉินฉางชิงกำลังใช้ความคิดขณะเรียกเก็บร่างแยกกลับมา
"ข้าแค่กลัวพวกเจ้าจะมาถ่วงแข้งถ่วงขาข้าก็เท่านั้น"
ซือโยวโยวถึงกับพูดไม่ออก
หรูเจี้ยแอบกลั้นหัวเราะอยู่ข้างๆ
เมื่อเฉินฉางชิงเรียกเก็บร่างแยกทั้งหมดกลับมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในใจอีกครั้ง
"สังหารผู้บำเพ็ญขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์ขั้นปลายนิกายโยวหมิง ได้รับแต้มฝึกฝนอัตโนมัติสองแสนแปดหมื่นแต้ม"
"สังหารศิษย์นิกายโยวหมิงหกคน ได้รับแต้มฝึกฝนอัตโนมัติสองแสนสองหมื่นแต้ม"
"แต้มฝึกฝนอัตโนมัติสะสมเพิ่มขึ้น"
อารมณ์ของเฉินฉางชิงดูดีขึ้นไม่น้อย
ผู้บำเพ็ญนิกายโยวหมิงสองกลุ่มนี้ มอบแต้มฝึกฝนอัตโนมัติให้เขามากพอสมควร
พระราชวังเซียนแห่งนี้แม้จะเต็มไปด้วยภยันตราย แต่ผลตอบแทนก็นับว่าคุ้มค่ามหาศาล
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูด ยันต์หยกส่งข่าวในสาบเสื้อก็พลันเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมา
ยันต์หยกที่ไป๋อู๋หยาเคยมอบให้เขา ในที่สุดก็มีการตอบรับแล้ว
เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากยันต์หยก
"เฉินฉางชิง"
"ยืนนิ่งๆ อยู่ที่นั่น"
"ข้ากำลังจะไปถึงในไม่ช้า"
หรูเจี้ยเมื่อได้ยินเสียงของไป๋อู๋หยา ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ท่านผู้อาวุโสไป๋มาแล้ว เช่นนี้สถานการณ์ก็คงมั่นคงขึ้นมาก"
เฉินฉางชิงก้มมองดูรอยกระบี่บนยันต์หยก
เขาสัมผัสได้ว่าพลังปราณของไป๋อู๋หยาในยามนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก
แข็งแกร่งเสียจนยันต์หยกในมือยังแผ่ไอความร้อนออกมา
ซือโยวโยวเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน
"บาดแผลของเขาหายดีแล้วรึ?"
สิ้นเสียงพูดของนาง เมฆหมอกที่ปกคลุมเหนือป่าหินก็พลันถูกฉีกกระชากออกเป็นช่อง
แสงสีเงินเจิดจ้าสายหนึ่งตกลงมาจากฟากฟ้าดั่งดาวตก
ไป๋อู๋หยายืนตระหง่านอยู่ต่อหน้าคนทั้งสาม เขาถือทวนเงินกลับด้าน ผมสีขาวสยายปลิวไสวตามแรงกดดันของพลังวิญญาณ
ใบหน้าของเขาไม่หลงเหลือความซีดเซียวอีกต่อไป พลังปราณระดับเทียนจวินที่เคยแปรปรวนก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับมั่นคงและกล้าแกร่งขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ก้อนหินรอบข้างไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันจากตัวเขาได้ จนเกิดรอยปริร้าวลามออกไปโดยรอบ
หรูเจี้ยรีบประนมมือคารวะ
"ยินดีกับท่านผู้อาวุโสไป๋ที่บรรลุวิชาเทพ"
ไป๋อู๋หยากวาดสายตามองซากศพของเหล่านิกายโยวหมิงที่เกลื่อนกราดเต็มพื้น
"พวกเจ้าก่อเรื่องใหญ่อีกแล้วรึ?"
หรูเจี้ยรีบชี้นิ้วไปที่เฉินฉางชิงทันควัน
"ส่วนใหญ่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น"
เฉินฉางชิงตวัดสายตามองหรูเจี้ย
หรูเจี้ยจึงรีบกล่าวเสริมอีกประโยค
"อาตมาเพียงแค่บังเอิญผ่านมาเห็นเท่านั้น"
ไป๋อู๋หยาแค่นเสียงเย็น
"ผ่านมาเห็นรึ? แล้วที่กอดกระดูกพุทธะไว้แน่นนั่นคืออันใด?"
หรูเจี้ยก้มหน้าลงมองชามที่แตกร้าวในอกเสื้อ ก่อนจะรีบยัดมันกลับเข้าไปอย่างเงียบเชียบ
ไป๋อู๋หยาเลิกสนใจเขาแล้วหันไปหาเฉินฉางชิงแทน
"นิกายโยวหมิงกำลังออกตามล่าเจ้าอย่างหนัก"
เฉินฉางชิงพยักหน้าเรียบๆ
"ข้าเจอพวกมันมาสองกลุ่มแล้ว"
ไป๋อู๋หยาขมวดคิ้ว
"แม้แต่หมิงจิ่วโยวก็ลงมาเล่นในศึกนี้ด้วย"
เฉินฉางชิงหยิบยันต์หน้าผีลายเงินออกมาให้ดู
"ข้าเพิ่งได้ยินมาว่า เขามุ่งหน้าไปยังวังสร้างสรรค์สวรรค์แล้ว"
ไป๋อู๋หยายื่นมือมารับยันต์ไปพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งคืนให้เฉินฉางชิง
"ประจวบเหมาะยิ่งนัก"
"ที่ข้ามาหาเจ้า ก็เพื่อธุระเรื่องนี้พอดี"
เฉินฉางชิงเงยหน้าขึ้นมอง
ไป๋อู๋หยากดน้ำเสียงให้ต่ำลงอย่างมีเลศนัย...